ตอนที่ 181
บทที่ 181 อดีตของมู่เจวี๋ยเซียน!
บทที่ 181 อดีตของมู่เจวี๋ยเซียน!
"เสี่ยวเฉิน นี่มัน..."
"เฮ้อ— ท่านรับไปเถอะครับ"
ลู่เฉินขัดจังหวะ ยิ้มแล้วพูดว่า "ทุกคนต่างก็รู้ว่าผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลซุน ถ้าท่านยังเป็นแค่ปรมาจารย์ยุทธ์ ผมก็จะเสียหน้าเอาน่ะ"
พูดมาขนาดนี้แล้ว
ซุนเจิ้นเยว่ก็ได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น และส่ายหน้า
หลังจากที่มอบของทั้งหมดให้เสร็จ ลู่เฉินก็พูดอย่างจริงจังว่า "อีกไม่กี่วัน ผมก็จะเข้าไปใน [มิติลับเทียนหยวน] แล้ว ผมหวังว่าตอนที่ผมออกมา..."
"ตระกูลซุนจะสามารถควบคุมทรัพยากรแร่ทั้งหมดในเจียงหนานได้"
"ถ้ายังไหว ก็ให้ขยายไปยังเขตทหารข้างๆ ด้วย"
ศิษย์พี่ใหญ่เคยบอกว่า
แมลงดูดเลือดของเขา จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดใน [มิติลับเทียนหยวน]
ส่วนลูกแมลงตัวอื่นๆ...
การขยายพันธุ์ของแมลงอนุมานเต๋าค่อนข้างยุ่งยาก จึงต้องใช้เวลา
ส่วนจักจั่นทองคำหกปรารถนา มันง่ายมาก แค่ดูดซับพลังแห่งความปราถนาที่อยู่ระหว่างสวรรค์และปฐพีก็พอแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องสนใจมัน
ส่วนแมลงผลึกสวรรค์...
ตอนนี้มันวิวัฒนาการจาก "ขั้นศิลา" เป็น "ขั้นโลหะ" แล้ว มันมีประโยชน์กับเขามาก
ลู่เฉินคิดในใจว่า ยังไง [อำพันทองคำห้าธาตุ] ก็ไม่พออยู่ดี มันไม่เพียงพอที่จะทำให้แมลงผลึกสวรรค์มีจำนวนถึงห้าร้อยล้านตัว
ในเมื่อ [ร่างกายแม่เหล็กห้าธาตุ] ไม่สามารถพัฒนาได้
งั้นก็ให้แมลงผลึกสวรรค์วิวัฒนาการต่อไป
ขั้นศิลา ขั้นโลหะ ขั้นสมบัติล้ำค่า ขั้นเหนือธรรมชาติ ขั้นดารา ขั้นโกลาหล!
"ขั้นสมบัติล้ำค่า" ก็ยังคงเป็นแร่
ให้ตระกูลซุนเตรียมตัวไว้ก่อนจะดีกว่า
ถึงตอนนั้นก็จะสะดวกมากขึ้น
"เสี่ยวเฉิน วางใจเถอะ เรื่องพวกนี้ ตระกูลซุนสามารถทำได้"
ซุนเจิ้นเยว่พยักหน้า ตอบอย่างจริงจังว่า "ฉันได้ยินมาว่า เผ่ามังกรทะเลตะวันออก พวกมันได้ควบคุมเหมืองแร่มากมาย เดี๋ยวฉันจะไปติดต่อกับพวกมัน"
"..."
หลังจากที่พูดคุยเรื่องสำคัญเสร็จ
ลู่เฉินก็นั่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะจากไป
หลังจากที่ไปส่งลู่เฉินที่หน้าบ้าน ซุนเจิ้นเยว่กับซุนเฉินเยียนก็กลับมาที่ห้องใต้ดิน
"ก๊อกๆๆ—"
คุณปู่ทวดนั่งอยู่บนเก้าอี้ พลางครุ่นคิด
มือขวาของเขาวางอยู่บนโต๊ะ เคาะเบาๆ
ครู่หนึ่ง เขาก็มองไปที่ซุนเฉินเยียนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
"เธอไปจัดการหน่อย แยกสมบัติล้ำค่าที่กลุ่มคนต่างๆ มอบให้ แล้วก็จ้างผู้คุ้มกัน ขั้นต่ำสุดต้องเป็นขอบเขตภูผาสมุทร พยายามหาคนที่อยู่ในขอบเขตหมู่ดาราสักสองสามคน"
"อีกอย่าง"
"ช่วยติดต่อกับกลุ่มคนที่ค่อนข้างมีอิทธิพลในโลกใต้ดิน ว่าพอจะส่งผู้เชี่ยวชาญขอบเขตสุริยันแผดเผาได้ไหม?"
ได้ยินคำสั่งนี้
ซุนเฉินเยียนก็ตกตะลึง ถามด้วยเสียงสั่นเทาว่า "คุณปู่ทวด ท่านจะ... จะทำอะไรเหรอคะ?"
ปรมาจารย์ยุทธ์ มหาปรมาจารย์ยุทธ์ ภูผาสมุทร หมู่ดารา สุริยันแผดเผา...
ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตหมู่ดาราหนึ่งคน
มันก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลของพวกเขากลายเป็นตระกูลระดับท็อปได้
ไม่ว่าจะเป็นเขตทหารไหน พวกเขาก็จะเป็นผู้มีอำนาจ
ส่วน "ขอบเขตสุริยันแผดเผา" ที่สูงกว่านั้น...
มันเป็นเหมือนกับตำนาน พวกเขาสามารถทำลายทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย
"ทำอะไร?"
"ก็ทำตามที่เสี่ยวเฉินสั่งสิ"
คุณปู่ทวดยิ้ม "พวกเรารับผลประโยชน์จากเขามากมาย แถมยังเป็นพวกเดียวกับกลุ่มผงาดฟ้า... ถ้าแค่ควบคุมเหมืองแร่ในเขตทหารหนึ่งหรือสองแห่ง มันคงจะดูถูกฉัน ซุนเจิ้นเยว่ เกินไปแล้ว"
พูดจบ
เขาก็มองซุนเฉินเยียนด้วยสายตาที่เป็นประกาย
พูดอย่างหนักแน่นว่า "ก่อนที่เสี่ยวเฉินจะออกมาจาก [มิติลับเทียนหยวน] ฉันจะต้องควบคุมเหมืองแร่ทั้งหมดในดินแดนเหยียนหวงให้ได้!"
"คุณปู่ทวด หนูว่ามันยากไปหน่อยนะ..."
ซุนเฉินเยียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "เหมืองแร่ระดับสูงหลายแห่ง ล้วนถูกควบคุมโดยแปดตระกูลใหญ่ ถ้าอยากจะแย่งชิงมา คงจะคุยกันไม่รู้เรื่อง"
จริงๆ แล้ว
ตอนนี้ตระกูลซุนและแปดตระกูลใหญ่ ต่างก็เป็นพวกเดียวกับกลุ่มผงาดฟ้า
ถ้าพวกเขาสู้กัน คงจะไม่ดีแน่ๆ
"คุย?"
"ใครบอกว่าจะคุยกับพวกนั้น?"
ซุนเจิ้นเยว่มองอย่างเงียบๆ "การแย่งชิงผลประโยชน์ ไม่ใช่ว่าจะคุยกันได้ มันต้องใช้กำลัง"
"ตอนนี้..."
"ยิ่งพวกเราทำตัวเหมือนหมาบ้า ไม่สนใจกฎเกณฑ์ พวกนั้นก็จะยิ่งไม่กล้าทำอะไรพวกเรา"
"เพราะพวกเรากำลังทำตามคำสั่งของเสี่ยวเฉิน ส่วนพวกนั้น ทำเพื่อตัวเอง ถ้าพวกนั้นกล้าทำอะไรพวกเรา พวกนั้นก็เตรียมตัวตายได้เลย"
...
เขตเจียงหนาน สำนักงานใหญ่ของสมาคมยุทธ์
ในห้องทำงาน หลินซีเยว่นั่งอยู่บนโซฟา ในมือถือถ้วยชาอุ่นๆ
ฝางซูหลิง อาจารย์ของเธอกำลังพูดจาหว่านล้อมเธอ
"..."
"ซีเยว่ ผู้เฒ่าหลายคนในสมาคมยุทธ์ อยากจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลู่เฉินผ่านทางเธอ พวกเขามาขอร้องฉัน ฉันปฏิเสธไม่ได้..."
"เธอหาโอกาสชวนลู่เฉินมาที่นี่หน่อยเถอะนะ"
เห็นศิษย์ของตัวเองไม่สนใจ เธอก็ยิ้มอย่างขมขื่น
โบกมือไปมาตรงหน้าหลินซีเยว่
พอเห็นว่าหลินซีเยว่รู้สึกตัว ฝางซูหลิงก็พูดต่อว่า "ซีเยว่ เมื่อไหร่เธอจะเลิกเหม่อลอยสักที? ฉันกำลังคุยกับเธอนะ~"
"หา? อาจารย์ คุณพูดว่าอะไรนะคะ?" หลินซีเยว่พูดอย่างเขินอาย
"ฉันบอกว่า สมาคมยุทธ์..."
ฝางซูหลิงพูดได้ครึ่งหนึ่ง ก็หยุดพูด
เอามือปิดหน้าผาก เอนตัวลงบนโซฟาอย่างจนใจ
เพราะศิษย์ของเธอ
เริ่มเหม่อลอยอีกแล้ว
ช่างเถอะ รอให้เธอรู้สึกตัวก่อน ค่อยพูดก็แล้วกัน...
สถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก
เธอไม่รู้ว่า จิตสำนึกของหลินซีเยว่ได้เข้าไปในจิตวิญญาณแล้ว และกำลังคุยกับอีกสองจิตสำนึก
"อ๊าาาา ฉันจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว กระบี่ของผู้หญิงคนนั้น ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยชะมัด!?"
ในหัวของหลินซีเยว่ หลินมารกำลังตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
เหมือนกับว่าเธอกำลังวิ่งไปมา หอบหายใจ
"ไม่ต้องคิดมากหรอก มันคือ 'ผู้หญิงคนนั้น' นั่นแหละ" หลินเทพพูดอย่างใจเย็น
"ใครกัน? เดี๋ยวนะ เธอหมายถึง... ผู้หญิงคนนั้น?"
หลินมารที่กำลังบ่นพึมพำ เหมือนกับว่านึกถึงอะไรบางอย่างที่น่ากลัวมาก เสียงของเธอก็เริ่มสั่นเทา
เห็นหลินเทพไม่ตอบ
เธอก็พูดกับตัวเองว่า "เป็นไปไม่ได้! มีข่าวลือว่าผู้หญิงคนนั้นทรยศต่อนิกายเสวียนหลาน และกำลังถูกตามล่า เธอจะยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง?"
"อีกอย่าง"
"คนที่อยากจะฆ่าเธอ ไม่ได้มีแค่นิกายเสวียนหลานหรอกนะ"
"ฉันได้ยินมาว่า 'ฝูหลีตี้จวิน' ก็ถูกเธอฆ่าตาย แม้แต่ [ธนูฝู๋กวง] ของเขา ก็ยังถูกเธอขโมยไป คนของสำนักอี้เสิน คงจะไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่ๆ"
"อีกอย่าง..."
ได้ยินดังนั้น
หลินซีเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า " 'ผู้หญิงคนนั้น' ที่พวกเธอพูดถึง คืออาจารย์ของลู่เฉินจริงๆ เหรอ?"
หลินมารตอบทันทีว่า "เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง!"
"ถ้าเป็น 'ผู้หญิงคนนั้น' จริงๆ แค่กระบี่เดียว โลกทั้งใบก็จะถูกทำลาย! จะแค่ทำให้เกิดท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ยังไง?"
"ยิ่งไปกว่านั้น"
"มีกฎของโลกคอยจำกัดอยู่ ผู้แข็งแกร่งระดับนั้น จะไม่สามารถเข้ามาในโลกใบเล็กๆ นี้ได้ พวกเขาจะทนไม่ได้"
หลินซีเยว่พยักหน้า "งั้นนี่ก็คือเหตุผลที่พวกเธอต้องมาอยู่ที่นี่?"
หลินมาร: ?
หลินมาร: "ไสหัวไป! *&#¥@%%..."
...
วันที่ 2 ธันวาคม ปีที่ 581 ของยุคศิลปะการต่อสู้
ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนของดินแดนเหยียนหวง เดินทางเข้าไปในศาลาถามใจ เพื่อเข้าพบมู่เจวี๋ยเซียน