ตอนที่ 1 40
พบสมบัติล้ำค่า
หลัวเฉี่ยวเห็นว่ายังมีเวลายังพอเหลือจึงแวะไปที่จุดรับซื้อของเก่า เผื่อว่าจะโชคดีหาหนังสือเรียนมัธยมปลายที่ขาดอยู่ได้ แต่ไม่นึกเลยว่าคุณตาผู้ดูแลจะยังจำเธอได้
หลังจากที่หลัวเฉี่ยวเข้าไปหาของอยู่นานก็เจอเพียงตำราแพทย์เย็บเล่มแบบโบราณเล่มเดียวเท่านั้น ยังคงหาหนังสือมัธยมปลายที่ขาดอยู่ไม่เจอ แต่ตอนที่กำลังจะเดินกลับออกมาก็ดันสะดุดเข้ากับก้อนหินก้อนหนึ่งจนเกือบหงายหลัง
พอยืนทรงตัวได้เตรียมจะเดินต่อ เธอก็เหลือบไปเห็นว่าก้อนหินก้อนนั้นมีรอยสีเขียวโผล่ออกมาเล็กน้อย จึงก้มลงหยิบขึ้นมาดู พอพิจารณาดูให้ดีหัวใจของเธอก็เต้นรัวขึ้นมาทันที
นี่คงไม่ใช่หินดิบในตำนานหรอกนะ แต่ทำไมถึงถูกโยนทิ้งไว้ที่นี่ได้ ในจังหวะนั้นคุณตาผู้ดูแลก็เดินเข้ามาหาของพอดี จึงเอ่ยถามว่า “หาของที่ต้องการเจอไหมล่ะ”
เมื่อเห็นหลัวเฉี่ยวถือก้อนหินที่ใช้ยันประตูไว้ คุณตาก็ถามว่า “แม่หนู เธอถือมันทำไมกัน นั่นมันหินที่ตาเอาไว้ใช้ยันประตูนะ”
หลัวเฉี่ยวตอบว่า “เมื่อกี้ก้อนหินนี้เกือบทำให้หนูสะดุดล้มเลยค่ะ แต่ว่าก้อนหินนี้ดูสวยดีนะคะ”
คุณตาผู้ดูแลกล่าวว่า “ถ้าหนูชอบ ข้างนอกตรงมุมกำแพงดินยังมีอีกหลายก้อน นอกจากสวยแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”
หลัวเฉี่ยวหัวเราะแล้วกล่าวว่า “งั้นต้องขอบคุณคุณตามากนะคะ หนูจะได้เอาไปล้อมกระถางดอกไม้ที่บ้านพอดีค่ะ”
ดังนั้นหลัวเฉี่ยวจึงถือโอกาสนำก้อนนี้ติดมือออกไปด้วย พอไปดูที่ใต้กำแพงดินด้านนอก ก็เห็นว่ามีก้อนหินที่ดูไม่สะดุดตาถูกโยนทิ้งไว้จริง เพียงแต่ก้อนที่อยู่ในมือเธอสวยที่สุด
พูดตามตรงหลัวเฉี่ยวก็ไม่แน่ใจว่าพวกนี้จะเป็นหินดิบจริงหรือไม่ แต่ก้อนที่อยู่ในมือเธออาจเป็นเพราะถูกับพื้นมานาน ทำให้มีส่วนที่เป็นสีเขียวโผล่ออกมาขนาดเท่าเล็บมือ
อาจเป็นของที่ถูกยึดมาจากการตรวจค้นบ้านในสมัยก่อน แล้วไม่มีใครดูออกเลยถูกโยนทิ้งไว้ที่มุมห้อง เมื่อรวมกับก้อนในมือแล้วมีทั้งหมดหกชิ้น หลัวเฉี่ยวจึงเก็บใส่ตะกร้าสะพายหลังจนหมดแล้วนำไปที่ประตูหน้า
คุณตาเห็นหลัวเฉี่ยวหาหนังสือได้แค่เล่มเดียวจึงโบกมือให้เธอไปได้ แต่หลัวเฉี่ยวกลับพูดว่า “ยังมีหินพวกนี้อีกค่ะ”
คุณตาผู้ดูแลหัวเราะออกมาทันทีพลางกล่าวว่า “ก็แค่ก้อนหินไม่กี่ก้อน วางกองไว้ก็เกะกะเปล่าๆ หนูเนี่ยนะ จะเอาไปทำอะไรกัน?”
หลัวเฉี่ยวเห็นคุณตาจะให้เธอเอาไปฟรีๆ ในใจก็รู้สึกเกรงใจ จึงกล่าวว่า “คุณตาคะ ของพวกนี้หนูจะเอาไปฟรีๆ ก็รู้สึกไม่ดีค่ะ เอาแบบนี้แล้วกันคุณตาคิดเงินหนูมาบ้างเถอะค่ะ หนูจะได้สบายใจ”
คุณตาผู้ดูแลกลับหัวเราะหนักกว่าเดิมแล้วกล่าวว่า “แม่หนูคนนี้นี่แปลกจริงๆ ไม่เก็บเงินก็ไม่ยอมงั้นรึ เอาเถอะ งั้นให้หนูจ่ายมาสามเหมาก็พอ”
หลัวเฉี่ยวไม่มีเงินย่อย จึงหยิบธนบัตรห้าเหมาออกมาแล้วพูดว่า “นี่ค่ะห้าเหมา คุณตาคอยดูแลหนูมาตลอด ไม่ต้องทอนหรอกนะคะ ส่วนที่เหลือถือว่าให้คุณตาเอาไปซื้อบุหรี่สูบค่ะ”
พูดจบเธอก็วิ่งห่างออกไป วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาโบกมือให้คุณตาอย่างซุกซน “คุณตาคะ ลาก่อนค่ะ”
เมื่อเดินมาถึงมุมที่ไม่มีคน เธอจึงเก็บก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ทั้งหกชิ้นจากตะกร้าสะพายหลังเข้าไปในมิติ เมื่อเห็นว่าเวลาเริ่มสายแล้วจึงรีบเดินกลับ เพราะช่วงบ่ายยังต้องออกไปทำงานอีก
ทว่าเดินออกจากคอมมูนไปได้ไม่ไกลนัก ก็เห็นคนสองคนล้มกองอยู่บนหาดทรายใต้สะพานใหญ่ ข้างๆ มีรถจักรยานล้มคว่ำอยู่ เวลานี้ใกล้เที่ยงแล้ว บนถนนจึงแทบไม่มีคนสัญจรไปมา
ดูท่าทางเหมือนเพิ่งจะล้มลงไป เพราะล้อรถจักรยานยังคงหมุนอยู่ หลัวเฉี่ยวจึงรีบวิ่งเข้าไปแล้วยืนอยู่ด้านบนก่อนจะถามด้วยความร้อนใจว่า “พวกคุณเป็นอะไรไหมคะ?”
หญิงสาวคนหนึ่งในนั้นเมื่อได้ยินคนถามว่าพวกเธอเป็นอะไรไหม ก็ร้องไห้ออกมาทันที พร้อมกับร้องเรียกหญิงวัยกลางคนที่นอนอยู่บนพื้นว่า “แม่ แม่คะ เป็นอะไรไปคะ อย่าทำให้หนูตกใจนะ”
หลัวเฉี่ยวเห็นหญิงสาวพยายามเขย่าตัวหญิงวัยกลางคนที่หมดสติไปอย่างแรง จึงรีบห้ามไว้ว่า “อย่าเขย่าตัวคุณป้าค่ะ ลองเช็กดูสิคะว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง”
หวังว่าผู้อ่านที่น่ารักทุกคนจะชอบนะคะ ขอบคุณทุกการสนับสนุนค่ะ!
สำหรับเงินที่ได้จากการขายโสมในบทที่ 19 นั้น หยวนจื่อได้ทำการปรับแก้เป็น 500 หยวนแล้วค่ะ นอกเหนือจากคูปองแล้ว อยากให้ทุกคนรับทราบจำนวนเงินที่ได้รับจริงนะคะ แหะๆ ดูเหมือนว่าตอนแรกจะตั้งราคาสูงไปหน่อย ฮ่าๆ!