ทะลุมิติไปเป็นสาวมีพลังวิเศษยุค 80

ตอนที่ 1 55

ถูกจับตามอง

เกาซุ่นอี้เหลือบมองภรรยา คำพูดพวกนี้ฟังดูไม่มีต้นสายปลายเหตุอะไรเลย เขาไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืด จึงเอื้อมมือไปหยิบกล้องยาสูบขึ้นมาเตรียมจะสูบสักหน่อย หลังอาหารได้สูบสักคำ พ่นควันโขมงคงจะมีความสุขเหมือนเซียน

หลี่ซิ่วหลานตบแขนเกาซุ่นอี้ฉาดหนึ่งด้วยความไม่พอใจ “ฉันกำลังพูดเรื่องสำคัญอยู่นะ คุณจะมานั่งสูบไอ้ของที่เหมือนยาพิษนั่นทำไมอีก”

ยาเส้นในมือเกาซุ่นอี้ร่วงกราวเต็มที่นอน เขาพูดอย่างโมโหว่า “จะคุยก็คุยสิ จะมาตีฉันทำไม ดูสิเนี่ย ยาเส้นหกเต็มพื้นไปหมดแล้ว”

หลี่ซิ่วหลานกล่าวว่า “วันๆ เอาแต่ตื่นมาไม่ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน รู้จักแต่สูบไอ้ยาเส้นเหม็นๆ ที่ทำเอาคนสำลักนั่นแหละ”

เกาซุ่นอี้พูดไปพลางเก็บกวาดไป “ฉันก็อยากสูบบุหรี่ยี่ห้อต้าเฉียนเหมิน หรือยี่ห้อหวงจินเย่เหมือนกัน ถ้าเธอหามาให้ฉันได้สิ”

รอจนเกาซุ่นอี้เก็บกวาดเสร็จ หลี่ซิ่วหลานก็พูดต่อว่า “คุณว่าถ้าเราหมั้นหมายแม่หนูหลัวเฉี่ยวคนนั้นไว้ให้ลูกชายคนเล็กของเราจะเป็นยังไง?”

มือของเกาซุ่นอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง “เด็กสาวคนนั้นจะยอมเหรอ กลัวว่าจะไม่ยอมน่ะสิ อย่าไปฝันหวานเรื่องนั้นเลย”

พูดก็พูดเถอะ แต่ความจริงเกาซุ่นอี้ก็สูบยาเส้นไปพลางครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้ไปพลาง

หลัวเฉี่ยวเป็นคนนอก ถ้าพยายามลงแรงสักหน่อยเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้ หญิงสาวกำพร้าจริงๆ แล้วควบคุมได้ง่ายกว่า ไม่เหมือนลูกสะใภ้คนโตที่วันๆ เอาแต่ร้องไห้กลับบ้านเดิมไปขนคนมาช่วย น่ารำคาญเหลือเกิน

หลี่ซิ่วหลานแค่นเสียงอย่างเย็นชา “เด็กกำพร้าอย่างนางจะไปหาบ้านที่ดีกว่านี้ได้ที่ไหน ถ้าหมั้นหมายกับลูกชายคนเล็กของเราแล้ว ต่อไปมีเรื่องอะไรเราก็ยังช่วยนางได้”

ถ้าไม่เห็นว่านางหาแต้มงานได้วันละเจ็ดแต้ม คุณคิดว่าฉันจะถูกใจนางเหรอ อีกอย่างลูกชายคนเล็กของเราหน้าตาไม่ค่อยดีนัก แม้หลัวเฉี่ยวจะผอมแต่ก็ตัวสูง วันหน้าลูกหลานที่เกิดมาจะได้หน้าตาดีขึ้นหน่อย

เกาซุ่นอี้มองภรรยาด้วยสายตาเย็นชา “พูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ ลูกชายคนเล็กเพิ่งจะสิบหกปี ความสูงยังเพิ่มได้อีก คนอื่นจะพูดก็ช่างเถอะ แต่คนเป็นแม่แบบเธอจะมาพูดตามกระแสด้วย ถ้าลูกชายคนเล็กมาได้ยินเข้าจะเสียใจแค่ไหน”

หลี่ซิ่วหลานกล่าวว่า “นี่ฉันก็พูดกับคุณอยู่ในห้องของเราเองนะ ฉันก็ทำเพื่อลูกชายคนเล็กไม่ใช่เหรอ?”

คราวนี้เกาซุ่นอี้ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก อย่างไรเสียถ้าสำเร็จก็เป็นเรื่องดี ถ้าล้มเหลวก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บางทีอาจประหยัดค่าสินสอดได้ด้วย ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนหยุดตกแล้วแต่งานในไร่ก็ยังทำไม่ได้ หลัวเฉี่ยวจึงตัดสินใจว่าจะเข้าเมืองไปในวันนี้ เพื่อใช้คูปองจักรเย็บผ้าใบนั้น เพื่อความสะดวกในอนาคต เธอจึงตัดสินใจซื้อจักรมาเก็บไว้ในมิติ

อย่างไรเสียในมือก็มีเงินจากการขายโสม เดิมทีเธอตั้งใจจะซื้อบ้านหลังนี้ไว้ก่อน แต่พอนึกดูแล้วว่าตอนนี้ซื้อไปก็คงดูสะดุดตาเกินไป อาจนำปัญหาไม่จำเป็นมาให้ตัวเองได้

ตอนนี้เงียบไว้แล้วหาเงินไปก่อนดีกว่า อีกอย่างสามปีให้หลังถ้าเธอได้ไปเรียนมหาวิทยาลัย ก็คงไม่กลับมาที่นี่อีก ถ้ากลับมาก็คงไม่อยู่ยาวนานนัก

หลังทานอาหารเช้าเสร็จ เธอก็หยิบของว่างสองห่อที่จัดเตรียมไว้เมื่อวาน ล็อกประตูบ้านให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไป พอถึงหน้าประตูบ้านของลู่ยี่เฉิน ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในลานบ้าน จึงค่อยเคาะประตู

ลู่ยี่เฉินเปิดประตูออกมาเห็นว่าเป็นหลัวเฉี่ยว “เช้าป่านนี้ มีอะไรหรือเปล่า?”

หลัวเฉี่ยวยื่นของในมือไปให้ “นี่เป็นของว่างที่หนูเตรียมไว้เมื่อวานค่ะ ปริมาณไม่มาก แต่นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากหนู ไว้เมื่อไหร่ที่พี่ว่าง ช่วยนำไปให้เพื่อนทหารของพี่แทนหนูทีนะคะ ฝากขอบคุณพวกเขาให้หนูด้วย”

อีกส่วนหนึ่งหนูเตรียมไว้ให้พี่ค่ะ พี่ลองชิมฝีมือหนูดูนะคะ อ้อ จริงด้วย ของพวกนี้เก็บได้สองสามวัน ดังนั้นไม่ต้องรีบนำไปส่งก็ได้ค่ะ แค่ผ่านทางไปก็ค่อยฝากไปให้ก็พอ

ลู่ยี่เฉินมองของที่ยื่นมาให้ จริงๆ แล้วเขารู้สึกลำบากใจเล็กน้อย เขาเป็นคนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหายร่วมรบอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องส่งของพวกนี้ไปเป็นพิเศษ แต่แม่หนูคนนี้ก็นำมาให้ถึงที่แล้ว

การเขียนหนังสือไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องการการดูแล ขอคะแนนโหวตด้วยนะคะ~~~

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์