ทะลุมิติไปเป็นสาวมีพลังวิเศษยุค 80

ตอนที่ 1 43

ไปมาไม่ตอบโต้ถือว่าเสียมารยาท

หลัวเฉี่ยวกล่าวว่า "ก็ดีค่ะ ขอบคุณพี่ลู่นะคะที่คอยดูแลหนูมาโดยตลอด วันนี้หนูทำมันฝรั่งผัดปู้หล่านจื่อ เลยเอามาฝากพี่ลองชิมดูค่ะ"

พูดพลางเดินตรงไปทางห้องครัว พลางเอ่ยว่า "เดี๋ยวหนูขอเอาใส่ภาชนะให้ก่อนนะคะ"

นึกอะไรขึ้นได้จึงหันกลับไปถามว่า "พี่ลู่คะ พี่ทานกระเทียมบดกับพริกไหมคะ? หนูวางไว้ที่ขอบภาชนะนะคะ ถ้าพี่ไม่ชอบหนูจะได้เก็บไว้ในภาชนะค่ะ"

ลู่ยี่เฉินตอบว่า "ฉันทานได้หมด ขอบใจเธอมากนะ หลัวเฉี่ยว"

หลัวเฉี่ยวหัวเราะ "มาขอบคุณหนูทำไมกันคะ"

ลู่ยี่เฉินกล่าวว่า "วันหลังไม่ต้องเอาของกินมาให้อีกแล้วนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเกรงใจเอาได้"

หลัวเฉี่ยวกล่าวว่า "มีน้ำใจตอบแทนกันเป็นเรื่องปกติค่ะ พี่ช่วยหนูไว้ตั้งเยอะ ตอนนี้หนูทำได้แค่ทำอาหารมาให้ทาน พี่อย่าพูดให้รู้สึกเกรงใจกันเลยค่ะ"

ลู่ยี่เฉินตอบว่า "ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ พอดีเลย เหนื่อยมาทั้งวันจะได้ไม่ต้องจุดไฟทำอาหารเอง"

หลัวเฉี่ยวจัดการถ่ายอาหารใส่ภาชนะให้เรียบร้อย แล้วกล่าวลาจากไป

ลู่ยี่เฉินสูดกลิ่นหอมแล้วคิดในใจว่า คราวก่อนเคยบอกว่าจะไปหาฟืนมาให้ แต่ก็ยังไม่มีเวลาว่างเลย วันนี้ไม่ต้องทำอาหารเย็น พอทานเสร็จค่อยขึ้นไปหาฟืนที่ตีนเขาเอาไปให้เธอแล้วกัน

เด็กสาวเขายังรู้จักมารยาทในการไปมาหาสู่กัน ตัวเขาที่เป็นผู้ชายเต็มตัวจะไปเอาเปรียบเด็กสาวได้อย่างไรกัน

ดังนั้นลู่ยี่เฉินจึงทานข้าวเสร็จก็หยิบเชือกกับไม้คานขึ้นเขาไปทันที

ส่วนหลัวเฉี่ยวเมื่อกลับถึงบ้านก็เข้าไปในมิติเพื่อเด็ดผักชีออกมา ที่ดินหลังบ้านเพิ่งจะโรยเมล็ดไป เธอไม่กล้าปล่อยให้มันโตเร็วเกินไป เพราะหากยืนอยู่บนไหล่เขาก็สามารถมองเห็นหลังบ้านได้

แค่ดีกว่าบ้านคนอื่นหน่อยก็พอแล้ว จะได้ไม่ต้องหาเรื่องใส่ตัว

หลังทานอาหารเสร็จ เธอก็เริ่มจัดการงานในที่ดินส่วนตัว โดยปลูกข้าวโพดห้าแถวตามแนวขอบ ด้านในปลูกมันเทศกับมันฝรั่ง แล้วไปตัดหนามที่ตีนเขามาล้อมรอบไว้ เหลือไว้เพียงประตูเล็กๆ บานเดียว

ทำแบบนี้จะได้ป้องกันไม่ให้คนอื่นหมั่นไส้ที่พืชผลโตดีแล้วเข้ามาย่ำยีทำลายผลผลิตของเธอ อย่างไรเสียสำหรับคนในหมู่บ้านเธอก็ยังเป็นคนนอก หากไม่ใช่เพราะป้าเกาภรรยาหัวหน้าทีมที่คอยพาเธอไปทำงานด้วยทุกวัน เธอคงไม่สามารถปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้เร็วขนาดนี้

ตอนที่เธอทำรั้วหนามก็ยังมีคนนินทาอยู่ไม่น้อย แต่หลัวเฉี่ยวบอกว่าที่ดินส่วนตัวของเธออยู่ติดถนน มีสัตว์เลี้ยงเดินผ่านไปมาบ่อยๆ แถมที่ดินยังอยู่ตีนเขาอีก เธอก็กลัวจะมีสัตว์ป่าลงมาทำลายพืชผลเหมือนกัน

ทุกคนได้ฟังก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลดี หลังจากนั้นจึงไม่มีใครพูดอีกว่าเธอทำเพื่อป้องกันคนในหมู่บ้าน

ความจริงพวกเขาก็พูดไม่ผิดหรอก ที่เธอล้อมรั้วไว้ก็เพื่อป้องกันคนในหมู่บ้านนั่นแหละ ฮ่าๆ!

ในหมู่บ้านมักจะมีพวกว่างงานที่ชอบฉวยโอกาสเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้าง แล้วยังมีเด็กบ้านบางคนที่ชอบเข้ามาป่วนในที่ดินส่วนตัวของคนอื่นบ่อยๆ อย่างไรเสียป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า

ป้องกันไว้จะได้ไม่ต้องเกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งหรือต้องขึ้นโรงขึ้นศาลให้เป็นเรื่องยุ่งยาก

ณ กรุงปักกิ่ง หลังจากเกิดความวุ่นวายโกลาหลขึ้น หลัวเจียหนิงก็ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ครู่ต่อมาพยาบาลก็เดินออกมาตะโกนเรียก "ญาติของหลัวเจียหนิงอยู่ไหมคะ?"

หนิงเสวี่ยหลิงรีบกล่าวด้วยความร้อนใจ "พยาบาลคะ ฉันเป็นแม่ของเธอ ลูกสาวเป็นอย่างไรบ้างคะ"

พยาบาลกล่าวว่า "กำลังอยู่ในระหว่างการช่วยชีวิตค่ะ คนไข้เสียเลือดค่อนข้างมากจำเป็นต้องให้เลือด รบกวนช่วยเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยค่ะ"

หนิงเสวี่ยหลิงพอได้ยินว่าลูกสาวต้องให้เลือดก็ตัวสั่นเทาแล้วกล่าวว่า "ฉันเป็นแม่ของเธอ เอาเลือดฉันไปใช้เถอะค่ะ"

พยาบาลตอบว่า "ถ้าอย่างนั้นตามฉันมานะคะ ต้องตรวจหมู่เลือดก่อนค่ะ"

หนิงเสวี่ยหลิงตอนนี้หวาดกลัวมาก เจียหนิงร่างกายไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก ปีหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาลสามถึงสี่ครั้ง แต่วันนี้กลับถูกหนิงหลิงอวี่ ลูกสาวของพี่ชายของเธอผลักตกจากตึก ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอที่ปกป้องลูกไม่ดีพอ

นิยายเรื่องใหม่ต้องการการดูแล ฝากทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ! ขอบคุณค่ะ~~~

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์