ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 รับภารกิจ
ตอนที่ 5 รับภารกิจ
การอัปค่าสถานะในดินแดนเทพราตรีนิรันดร์ไม่มีทางให้หันหลังกลับ ทุกแต้มค่าสถานะล้วนล้ำค่ายิ่ง ดังนั้นการอัปค่าสถานะจึงต้องสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาในอนาคตของเกม
แต่มีเพียงเสิ่นเย่หลานที่ย้อนเวลากลับมาจาก 3 ปีข้างหน้าเท่านั้นที่รู้ว่าร่างกายคือหนทางที่แท้จริง
หากไม่มีสมรรถภาพร่างกายที่ดี ในช่วงท้ายเกม หากค่าสติปัญญาสูงกว่าค่าร่างกายมากเกินไป กลับจะส่งผลให้ร่างกายของผู้เล่นพังทลายลงได้
ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณของร่างกาย จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงในท้ายที่สุด
เสิ่นเย่หลานหรี่ตาลงจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ในเวลานี้ ค่าสถานะของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว
ID: 00088
ชื่อ: หลิวกวง
เผ่าพันธุ์: เอลฟ์เงา
สติ: 1 (เต็ม 10)
ร่างกาย: 10
สติปัญญา: 7
พละกำลัง: 3
ความเร็ว: 4
โชค: 1 (เต็ม 10)
พรสวรรค์: พิธีบูชาโลหิต (ระดับ S อัปเกรดได้)
ค่าร่างกาย 10 แต้ม ถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่มนุษย์บนดาวสีน้ำเงินจะสามารถทำได้แล้ว ซึ่งทำให้เธอไม่ต้องกังวลว่าจะถูกมอนสเตอร์ระดับอีลีทตบตายง่ายๆ อีกต่อไป
แต่มันยังห่างไกลจากเป้าหมายที่เธอวางไว้มากนัก
ของดรอปจากบอสแผ่นที่นั้นดีกว่ามอนสเตอร์ทั่วไป และยังมีโอกาสดรอปตำราทักษะที่หายากยิ่งอีกด้วย
น่าเสียดายที่เสิ่นเย่หลานมีค่าโชคเพียง 1 แต้ม จึงไม่มีดวงขนาดนั้น ดรอปออกมาเพียงแค่ 2 เหรียญทองและอุปกรณ์ระดับทั่วไปอีก 3 ชิ้น
เสิ่นเย่หลานไม่เสียเวลา แม้บอสแผ่นที่จะเป็นขุมทรัพย์ทั้งตัว แต่เธอยังไม่ได้เรียนทักษะชำแหละ จึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเสียดาย
เก็บของรางวัลแล้วรีบกลับเข้าหมู่บ้านเพื่อนำไปส่งภารกิจให้ผู้ใหญ่บ้าน
“ทำเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? โอ้! แถมเจ้ายังฆ่าราชันหมูป่าที่ออกอาละวาดได้ด้วย!” ความตกตะลึงบนใบหน้าผู้ใหญ่บ้านนั้นเด่นชัดแม้จะมองผ่านหน้าจอ
“เด็กน้อย ความกล้าหาญและฝีมือของเจ้าช่างน่าเลื่อมใส ข้าเห็นรัศมีของนักบุญในอดีตได้จากตัวเจ้า”
เสิ่นเย่หลานทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อหวนนึกถึงกระทู้ที่เคยอ่านในเว็บบอร์ดเกมเมื่อชาติก่อน ในใจของเธอก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นขึ้นมา
ชาติก่อนเคยมีผู้เล่นเปิดเผยว่า ผู้เล่นคนแรกของแต่ละหมู่บ้านเริ่มต้นที่ทำภารกิจมือใหม่สำเร็จ จะเปิดภารกิจย่อยพิเศษ ซึ่งภารกิจและรางวัลจะแตกต่างกันไป แต่มีจุดหนึ่งที่เหมือนกัน คือพวกเขาจะได้รับรางวัลที่ดีที่สุดในหมู่บ้านเริ่มต้นนั้น!
ในตอนนี้ เธอจะมีโอกาสได้รับรางวัลนั้นหรือไม่?
เสิ่นเย่หลานรู้สึกได้ถึงจังหวะเลือดที่เต้นตุบๆ ในแก้วหู กำปั้นที่กำแน่นสั่นน้อยๆ เธอยืนรอคำพูดต่อไปของผู้ใหญ่บ้านอย่างเงียบเชียบ
“หนทางสู่ดินแดนเทพนั้นเต็มไปด้วยอันตราย การเดินทางผจญภัยมิได้ราบรื่นเสมอไป เพียงแค่กำลังกายนั้นไม่เพียงพอ ความรู้ต่างหาก คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการก้าวเดินบนโลกราตรีนิรันดร์”
“เด็กน้อย จงไปหาชาวบ้านที่ชื่อหลี่เยว่เอ๋อ แล้วนำจดหมายฉบับนี้ไปให้นาง หากได้รับการยอมรับจากนาง ที่นั่นอาจมีสิ่งที่เจ้าต้องการอยู่”
สิ้นเสียงของผู้ใหญ่บ้าน หน้าต่างภารกิจก็เปลี่ยนแปลงไป
ชุดภารกิจ [ตามหาหลี่เยว่เอ๋อ]
[ได้ยินมาว่าหลี่เยว่เอ๋อเป็นช่างตัดเสื้อ บางทีเจ้าอาจพบเธอได้ที่ร้านตัดเสื้อในหมู่บ้าน]
ในขณะเดียวกันภารกิจหลักก็สำเร็จลงเช่นกัน ได้รับรางวัลเป็น 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และค่าประสบการณ์จำนวนหนึ่ง
เสิ่นเย่หลานมองดูภารกิจในหน้าต่างตัวละคร มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดูท่ากระทู้ที่บอกไว้จะเป็นเรื่องจริง!
ในโลกราตรีนิรันดร์ การรับภารกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับความรู้ยิ่งมีน้อยลงไปอีก
ความรู้และทักษะทั้งหมดถูกปิดตายจากผู้เล่น ไม่ยอมให้ผู้เล่นได้ทำความเข้าใจหรือเรียนรู้แม้แต่น้อย
เรียกได้ว่า หากกุมข้อมูลและความรู้ของโลกราตรีนิรันดร์ไว้ได้ ก็ย่อมก้าวนำหน้าคนอื่นไปหนึ่งก้าวเสมอ
สาเหตุที่ผู้เล่นเบต้าได้เปรียบในช่วงเปิดเกมจริงมากที่สุด คือในช่วงเบต้า NPC ในโลกราตรีนิรันดร์จะไม่รู้ว่าผู้เล่นไม่เข้าใจภาษาพื้นเมือง คิดเพียงว่าผู้เล่นเป็นใบ้ จึงไม่แยกแยะความแตกต่างระหว่างผู้เล่นกับเผ่าพันธุ์อื่น ผู้เล่นเบต้าหลายคนจึงฉวยโอกาสนี้เรียนรู้ทักษะและความรู้มาได้ไม่น้อย
เหตุผลหนึ่งที่เสิ่นเย่หลานเลือกหมู่บ้านเริ่มต้นแห่งนี้จากหมู่บ้านนับหมื่น ก็เพื่อรางวัลสุดท้ายของหมู่บ้านนี้โดยเฉพาะ นั่นคือ—ความรู้
ชาติก่อนภารกิจย่อยที่ซ่อนอยู่นี้ถูกเปิดใช้งานหลังเปิดเซิร์ฟเวอร์อย่างเป็นทางการ รางวัลที่ได้รับคือการเลือกหนังสือ 3 เล่มจากห้องสมุดของหลี่เยว่เอ๋อเพื่อนำกลับไป
ผู้เล่นคนนั้นใช้หนังสือสอนภาษาพื้นเมืองของโลกราตรีนิรันดร์ที่เลือกมา ทำให้เรียนรู้ภาษาพื้นฐานและเขียนพจนานุกรมราตรีนิรันดร์ขึ้นมาได้ จนทำให้โลกของเกมกับโลกความเป็นจริงสามารถสื่อสารกันได้ และผู้เล่นคนนั้นก็กอบโกยเงินทองมหาศาลจากการขายข้อมูลและความรู้ในหนังสือ
เมื่อเกิดใหม่ในครั้งนี้ หากเธอไม่ใช้โอกาสนี้ตักตวงให้คุ้ม ก็คงรู้สึกขัดใจไปตลอดชีวิต
เธอโค้งคำนับผู้ใหญ่บ้านอย่างนอบน้อมแล้วรีบก้าวเท้าจากไป
ตามเส้นทางในหมู่บ้าน เสิ่นเย่หลานตรงไปยังร้านตัดเสื้ออย่างชำนาญ
เมื่อเข้าใกล้จึงเห็นหญิงชราผมหงอกขาวที่มีใบหน้าใจดีกำลังปีนบันไดด้วยท่าทางสั่นๆ เพื่อจะจับลูกแมวน้อยบนต้นไม้
ใครจะไปคิดว่าหญิงชราก้าวพลาด แล้วตกลงมาจากต้นไม้สูง 2-3 เมตรตรงๆ
เสิ่นเย่หลานใช้เวลาชั่วพริบตาตัดสินใจ เธอเข้าใจทันทีว่ายายแก่ขาเป๋ผู้โด่งดังในภายหลังก็คือคนคนนี้ที่บาดเจ็บจากการตกต้นไม้นี่เอง
เสิ่นเย่หลานบังคับตัวละครในเกมพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วและรับร่างหญิงชราไว้ได้อย่างหวุดหวิด
ตอนนั้นเองหน้าต่างตัวเลือกสนทนาก็ปรากฏขึ้น แต่เสิ่นเย่หลานไม่แม้แต่จะชายตามอง เธอเลือกปิดหน้าต่างนั้นทิ้ง แล้วเปิดระบบไมโครโฟนในคอมพิวเตอร์ ใช้ภาษาพื้นเมืองของราตรีนิรันดร์ที่เรียนมาแบบกระท่อนกระแท่นถามว่า “คุณยายคะ เป็นอะไรไหมคะ?”
แน่นอนว่าเธอสามารถเลือกตอบตามกรอบของเกมได้ แต่ในขณะที่วิธีนั้นสะดวกสบาย รางวัลภารกิจก็จะถูกจำกัดไว้ตายตัว เธอต้องการลองเสี่ยงดูว่า จะสามารถได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มขึ้นหรือไม่
ในหน้าจอเกม หญิงชราลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและขอบคุณเสิ่นเย่หลานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“โอ้! แม่หนู โชคดีเหลือเกินที่มีเจ้า ไม่อย่างนั้นยายคงตายอยู่ใต้ต้นไม้นั่นแล้ว”
“แม่หนู ยายเห็นเจ้าหน้าตาไม่คุ้นนัก เจ้ามาจากไหนรึ?”
เสิ่นเย่หลานเค้นสมองใช้ภาษาราตรีนิรันดร์ที่ยังไม่คล่องแคล่วตอบไปว่า “ข้าเป็นผู้กล้าจากต่างแดน การได้ช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ควรทำค่ะ”
พูดจบยังช่วยหญิงชรานำลูกแมวที่ปีนต้นไม้ลงมาไม่ได้ลงมาด้วยอย่างใจดี
เพื่อขอบคุณผู้ช่วยชีวิต หญิงชราเห็นว่าเสิ่นเย่หลานสวมชุดสีดำทะมึน จึงคะยั้นคะยอจะมอบชุดใหม่ให้เธอหนึ่งชุด
เสิ่นเย่หลานมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นชุดระดับสีฟ้าทั้งเซต เพิ่มค่าสถานะทุกอย่าง 2 แต้ม แถมยังมีโบนัสเซตอีกด้วย
นี่มันอุปกรณ์ระดับเทพสำหรับผู้เล่นมือใหม่ชัดๆ!
เสิ่นเย่หลานกัดฟันถอนสายตาออกจากอุปกรณ์เหล่านั้น ก่อนจะลองเสนอจุดประสงค์ที่มาในครั้งนี้
“คุณยายคะ ข้าได้รับจดหมายให้มาส่งท่าน นี่คือจดหมายจากผู้ใหญ่บ้านค่ะ”
หญิงชราผู้นี้คือหลี่เยว่เอ๋อ เมื่อนางเห็นจดหมายก็เข้าใจเรื่องราวทันที
“โอ้! ดูไม่ออกเลยนะว่าแม่หนูจะเก่งกาจขนาดนี้! ถึงกับผ่านบททดสอบของผู้ใหญ่บ้านมาได้ ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิต ข้าจะถือว่าเจ้าผ่านภารกิจเลยก็แล้วกัน เพื่อเป็นรางวัล เจ้าเลือกหนังสือจากห้องข้าไปได้ 3 เล่ม”
“แม่หนู อย่าได้ดูถูกหนังสือพวกนั้นเชียว ความรู้นี่แหละคือทรัพย์สินที่ล้ำค่าที่สุดของทวีปนี้” หญิงชรากล่าวอย่างมีความหมายลึกซึ้ง เพราะกลัวว่าเสิ่นเย่หลานจะมองว่ารางวัลนั้นน้อยเกินไป
สิ้นเสียงของหญิงชรา ระบบภารกิจก็เปลี่ยนแปลงไปทันที แสดงว่าภารกิจย่อยสำเร็จแล้ว
เสิ่นเย่หลานไม่คาดคิดว่าจะได้รับรางวัลเกินความคาดหมาย เธอจำได้ว่าผู้เล่นคนนั้นเคยบ่นในเว็บบอร์ดว่าภารกิจย่อยนี้ยุ่งยากแค่ไหน เดิมทีเธอเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องใช้เวลาทั้งคืนหมดไปกับภารกิจนี้
ถือว่าประหยัดเวลาไปได้มหาศาลทีเดียว
เธอกำลังจะกดรับรางวัล ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา จึงลองถามหยั่งเชิงว่า “คุณยายคะ ข้าต้องเดินทางตลอดเวลา พกหนังสือไปคงไม่สะดวกนัก สามารถเปลี่ยนเป็นเวลาในการอ่านแทนได้ไหมคะ?”
หลี่เยว่เอ๋อชะงักไป ขมวดคิ้วแน่น นางคิดว่าหลังได้รับคำเตือนจากนาง เสิ่นเย่หลานน่าจะรู้อยู่แล้วว่าหนังสือ 3 เล่มนั้นสำคัญแค่ไหน ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะสายตาสั้นขนาดนี้
ท่าทีของหญิงชราเริ่มเย็นชาลงเล็กน้อย แต่ด้วยบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้ นางจึงเตือนอีกครั้ง “เจ้าคิดให้ดีนะ หากเปลี่ยนเป็นเวลาอ่าน จะมีเวลาให้แค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น”
ทันใดนั้น รางวัลภารกิจก็เปลี่ยนไป ด้านหลังปรากฏนาฬิกานับถอยหลัง 3 ชั่วโมง
เมื่อได้รับคำตอบ เสิ่นเย่หลานรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดความดีใจออกมาอย่างมหาศาล...
ทำได้จริงๆ ด้วย!
แน่นอนว่าเธอเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงชรา และรู้ดีว่าในสถานการณ์ปกติไม่มีทางอ่านหนังสือ 3 เล่มจบได้ภายใน 3 ชั่วโมงแน่ๆ
หญิงชราให้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้บอกนี่ว่า 3 ชั่วโมงนี้ห้ามถ่ายรูปเก็บไว้!
วิชาแคปหน้าจอคือที่สุด!
3 ชั่วโมง หากเธอทำมือไวพอ อย่าว่าแต่ 3 เล่มเลย 30 เล่มเธอก็สามารถถ่ายรูปเก็บไว้ได้ทั้งหมด!
. . .
>> ตอนแรกๆชื่อบางอย่างยังไม่ลงตัวนะครับ จะปรับแก้ไปเรื่อยๆครับ หรือหากมีคำไหนอยากเสนอก็คอมเม้นแจ้งได้เลยนะครับ <<