ตอนที่ 17
ตอนที่ 17 มงกุฎหนาม
ตอนที่ 17 มงกุฎหนาม
เสิ่นเย่หลานรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ไม่อาจควบคุมได้ เธอเหลือบมองซ่งเหวินซิวที่อยู่ข้างๆ ด้วยแววตาที่จ้องจะลองของ
เธอเก็บอุปกรณ์ที่ตกเกลื่อนพื้นทั้งหมดใส่กระเป๋า แล้วลากร่างที่หมดสติของซ่งเหวินซิวออกไปจากที่นั่น
เมื่อหามุมที่ลับตาคนได้แล้ว เธอก็ทำตามขั้นตอนเดิมซ้ำ คือการทำให้เขาเสียเลือดแล้วฮีลให้
เมื่อเลือดของตัวเองไม่พอ เธอก็จัดการกินโพชั่นเลือดเพื่อฟื้นฟูมานาแล้วฮีลต่อ
เมื่อเลือดที่ถ่ายโอนไปเริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ของที่เธอแลกเปลี่ยนได้ก็เริ่มมากขึ้นตาม
[โชค 1, ร่างกาย 4, ความเร็ว 3, สติปัญญา 2, พละกำลัง 2, เลือด 3,218, เงิน 6 เหรียญทอง]
ขนาดค่าโชคยังแลกได้!
เสิ่นเย่หลานมองดูค่าสถานะเหล่านั้นด้วยความน้ำลายสอ แต่เธอก็รู้ดีว่าหากไม่อดทนทำเรื่องเล็กน้อย ก็จะเสียการใหญ่ โอกาสในภายภาคหน้ายังมีอีกถมไป
ซ่งเหวินซิวเห็นหน้าเธอตอนก่อนจะสลบไป หากเขาฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าค่าสถานะตัวเองหายไป แล้วนึกไม่ออกว่าเป็นฝีมือเธอ ก็คงเป็นเรื่องแปลกประหลาดเกินไป เธอจะมาเผยไต๋เอาตอนนี้ไม่ได้
เพียงแต่เมื่อมองดูค่าสถานะเหล่านี้ เสิ่นเย่หลานก็เกิดความสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งที่ทุกอย่างก็เป็นค่าสถานะเหมือนกัน ทำไมค่าร่างกายถึงแลกได้มากกว่าค่าสติปัญญาและความเร็ว? มันมีความแตกต่างอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า?
จากที่เธอรู้จักซ่งเหวินซิว เจ้านี่มีพรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ นับว่าเป็นตัวละครสายจอมเวทโดยกำเนิด ค่าสติปัญญาเกี่ยวข้องกับเกจมานาในการร่ายเวท สำหรับซ่งเหวินซิวแล้ว สติปัญญาควรจะเป็นค่าที่สำคัญที่สุด เมื่อเทียบกันแล้ว ค่าร่างกายดูจะมีความสำคัญน้อยกว่าสำหรับเขา
ดังนั้น สิ่งที่แลกเปลี่ยนได้ด้วยค่าเลือด ดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับระดับความสำคัญในใจของเจ้าตัว ยิ่งสิ่งนั้นสำคัญมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องใช้เลือดในการรักษาแลกเปลี่ยนมากเท่านั้น
หากเป็นเช่นนี้จริง ดูท่าพรสวรรค์สายทักษะคงจะแลกมาได้ไม่ง่ายนัก
ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับผู้เล่นแล้ว อะไรก็ทิ้งได้ แต่ทักษะพรสวรรค์นั้นไม่มีทางปล่อยมือไปได้เด็ดขาด
เสิ่นเย่หลานลงมืออย่างต่อเนื่องในขณะที่สมองก็หมุนวนอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ช่องเก็บของที่ว่างเปล่ามานานก็มีการเปลี่ยนแปลง มีสิ่งของแปลกตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนโผล่ขึ้นมา
[มงกุฎหนาม]
เสิ่นเย่หลานตื่นตัวขึ้นทันที นี่มันเครื่องประดับชัดๆ!
ในโลกราตรีนิรันดร์ เครื่องประดับเป็นสิ่งที่หายากยิ่ง ผู้เล่นสวมใส่อุปกรณ์ได้สูงสุดเพียง 6 ชิ้น ซึ่งไม่รวมเครื่องประดับ จะสวมเครื่องประดับกี่ชิ้นก็ได้ตามต้องการ
ก็เหมือนกับรองเท้าที่ใส่ได้แค่คู่เดียว แต่ต่างหูจะใส่กี่ข้างก็ได้
นั่นจึงหมายถึงความยากในการหาเครื่องประดับ ต่อให้เป็นชาติก่อนที่เธอเล่นเกมมาตั้ง 3 ปี เสิ่นเย่หลานก็ไม่เคยเห็นเครื่องประดับดรอปจากมอนสเตอร์เลยสักชิ้นเดียว
เวรเอ๊ย ดวงดีอะไรขนาดนี้ เพิ่งเริ่มเกมก็ปล่อยให้เจ้าหมอนี่ได้ของดีไปแล้วเหรอ?
เสิ่นเย่หลานอิจฉาจนใบหน้าบิดเบี้ยว เธอเตะซ่งเหวินซิวไปสองทีอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะฉกเอาเครื่องประดับนั้นมาเป็นของตนแล้วตรวจสอบคุณสมบัติ
เครื่องประดับ: มงกุฎหนาม (เลเวล 1, อัปเกรดได้)
มงกุฎที่ถักทอจากหนาม เป็นสัญลักษณ์ของราชาผู้ไม่ยอมสยบ
ผลลัพธ์: การปกป้องแห่งราชา: ค่าสถานะทุกอย่าง +5, เมื่อได้รับความเสียหายถึงตาย จะเรียกใช้โล่แห่งราชาโดยอัตโนมัติ ฟื้นฟูเลือด 20% และได้รับผลของล็อกเลือด (HP ไม่ลดต่ำกว่า 1) เป็นเวลา 10 นาที คูลดาวน์ 24 ชั่วโมง
โต้กลับในนาทีสุดท้าย: หลังจากได้รับความเสียหายถึงตาย มีโอกาส 30% ที่จะสะท้อนความเสียหายทั้งหมดกลับคืน คงอยู่เป็นเวลา 5 นาที คูลดาวน์ 24 ชั่วโมง
ของระดับเทพ! นี่มันของระดับเทพชัดๆ!
ไม่แปลกใจเลยที่ซ่งเหวินซิวถึงกำมันไว้แน่นขนาดนั้น ให้เธออุตส่าห์ยอมฮีลเลือดให้ตั้งหลายรอบ มงกุฎหนามเอ๋ย แกสมควรแล้ว!
เสิ่นเย่หลานไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบสวมใส่มันทันที
โชคดีที่ตอนนั้นเธอไม่ได้เลือกจะลงมือฆ่าทิ้งทันที ไม่อย่างนั้นการต่อสู้อาจจะไม่จบลงง่ายๆ แบบนี้
เมื่อมองดูเครื่องประดับชิ้นใหม่ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว บางทีเธอควรหาฝูงมอนสเตอร์มาทดสอบดูสักหน่อย
เธอก้มมองสภาพที่ดูไม่ต่างจากฉากหั่นศพข้างเท้าแล้ว เสิ่นเย่หลานก็ไม่รอช้า ใช้มีดแทงปิดฉากชีวิตซ่งเหวินซิวอย่างเด็ดขาด
ของที่มีค่าที่สุดบนตัวเขาถูกเธอฉกไปแล้ว ซ่งเหวินซิวไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ๆ แต่เจ้าขยะนี่เธอก็ไม่ได้กลัวอะไร ที่น่ารำคาญคือตระกูลซ่งที่อยู่เบื้องหลังเจ้าหมอนี่ต่างหาก
เธอต้องรีบดำเนินการตามแผนที่วางไว้
เสิ่นเย่หลานกลับเข้าหมู่บ้าน ไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อส่งภารกิจ
เลเวลของเธออัปขึ้นอีก 1 เลเวล ได้รับเงิน +1 เหรียญทอง, ชื่อเสียงหมู่บ้านอวิ๋นเสีย +100
“ฝีมือของท่านผู้กล้าน่าชื่นชมยิ่งนัก ข้ามีเรื่องหนึ่งที่คงต้องรบกวนท่านผู้กล้าสักหน่อย เมื่อช่วงก่อนมีชาวบ้านหายสาบสูญไปในป่าทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ปราชญ์ของหมู่บ้านได้ออกไปสำรวจแล้วก็หายสาบสูญไปเช่นกัน”
“ข้าหวังว่าท่านผู้กล้าจะไปช่วยสำรวจ หากเป็นไปได้โปรดนำตัวปราชญ์และชาวบ้านกลับมา หากภารกิจนี้สำเร็จ ปราชญ์จะมอบรางวัลอันล้ำค่าให้แก่ท่านผู้กล้า”
[ติ๊ง! ปราชญ์เพียงหนึ่งเดียวของหมู่บ้านอวิ๋นเสียหายสาบสูญนอกหมู่บ้าน ต้องการรับภารกิจช่วยเหลือปราชญ์และชาวบ้านหรือไม่?]
เสิ่นเย่หลานกดรับภารกิจโดยไม่ลังเล
เธอเคยได้ยินภารกิจนี้จากในเว็บบอร์ดเมื่อชาติก่อน ผู้เล่นช่วงแรกมักคิดว่านี่เป็นแค่ภารกิจตามหาคนธรรมดา ชาวบ้านอาจถูกสัตว์ป่าทำร้าย
ทว่าเมื่อสืบลึกลงไป ผู้เล่นถึงพบว่าการหายตัวไปของชาวบ้านและปราชญ์นั้นไม่ธรรมดา
ท้ายที่สุด หลังจากสืบสวนจนถึงที่สุด ผู้เล่นได้พบร่องรอยของปราชญ์ในถ้ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้านอวิ๋นเสีย
แต่เมื่อผู้เล่นตามไปถึง ปราชญ์ก็ถูกมลพิษกัดกร่อนจนกลายเป็นบอสตัวใหม่ของหมู่บ้านอวิ๋นเสียไปเสียแล้ว
เหตุการณ์นั้นกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ดอย่างหนัก เพราะสาเหตุคือ บอสตัวนี้ไม่สามารถฆ่าให้ตายได้
หลังจากมีผู้เล่นแชร์ภารกิจนี้ออกไป ผู้เล่นนับไม่ถ้วนก็รวมกลุ่มกันไปถล่มบอสตัวนี้ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับมาทุกราย
สุดท้าย หมู่บ้านอวิ๋นเสียก็ถูกทำลายโดยปราชญ์ที่กลายเป็นบอส กลายเป็นเขตต้องห้ามแห่งใหม่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์และมลพิษ ผู้เล่นที่เกิดในหมู่บ้านอวิ๋นเสียต้องสูญเสียหมู่บ้านเริ่มต้นไปและกลายเป็นคนเร่ร่อนในป่า
เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในเว็บบอร์ดช่วงนั้น
สาเหตุที่เสิ่นเย่หลานเลือกมาที่นี่ ก็เพื่อเสี่ยงดวงว่าเธอจะสามารถช่วยปราชญ์คนนี้กลับมาได้หรือไม่
ตอนที่ผู้เล่นในชาติก่อนไปช่วยนั้น เป็นช่วงหลังจากเปิดเกมไปแล้ว 3 เดือน หากเธอคาดไม่ผิด ตอนนี้ปราชญ์น่าจะยังไม่ถูกมลพิษกัดกร่อน เธอยังมีโอกาส
สาเหตุที่เธอเสี่ยงเลือกทำภารกิจหมู่บ้านเริ่มต้นที่นี่ ก็เพื่อปราชญ์คนนี้โดยเฉพาะ
ผู้เล่นคนนั้นในชาติก่อนเคยโพสต์ทักษะของปราชญ์ไว้ ซึ่งสิ่งที่โกงที่สุดก็คือ ทักษะฟื้นฟูเลือดของเขา
[เปลี่ยนความเสียหายเป็นพลังชีวิต: ภายใน 5 วินาทีถัดไป ความเสียหายทั้งหมดที่ได้รับจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังชีวิตของตนเอง อัตราการเปลี่ยนตามความรุนแรงของดาเมจ สูงสุดถึง 150% ในระหว่างนี้หากดาเมจเกินค่าเลือดสูงสุด ส่วนเกินจะเปลี่ยนเป็นโล่ชั่วคราว คูลดาวน์ 30 นาที]
ทักษะนี้เองที่ทำให้ปราชญ์อยู่ยงคงกระพัน ยิ่งตีบอสเลือดก็ยิ่งเพิ่ม จะไปสู้ยังไงไหว?
ปราชญ์จึงได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน 10 บอสที่รับมือยากที่สุดของราตรีนิรันดร์
และเสิ่นเย่หลานที่เคยสิงอยู่ในเว็บบอร์ดลับๆ เพื่อหลบหลีกการไล่ล่า ก็เคยได้ยินมาว่า NPC บางตัวสามารถสอนทักษะที่พวกเขามีให้กับผู้เล่นได้
ปราชญ์ก็จัดอยู่ในกลุ่ม NPC นักวิชาการประเภทนี้
หากช่วยปราชญ์กลับมาได้ แล้วขอเรียนทักษะสักอย่าง ก็น่าจะไม่เกินไปใช่ไหม?
เมื่อได้ทักษะนี้มา ผสมกับมงกุฎหนาม เธอไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าตัวเองจะฆ่าตายยากขนาดไหน!
ทว่าก่อนจะทำภารกิจให้สำเร็จ เธอคงต้องอัปค่าสถานะของตัวเองเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย
เสิ่นเย่หลานเปิดหน้าจอสถานะตัวละครของตัวเองขึ้นมา เพื่อดูค่าสถานะปัจจุบัน
แต่วินาทีถัดมา เสิ่นเย่หลานก็ตกตะลึง
เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนแก้หน้าต่างสถานะของเธอ!?
. . .