ทะลุมิติไปเป็นสาวมีพลังวิเศษยุค 80

ตอนที่ 1 46

ปัญหาที่สันดาน

เมื่อก่อนหนิงหลิงอวี่มักจะรู้สึกว่าการพูดเรื่องเหลวไหลส่วนตัวเหล่านั้นต่อหน้าผู้ใหญ่เป็นเรื่องไม่ค่อยดี อีกทั้งหลัวเจียหนิงยังรู้จักเสแสร้งเก่งเป็นพิเศษอีกด้วย

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน หากเธอไม่พูดอะไรออกมา หลัวเจียหนิงคงจะทำให้เรื่องที่ว่าเธอผลักเธอกลายเป็นเรื่องจริงไปเสียสนิท ยัยนั่นถนัดนักเรื่องทำตัวน่าสงสาร ชอบแสร้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าคนอื่นเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ

คนที่อยู่ในเหตุการณ์พอได้ยินคำพูดของหนิงหลิงอวี่ สีหน้าของทุกคนก็ดูไม่ค่อยดีนัก สาเหตุแรกคือหนิงหลิงอวี่เป็นเด็กที่ไม่เคยพูดปด และทุกคนก็รู้ดีว่าปกติแล้วเด็กคนนี้มักจะยอมให้หลัวเจียหนิงเสมอ เรื่องนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นเรื่องจริง

สาเหตุที่สองคือเรื่องตระกูลชิวก็เป็นอย่างที่หนิงหลิงอวี่พูด นั่นเป็นเพียงคำพูดล้อเล่นในตอนนั้น ไม่สามารถถือเป็นจริงเป็นจังได้ อีกอย่างตอนนั้นหนิงหลิงอวี่ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย และทางตระกูลชิวเองก็ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าจะหมั้นหมายกับลูกสาวบ้านไหน

ที่สำคัญกว่านั้นคือหลัวเฮ่าเทียนรู้สึกว่าลูกสาวเพิ่งจะอายุสิบห้าปี การจะมาพิจารณาเรื่องพวกนี้ตอนนี้มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ?

ถ้าสิ่งที่หนิงหลิงอวี่พูดเป็นความจริง แล้วตอนนี้ยังถึงขั้นใช้แผนการชั่วร้ายแบบนี้เพื่อทำร้ายคนอื่น นั่นย่อมเป็นปัญหาเรื่องศีลธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลัวเฮ่าเทียนไม่อาจยอมรับได้

ทันใดนั้นหลัวเฮ่าเทียนหันไปมองภรรยาที่ขอบตาแดงก่ำแล้วถามว่า "ตอนที่เรามาถึงเมื่อครู่นี้ ทำไมคุณถึงไม่บอกล่ะว่าก่อนที่เจียหนิงจะหมดสติไป เธอได้พูดแบบนั้นออกมา?"

หนิงเสวี่ยหลิงเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า "คุณหมายความว่ายังไงคะ? ตอนนั้นฉันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ฉันได้ยินเสียงพวกเขาร้องตกใจเลยออกมาจากห้องแม่ ตอนนั้นเจียหนิงแค่พูดประโยคเดียวว่าหลิงอวี่เป็นคนผลักแล้วเธอก็หมดสติไปเลย"

ฉันไม่รู้อะไรเลยว่าเหตุการณ์เป็นมายังไง ฉันไม่แน่ใจว่าที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ก็ต้องรอให้เธอฟื้นขึ้นมาแล้วถามให้ชัดเจนก่อนถึงจะพูดเรื่องนี้ได้ไม่ใช่เหรอคะ อีกอย่างฉันก็กลัวว่าสองครอบครัวจะเข้าใจผิดกันด้วยเลยไม่ได้พูดออกมาค่ะ"

ตอนนี้เธอรู้สึกว้าวุ่นใจมากเพราะเรื่องกรุ๊ปเลือดไม่ตรงกัน พอหลัวเฮ่าเทียนถามขึ้นมาแบบนี้เธอเลยระเบิดอารมณ์ใส่ทันที

หลัวเฮ่าเทียนคิดว่าเธอเป็นห่วงลูกสาวจนอารมณ์ไม่ดี ถึงได้พูดจาโผงผางใส่แบบนี้ เขาจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

เขาได้แต่แตะไหล่เธอแล้วพูดว่า "เสวี่ยหลิง คุณไม่ต้องกังวลเกินไปหรอกครับ เจียหนิงไม่เป็นไรหรอก ส่วนเรื่องที่ว่าเธอตกลงมาได้ยังไง รอให้เธอฟื้นก่อนเดี๋ยวผมจะถามเธอเอง"

เขาเคยเป็นทหารสอดแนมในกองทัพอยู่หลายปี เชื่อว่าหากเจียหนิงโกหก เขาจะต้องดูออกอย่างแน่นอน

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองหลิงอวี่แวบหนึ่ง แล้วนึกถึงชิวเส้าหยาง ในใจเขายังคงไม่เชื่อว่าลูกสาวของตัวเองจะเป็นคนโกหก

หนิงหลิงอวี่เห็นสายตาที่อาเขยมองมาเมื่อครู่ จึงกล่าวขึ้นอย่างน่าตกใจว่า "ในเมื่อไม่มีใครเคยไปที่นั่น งั้นพวกเราไปแจ้งตำรวจกันเถอะค่ะ เชื่อว่าตำรวจจะหาความจริงออกมาได้"

ยังไงตอนนี้ฉันกับเจียหนิงต่างก็พูดกันคนละอย่าง อาเขยก็คงไม่อยากเชื่อว่าเจียหนิงโกหก แต่หนูก็ไม่อยากมารับความผิดนี้จริงๆ ค่ะ หนูไม่อยากให้คุณพ่อต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แล้วให้คนในเขตที่พักอาศัยของข้าราชการมานินทาว่าร้ายเอาได้

ดังนั้นหนูคิดว่าให้ตำรวจมาจัดการดีที่สุดค่ะ แบบนี้ถึงจะยุติธรรมกับพวกเราทุกคน"

หลัวเฮ่าเทียนไม่คิดว่าหลานสาวจะละเอียดอ่อนถึงเพียงนี้ จึงกล่าวว่า "อาไม่ได้ไม่เชื่อหลาน แต่อาแค่รับไม่ได้"

เขารับไม่ได้ที่ลูกสาวซึ่งเขาทะนุถนอมมาสิบกว่าปีกลับมีนิสัยเช่นนี้ หากเป็นจริงอย่างที่หลิงอวี่พูด ต่อไปเขาจะเผชิญหน้ากับเจียหนิงได้อย่างไร

หนิงหลิงอวี่กล่าวว่า "หนูยังคิดว่าแจ้งตำรวจดีที่สุดค่ะ หนูไม่อยากถูกใส่ร้ายโดยไม่มีเหตุผล ตั้งแต่เด็กจนโตหนูทนมามากพอแล้วจริงๆ ค่ะ"

พอพูดประโยคนี้ออกมา สีหน้าของผู้ใหญ่หลายคนก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก เรื่องในครอบครัวแท้ๆ ต้องให้ถึงขั้นไปแจ้งตำรวจ มันไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจอะไรเลย

หลัวซือหย่วนเดินเข้ามาใกล้หนิงหลิงอวี่แล้วพูดว่า "เสี่ยวอวี่ อย่าทำแบบนี้เลย พวกเราไม่ได้มีเจตนาจะโทษเธอหรอกนะ"

การเขียนหนังสือไม่ใช่เรื่องง่าย ขอให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ! หากพบจุดผิดพลาดสามารถแจ้งได้เลยค่ะ!

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์