ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 ชายโฉดหญิงชั่วปรากฏตัว
ตอนที่ 2 ชายโฉดหญิงชั่วปรากฏตัว
หลังจากขับรถด้วยความเร็วสูงจนพุ่งทะยานผ่านสายลม ในที่สุดเสิ่นเย่หลานก็มายืนอยู่ที่หน้าบ้านพัก ทว่าเธอกลับเห็นรถของเสิ่นชีเสวี่ยจอดอยู่ในลานบ้าน
หัวใจของเสิ่นเย่หลานกระตุกวูบ หรือว่าเธอจะมาสายไปเสียแล้ว?
เธอรีบก้าวเท้าฉับๆ พุ่งเข้าไปในบ้าน แต่เพิ่งก้าวออกมาได้ก้าวเดียว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“พี่คะ? คืนนี้พี่ไม่ได้บอกหรือคะว่าจะไม่กลับบ้าน?” เสิ่นชีเสวี่ยเดินออกมาจากหลังต้นไม้ในสวนด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อพลางเอ่ยถามอย่างสงสัย
ฝีเท้าของเสิ่นเย่หลานชะงักลง หัวใจที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที ดูท่าเสิ่นชีเสวี่ยจะยังไม่ได้เข้าไปในบ้าน
เมื่อหันกลับไปมอง สายตากลับไปตกอยู่ที่ร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังเสิ่นชีเสวี่ยโดยบังเอิญ
รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าของเสิ่นเย่หลานอดไม่ได้ที่จะแฝงความเย้ยหยันไว้เล็กน้อย
กู้ชิงเยี่ยน แฟนหนุ่มในนามของเธอ
ที่แท้ตั้งแต่นานมาแล้ว คู่ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ก็แอบลักลอบได้เสียกันแล้วสินะ
หลังจากคบหาดูใจกันในมหาวิทยาลัยมา 4 ปี กู้ชิงเยี่ยนตอบรับทุกคำขอของเธอ แม้จะเป็นคำขอที่ดูเหมือนการหาเรื่อง แต่เขาก็สามารถทำให้เธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ด้วยเหตุนี้ เธอและกู้ชิงเยี่ยนจึงถูกกลุ่มเพื่อนที่รู้จักเรียกกันเล่นๆ ว่าคู่รักเทพเซียน ในตอนนั้นเธอยังไร้เดียงสาและปักใจเชื่อเต็มเปี่ยมว่า หลังจากเรียนจบทั้งคู่จะได้จูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์
ใครจะไปรู้ล่ะว่า คนที่ดูเหมือนแฟนหนุ่มดีเด่นระดับ 24 กตัญญูผู้นี้ คือคนเดียวกันกับที่ส่งเธอขึ้นสู่แท่นประหารเพื่อแย่งชิงพรสวรรค์จากเทพประทานไปกับมือ
ซ้ำร้ายภายใต้การตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเธอ เขากลับยังคงอธิบายด้วยสายตาอ่อนโยนไม่เสื่อมคลายว่า “เย่หลาน พรสวรรค์ของเธอเมื่ออยู่บนตัวชีเสวี่ยถึงจะแสดงผลได้ดีที่สุด เธอวางใจเถอะ หลังจบพิธีเราค่อยแต่งงานกัน ถือเป็นการชดเชยให้เธอก็แล้วกัน”
ชดเชยงั้นเหรอ? เหอะ คำพูดนี้ต่อให้ย้อนกลับมานึกถึงตอนนี้ ก็ยังทำให้เสิ่นเย่หลานรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียน
เดิมทีเธอคิดว่ากู้ชิงเยี่ยนเพียงแค่เข้มงวดกับตนเองและถูกเสิ่นชีเสวี่ยเป่าหูชั่วคราว แต่เมื่อเธอได้ล่วงรู้ความจริงจากนิยายขณะที่จิตวิญญาณล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่า เธอจึงได้รู้ว่ากู้ชิงเยี่ยนเป็นเพียงหนึ่งในตัวละครชายรองจำนวนมากในนิยาย เขาตกเป็นทาสของนางเอกมานานแล้ว และภักดีต่อนางเอกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
เบื้องหลังความไม่เป็นธรรมทั้งหลายที่เธอพบเจอในชาติก่อน ก็มีเขาเป็นคนบงการอยู่ไม่น้อย
ทว่าตอนนั้นเธอก็ไม่ได้ปล่อยให้ทั้งคู่มีชีวิตที่สุขสบายเช่นกัน ในพิธีพรากพรสวรรค์ เธอได้จุดชนวนไอเทมจนกู้ชิงเยี่ยนกลายเป็นคนพิการ ณ ที่แห่งนั้น ส่วนเสิ่นชีเสวี่ยก็ได้รับเพียงพรสวรรค์เวอร์ชันที่ถูกตอนไปเท่านั้น แถมยังถูกทำลายรากฐานพลังอีกด้วย
ตอนนี้เมื่อได้พบคนผู้นี้อีกครั้ง เธอคิดว่าในใจตัวเองคงจะเกิดระลอกคลื่นบ้างไม่มากก็น้อย ใครจะไปรู้ว่าเธอกลับรู้สึกสงบนิ่งอย่างประหลาด เหลือเพียงความรู้สึกแปลกหน้าและเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นเท่านั้น
เสิ่นชีเสวี่ยเห็นเธอจ้องมองกู้ชิงเยี่ยนนานเกินไปโดยไม่ยอมเปิดปากพูด ก็เกิดอาการตื่นตระหนกในใจ นึกว่าถูกจับได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงแสร้งทำเป็นเดินเข้าไปจับมือเสิ่นเย่หลานอย่างสนิทสนมพร้อมกับทำปากยื่นอ้อนเสียงหวาน
“พี่คะ ช่วยตัดสินให้หนูทีเถอะ บอกอยู่ว่าหนูเป็นน้องสาวพี่ อยากมาขอพักที่บ้านพี่สักคืน แต่ผู้ชายบ้าคนนี้กลับไม่ยอมให้หนูเข้าไปเสียอย่างนั้น”
กู้ชิงเยี่ยนที่อยู่ด้านหลังก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว สายตาที่อ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักจับจ้องมาที่เธอตั้งแต่ตอนที่เสิ่นเย่หลานปรากฏตัว
“คุณเพิ่งกลับมาจากต่างถิ่น ผมเลยคิดว่าจะมาช่วยจัดห้องให้คุณ พอดีเห็นเธอเดินวนเวียนอยู่หน้าประตู ผมก็นึกว่าเป็นคนแปลกหน้า...”
ท่าทีของทั้งสองดูเป็นธรรมชาติและห่างเหิน หากเสิ่นเย่หลานตาไม่ไวพอที่จะเห็นรอยแดงจางๆ แบบเดียวกันที่มุมปากของทั้งสองคน เธอก็คงหลงเชื่อไปแล้วว่าคนสองคนนี้ไม่รู้จักกัน
ชีวิตคือละคร ทุกอย่างอยู่ที่ฝีมือการแสดง เสิ่นเย่หลานเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เธอใช้มือแตะเบาๆ ไปที่รอยแดงบริเวณลำคอของเสิ่นชีเสวี่ยพลางหยอกล้อ
“เธอกับแฟนหนุ่มคนนั้นพัวพันกันหนักขนาดนี้ ยังมีเวลาคิดถึงพี่สาวคนนี้อีกเหรอ?”
ตามที่เธอรู้มา เสิ่นชีเสวี่ยยังไม่สามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครชายรองหลายๆ คนได้เลย กู้ชิงเยี่ยนคงยังไม่รู้ตัวสินะว่าตัวเองกลายเป็นมือที่สามไปเสียแล้ว
เป็นจริงดั่งคาด ทันทีที่พูดประโยคนี้ สีหน้าของทั้งสองก็เปลี่ยนไปทันที
เสิ่นเย่หลานมองเวลาในโทรศัพท์ 5 ทุ่มกว่าแล้ว อีกไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็จะถึงเวลาทดสอบเกมแล้ว เธอไม่มีใจจะมาต่อล้อต่อเถียงกับคนทั้งสอง
“วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ตอนนี้ก็ดึกเกินไปแล้ว ชิงเยี่ยน รบกวนคุณช่วยไปส่งน้องสาวฉันกลับบ้านทีนะ”
เสิ่นชีเสวี่ยต้องการจะอธิบายกับกู้ชิงเยี่ยนอยู่แล้ว จึงไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนี้แน่นอน
เสิ่นเย่หลานกลับเข้าบ้านปิดประตูแน่นหนา มองผ่านหน้าต่างเห็นทั้งคู่ขับรถออกไป แววตาของเธอก็ปรากฏความเย็นเยียบขึ้นมาวูบหนึ่ง
จะไม่ให้บอกว่าเป็นลูกรักแห่งโชคชะตาได้อย่างไร ในเมื่อสิทธิ์การทดสอบเบต้าที่มีเพียงหนึ่งหมื่นที่นั่งทั่วโลก กลับมีเกลื่อนกลาดราวกับผักปลาอยู่รอบตัวเสิ่นชีเสวี่ย ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่มี แต่แม้แต่บรรดาตัวละครชายรองที่ล้อมหน้าล้อมหลังเธอก็ยังมีกันทุกคน
กระทั่งแฟนหนุ่มที่เธอจีบเล่นๆ อย่างเย่หานโจว ก็ยังเป็นนักแข่งอีสปอร์ตมืออาชีพชื่อดัง ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิบยอดฝีมือในเกมชาติก่อน ที่ทำให้เธอต้องลำบากไม่น้อย
ครั้งนี้ เธอจะตัดเส้นทางสู่ความเป็นเทพของคนพวกนี้ให้หมด!
เสิ่นเย่หลานเปิดโทรศัพท์ต่อสายโทรศัพท์ทันที
ทันทีที่มีคนรับ เธอก็สวมบทบาทเป็นคนขี้บ่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล “เสี่ยวเย่ พี่รู้ว่านายวัยรุ่นเลือดร้อนและชอบชีเสวี่ย แต่ยังไงก็ต้องระวังผลกระทบหน่อยนะ ชีเสวี่ยเพิ่งเข้าวงการ มีกล้องกี่ตัวคอยจับจ้องความเคลื่อนไหวของเธอทุกฝีก้าว รอยที่คอชีเสวี่ยน่ะชัดเกินไป ครั้งหน้าก็ระวังๆ หน่อยเถอะ”
ทางด้านเย่หานโจวที่กำลังว่างๆ เตรียมจะเปิดจดหมายเชิญเข้าเล่นเกมลึกลับที่โผล่ขึ้นมา กลับถูกคำพูดของเสิ่นเย่หลานทำเอาหัวหมุน เสิ่นชีเสวี่ยเป็นคนห่วงภาพลักษณ์มาก ไม่มีทางยอมให้เขาทิ้งรอยอะไรไว้เด็ดขาด แล้วรอยนั้นมาได้ยังไง?
เย่หานโจวรู้สึกราวกับว่าบนหัวเขามีสีเขียวเข้มข้นขึ้นมาทันที จะยังมีอารมณ์ที่ไหนไปล็อกอินเข้าเกม เขาจึงขับรถซิ่งทะลุนรกไปหาเสิ่นชีเสวี่ยเพื่อถามให้กระจ่างเดี๋ยวนี้
เสิ่นเย่หลานคิดทบทวนดูแล้วยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เผื่อเสิ่นชีเสวี่ยมีเสน่ห์ล้นเหลือ ทั้งสามคนปรับความเข้าใจกันแล้วพากันเข้าเกมไปพร้อมกัน เธอจะไม่เหนื่อยเปล่าเหรอ?
แม้เวลาจะกระชั้นชิด แต่เสิ่นเย่หลานก็ยังเจียดเวลาโทรศัพท์แบบไม่ระบุตัวตนไปที่สถานีตำรวจและสำนักข่าวปาปารัสซี่เพื่อแจ้งเบาะแสการทะเลาะวิวาท
ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เสิ่นเย่หลานถึงค่อยเบาใจลงได้บ้าง เธอรื้อค้นทั่วบ้าน ในที่สุดก็พบจดหมายเชิญในพัสดุที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง
บนการ์ดสีดำสนิทที่ระบุวัสดุไม่ได้ พิมพ์ไว้ด้วยตัวอักษรลวดลายดอกไม้ เป็นที่อยู่ของเว็บไซต์ ด้านหลังการ์ด เขียนชื่อเสิ่นเย่หลานตัวเบ้อเริ่ม
จดหมายเชิญเป็นของเธอจริงๆ ด้วย!
ชาติก่อนเสิ่นชีเสวี่ยขโมยโอกาสของเธอไป ครั้งนี้ก็ถึงคราวที่เธอต้องทวงคืน!
ในดวงตาของเสิ่นเย่หลานปรากฏเปลวไฟอันเย็นเยือก เธอรีบพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ลงไป
เมื่อเข็มนาฬิกาขยับสู่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม เสิ่นเย่หลานก็เข้าสู่เกมในทันที
ในช่วงทดสอบเบต้าของดินแดนเทพราตรีนิรันดร์ ยังเป็นเพียงเกมที่เล่นผ่านคีย์บอร์ด ภาพกราฟิกยังไม่ถือว่าประณีต แถมยังมีความหยาบในสไตล์พิกเซล
แต่นั่นไม่ได้ส่งผลต่อความเร่งรีบในใจของเสิ่นเย่หลานเลย
จนกระทั่งเห็นชุด ID ที่ปรากฏอยู่มุมขวาล่างของหน้าจอ หัวใจที่แขวนค้างไว้ตั้งแต่เกิดใหม่ของเสิ่นเย่หลานถึงได้ผ่อนคลายลงบ้าง
ID: 00088
ในดินแดนเทพราตรีนิรันดร์ผู้เล่นจะถูกผูกติดกับ ID ไม่ว่าผู้เล่นจะลบไฟล์สร้างใหม่กี่ครั้ง เลข ID ก็จะยังคงเหมือนเดิม การมี ID ถึงจะถือว่าเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ
เสิ่นเย่หลานไม่รู้ว่ามีคนได้รับจดหมายเชิญกี่คนกันแน่ แต่เธอรู้ชัดเจนว่าสิทธิ์ทดสอบเบต้ามีเพียง 10,000 คนเท่านั้น เมื่อคนเต็ม หน้าจอเข้าเกมก็จะปิดลงจนกว่าจะถึงวันเปิดบริการจริงถึงจะเปิดใหม่อีกครั้ง
มองดูเลข ID ลำดับที่ 88 มือที่ถือเมาส์ของเสิ่นเย่หลานยังคงสั่นน้อยๆ เธออุตส่าห์รีบเข้าเกมตั้งแต่จังหวะแรกสุด ยังมีคนอีก 87 คนที่อยู่อันดับเหนือเธอ
ไม่กล้าจินตนาการเลยว่า หากเธอชักช้าไปเพียงครู่เดียว เธอจะยังสามารถเข้าเกมได้หรือไม่
มีเวลาเพียง 8 ชั่วโมง เสิ่นเย่หลานสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทิ้งไป
หลังจากเธอล็อกอินเข้าเกม เพื่อประหยัดเวลา ทุกอย่างจึงเป็นการสุ่ม จนกระทั่งปรากฏหน้าจอการเลือกเผ่าพันธุ์
เสิ่นเย่หลานมองดูหน้าจอที่เพิ่มขึ้นมามากกว่าช่วงเปิดบริการจริง แววตาของเธอฉายประกายความคลั่งไคล้ ข่าวลือพวกนั้นเป็นเรื่องจริง!
. . .