คีย์บอร์ดพัง · เกมบุกโลก: เริ่มต้นด้วยอาชีพนักบวช แล้วจะให้ฉันสู้ยังไง?

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 เครื่องสังเวยของเทพโบราณ การเกิดใหม่

ตอนที่ 1 เครื่องสังเวยของเทพโบราณ การเกิดใหม่

ความมืดมิด ความสับสนวุ่นวาย และความหวาดกลัวที่ไม่อาจบรรยายได้ราวกับสิ่งมีชีวิต กำลังคืบคลานแผ่ขยายออกไป

เสียงพึมพำข้างหูประหนึ่งคำอธิษฐานของเหล่าสาวกนับหมื่น หรืออาจเป็นคำสาปแช่ง บทสวดต้องห้ามทะลักเข้าสู่ดวงตา ถมเต็มและระเบิดอยู่ในห้วงความคิดของเสิ่นเย่หลาน

ในความว่างเปล่าที่ไร้ระเบียบ ดวงตาสีโลหิตขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความโลภและบ้าคลั่งราวกับสปอร์ตไลท์ กวาดมองไปรอบๆ ในความมืด กระตุ้นให้เกิดวังวนแห่งความเน่าเฟะที่เหนียวข้นเป็นระลอก

ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ดวงตานั้นจะล็อคเป้ามาที่เสิ่นเย่หลาน เข็มนาฬิกาที่เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งกาลเวลาก็ถูกดีดกลับ จิตวิญญาณของเสิ่นเย่หลานเลือนหายไปในการเล่นตลกของเวลา

ต้นกำเนิดแห่งความสยดสยองที่ถูกแย่งชิงเหยื่อไปส่งเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น ทำเอาพื้นที่บิดเบี้ยวและแผ่นดินสั่นสะเทือน

เสิ่นเย่หลานดิ้นรนเรียกสติกลับมาจากความสยดสยองที่ยากจะบรรยาย แล้วเธอก็ได้เห็นดวงตาที่ยังคงหลงเหลือความหวาดกลัวสะท้อนอยู่ในกระจกเหนืออ่างล้างหน้า

เธอไม่ได้ถูกเสิ่นชีเสวี่ยสังเวยไปแล้วหรอกเหรอ?

วินาทีต่อมา เธอยกมือขึ้นคว้ามีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอว พร้อมกับเร่งพลังเวทมนตร์ในร่าง การต่อสู้บนเส้นด้ายความเป็นความตายตลอด 3 ปี ทำให้เธอตั้งท่าจู่โจมโดยสัญชาตญาณ

ทว่าพลังงานที่ไม่มีการตอบสนอง รวมถึงชุดเดรสยาวสีเงินที่ดูประณีตแต่ไม่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวที่ปรากฏในสายตา ทำให้เสิ่นเย่หลานรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ

อ่อนแอจังเลยนะ...

“เสิ่นเย่หลาน แกเสร็จหรือยัง! แกคิดว่าตัวเองมีค่าแค่ไหนถึงกล้าให้ทุกคนที่นี่รอกระดาษเซ็นชื่อของแก!”

เสียงแหลมสูงจอมปลอมดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตูอย่างไม่เกรงใจ

เสียงนี้ต่อให้กลายเป็นเถ้าถ่านเธอก็ไม่มีวันลืม แม่ของเสิ่นชีเสวี่ย ป้าสะใภ้ของเธอ อู๋อิ้งเสวี่ย

เมื่อรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นมองกระจกตรงหน้าอีกครั้ง

เงาสะท้อนในกระจกดูแปลกตาแต่ก็คุ้นเคย

ใต้ตาคือรอยคล้ำจากการอดนอนเป็นเวลานาน สภาพดูไม่ดีนัก แต่กลับไร้ซึ่งรอยแผลเป็นน่าเกลียดที่ลากยาวจากโหนกคิ้วลงมาถึงมุมปาก ทำให้ดูสบายตายิ่งนัก

เสิ่นเย่หลานลูบใบหน้าที่ไร้ที่ติ รูม่านตาสั่นระริก สายตาหันไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างอ่างน้ำ

วันที่ 7 สิงหาคม 2040

นี่มัน... แววตาของเธอเริ่มปรากฏรอยยิ้มที่บ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ

ฮ่าฮ่าฮ่า... เธอได้กลับมาจริงๆ ด้วย!

กลับมาก่อนหน้าวันเปิดเกมเพียง 1 วัน!

วันที่ 8 สิงหาคม 2040 เวลา 20.00 น. เกมโฮโลกราฟิกที่ชื่อว่า “ดินแดนเทพราตรีนิรันดร์” ได้เปิดตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ภาพที่งดงาม โลกทัศน์อันกว้างใหญ่ และประสบการณ์การเล่นที่สมจริงจนน่าเหลือเชื่อ ทุกอย่างดึงดูดให้ผู้เล่นหลั่งไหลเข้ามา

เพียงแค่ 3 เดือน เกมนี้ก็กวาดล้างไปทั่วดาวสีน้ำเงิน

ในหลายปีถัดมา เกมเกือบจะกลายเป็นอีกโลกหนึ่ง นักเก็งกำไรจำนวนมากฉวยโอกาสทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดที่มีลงไปในเกมจนร่ำรวยมหาศาล

เศรษฐกิจในเกมกลายเป็นเศรษฐกิจลำดับที่ 4 ของโลก

ทว่านี่ไม่ใช่ขีดจำกัดของเกมนี้ มีเพียงเสิ่นเย่หลานผู้ย้อนเวลากลับมาเท่านั้นที่รู้ว่า เกมที่ปรากฏขึ้นอย่างลึกลับนี้จะรุกรานเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง!

ถึงเวลานั้น ชนชั้นในโลกความเป็นจริงจะถูกจัดระเบียบใหม่ ผู้เล่นระดับสูงในเกมจะถูกผู้คนนับไม่ถ้วนยกย่องบูชา บางคนที่มีสินทรัพย์นับสิบล้านอาจกลายเป็นเพียงกระดาษในชั่วข้ามคืน ในขณะที่บางคนกลับกลายเป็นลูกรักของยุคสมัยใหม่ด้วยพรสวรรค์อันเหนือมนุษย์ในเกม

ลูกพี่ลูกน้องแสนดีของเธออย่างเสิ่นชีเสวี่ย ก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มหลังนั้น

เสิ่นเย่หลานที่ย้อนเวลากลับมารู้ดีว่า ในคืนก่อนที่เกมจะเปิดทดสอบสาธารณะอย่างเป็นทางการ เคยมีการทดสอบช่วงเบต้าอย่างลับๆ เป็นเวลา 8 ชั่วโมง

มีคนจำนวนไม่น้อยได้รับจดหมายเชิญเข้าร่วมทดสอบ จนท้ายที่สุดมีคน 1,000 คนที่ได้เข้าสู่เกมก่อนใคร และได้รับความได้เปรียบรวมถึงพลังที่เหนือกว่าคนอื่น ซึ่งคนส่วนใหญ่ในกลุ่มนั้นก็อาศัยความได้เปรียบจากการทดสอบรอบเบต้า และยึดครองอันดับต้นๆ ของเกมเอาไว้ได้

เวลาของการทดสอบเบต้าก็คือเที่ยงคืนของวันที่ 8 สิงหาคมนี้ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 7 ชั่วโมงแล้ว!

เสิ่นเย่หลานรีบคว้าโทรศัพท์แล้วลงมือทันที

เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา เธอพบว่าลุงใหญ่เสิ่นเหยียนฟางและป้าสะใภ้อู๋อิ้งเสวี่ยของเธออยู่ในห้องทำงาน

เมื่อเห็นเธอ อู๋อิ้งเสวี่ยก็แสดงสีหน้าขยะแขยงออกมาทันที ดวงตาขาวจัดจ้องมองมาอย่างเหยียดหยามพลางกระแนะกระแหนว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะแก พวกเราจะขายสมบัติที่บ้านทำไม? แกมันตัวซวยชัดๆ ข่มดวงพ่อตัวเองจนตายยังไม่พอ ตอนนี้ยังจะมาผลาญครอบครัวเราอีก!”

เสิ่นเหยียนฟางได้ยินเสียงจึงรีบเข้ามาด้วยท่าทางเป็นห่วงเป็นใยเสิ่นเย่หลานแล้วปลอบโยนว่า “หลานหลาน อย่าไปฟังป้าแกพูดเลย ไม่มีอะไรหรอก”

พูดจบเขาก็หันไปยิ้มประจบอู๋อิ้งเสวี่ยเบาๆ “เธอเองก็พูดให้น้อยลงหน่อย หลานหลานเป็นหลานสาวแท้ๆ ของผม ผมช่วยเธอถือเป็นเรื่องสมควร”

อู๋อิ้งเสวี่ยด่ากราด “เสิ่นเหยียนฟาง ไอ้แก่กินในที่ลับไข่ในที่แจ้ง ฉันแต่งงานกับแกนี่ช่างโชคร้ายแปดชั่วโคตรจริงๆ! ลูกสาวแท้ๆ ของแกเพิ่งจะเข้าวงการบันเทิง กำลังเป็นช่วงที่ต้องใช้เงิน แกไม่คิดจะช่วยลูกสาวตัวเอง กลับไปช่วยไอ้ตัวกินทุนนี่!”

เสิ่นเย่หลานมองดูสามีภรรยาคู่นี้ที่สลับกันร้องเพลงประสานเสียงด้วยแววตาดูถูกและเกลียดชัง

หลังจากพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนเธอเรียนมัธยม ทั้งสองมักจะเล่นละครฉากนี้อยู่บ่อยครั้ง คนหนึ่งเป็นตัวร้าย อีกคนเป็นตัวดี

ตอนเรียน เสิ่นเหยียนฟางอ้างว่าทางบ้านลำบากและบีบให้เธอลาออกจากโรงเรียนชั้นนำ แต่ในขณะเดียวกันเขากลับบริจาคเงินประกันก้อนโตเพื่อส่งเสิ่นชีเสวี่ยไปเรียนต่างประเทศ พอเธอโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาก็บอกว่าบริษัทบริหารจัดการไม่ดี ให้เธอสละสิทธิ์การจัดการ แล้วจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หรูแถบชานเมือง

จนถึงทุกวันนี้ พวกเขาผลาญมรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้เธอจนหมดสิ้นแล้ว ยังจะให้เธอเซ็นสัญญาเงินกู้ก้อนโตด้วยความสำนึกบุญคุณอีก

เสิ่นเย่หลานสูดหายใจเข้าลึกๆ กดความแค้นที่ท่วมท้นเอาไว้ ตอนนี้เวลามีค่ามาก ไม่ใช่เวลามาสะสางบัญชี การได้รับจดหมายเชิญเข้าเกมคือเรื่องสำคัญที่สุด

เธอผ่อนลมหายใจยาวๆ แสดงสีหน้าซาบซึ้งและรู้สึกผิดออกมา

ไม่ใช่อยากเล่นละครเหรอ? งั้นก็เล่นด้วยสิ! หลังเกมรุกรานโลก 3 ปี เธอฝึกฝนทักษะการแสดงจนเชี่ยวชาญ จะแสดงจนกว่าพวกคุณจะน้ำตาไหลเลยล่ะ

“ลุงคะ ลุงช่วยหลานมามากพอแล้ว ป้าสะใภ้พูดถูกค่ะ หลานไม่อาจถ่วงพวกคุณไว้ได้ ครั้งนี้หลานตัดสินใจจะรับผิดชอบด้วยตัวคนเดียวค่ะ”

เธอฉีกสัญญาโอนหุ้นทิ้งด้วยท่าทางเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้น ใบแจ้งหนี้ที่ซ่อนอยู่ในนั้นก็ถูกทำลายไปพร้อมกัน

“เรื่องบริษัท หลานจะหาวิธีจัดการเอง พวกคุณอย่าทะเลาะกันเพราะหลานเลยนะคะ” เสิ่นเย่หลานทำท่าทางรู้ความเหมือนกำลังเป็นห่วงพวกเขาจากใจจริง

“แก...” กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเสิ่นเหยียนฟางกระตุก เขาเกือบหลุดด่าออกมา

เขาหันไปถลึงตาใส่คุณอู๋อิ้งเสวี่ยด้วยแววตาอำมหิต ในใจด่าอู๋อิ้งเสวี่ยยัยโง่ที่แสดงเกินบทไปหน่อย

อู๋อิ้งเสวี่ยมีท่าทีลนลานเล็กน้อย พยายามจะแก้ต่างสองสามคำแต่ก็ถูกเสิ่นเย่หลานขัดขึ้นก่อน

“ป้าสะใภ้ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ หลานรู้ว่าป้าไม่พอใจหลานมาตลอด งั้นหลานไปเดี๋ยวนี้แหละ ป้าก็อย่าได้ไปลำบากลุงเลยนะคะ”

ไม่เปิดโอกาสให้ทั้งคู่พูดอะไรอีก เสิ่นเย่หลานเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานแล้วคว้ากุญแจรถสปอร์ตที่เธอหมายตาไว้นานแล้วออกมา

“ลุงคะ หลานขอยืมรถลุงขับหน่อยนะ ลุงรักหลานที่สุดอยู่แล้ว คงไม่ขัดข้องใช่ไหมคะ!” เสิ่นเย่หลานหมุนกุญแจในมือด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก

เสิ่นเหยียนฟางมองดูกุญแจรถหรูที่แพงที่สุดของเขา แผนการที่ล้มเหลวทำให้เขาเจ็บใจอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ยิ่งเหมือนมีเลือดไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอ เมื่อเผชิญกับสายตาของเสิ่นเย่หลาน เขาจึงต้องฝืนยิ้มอย่างใจดี “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ของลุงก็เหมือนของหลานหลาน ขับไปได้เลย”

“ขับรถช้าๆ นะ! ต้องระวังความปลอดภัยด้วย!”

คำพูดนี้ถือเป็นคำพูดที่เสิ่นเหยียนฟางพูดกับเสิ่นเย่หลานด้วยความจริงใจที่สุดของวันนี้อย่างแน่นอน

เสิ่นเย่หลานโยนคำพูดนั้นทิ้งไว้ข้างหลัง ขับรถหรูพุ่งทะยานกลับบ้านด้วยความเร็วสูง

ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ชั่วโมงก่อนการทดสอบเบต้า ความเร่งรีบในใจบีบคั้นให้เธอต้องเร่งความเร็วซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ก่อนตายในชาติก่อน เสิ่นเย่หลานเพิ่งรู้ว่าจดหมายเชิญเข้าทดสอบเกมนั้นแท้จริงแล้วเป็นของเธอ เป็นเสิ่นชีเสวี่ยที่ขโมยจดหมายเชิญของเธอไปต่างหาก ถึงได้มีชีวิตที่เหมือนโกงเกมแบบนั้น

ในช่วงเวลาหลังจากที่เธอถูกเสิ่นชีเสวี่ยสังเวย จิตสำนึกของเธอล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่า จนได้พบโดยบังเอิญว่าโลกที่เธออยู่นั้นเป็นเพียงโลกที่ถูกสร้างขึ้นมาจากนิยายเล่มหนึ่ง

ลูกพี่ลูกน้องของเธอเสิ่นชีเสวี่ยคือนางเอกของเรื่อง ส่วนตัวเธอเสิ่นเย่หลานก็เป็นเพียงเครื่องมือของนางเอกเท่านั้น!

นางเอกขาดอุปกรณ์ อุปกรณ์ที่เธอแลกมาด้วยชีวิตก็ถูกบอสทำลายจนตกให้นางเอกเก็บไปหน้าตาเฉย นางเอกก่อเรื่อง ความผิดกลับมาตกที่เธออย่างไม่มีเหตุผล แม้กระทั่งพรสวรรค์จากเทพประทานที่ทำให้นางเอกมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในตอนจบ ก็ยังถูกพรากไปจากร่างของเธอ!

แต่ว่า... ทำไมต้องเป็นแบบนั้น?

การได้มีชีวิตอีกครั้งในชาตินี้ เธอจะต้องชิงทำก่อนเสิ่นชีเสวี่ย และทวงทุกอย่างที่เป็นของเธอคืนมา!

. . .

// ฝากนิยายแปลเรื่องนี้ด้วยนะครับ \\

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์