ตอนที่ 1 60
ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมในหนังสือ
ในหนังสือ หลัวเฉี่ยวได้รับการยอมรับจากตระกูลจ้าวภายใต้การกดดันของเจ้าหน้าที่ทีมผลิต แต่ชีวิตของเธอกลับยากลำบากยิ่งกว่าเดิม เกาซู่ฮวาคอยดุด่าทุบตีเจ้าของร่างเดิมอยู่บ่อยครั้ง ตื่นเช้ามาแม้แต่ข้าวอิ่มท้องสักมื้อยังไม่มีกิน
บรรดาลูกสาวของตระกูลจ้าวนอกจากจ้าวเสี่ยวฮวาลูกสาวคนที่สี่ที่ปฏิบัติต่อเธอพอใช้ได้แล้ว คนอื่นไม่มีใครดีกับเธอเลย เธอรับหน้าที่เป็นคนที่กินน้อยที่สุด ตื่นเช้าที่สุด และทำงานหนักที่สุดในบ้าน
งานในบ้านนอกจากทำอาหารแล้ว งานที่เหลือล้วนเป็นเธอที่ทำทั้งสิ้น แถมยังต้องไม่ให้เสียงานในไร่นาเพื่อหาแต้มงาน แม้ว่าจ้าวผู่หลินจะปฏิบัติต่อเธอไม่เลว ไม่เคยดุด่าทุบตี และบางครั้งที่ภรรยากับลูกสาวทำเกินไป เขายังออกมาปกป้องเธออยู่บ้าง
ทว่าสุดท้ายเขาก็ยอมทิ้งเธอเพื่อผลประโยชน์ โดยรับสินสอดแปดร้อยหยวนแล้วยกเธอให้แต่งงานกับไอ้ทึ่มคนหนึ่ง เธอมีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ สองชุดติดตัวไปบ้านสามี ซ้ำร้ายพี่น้องตระกูลจ้าวยังแวะเวียนมาขูดรีดอยู่บ่อยครั้ง ทำให้บ้านสามียิ่งไม่ชอบหน้าเธอเข้าไปใหญ่
ครึ่งปีหลังจากแต่งเข้ามา ไอ้ทึ่มคนนั้นก็ทุบตีเจ้าของร่างเดิมด้วยการส่งเสริมของแม่เขา การลงไม้ลงมือมักจะมีครั้งที่สองตามมาเสมอ ในหนึ่งเดือนต้องมีสักวันที่เธอต้องมีบาดแผลติดตัว แม้เจ้าของร่างเดิมจะเคยเรียนวิชาป้องกันตัวมาบ้างตอนอยู่ที่ฟาร์ม แต่ทว่านิสัยเธอกลับขี้ขลาดเกินไป
เมื่ออายุล่วงเลยไปจนเกือบจะวัยกลางคน ไอ้ทึ่มคนนั้นก็พลาดพลั้งตกน้ำเสียชีวิต ทั้งบ้านสามีและบ้านเดิมต่างคิดวางแผนจะจับเธอแต่งงานใหม่ นั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจขโมยสมุดทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนออกมาเพื่อกล้าที่จะทำอะไรสักครั้ง แล้วหนีไป
เงินติดตัวมีไม่มาก ไม่รู้ว่าเปลี่ยนงานมาแล้วกี่ครั้ง แต่หลังจากร่อนเร่อยู่ข้างนอกนานกว่าสิบปี เธอก็ได้พบกับญาติทางฝั่งแม่แท้ๆ โดยบังเอิญ ต่อมาคนผู้นั้นแอบไปทำการตรวจดีเอ็นเอแล้วมาหาเธอที่บ้าน เธอถึงได้รู้สถานะที่แท้จริงของตัวเอง
ทว่าในเมื่ออายุเข้าสู่บั้นปลายชีวิตแล้ว จะรู้เรื่องเหล่านี้ไปทำไม ภายหลังในโอกาสหนึ่งโดยบังเอิญ เธอได้ยินลูกสาวตระกูลจ้าวที่สวมรอยชีวิตของเธอโทรศัพท์คุยกัน จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลหลัว
และต่อมายังไปมาหาสู่กับตระกูลจ้าวในฐานะญาติ เพียงแต่ไม่ได้ให้คนนอกรู้ แม้แต่พ่อแม่แท้ๆ ของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่รู้ คิดเพียงว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่ได้มีญาติคนนี้ขึ้นมา
ครอบครัวของเจ้าของร่างเดิมเองก็ไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งลูกพี่ลูกน้องชายเข้าพักที่โรงแรมที่เธอทำงานอยู่และได้พบเธอ เขาบอกว่าเธอหน้าตาเหมือนคุณย่าที่เสียชีวิตไปแล้วมาก หลังจากนั้นก็บังเอิญเจอกันอีกสองสามครั้ง
ผลปรากฏว่าลูกพี่ลูกน้องคนนั้นนึกสนุกจึงส่งคนไปเก็บเส้นผมของเธอมา แล้วทำการตรวจดีเอ็นเอเป็นการส่วนตัวจนยืนยันได้ว่าพวกเขามีสายเลือดเดียวกัน จากนั้นจึงเริ่มจ้างนักสืบเอกชนมาสืบเรื่องราวในอดีต
เฮ้อ เอาเถอะ ในหนังสือนั่น ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมถือเป็นโศกนาฏกรรม คนเดียวที่เคยดีกับเธอจากใจจริงก็คือคุณย่าหลัวที่เลี้ยงดูเธอมาจนเติบใหญ่
ดังนั้นหลัวเฉี่ยวจึงตัดสินใจว่าเมื่อถึงเวลาจะกลับไปที่ฟาร์มสักครั้ง เพื่อไปเคารพหลุมศพของคุณย่าหลัวและเผากระดาษเงินกระดาษทองให้ท่าน เพื่อให้ท่านไปสู่สุคติ
ตลอดทางที่ผ่านมา ในเมืองแห่งนี้มีความเจริญรุ่งเรืองกว่าคอมมูนมากนัก เธอหาที่ลับตาคนแล้วเข้าไปในมิติเพื่อเปลี่ยนชุดที่เตรียมไว้เมื่อวันก่อน ซึ่งผ้าที่นำมาตัดนั้นหยิบมาจากคลังเก็บของในมิติ
ไม่ได้ตัดเย็บอะไรให้ดูแปลกตาเกินไป เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา ตอนทำกางเกง ส่วนของเอวและจุดที่เสื้อปิดมิดชิดก็ตัดเย็บให้พอดีตัว ส่วนขาทำเป็นทรงกระบอก ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็ดูเหมือนกับรูปแบบที่คนส่วนใหญ่สวมใส่กันในปัจจุบัน
เสื้อตัวบนเป็นเสื้อเชิ้ตเล็กๆ เข้ารูปช่วงเอวนิดหน่อย ใส่แล้วดูสดใสกระฉับกระเฉง ถ้าเธอไม่แต่งตัวให้ดูดีตอนไปห้างสรรพสินค้าของรัฐเพื่อซื้อจักรเย็บผ้า เกรงว่าจะไม่มีใครอยากสนใจเธอ แถมอาจโดนคนพูดจาถากถางเอาได้ จะไปหาเรื่องใส่ตัวทำไมกัน
หลังจากออกจากมิติ เธอก็ไปที่ห้างสรรพสินค้าของรัฐในเมืองก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนไปเธอก็หาที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว ในตรอกหลังห้างสรรพสินค้ามีมุมอับสายตาอยู่ ถึงเวลาก็แค่ให้คนช่วยขนของไปไว้ตรงนั้นแล้วค่อยเก็บเข้ามิติก็พอ
ของอย่างอื่นตอนนี้เธอก็ไม่ได้ขาดแคลนอะไร อีกทั้งตอนนี้ยังเป็นยุคคูปอง ถึงมีเงินแต่ไม่มีคูปองก็ซื้อไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงทำเพียงเดินดูผ่านๆ ตาไปรอบหนึ่งเท่านั้น
อัปเดตวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของทุกคนค่ะ!