ตอนที่ 1 45
บาดเจ็บแล้วจะมีเหตุผลหรือ
ด้วยร่างกายขี้โรคแบบนั้น ไม่กลัวหรือไงว่าตกลงไปแล้วจะไปเฝ้ายมบาลเอาดื้อๆ แต่ตอนนี้คุณอาคงคิดว่านังแพศยานั่นเป็นคนผลักแน่ๆ น่าโมโหจริงๆ
เดิมทีเรื่องตระกูลชิวก็เป็นแค่คำพูดล้อเล่นเมื่อหลายปีก่อน พวกเขาไม่ได้ระบุชัดเจนเสียหน่อยว่าการหมั้นหมายตั้งแต่เด็กนั้นทำไว้กับใคร แต่นางกลับเอามาเป็นเรื่องจริงไม่พอยังคิดจะเหยียบหัวคนอื่นเพื่อประจบเอาใจคนตระกูลชิวอีก
อายุยังน้อยแท้ๆ ฉันล่ะรู้สึกว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้สมองมีปัญหา พวกเราสองคนคงดวงชงกันแน่ อยู่ด้วยกันทีไรไม่เคยมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเลย น่ารำคาญชะมัด
แต่ตอนนี้จะทำยังไงดี การหนีไปไม่ใช่ลักษณะนิสัยของหนิงหลิงอวี้เลย ในเมื่อไม่ได้เป็นคนทำแล้วทำไมต้องรู้สึกผิด เลือดที่ไหลนั่นนางหาเรื่องใส่ตัวเองไม่ใช่เหรอ บาดเจ็บแล้วจะมีเหตุผลเหนือคนอื่นหรือไง
ใช่ ต้องเป็นแบบนี้แหละ
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเธอก็ออกจากห้อง เดินลงไปชั้นล่างแล้วโทรหาพ่อ เมื่อปลายสายรับ เธอก็เอ่ยว่า "คุณพ่อคะ ตอนนี้ยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ"
หนิงหงต๋าถามขึ้นพลางอ่านเอกสารตรงหน้า "ทำไมถึงนึกโทรหาพ่อได้ล่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า"
หนิงหลิงอวี้เล่าเรื่องที่ท่านอาและลูกพี่ลูกน้องกลับมาให้ฟัง จากนั้นก็เล่าคำพูดที่หลัวเจียหนิงใช้หาเรื่องโดยไม่ตกหล่นสักคำ รวมถึงยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นคนผลักอีกฝ่ายแน่นอน
หนิงหงต๋าฟังสิ่งที่ลูกสาวเล่า เขารู้ดีว่าลูกสาวไม่โกหก เขาเองก็ไม่ค่อยชอบหลัวเจียหนิงลูกสาวของน้องสาวเท่าไรนัก รู้สึกว่าเด็กคนนั้นมีเล่ห์เหลี่ยมมากเกินไป
เขาจึงกล่าวว่า "เอาแบบนี้แล้วกัน ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ลูกไปหยิบเงินในลิ้นชักที่ห้องนอนพ่อกับแม่มาเยอะหน่อย แล้วเอาไปที่โรงพยาบาล พ่อจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้"
เรื่องทางแม่ลูกควรบอกท่านไว้หน่อยก็ดี จะได้ไม่ต้องไปฟังคนอื่นพูดจาเหลวไหลจนโมโหร้ายเอา ไว้เจอกันที่โรงพยาบาลนะ"
หนิงหลิงอวี้ค่อนข้างกลัวที่จะโทรหาแม่ ด้วยนิสัยอารมณ์ร้อนของแม่ เธอคงโดนแม่ด่าสักชุดก่อนแน่ๆ แค่คิดก็กลัวแล้ว
แต่ถ้าไม่บอกแม่ แล้วแม่มารู้ทีหลังว่าเกิดเรื่องแล้วไม่บอก เธอคงโมโหหนักกว่าเดิม ยิ่งตอนนี้แม่ของเธอยังตั้งครรภ์ตอนอายุมาก ซึ่งตอนนี้ก็เข้าเดือนที่เจ็ดแล้วด้วย
ถ้าเกิดโกรธจนเป็นอะไรไป เธอคงกลายเป็นคนบาปจริงๆ
ดังนั้นเธอจึงโทรหาหนิงหลิงอวี้พี่ชายคนที่สามที่หน่วยงาน เล่าเหตุการณ์ให้ฟังและถามว่าพอจะลางานไปหาแม่ได้ไหม เพื่อคอยดูแลไม่ให้แม่ตื่นเต้นจนเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก
ส่วนเธอก็นำเงินสดทั้งหมดในลิ้นชักออกจากบ้านพักมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด คุณอาต้องพาหลัวเจียหนิงที่ถนัดเรื่องเสแสร้งไปที่นั่นแน่
พอไปถึงหน้าโรงพยาบาลก็เห็นคุณพ่อปั่นจักรยานมาถึงพอดี เหงื่อไหลเต็มใบหน้า
หนิงหลิงอวี้กล่าวอย่างรู้สึกผิด "คุณพ่อคะ ขอโทษนะคะ แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ความผิดของหนูจริงๆ แต่ตอนนั้นมีแค่หนูกับเจียหนิงบนชั้นสอง แล้วเจียหนิงยังบอกคุณอาโดยเฉพาะว่าหนูเป็นคนผลัก หนูคงไม่มีวันล้างมลทินได้แน่ๆ ค่ะ"
หนิงหงต๋าปลอบใจ "เรื่องนี้เอาไว้ค่อยว่ากัน ตอนนี้พวกเราขึ้นไปหาคุณอาของลูกกันก่อน ไปดูซิว่าเจียหนิงเป็นยังไงบ้าง"
หนิงหลิงอวี้พยักหน้าแล้วเดินตามหลังพ่อเข้าไปในโรงพยาบาล หลังจากสอบถามที่ประชาสัมพันธ์แล้วถึงได้เจอห้องผ่าตัด
ตอนที่พวกเขาไปถึง คนไข้ยังไม่ออกมาจากห้องผ่าตัด หนิงหงต๋าเดินเข้าไปหาน้องสาวและน้องเขย "อาการเจียหนิงเป็นยังไงบ้าง"
หนิงเสวี่ยหลิงเอาแต่ร้องไห้ หลัวเฮ่าเทียนมองไปที่ประตูห้องผ่าตัด "ผมกับซือหย่วนเพิ่งมาถึงเหมือนกัน ยังไม่ทราบอาการแน่ชัดครับ"
หลัวเฮ่าเทียนมองไปที่หนิงหลิงอวี้ซึ่งยืนอยู่หลังพี่ชายภรรยาแล้วถามว่า "เสี่ยวอวี้ ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเจียหนิงถึงตกบันไดลงมาได้"
หนิงหลิงอวี้เล่าเหตุการณ์ในตอนนั้นให้ฟังอีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ได้ปิดบังอะไรเลย แม้แต่เรื่องของชิวเส้าหยางเธอก็พูดออกมาด้วย
อัปเดตวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของทุกคนค่ะ!