ตอนที่ 924
บทที่ 924 อันธพาลล้นร้านกาแฟ เปลี่ยนเป็นฐานบัญชาการแก๊งมาเฟียในพริบตา!
อันธพาลสองคนนั่งแยกกันคนละมุม บนตัวเต็มไปด้วยรอยสักและท่าทางดูไม่น่าตอแยด้วยสุดๆ เมื่อมีคนแถวนั้นมองไป พวกเขาก็จะถลึงตากลับทันที
ทั้งสองคนสั่งกาแฟมาคนละแก้ว จิบกาแฟไปพลางอ่านหนังสือไปพลาง
เถ้าแก่ร้านและลูกค้าคนอื่นๆ ต่างทำหน้าประหลาดใจ ลูกค้าคนอื่นๆ หลายคนก็นั่งดื่มกาแฟไปทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ไป หรือไม่ก็นั่งอ่านหนังสืออย่างสบายใจ แต่พออันธพาลสองคนนี้ทำแบบเดียวกัน มันกลับทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า หนังสือที่พวกเขาอ่านอยู่นั้นเป็นพวก "กรรมวิธีฆ่าคน" หรือ "การบริหารจัดการแก๊ง" อะไรเทือกนั้นหรือเปล่า
"วันนี้ดวงไม่ดีเลยแฮะ" ลูกค้าคนหนึ่งพูดประโยคนี้ขึ้นมาก่อนจะค่อยๆ ขยับหนีไปเงียบๆ
โส่วเหิง หลินเสวียนเอ๋อร์ และคนอื่นๆ ก็มองอันธพาลที่จู่ๆ ก็โผล่มาด้วยสีหน้าแปลกๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะมัวแต่คิดหาวิธีเปลี่ยนเส้นเรื่องอยู่
ส่วนไป๋หว่านกลับรู้สึกพอใจมากที่เห็นอันธพาลพวกนี้เดินเข้ามา
บั๊ก "คอเดียวกัน" นี่น่าสนใจจริงๆ สามารถดึงดูดคนประเภทเดียวกันให้มารวมตัวกันได้
ไป๋หว่านเปิดดูรายการ "รวมมิตรบั๊กน้อย" ของเขาอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีอะไรที่พอจะเอามาคอมโบกันได้บ้าง หรือจะลองสมัครสมาชิกรายปี NetEase Cloud (เพลงเศร้า) ให้อันธพาลพวกนี้ดีนะ แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไรก็เถอะ
ถ้าเปลี่ยนสภาพอากาศเป็นฝนตก หนิงหรงจะยังมาดื่มกาแฟไหมนะ? แต่คงไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ ถ้าคนชอบดื่มกาแฟ ต่อให้ฝนตกก็คงกางร่มมาอยู่ดี ยังมีบั๊ก "เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ" ที่ไป๋หว่านยังไม่เคยลองใช้ และในรายการแถวหลังๆ ก็มีบั๊กใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก
ยิ่งเวลาผ่านไปนานขึ้น บั๊กของเขาก็ดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องยอมรับเลยว่าสกิล "รวมมิตรบั๊กน้อย" นี่ใช้งานได้ดีสุดๆ มิน่าล่ะถึงเป็นสกิลระดับโคตรหายาก
ในแถวหลังมีบั๊กเพิ่มมาอีก อย่างเช่น "จิตริษยา", "ความกระตือรือร้น" และบั๊กหมวดอารมณ์อื่นๆ
ดูเหมือนมันจะแตกแขนงออกมาจากบั๊กเจ้าอารมณ์ของเขา
ไป๋หว่านยังนึกไม่ออกว่าจะใช้บั๊กอะไรเพิ่ม เพราะแค่ "คอเดียวกัน" ก็ใช้งานได้ดีเกินคาดแล้ว เพราะในขณะนี้เอง อันธพาลอีกสามคนก็เดินเข้ามาในร้านกาแฟรวดเดียว
ด้วยจำนวนขนาดนี้ ตั้งวงไพ่นกกระจอกยังเหลือคนเลย ทั้ง 5 คนแยกย้ายกันนั่ง แต่ละคนมีรอยสักและกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ดื่มเหล้า (หรือกาแฟในมาดเหล้า) พลางหัวเราะเสียงดัง และเมื่อปริมาณคนถึงจุดหนึ่ง คุณภาพของบรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป พวกเขาเริ่มตะโกนคุยข้ามโต๊ะกันว่า "วันนี้ไอ้เฒ่าหวังต้องคืนเงินหนึ่งแสนได้แล้ว ไม่งั้นจะไปสับมือมัน"
หรือเรื่องที่ว่า "คนของแก๊งหมาป่าเหล็กช่วงนี้ซ่าเหลือเกิน ต้องพาคนไปสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้าง"
ลูกค้าคนอื่นๆ เห็นชายฉกรรจ์ 5 คนคุยเสียงดังโวยวายก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ต่างพากันขยับหนีห่างจากโซนที่พวกเขานั่ง เถ้าแก่ร้านเองก็ดูจนปัญญา
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
อันธพาลพวกนี้มาดื่มกาแฟอะไรกัน แถมมาทีเดียวห้าคน มองดูพวกเขาจิบกาแฟอย่างผู้ดีแต่ปากพูดเรื่องจะถล่มแก๊งโน้นแก๊งนี้ เถ้าแก่รู้สึกเหมือนกำลังดูละครฉากพิลึกๆ
มันดูไม่ถูกต้องเลยสักนิด?
โส่วเหิง หลินเสวียนเอ๋อร์ และคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าพิลึกพิลั่น พวกเขาเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าร้านกาแฟแห่งนี้เริ่มดูไม่ปกติ สมาชิกแก๊งมาเฟียพวกนี้โผล่มาจากไหนกัน?
เถ้าแก่ร้านมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก แม้จะรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังยิ้มแย้มและเสิร์ฟกาแฟรสเลิศให้กับสมาชิกแก๊งที่มาใหม่
พ่อของเขาเคยสอนไว้ว่า ใครก็ตามที่เดินเข้าร้านมาล้วนคือลูกค้า... ดังนั้นต่อให้เป็นสมาชิกแก๊งมาเฟีย แต่ตอนนี้พวกเขาก็เป็นแค่ลูกค้าธรรมดาของร้านกาแฟ เขาต้องต้อนรับอย่างสุดความสามารถ
ด้วยความรู้สึกเช่นนี้ เถ้าแก่เพิ่งจะชงกาแฟให้พวกเขาเสร็จ ก็ได้ยินเสียงที่ประตูอีกครั้ง และพบว่าคราวนี้มีสมาชิกแก๊งเดินเข้ามาทีเดียวถึง 6 คน
เถ้าแก่อึ้งไปเลย เขาสงสัยว่าเมื่อรวม 6 คนนี้กับ 5 คนก่อนหน้า จำนวนคนนี่ตั้งทีมฟุตบอลได้เลยนะ
แม้ร้านกาแฟจะกว้างขวาง แต่สมาชิกแก๊งทั้ง 11 คนนี้ก็ยึดพื้นที่ไปส่วนใหญ่ พวกเขานั่งไขว่ห้างคุยโวโอ้อวดกันอย่างสนุกสนานเฮฮา
"เล่าลี่ ไม่เจอกันนาน เก็บค่าคุ้มครองช่วงนี้เป็นไงบ้าง?"
"โอย เศรษฐกิจช่วงนี้ตกต่ำ สถานการณ์ไม่ค่อยดีเลย"
"แล้วธุรกิจ 'ฆ่ารึยัง' (ล้อเลียนแอปสั่งอาหาร) ของนายเป็นไงบ้างล่ะ?"
"เฮ้อ จะพูดยังไงดี ก็ถูๆ ไถๆ พอมีข้าวกิน แต่สู้ของนายไม่ได้หรอก"
เดิมทีลูกค้าในร้านยังคุยกันเสียงเบาๆ แต่ตอนนี้เงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงชายฉกรรจ์ 11 คนคุยกันเรื่องธุรกิจรับจ้างฆ่า
เถ้าแก่อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างอยู่หลายครั้งแต่ก็พูดไม่ออก
"นี่พวกคุณ..."
และยังไม่ทันที่เถ้าแก่จะพูดจบ เขาก็ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อพบว่าครั้งนี้มีชายฉกรรจ์เดินเข้ามาอีก 7 คน
"????"
สถานการณ์ตอนนี้คึกคักสุดขีด เถ้าแก่รู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม เมื่อพบว่าลูกค้าบางส่วนเริ่มวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวแล้ว
พื้นที่เกินครึ่งของร้านกาแฟถูกยึดครองโดยสมาชิกแก๊งมาเฟีย อันธพาลทุกคนนั่งจิบกาแฟด้วยท่าทีเรียบเฉย จนเถ้าแก่เริ่มสงสัยจริงๆ แล้วว่า คนของแก๊งหมาป่าโลหิตพวกนี้ยึดร้านกาแฟของเขาเป็นฐานบัญชาการชั่วคราวไปแล้วหรือเปล่า?
ไม่ใช่สิ สถานที่รวมตัวแบบนี้ พวกแกไม่ควรไปบาร์เหล้าหรือไง จะมาทำซากอะไรที่ร้านกาแฟ?
ในขณะนั้น ลูกค้าคนแล้วคนเล่าวิ่งหนีออกไปอย่างแตกตื่น เหลือทิ้งไว้เพียงกลุ่มแก๊งมาเฟีย ทำให้เถ้าแก่เริ่มระแวงว่าที่ของเขาโดนแก๊งหมาป่าโลหิตยึดไปแล้วจริงๆ
พนักงานเสิร์ฟต่างก็กลัวจนตัวสั่น ได้ยินแต่เสียงชายฉกรรจ์ตะโกนว่า: "เฮ้ยๆ เถ้าแก่ ส่งเด็กมาหน่อยซิ ขอ 'น้องสาวตัวจี๊ด' (สาวสก๊อย/สาวซิ่ง) สักคน!"
"ล... ลูกค้าครับ ร้านเราไม่มีน้องสาวตัวจี๊ดแบบนั้นหรอกครับ" เถ้าแก่ปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก
"อะไรวะ? ร้านกาแฟของพวกแกกระทั่งน้องสาวตัวจี๊ดก็ไม่มี"
"...ไม่ใช่สิครับ ร้านกาแฟที่ไหนมันจะมีของแบบนั้นกันเล่า" เถ้าแก่อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ
หนึ่งในอันธพาลที่ดื่มกาแฟอยู่ตะโกนเสียงดังลั่น: "เถ้าแก่! วันนี้ฉันไม่ได้พกตังค์มา ฉันขอใช้ 'ชีวิตคน' จ่ายแทนแล้วกัน ว่ามา แกอยากให้ไปฆ่าใคร?"
"ฉันด้วยๆ ฉันก็จะจ่ายด้วยวิธีนี้!"
"ใช่ๆ แกอยากให้ฆ่าใคร?"
เถ้าแก่ปาดเหงื่อที่ไหลพราก พูดเสียงอ่อยๆ ว่า: "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับไม่ถึงขนาดนั้น... กาแฟแก้วละ 10 เหรียญเองครับ..."
ในตอนนี้พนักงานเสิร์ฟวิ่งหนีหายไปหมดแล้ว
โส่วเหิงและคนอื่นๆ มองดูฉากนี้ด้วยความตื่นตะลึงจนตาค้าง
ให้ตายสิ นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?
สีหน้าของเถ้าแก่ดูย่ำแย่ถึงขีดสุด เขาได้ยินเสียงคนข้างนอกร้านซุบซิบกัน
"ได้ยินไหม แก๊งหมาป่าโลหิตย้ายฐานบัญชาการมาที่ร้านกาแฟนี้แล้วนะ"
"พระเจ้า น่ากลัวชะมัด งั้นพวกเราคงมาร้านนี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ"
เถ้าแก่: "..."
เถ้าแก่ได้ยินดังนั้นก็น้ำตาตกใน
เขายังคิดไม่ออกเลยว่าร้านกาแฟดีๆ ของเขา กลายเป็นแหล่งซ่องสุมของแก๊งหมาป่าโลหิตไปได้ยังไง ถึงแม้คนพวกนี้จะดูใจดี(?) ถึงขั้นเสนอตัวจะช่วยฆ่าคนล้างหนี้ให้ทุกคนเลยก็ตาม
แต่เขาก็เห็นหลายคนกำลังคุยโทรศัพท์ต่อหน้าต่อตา พูดประโยคทำนองว่า "ร้านกาแฟนี้พวกข้าคุมอยู่ ไอ้พวกแก๊งหมาป่าเหล็ก ถ้าแน่จริงก็เปิดศึกเลย ไม่งั้นก็ไสหัวไปให้ไกลจากร้านกาแฟของพวกข้า"
เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำเอาเถ้าแก่มีสายตาที่ซับซ้อนยากจะบรรยาย
เถ้าแก่มองร้านกาแฟที่เขาบริหารมาหลายปี ร่างกายเหมือนแก่ลงไปถนัดตา เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า จบกัน คราวนี้เจ๊งแน่นอน
"น... นี่ก็เป็นฝีมือความสามารถของนายด้วยเหรอ?" หลิงอินหันไปมองไป๋หว่านด้วยความเหลือเชื่อ หลังจากที่เขาบอกว่ามีวิธี ฉากประหลาดนี้ก็เกิดขึ้น ถึงขั้นรวมตัวมาเฟียมาไว้ที่นี่ได้ นี่มันความสามารถที่ไม่เห็นหัวมนุษย์เลยหรือไง?
เธอมองดูเหล่ามาเฟียชนแก้วกาแฟกัน วินาทีนั้นเธอก็แทบจะกลั้นขำไม่อยู่ แต่พอเห็นเถ้าแก่ที่นั่งสั่นเทาก็อดถอนหายใจไม่ได้ รู้สึกสงสารเถ้าแก่ขึ้นมาจับใจ
"เถ้าแก่ ขอเติมกาแฟอีกแก้ว" หลิงอินเดินไปหาเถ้าแก่ที่กำลังตัวสั่นงันงก แต่เถ้าแก่กลับมองเธอด้วยความสงสัยแล้วถามว่า: "แปลกจัง ทำไมฉันไม่เห็นรอยสักของเธอเลยล่ะ?"
"เธอไม่ใช่คนของแก๊งหมาป่าโลหิต แต่เป็นคนของแก๊งอื่นเหรอ?"
(จบบท)