คนไร้นาม เรียกขานไม่ตอบ · โลกของผมกลายเป็นเกมออนไลน์ไปแล้ว

ตอนที่ 77

บทที่ 77: สกิลสีทองคัมภีร์เก้าเอี้ยง ไอเทมพิเศษสุราวานร

บทที่ 77: สกิลสีทองคัมภีร์เก้าเอี้ยง ไอเทมพิเศษสุราวานร

“พ่อบ้านใหญ่ตระกูลหลู่? หลู่เม่าจงรึ?” เมื่อได้ยินคำพูดของหลู่เม่าจง สีหน้าของจูฉางหลิ่งพลันเปลี่ยนไปในทันที

วินาทีต่อมา ใบหน้าของจูฉางหลิ่งยิ่งปรากฏแววหวาดกลัวสุดขีดขณะจ้องมองไปยังหลู่หยางที่อยู่ข้างกายหลู่เม่าจง

เขาย่อมรู้ดีว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีหลู่หยางเป็นผู้นำ และหลู่เม่าจงคือพ่อบ้านใหญ่ของตระกูลหลู่ ผู้ที่สามารถทำให้หลู่เม่าจงยอมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ย่อมมีเพียงคนเดียวเท่านั้น

“ท่าน... ท่านคือผู้นำตระกูลหลู่!” จูฉางหลิ่งมองหลู่หยางด้วยความสยดสยอง

“เจ้าใจกล้าไม่เบานะ ที่บังอาจแอบอ้างเป็นขุมกำลังใต้บังคับบัญชาของตระกูลหลู่ข้า?” หลู่หยางมองจูฉางหลิ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เมื่อได้ยินคำพูดของหลู่หยาง จูฉางหลิ่งก็รู้ทันทีว่านี่คือการยอมรับฐานะของตนเองแล้ว

“มะ... ไม่ใช่ขอรับ ข้าไม่ได้แอบอ้าง ข้าคือขุมกำลังใต้บังคับบัญชาของตระกูลหลู่จริงๆ นะขอรับ!” จากนั้นจูฉางหลิ่งก็รีบอธิบายให้หลู่หยางฟังด้วยความร้อนรน

“เหลวไหล! ขุมกำลังใต้บังคับบัญชาของตระกูลหลู่ข้า มีหรือที่ข้าจะไม่รู้? ขุมกำลังใต้บังคับบัญชาของตระกูลหลู่มีทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดสิบสามแห่ง ทุกแห่งข้าล้วนจดจำได้ขึ้นใจ และในบรรดาขุมกำลังเหล่านั้น ไม่มีชื่อหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ของเจ้าอยู่เลย!” หลู่เม่าจงพูดพลางเผยแววตาเย็นชาใส่จูฉางหลิ่ง

“ท่านอาจจะยังไม่ทราบ ข้าเพิ่งจะได้เข้าเป็นขุมกำลังใต้บังคับบัญชาของตระกูลหลู่เมื่อสิบวันก่อนนี้เองขอรับ บางทีข่าวอาจจะยังส่งไปไม่ถึงตระกูลหลู่ก็ได้นะขอรับ” จูฉางหลิ่งรีบอธิบายทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของหลู่เม่าจง

“สิบวันก่อนรึ? เจ้าผ่านมือใครในการเข้าเป็นคนของตระกูลหลู่ล่ะ?” หลู่เม่าจงมองจูฉางหลิ่งถาม

“หลู่ฉางอันขอรับ หลู่ฉางอันแห่งซานตง เมื่อไม่นานมานี้เขาเดินทางผ่านคุนหลุน ข้าจึงได้มอบโสมหิมะพันปีที่ได้มาโดยบังเอิญให้แก่เขา เพื่อขอเข้าเป็นขุมกำลังใต้บังคับบัญชาของตระกูลหลู่ขอรับ” จูฉางหลิ่งมองหลู่เม่าจงพูดเสียงเข้ม

“มีหลักฐานหรือไม่?”

เมื่อได้ยินชื่อหลู่ฉางอัน หลู่เม่าจงจึงเอ่ยถามจูฉางหลิ่งต่อ

“มีขอรับ นี่คือป้ายคำสั่งที่ท่านหลู่ฉางอันมอบให้ข้าไว้ขอรับ” จูฉางหลิ่งรีบหยิบป้ายคำสั่งสีเขียวออกมาจากอกเสื้อทันที

หลู่เม่าจงรับป้ายคำสั่งมาตรวจสอบครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปรายงานหลู่หยางด้วยความนอบน้อมว่า “นี่คือป้ายคำสั่งของตระกูลหลู่เราจริงๆ ขอรับ ดูท่าสิ่งที่เขาพูดน่าจะเป็นความจริง”

เมื่อได้ยินคำรายงานของหลู่เม่าจง หลู่หยางจึงมองจูฉางหลิ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ในเมื่อพวกเจ้าคือคนของตระกูลหลู่ข้า เช่นนั้นเรื่องเมื่อครู่ก็ให้ถือว่าจบสิ้นกันไปเถอะ”

“ขอบพระคุณท่านผู้นำอย่างสูงขอรับ!” เมื่อได้ยินคำพูดของหลู่หยาง จูฉางหลิ่งก็รีบกล่าวด้วยความเคารพทันที

หลังจากพูดจบ จูฉางหลิ่งก็มองหลู่หยางแล้วพูดต่อว่า “ท่านผู้นำเดินทางผ่านคุนหลุน หมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ของข้าย่อมต้องขอรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพต้อนรับท่าน โรงเตี๊ยมพรรค์นี้จะคู่ควรให้ท่านเข้าพักได้อย่างไรกันขอรับ”

“นำทาง” หลู่หยางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง

เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะเข้าสู่หมู่บ้านสกุลคู่จูอู่เพื่อตามหาสถานที่ซ่อนคัมภีร์เก้าเอี้ยงอยู่แล้ว ในเมื่อจูฉางหลิ่งเอ่ยปากชวน ย่อมถือว่าเข้าทางเขาพอดี

“ขอรับ!”

เมื่อเห็นหลู่หยางตกลง จูฉางหลิ่งก็พยักหน้าด้วยความตื่นเต้นทันที

หลู่หยางตรงหน้านี้คือผู้นำตระกูลหลู่เชียวนะ! ฐานะและตำแหน่งย่อมถือว่าสูงส่งที่สุดในใต้หล้า หากสามารถต้อนรับหลู่หยางให้ดีและทำให้เขาพอใจได้ หมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ของเขาย่อมต้องรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลแน่นอน!

ในไม่ช้า จูฉางหลิ่งก็เดินนำทางไปเบื้องหน้า

หลู่หยางกลับขึ้นไปบนรถม้า โดยมีพวกหลู่เม่าจงขับรถตามหลังพวกจูฉางหลิ่งไป

หลังจากพวกหลู่หยางจากไป เสี่ยวเอ้อที่แอบดูอยู่ในโรงเตี๊ยมก็เปิดประตูออกมา เขามองตามหลังขบวนรถที่จากไปพลางเผยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

ถึงกับทำให้จูฉางหลิ่งผู้นำแห่งหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่นอบน้อมได้ถึงเพียงนี้ คนกลุ่มนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่?

บทสนทนาก่อนหน้านี้ของพวกหลู่หยาง เสี่ยวเอ้อได้ยินไม่ชัดนัก หากเขาได้ยินล่ะก็… เขาคงไม่สงสัยขนาดนี้อยู่แล้ว

อย่างไรเสียตระกูลหลู่ก็คือตระกูลขุนนางเก่าแก่พันปี กะอีแค่หมู่บ้านสกุลคู่จูอู่น่ะเหรอจะกล้าไปล่วงเกิน?

ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา พวกหลู่หยางได้มาถึงหมู่บ้านที่ดูหรูหราโอ่อ่าแห่งหนึ่ง

ตัวหมู่บ้านมีพื้นที่กว้างขวางหลายพันเมตร ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

เพราะในระหว่างทาง จูฉางหลิ่งได้ส่งคนมาแจ้งข่าวที่หมู่บ้านไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อพวกหลู่หยางมาถึง จึงมีกลุ่มคนยืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูหมู่บ้าน โดยมีชายวัยกลางคนที่มีอายุไล่เลี่ยกับจูฉางหลิ่งเดินนำหน้า

หลู่หยางไม่จำเป็นต้องใช้สกิลตรวจสอบก็รู้ได้ทันทีว่า ชายผู้นี้คือ อู่เลี่ย ผู้นำหมู่บ้านอีกคนของหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่นั่นเอง

“อู่เลี่ย คารวะท่านผู้นำขอรับ”

ทันทีที่หลู่หยางลงจากรถม้า อู่เลี่ยก็รีบเดินเข้ามาทำความเคารพด้วยความนอบน้อมอย่างที่สุดทันที

“อืม” หลู่หยางพยักหน้าให้อู่เลี่ยเบาๆ

“ภายในหมู่บ้านได้จัดเตรียมอาหารเลิศรสและสุราชั้นดีไว้พร้อมแล้ว เชิญท่านผู้นำและทุกท่านเข้าสู่หมู่บ้านเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยเถิดขอรับ” อู่เลี่ยบอกหลู่หยาง

“ตกลง” หลู่หยางพยักหน้า

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวหลู่หยางก็พักอยู่ที่หมู่บ้านสกุลคู่จูอู่มาได้สามวันแล้ว

ในช่วงสามวันนี้ พวกจูฉางหลิ่งต่างพากันต้อนรับหลู่หยางอย่างกระตือรือร้น ปรนนิบัติราวกับเขาเป็นบิดาบังเกิดเกล้า หากเป็นในโลกปัจจุบัน คนพวกนี้ก็คือพวก 'เลียแข้งเลียขา' นั่นเอง แต่ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ฐานะของหลู่หยางสูงส่งขนาดนี้ล่ะ เหมือนกับคนในโลกปัจจุบันที่ยอมไปเลียแข้งเลียขามหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกนั่นแหละ ใครล่ะจะไม่เต็มใจ ใช่ไหม?

ในช่วงสามวันนี้ หลู่หยางได้ตามหาคัมภีร์เก้าเอี้ยงจนเจอแล้ว

เขาหาเจอในวันที่สองของการพักอยู่ที่นี่ โดยหลู่หยางได้สั่งให้พวกหลู่เม่าจงออกไปตามหาหุบเขาที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่ ด้วยความสามารถของพวกหลู่เม่าจง การจะหาหุบเขานั้นย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่าย

หลังจากหาเจอแล้ว หลู่หยางจึงเดินทางไปที่นั่นด้วยตัวเอง

วิชาควบคุมลมของหลู่หยางเพียงพอที่จะพยุงร่างของเขาให้ลอยขึ้นได้ เปรียบเสมือนการเหินเดินอากาศ ดังนั้นต่อให้หลู่หยางจะไม่มีวิชาตัวเบา เขาก็สามารถลงไปยังก้นหุบเขาที่ลึกสุดหยั่งได้โดยง่าย

หลังจากลงไปถึงก้นหุบเขา หลู่หยางก็พบลิงขาวตัวนั้นทันที หลู่หยางไม่มีเวลามานั่งรักษาแผลให้ลิงขาวอันใดนั่น เขาจึงลงมือฆ่าลิงขาวตัวนั้นโดยตรง แล้วผ่าท้องนำคัมภีร์เก้าเอี้ยงออกมา

ระดับของคัมภีร์เก้าเอี้ยงคือสีทอง ซึ่งไม่ทำให้หลู่หยางผิดหวังจริงๆ

นอกจากคัมภีร์เก้าเอี้ยงแล้ว ลูกท้อจากต้นท้อในหุบเขาก็ล้วนจัดอยู่ในระดับสมุนไพรวิญญาณทั้งสิ้น

ลูกท้อแต่ละลูกสามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ได้ตั้งแต่หนึ่งร้อยถึงสามร้อยแต้ม หลู่หยางย่อมไม่มีทางปล่อยผ่านอยู่แล้ว เขาจึงใช้วิชาควบคุมลมกวาดต้อนลูกท้อทั้งลูกเล็กและลูกใหญ่ในหุบเขานับหมื่นลูกมาจนเกลี้ยง

ในตอนที่หลู่หยางกำลังกวาดลูกท้อ ฝูงลิงที่อาศัยลูกท้อประทังชีวิตต่างก็แสดงความมุ่งร้ายและพุ่งเข้าโจมตีหลู่หยาง

หลู่หยางย่อมไม่ใจอ่อน เขาใช้วิชาควบคุมลมอีกรอบ สังหารฝูงลิงนับร้อยตัวจนสิ้นซาก

ลิงเหล่านี้ทานลูกท้อที่เปรียบเสมือนสมุนไพรวิญญาณมานานปี เลเวลของพวกมันจึงไม่ต่ำเลย พื้นฐานล้วนเริ่มที่เลเวลสิบทั้งสิ้น หลู่หยางจึงได้รับค่าประสบการณ์มาไม่น้อย

แม้จะไม่ได้ยาเพิ่มค่าสถานะหรืออุปกรณ์ แต่เขากลับได้รับไอเทมพิเศษที่ชื่อว่า “สุราวานร” มาแทน

คุณสมบัติของสุราวานรคือ หลังจากดื่มแล้ว ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในเวลาสามนาที โดยมีขีดจำกัดเลเวลอยู่ที่เลเวลสามสิบ

สิ่งนี้ถือเป็นของระดับสุดยอด เมื่อใช้ร่วมกับพลังพยัคฆ์คำราม หลู่หยางย่อมสามารถต่อกรกับระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดได้โดยไม่ยากเย็นแล้ว

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์