ตอนที่ 1 47
การระเบิดอารมณ์
หนิงหลิงอวี่กล่าวด้วยความโกรธว่า "พวกคุณนี่เป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ สินะ ใช่สิ พวกคุณไม่ได้ตั้งใจจะโทษหนู แล้วจะไปโทษอะไรได้ล่ะ ในเมื่อหลัวเจียหนิงน่ะเป็นจอมโกหกมาตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว"
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของหลัวเฮ่าเทียนและหนิงเสวี่ยหลิง สองสามีภรรยา รวมถึงหลัวซือหย่วน ดูแย่ลงไปอีก
หนิงหงต๋าตวาดขึ้นว่า "เสี่ยวอวี่ อย่าพูดจาเหลวไหล"
หนิงหลิงอวี่หัวเราะในลำคอสองครั้งแล้วกล่าวว่า "ตั้งแต่เด็กจนโต หนูกับเจียหนิงเข้ากันไม่ได้เลย พูดไปพวกคุณอาจจะไม่เชื่อ แต่หลายครั้งที่หนูต้องเสียเปรียบเพราะเรื่องแบบนี้ ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดของหนูเลย แค่เธอทำตาแดงๆ"
พวกคุณก็คิดว่าหนูรังแกเธอ รวมถึงข่าวลือในเขตที่พักอาศัยของข้าราชการด้วย เรื่องในบ้านเรา ข่าวลือที่ส่งผลเสียต่อหนูพวกนั้นใครเป็นคนปล่อยออกมา เมื่อก่อนหนูยอมปล่อยผ่านไปได้ แต่ตอนนี้ให้หนูมารับข้อหาว่าเป็นคนทำร้ายคนอื่น หนูทำใจให้สงบไม่ได้หรอกค่ะ"
เธอสะอื้นหนึ่งครั้งแล้วพูดต่อว่า "เพราะฉะนั้นเรื่องครั้งนี้ต้องแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น หนูไม่ยอมให้เรื่องมันคลุมเครือแล้วปล่อยผ่านไปง่ายๆ แบบนี้อีกแล้ว สุขภาพเธอที่ไม่ดีไม่ใช่ความผิดของหนู"
ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าจะพ่อแม่ หรือคุณป้า คุณอาเขย หรือแม้แต่พี่ชายพี่สาวทุกคนต่างบอกให้หนูยอมเธอ แต่มีใครเคยคำนึงถึงความรู้สึกของหนูบ้างไหม
แค่เธออ่อนแอ หนูก็ต้องยอมคนเหรอคะ? ครั้งนี้หนูไม่มีวันยอมเด็ดขาด เพราะนี่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องอุปนิสัย ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตและชีวิตของหนู หนูจะไม่ยอมเด็ดขาดค่ะ"
หนิงหงต๋าไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะพูดออกมามากมายขนาดนี้ ปกติทุกคนต่างคิดว่าเธอเป็นคนไม่คิดอะไรมากและทำตัวสบายๆ อีกทั้งยังคิดว่าร่างกายของเจียหนิงไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก จึงห้ามทำให้เธอได้รับความกระทบกระเทือน
จึงพร่ำสอนอยู่เสมอว่าต้องยอมเจียหนิง เพราะเธอเป็นพี่สาว แต่ตอนนี้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนรวมถึงซือหย่วนต่างรู้สึกละอายใจอย่างที่สุด
ใช่แล้ว ทุกอย่างของเจียหนิงไม่ใช่สิ่งที่หลิงอวี่ก่อขึ้น แต่กลับกลายเป็นการบังคับให้อีกฝ่ายต้องยอมเจียหนิงมาตลอดสิบกว่าปี ทำให้หลัวเฮ่าเทียนและภรรยารู้สึกอับอายจนแทบไม่มีที่ยืน
ในตอนนั้นประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก แพทย์เดินออกมาจากด้านใน ทุกคนจึงรีบเข้าไปล้อมหน้าล้อมหลัง
หลัวเฮ่าเทียนและหนิงเสวี่ยหลิงถามขึ้นพร้อมกันด้วยความร้อนใจว่า "คุณหมอครับ ลูกสาวของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ"
แพทย์ถอดหน้ากากอนามัยออกแล้วกล่าวว่า "ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วครับ เดี๋ยวคนไข้ก็จะออกมาแล้ว แต่บาดแผลที่หน้าผากค่อนข้างลึก เกรงว่าอาจจะมีรอยแผลเป็นในอนาคต แต่ปัญหาก็น่าจะไม่มีอะไรมากครับ"
แน่นอนว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลรักษาหลังจากนี้ด้วย อีกอย่างคือแขนที่หักห้ามโดนน้ำ พวกคุณที่เป็นผู้ปกครองต้องคอยดูแลให้ดีนะครับ"
แพทย์เพิ่งกล่าวจบ พยาบาลก็เข็นตัวหลัวเจียหนิงออกมาจากด้านใน เธอเสียเลือดไปมากใบหน้าจึงค่อนข้างซีดเผือด เห็นแล้วน่าเวทนายิ่งนัก
ความสนใจของทุกคนเบนไปที่หลัวเจียหนิงชั่วขณะ จนไม่ได้สนใจคำพูดที่หนิงหลิงอวี่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้อีก
เป็นไปตามที่หนิงหลิงอวี่คาดไว้ เมื่อพี่ชายคนที่สามเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แม่ของเธอก็ระเบิดอารมณ์ทันที โชคดีที่พี่ชายคอยปลอบอยู่ตลอด จึงไม่บุกมาถึงโรงพยาบาลเพื่อจัดการเรื่องนี้ในทันที
อย่างไรก็ตาม หลังจากฟังคำบอกเล่าของลูกชายคนที่สาม จางเยว่หัวก็ไม่คิดว่าลูกสาวของตนจะโกหก เพียงแต่เรื่องน่ารังเกียจนี้กลับเกิดขึ้นในครอบครัวของตนเอง ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย
เจียหนิงลูกสาวของน้องสามีคนนั้นไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนที่เห็นภายนอกหรอก เธอมักจะรู้สึกว่าเด็กคนนั้นดูไม่จริงใจและมีความดำมืดอยู่ลึกๆ อย่างไรก็ตามมันเป็นความรู้สึกที่ทำให้เธอไม่สามารถเอ็นดูเด็กคนนั้นได้เลย
ตั้งแต่หลัวเฉี่ยวจัดการกับพี่น้องตระกูลจ้าว ชีวิตของเธอก็ถือว่าสุขสบายไม่น้อย กลับจากทำงานก็ยุ่งอยู่กับการดูแลแปลงผักขนาดหนึ่งเฟินครึ่งหลังบ้าน ทำให้หลัวเฉี่ยวไม่ได้ปล่อยให้พื้นที่แม้แต่ใต้กำแพงต้องว่างเปล่า
เธอหาไม้ไผ่ที่แข็งแรงจากภูเขามาพาดไว้ที่กำแพง แล้วปลูกทั้งฟักทอง ฟักเขียว น้ำเต้า และบวบ นอกจากจะสร้างเล้าไก่ไว้ที่มุมหนึ่งแล้ว พื้นที่หลังบ้านแทบจะไม่เหลือที่ว่างอีกเลย
ช่วงนี้ลู่ยี่เฉินส่งฟืนมาให้เยอะมาก จนหลัวเฉี่ยวรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนี้บุญคุณอีกแล้ว จึงได้แต่นั่งคิดว่าจะทำอาหารอะไรไปตอบแทนเขาดี
ใครบอกให้เธอไปพูดว่า 'มีการให้โดยไม่มีการตอบแทนถือว่าไม่สุภาพ' กันล่ะนี่ ช่างหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ เวรกรรมอะไรของเธอนี่!
วันนี้เลิกงานเร็ว เห็นว่าเวลายังเหลืออยู่ จึงเตรียมตัวจะขึ้นไปเดินเล่นบนภูเขาเสียหน่อย
ช่วงนี้หลัวเฉี่ยวปรับตัวเข้ากับชีวิตในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดีแล้ว งานที่ได้รับมอบหมายถ้าทำเสร็จแล้วบันทึกแต้มงานเรียบร้อย ก็สามารถกลับก่อนเวลาได้ไม่มีปัญหาอะไร
หากมีคนปากเสียมาพูดจาซุบซิบ ผู้บันทึกแต้มงานก็จะช่วยตอกกลับแทนเธอว่า "ถ้าเจ้าทำเสร็จก่อนเจ้าก็กลับก่อนได้ นี่เจ้าทำช้าเองแล้วยังจะรั้งคนอื่นไว้ให้รอเป็นเพื่อนอีกเหรอ แค่เด็กอายุสิบกว่าขวบเขายังทำได้ดีกว่าเจ้า เจ้ายังมีหน้ามาพูดจาเหลวไหลอีกนะ"
ฝากโหวตคะแนนให้ด้วยนะคะ! อิอิ~~~
สวัสดีค่ะผู้อ่านที่น่ารักทุกคน เนื่องจากในเนื้อเรื่องมีการปรับอายุของนางเอกจากสิบสามปีเป็นสิบห้าปี หากในระหว่างการอ่านพบข้อผิดพลาดส่วนใดที่ยังไม่ได้แก้ไข หรือแก้ไขแล้วดูไม่สมเหตุสมผล โปรดแจ้งให้หยวนจื่อทราบด้วยนะคะ หยวนจื่อจะรีบดำเนินการแก้ไขให้ทันที ขอบคุณทุกคนมากค่ะ