คีย์บอร์ดพัง · เกมบุกโลก: เริ่มต้นด้วยอาชีพนักบวช แล้วจะให้ฉันสู้ยังไง?

ตอนที่ 28

ตอนที่ 28 ตะลุมบอนในถ้ำ

ตอนที่ 28 ตะลุมบอนในถ้ำ

ทันทีที่มีผู้เล่นนำรูปภาพนี้ไปโพสต์ลงในบอร์ดสนทนา ก็ต่างเรียกเพื่อนฝูงให้แห่กันมาช่วยอย่างรวดเร็ว

[ของปลอมหรือเปล่าเนี่ย ทำไมฉันไม่เห็นเคยเจอ NPC สวยขนาดนี้มาก่อนเลย?]

[ก็เลเวลแกมันไม่ถึงไง ไม่เห็นที่เขาบอกหรือไงว่านี่คือปราชญ์แห่งหมู่บ้านเริ่มต้น! ฟังแค่นี้ก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว ซู้ด... จะว่าไปนะ รสนิยมความงามของทีมงานเกมนี้มันสุดยอดจริงๆ! ฉันอยากจะกราบงามๆ ให้คนวาดเลย หัวสมองทำด้วยอะไรเนี่ย ต่อให้เป็นฝีมือวาดภาพของพระแม่หนี่วาก็คงออกมาสวยขนาดนี้ไม่ได้หรอกมั้ง!]

[ข้างบนนั่นน่ะ ปล่อยเมียฉันเดี๋ยวนี้! พี่น้องทั้งหลาย ฉันพุ่งไปก่อนนะ ไปช่วยเมียจ๋าของฉันแล้ว!] ภาพประกอบ: เหล่าผู้เล่นจำนวนมหาศาลกำลังออกเดินทาง

[หลบไปให้หมด ฉันจะพ่นฉี่ใส่เอง เดี๋ยวฉันปลุกมันตื่นเอง]

ยังมีผู้เล่นบางคนไม่เชื่อว่าในเกมจะมี NPC สวยหยาดเยิ้มขนาดนี้จริง จึงล็อกอินเข้าเกมเพื่อตามขบวนผู้เล่นกลุ่มใหญ่ไป เพราะอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าสวยขนาดไหน

ปกติแล้วเกมเปิดมาได้สองวัน ผู้เล่นยังอยู่ในช่วงงมโข่งไปทั่วเพราะกำแพงภาษา แต่พอมีกิจกรรมตีมอนสเตอร์แถมรางวัลเป็น NPC สาวสวยขนาดนี้ ใครจะไปทนไหวล่ะ?

ผู้เล่นทุกคนรอบหมู่บ้านอวิ๋นเสียต่างมุ่งหน้ามาที่นี่กันหมด

ส่วนผู้เล่นที่อยู่ไกลออกไปก็ได้แต่โอดครวญที่หมู่บ้านเริ่มต้นของตัวเองอยู่ไกลเกินไป ทำได้เพียงลุ้นระทึกดูเหตุการณ์บนอินเทอร์เน็ต

ผู้เล่นที่ชอบเรื่องสนุกๆ บางคนถึงขั้นเปิดไลฟ์สตรีมเกม ทำให้มีคนทะลักเข้ามาชมจำนวนมาก ทุกคนต่างอยากเห็นกิจกรรมใหญ่ครั้งแรกของเกมลึกลับนี้

เสิ่นเย่หลานเองก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่า แค่รูปถ่ายใบเดียวจะสร้างความฮือฮาได้ถึงขนาดนี้ เธอมองดูผู้คนที่รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้แต่รำพึงในใจว่า พลังดึงดูดของบอสใหญ่นี่มันร้ายกาจจริงๆ!

ถึงแม้ผู้เล่นเลเวลเริ่มต้นจำนวนมากเหล่านี้จะสร้างความเสียหายให้กับพวกชุดดำเลเวล 120 ไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยว แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อการหลบหนีของเสิ่นเย่หลาน!

ถ้าเธอไปคนเดียว รับรองว่าไปแล้วไปลับ แต่ตอนนี้มีผู้เล่นมากมายขนาดนี้มาคอยบังหน้าให้ ประกอบกับมีทักษะระดับเทพอย่างก้าวกระโดดมิติ ถ้าเธอยังจะตายตรงนั้นอีก ก็คงต้องบอกว่าโชคชะตามันกำหนดมาแบบนั้นแล้ว

พูดได้ว่าผู้เล่นจำนวนมหาศาลเหล่านี้ ในสายตาของเสิ่นเย่หลานก็เป็นเพียงแค่เหยื่อที่เธอเอามาใช้หยั่งเชิงพวกชุดดำเท่านั้น

ไม่ต้องหาว่าเสิ่นเย่หลานใจดำ เพราะความเมตตาของเธอในชาติก่อนถูกทำลายไปจนหมดสิ้นแล้ว ความเมตตาที่ยังเหลืออยู่ก็น้อยนิด และมอบให้แค่คนบางคนเท่านั้น

ภายใต้การนำของเสิ่นเย่หลาน เหล่าผู้เล่นก็แห่กันมาที่ภูเขาอวิ๋นเสียอย่างเกรียงไกร เสิ่นเย่หลานดูตำแหน่งที่มาร์กไว้ในแผนที่ก่อนหน้านี้ แล้วพบจุดอ่อนของภูเขา เธอตัดสินใจใช้ระเบิดที่มีอยู่ทั้งหมดฝังลงไปแล้วจุดชนวน

ทันใดนั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือน บริเวณตีนเขาอวิ๋นเสียถูกระเบิดจนเป็นรูโหว่สูงเกือบสองเมตร เผยให้เห็นสภาพภายในถ้ำ

“ว้าว! ในเกมมีของดีขนาดนี้ด้วยเหรอ? น้องสาว เธอซื้อไอเทมนี้มาจากไหน? ทำไมฉันหาไม่เจอ?”

ผู้เล่นด้านหลังมองรูที่ระเบิดออกด้วยดวงตาเป็นประกาย ในโลกจริงใครจะเคยเล่นของแบบนี้กันล่ะ? ตอนนี้มีโอกาสในเกม ชาวจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องความอยากรู้อยากเห็นและชอบความวุ่นวาย มีหรือจะควบคุมหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้ได้

เสิ่นเย่หลานใช้วาทศิลป์กล่อมอย่างลื่นไหล “มีแน่นอนค่ะ แค่เราทำภารกิจสำเร็จ ทุกอย่างก็จะเป็นของเรา!”

จากนั้นเธอก็ตะโกนก้อง “พี่น้องทั้งหลาย ลุยเลย! เพื่อช่วยท่านปราชญ์ของเรา! เพื่อดินแดนเทพราตรีนิรันดร์!”

พูดจบเธอก็พุ่งนำหน้าเข้าสู่ถ้ำไปเป็นคนแรก

ผู้เล่นที่กำลังเลือดร้อนไม่รู้เลยว่าข้างในเป็นอย่างไร ต่างเบียดเสียดกันราวกับคุณปู่คุณย่าที่แย่งกันซื้อไข่ด้วยความกระตือรือร้น พุ่งตัวเข้าไปในถ้ำอย่างบ้าคลั่ง

ทว่าเสิ่นเย่หลานกลับอาศัยช่วงชุลมุนหลอมรวมร่างเข้ากับเงา แล้วใช้ก้าวกระโดดมิติหนีลึกเข้าไปในถ้ำทันที

ล้อเล่นน่า... กลุ่มผู้เล่นเลเวล 7-8 ต่อให้มีคนเยอะแค่ไหน ก็เทียบกับพวกชุดดำเลเวล 150 ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

ถ้าเธอไม่รีบหนี เดี๋ยวก็โดนลูกหลงไปด้วยหรอก

จริงดังคาด ผู้เล่นชุดแรกที่เข้าถ้ำไปยังไม่ทันเห็นอะไรชัดเจน ก็โดนกลุ่มควันดำสาดเข้าใส่จนละลายหายไปไม่เหลือแม้แต่ซาก

ทางด้านพวกชุดดำ เดิมทีคิดว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เซราฟิสถูกเทพเจ้าโบราณควบคุมไว้ และกำลังจะถูกแปรสภาพสำเร็จ

ทว่าเสียงระเบิดที่ทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนตามมาด้วยกองทัพมดปลวกที่ตะโกนโหวกเหวกด้วยภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง พร้อมกับถือไม้ถือดาบพุ่งเข้ามา

ต่อให้พวกมันเลเวลสูงแค่ไหน ก็ต้านทานจำนวนของมดปลวกเหล่านี้ไม่ได้

แม้ผู้เล่นส่วนใหญ่จะถูกกำจัดไป แต่ก็ยังมีผู้เล่นบางส่วนที่โชคดีรอดมาได้ พุ่งเข้าสู่ถ้ำด้วยความตื่นเต้น ใช้ทักษะพรสวรรค์ที่ยังไม่ชำนาญทุบทำลายไปทั่ว

ลวดลายบนพื้นถ้ำที่เคยสมบูรณ์ ถูกฝูงชนเหยียบย่ำจนมั่วไปหมดจนไม่เห็นลวดลายดั้งเดิม กระบวนการบูชายัญจึงหยุดชะงักลงทันที

ผู้เล่นส่วนน้อยที่รอดพ้นจากการโจมตีของพวกชุดดำและกระจัดกระจายไปรอบๆ เริ่มเห็นสภาพภายในถ้ำอย่างชัดเจน

กลุ่มคนชุดดำที่ดูยังไงก็เป็นตัวร้ายกำลังฆ่าผู้เล่นไปพลาง พยายามซ่อมแซมลวดลายบนพื้นไปพลางอย่างวุ่นวาย

ส่วนอีกด้านหนึ่ง คือสตรีผู้โฉมงามที่อยู่ในรูปถ่าย

ขณะนี้บนร่างของนางถูกพันธนาการด้วยหมอกสีดำเข้มจาง ดวงตาคู่สวยที่มีประกายสีแดงชาดทว่ายังคงมีความเขียวขจีหลงเหลืออยู่ ผมสีเงินยาวสยายอย่างไม่เป็นระเบียบ ถึงจะถูกขังอยู่แต่ก็ดูราวกับราชินีที่ประทับอยู่บนบัลลังก์หิน สายตาที่มองมาทางพวกเขามีความหยิ่งยโสที่แฝงไปด้วยความสงสัย

ภาพความสง่างามและสูงส่งที่แม้จะตกอยู่ในสถานะผู้แพ้ แต่ก็ยังคงความทะนงตนเอาไว้ได้นั้น พุ่งเข้าชนใจผู้เล่นหลายคนทันที

เมื่อตั้งสติจากความงดงามได้ ผู้เล่นหลายคนก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“อ๊ากกก! พี่น้องทุกคน! ฉันเจออัลฟ่าที่มีชีวิตแล้ว! พี่สาวฆ่าฉันเลย! สวยเกินไปแล้ว!”

“โธ่เว้ย รูปภาพนั่นของจริงแฮะ เข้าเกมมาสองวันแล้ว ทำไมเพิ่งมาให้ฉันเห็นคนสวยขนาดนี้กันนะ!”

“ฉันจะบอกว่าคนนี้คืออันดับหนึ่งในเกมดินแดนเทพราตรีนิรันดร์ พี่น้องคิดว่ามีปัญหาไหม?”

ผู้เล่นที่ยังอยู่ข้างนอกถ้ำต่างเห็นไลฟ์สตรีมบนบอร์ดสนทนา จึงต่างพากันส่งเสียงร้องอื้ออึงพุ่งตัวเข้ามาข้างในกันยกใหญ่

เซราฟิสเบือนหน้ามองไปยังเงาข้างกายด้วยความเผลอไผล เส้นผมสีเงินร่วงหล่นลงมา น้ำเสียงนุ่มลึกเย็นชาเจือความสงสัย “พวกนี้... เป็นเพื่อนของเจ้าหรือ?”

เสิ่นเย่หลานที่ซ่อนตัวอยู่ในเงาไม่แปลกใจที่เซราพบตัวเธอ เธอเหลือบมองผู้เล่นที่กำลังร้องอึกทึกแล้วรู้สึกอับอายเล็กน้อย ก่อนจะรีบปฏิเสธทันควัน “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่! เป็นไปไม่ได้!”

เซราฟิสถอนหายใจเบาๆ “เจ้ารีบพาพวกเขากลับไปเถอะ สาวกลัทธิชั่วไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะรับมือได้”

เสิ่นเย่หลานขมวดคิ้วไม่พูดอะไร สมองพยายามคิดหาวิธีพาเซราฟิสหนีออกไป

ทว่าเลเวลของพวกชุดดำนั้นสูงเกินไป เพียงแค่สะบัดมือผู้เล่นก็ตายไปเป็นแถบ พวกชุดดำที่ตั้งหลักได้เริ่มวางตำแหน่งและซ่อมแซมลวดลายอีกครั้ง

เสิ่นเย่หลานดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นว่าลวดลายสมบูรณ์ขึ้น หมอกดำที่ขังเซราฟิสไว้ก็เริ่มหนาแน่นขึ้น

ดูเหมือนว่าจุดเปลี่ยนจะอยู่ที่ลวดลายนี้!

เสิ่นเย่หลานกระซิบ “อาจารย์ รอสักครู่นะคะ ข้ามีวิธีแล้ว”

พูดจบเสิ่นเย่หลานก็ล็อกอินเข้าบอร์ดสนทนา ตอนนี้ในบอร์ดมีแต่เสียงโหยหวนที่ต่างพากันประณามว่ามอนสเตอร์เลเวลสูงเกินไปจนสู้ไม่ได้

มีผู้เล่นเริ่มสงสัยแล้วว่าเควสนี้เป็นของจริงหรือเปล่า เกมที่ไหนให้ผู้เล่นเลเวลไม่ถึง 10 มาสู้กับบอสเลเวล 150 นี่มันล้อกันเล่นหรือไง?

เสิ่นเย่หลานกวาดสายตามองผ่านๆ โดยไม่สนใจคำถามเหล่านั้น

เธอเล็งกล้องไปที่เซราฟิส เซราฟิสเหมือนจะรู้สึกตัวจึงก้มหน้าลงมา

วินาทีนั้นเอง เสิ่นเย่หลานกดชัตเตอร์ทันที เธออยู่ใกล้เซราฟิสมาก ภาพคมชัดแบบซูมใกล้หน้าจึงได้ถ่ายทอดความงดงามออกมาอย่างเต็มที่ ดวงตาเขียวมรกตที่แฝงด้วยประกายสีแดงชาด และแววตาที่สงบนิ่งราวกับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่

ความสวยระดับบอสบาดเจ็บเพิ่มค่าความนิยม +100 ความสวยระดับบอสบาดเจ็บยามก้มมองเพิ่มค่าความนิยม +10086

แค่รูปใบเดียวนี้ คงทำให้ผู้เล่นหลงไหลจนโงหัวไม่ขึ้นแน่นอน

เสิ่นเย่หลานอัปโหลดรูปภาพลงบอร์ดสนทนา ก็เรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มผู้เล่นที่ซุ่มอยู่อย่างรวดเร็ว

[เฮ้ย! มุมกล้องอะไรเนี่ย อย่าบอกนะว่าเธอแอบถ่ายตอนอยู่ในอ้อมกอดท่านปราชญ์น่ะ! ใครจะไปอิจฉาบ้างไม่พูดละกัน]

[พี่น้อง! ฉันฟื้นคืนชีพแล้ว! คนสวยรอฉันนะ ฉันกำลังไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้!]

[จะไปถึงคิวแกได้ยังไง! พวกเราที่อยู่หน้าถ้ำยังต่อคิวรออยู่เลย!] ภาพประกอบ: ฝูงผู้เล่นนอกถ้ำที่ตื่นเต้นและเบียดเสียดกันเพื่อจะเข้ามา

[แค่เลเวล 150 เองไม่ใช่เหรอ? ท่านปราชญ์คุ้มค่าที่จะเสี่ยงอยู่แล้ว!]

เสิ่นเย่หลานฉวยโอกาสโพสต์ข้อความใต้รูปภาพ: ทุกคนไม่ต้องโจมตีพวกชุดดำ เป้าหมายของเราคือทำลายลวดลายบนพื้น เพื่อช่วยท่านปราชญ์ให้เป็นอิสระ!

[รับทราบ!]

[รับทราบ +1]

...

ผู้เล่นเป็นกลุ่มคนที่ไร้ระเบียบ แต่บางครั้งพวกเขาก็สามัคคีกันอย่างน่าประหลาด

ว่าแล้ว กลุ่มผู้เล่นเหล่านั้นก็ตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน

. . .

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์