ตอนที่ 32
ตอนที่ 32 หน้ากากเมอร์ลิน สิ่งของในฝัน!
ตอนที่ 32 หน้ากากเมอร์ลิน สิ่งของในฝัน!
หินดิบชุดนั้นเธอจำได้ดี มันเป็นหินที่พ่อของเธอขุดพบจากที่ไหนสักแห่งสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่
เธอยังพอจำได้เลือนรางว่าตอนที่หินชุดนี้ถูกขนส่งมา คนที่มาด้วยต่างสวมชุดป้องกันรังสีมิดชิดและพกอาวุธครบมือ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ตอนนั้นเธอยังเคยถามพ่อด้วยความสงสัยว่าหินสีเทาๆ ดูไม่น่าสนใจพวกนั้นคืออะไร พ่อเพียงแค่ลูบหัวเธอด้วยสีหน้าตื่นเต้นแล้วบอกว่า “นั่นคือความหวังของอนาคต”
ช่วงนั้นพ่อวุ่นมาก ดูเหมือนจะร่วมมือกับสถาบันวิจัยของรัฐบาลเพื่อศึกษาหินชุดนั้น
ในตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่าหินที่ดูธรรมดาๆ พวกนั้นจะเป็นความหวังของอนาคตได้อย่างไร?
เพียงแต่ตอนที่ตามพ่อเข้าออกสถาบันวิจัยบ้างเป็นครั้งคราว เธอแว่วได้ยินว่าหินเหล่านั้นเต็มไปด้วยพลังงานมหาศาล หากสามารถหาวิธีนำพลังงานมาใช้ได้ ปัญหาเรื่องพลังงานหมดโลกก็จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป
เธอไม่รู้ว่าผลการวิจัยออกมาเป็นอย่างไร หลังจากพ่อจากไปอย่างกะทันหัน เสิ่นเหยียนฟางก็อ้างว่าหินชุดนั้นเป็นทรัพย์สินของบริษัท แล้วนำไปเก็บรักษาไว้ในห้องใต้ดินของบริษัท หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของหินชุดนั้นอีกเลย
เธอไม่รู้ว่าทำไมเสิ่นเหยียนฟางถึงนึกอยากจะแตะต้องหินชุดนี้ขึ้นมา แต่ในเมื่อเป็นของที่เขาต้องการ ก็ต้องห้ามให้เขาได้ไปเด็ดขาด
เมื่อมองดูเวลา ตอนนี้เป็นเช้าวันที่สามของการเปิดทดสอบเกมอย่างเป็นทางการ
เธอแช่อยู่ในเกมมาสามคืนสองวันแล้ว วันนี้ก็เป็นวันครบกำหนดสุดท้ายที่อาจารย์สั่งให้เธอไปที่ศูนย์วิจัยในโลกความเป็นจริง เธอควรต้องกลับไปจัดการธุระในโลกความจริงบ้างแล้ว
พอดีเลย เธอมีบางอย่างที่ต้องไปเอาจากศูนย์วิจัยด้วย
เสิ่นเย่หลานตัดสินใจได้ดังนั้น จึงบอกเซราฟิสว่ามีธุระด่วน แล้วจะรีบตามไปหาภายหลัง
เซราฟิสมองนางด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกก่อนจะพยักหน้าตกลง ชั่วพริบตาร่างสูงโปร่งสง่างามก็หายวับเข้าไปในประตูมิติ
เสิ่นเย่หลานได้แต่กุมขมับ เธอสงสัยว่าเซราฟิสคงเดาได้แล้วว่าเธอจะกลับโลกความเป็นจริง
แต่ก็นะ นางก็ไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามติดรถไปด้วย!
เสิ่นเย่หลานมองดูป่าที่รกร้างว่างเปล่ารอบกายด้วยความน้ำตาตกใน จะให้เธอควบม้ากลับไปก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง!
ไม่มีทางเลือก เสิ่นเย่หลานจึงต้องสลับใช้ทักษะก้าวกระโดดมิติและรอยแยกมิติ ทันทีที่คูลดาวน์เสร็จเธอก็ใช้ทักษะอย่างไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ ดื่มยาฟื้นมานาจนแทบจะอาเจียน รีบเร่งสุดชีวิตจนถึงหมู่บ้านอุกกาบาตศักดิ์สิทธิ์ภายใน 1 ชั่วโมง
เหตุผลที่ต้องกลับมาที่หมู่บ้านอุกกาบาตศักดิ์สิทธิ์ก็ง่ายมาก การจะรวมร่างของสองสถานะจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันเท่านั้น
มีเพียงตอนที่สองสถานะรวมร่างกัน ค่าร่างกายของเธอถึงจะแตะระดับ 50 พอดี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่เธอคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะสามารถใช้ทักษะพรสวรรค์ในโลกความเป็นจริงได้
ทว่าหมู่บ้านอุกกาบาตศักดิ์สิทธิ์กับหมู่บ้านอวิ๋นเสียนั้นไกลกันมาก ต้องผ่านหมู่บ้านเริ่มต้นอีกสองแห่ง
รวมร่างแต่ละทีเสียเวลาเดินทางไปตั้งเท่าไหร่ เสิ่นเย่หลานได้แต่รำพึงว่า ถ้ามีไอเทมอะไรที่ทำให้ร่างสร้างพ่อไปฟาดแกวาร์ปไปหาหลิวกวงได้ก็คงดี
พอนึกถึงตรงนี้ เสิ่นเย่หลานก็นึกขึ้นได้ว่า มันมีไอเทมแบบนั้นอยู่จริงๆ นี่นา!
ในชาติก่อน เสิ่นชีเสวี่ยมีผู้ชายรายล้อมนับไม่ถ้วน แต่ที่ยอมรับกันว่าจี้หลินยวนคือพระเอกตัวจริงก็เพราะไอเทมที่ทั้งคู่ผูกมัดกันไว้คู่หนึ่ง คือ [แหวนคริสตัลจิตสัมพันธ์·พันธะคู่]
เธอไม่รู้ผลลัพธ์ที่แน่ชัดของไอเทมนี้ แต่เธอรู้ว่าหลังจากมีแหวนคู่นี้ ทั้งคู่สามารถวาร์ปไปหาอีกฝ่ายได้ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน!
ไอเทมที่มีประโยชน์ขนาดนี้ ชาติก่อนกลับถูกพวกเขานำมาใช้พลอดรักกัน แถมยังเปิดโอกาสให้จี้หลินยวนได้สวมบทบาทพระเอกขี่ม้าขาวช่วยนางเอกอยู่ตั้งหลายครั้ง
ช่างสิ้นเปลืองอะไรอย่างนี้!
พวกเขาช่างหยามเกียรติไอเทมระดับเทพขนาดนี้เสียจริง!
ไอเทมนี้ควรจะสร้างมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ! นอกจากตัวเธอเองแล้วจะมีใครที่เข้าใจจิตใจกันได้ลึกซึ้งเท่าตัวเธอเองอีก? ต่อให้เป็นคู่รักหรือสามีภรรยาก็ไม่มีทางทำได้! เธอพูดเอง!
เสิ่นเย่หลานอิจฉาจนตาแดงก่ำ ทำไมของดีๆ ถึงไปตกอยู่ที่พระเอกนางเอกหมดนะ?
ของชิ้นนี้ เธอต้องเอามาให้ได้!
เสิ่นเย่หลานนึกทบทวนระหว่างเดินทางว่าสองคนนั้นได้รับของดีชิ้นนี้ไปเมื่อไหร่ในชาติก่อน
คิดอยู่ตั้งนานก็นึกไม่ออก เพราะชาติก่อนพระเอกนางเอกมองเธอเป็นแค่ถุงเลือด มีของดีอะไรก็ปิดบังเธอไว้เพราะกลัวเธอจะรู้
เสิ่นเย่หลานแค้นจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ชาติก่อนของดีอะไรก็ถูกนางเอกแย่งไปหมด แม้แต่ตอนที่ได้ไอเทมมาเธอยังไม่รู้เลย!
ยิ่งคิดยิ่งแค้น เสิ่นเย่หลานคิดว่าเธอคงต้องหาทางดูดเลือดพระเอกนางเอกเพื่อแลกกับของบางอย่างถึงจะบรรเทาความแค้นในใจได้
เมื่อถึงหมู่บ้านอุกกาบาตศักดิ์สิทธิ์ สองสถานะก็รวมร่างกัน
เวลานี้หลิวกวงทำงานหนักไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ ในสถานบำบัดของวิหาร ได้รับคำชมเชยอย่างสูงจากหัวหน้าพยาบาล ค่าผลงานสะสมก็ใกล้จะถึงครึ่งทางตามเป้าหมายแล้ว เหรียญที่ได้รับก็มีถึง 3 เหรียญทอง 42 เหรียญเงิน
รออีกสักพักมาทำอีกสองสามรอบ ก็คงจะได้ตำราทักษะมาครอง
เธอตรวจสอบกระเป๋าผู้เล่นของหลิวกวง ภายในมีแต่ของจิปาถะที่แลกมาจากการรักษาพยาบาล กวาดสายตามองผ่านๆ ก็มีแต่ขยะที่ใช้การไม่ได้
ขณะที่เสิ่นเย่หลานเตรียมจะจัดการทำความสะอาดกระเป๋า หน้ากากรูปร่างประหลาดที่เต็มไปด้วยสนิมใบหนึ่งในกระเป๋าก็ดึงดูดความสนใจของเธอ
ไม่มีเหตุผลอื่นใด เนตรหยั่งรู้ความจริงที่ปกติชอบแกล้งตายไม่ยอมปรากฏตัว กลับแสดงข้อความ 3 คำบนหน้ากากนี้อย่างขี้เหนียว
[หน้ากากปริศนาที่ชำรุด (รอการถอดรหัส)]
ไอ้ของพรรค์นี้พอเยาะเย้ยเธอเสร็จก็หายหัวไป ไม่ยอมปรากฏตัวถ้าไม่จ่ายเงิน
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นมันแสดงข้อความระบุไอเทมที่ไม่รู้จักเองแบบนี้
เสิ่นเย่หลานจิตใจกระชุ่มกระชวย ของที่เนตรหยั่งรู้ความจริงมองเห็น ไม่น่าจะเป็นขยะหรอกมั้ง?
เธอหยิบหน้ากากขึ้นมาดูอย่างละเอียด ไม่พบความผิดปกติใดๆ ดูราวกับขยะริมทางที่ไม่มีใครต้องการ
เธอเดาว่าหน้ากากนี้คงเป็นสิ่งที่ทหารคนไหนสักคนเก็บมาแบบสุ่มๆ แล้วเห็นว่าไม่มีความสำคัญ เลยปล่อยให้เสิ่นเย่หลานแลกมา
เสิ่นเย่หลานลองกด ‘รอการถอดรหัส’ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาพร้อมข้อความโอเวอร์จากเนตรหยั่งรู้ความจริง
[ต้องการจ่าย 10 เหรียญทองเพื่อถอดรหัสหรือไม่?]
เสิ่นเย่หลานสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้สึกจริงๆ ว่าเนตรหยั่งรู้ความจริงนี่ชื่อไม่ตรงกับสรรพคุณเลย น่าจะเรียกว่าอสูรกลืนทองเสียมากกว่า
แม้ว่าตอนนี้เธอจะมีเงินที่อาจารย์ให้มาถึง 1,000 เหรียญทอง พอจะเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีครึ่งคนได้บ้าง แต่เงินก็ไม่ใช่จะเอามาใช้แบบนี้!
เสิ่นเย่หลานคลิกยืนยันไปพร้อมกับความปวดใจ
หน้ากากใบนี้ต้องคุ้มค่าเงินนะ ไม่อย่างนั้นเธอจะหักมันให้หมาแดก! ไม่สิ หมาออกจะน่ารัก เอาไปให้เสิ่นชีเสวี่ยกินดีกว่า ของพรรค์นั้นเหมาะกับนางดี
‘ติ๊ง’ เสียงระบบหักเงินดังขึ้น
ชื่อของหน้ากากถูกแก้ไข เผยให้เห็นชื่อเดิมของมัน
[หน้ากากเมอร์ลินที่ชำรุด]
เสิ่นเย่หลานครุ่นคิด ผู้ที่อ่านประวัติศาสตร์ดินแดนราตรีนิรันดร์มาอย่างแตกฉานอย่างเธอรู้ดีว่า เมอร์ลินคือจอมเวทในตำนานของโลกนี้ ผู้ช่วยจักรพรรดิองค์แรกสร้างราชสำนัก ภาพลักษณ์ของเขามักจะเปลี่ยนไปมา แต่ส่วนใหญ่ปรากฏในร่างของชายชรา
ใครกันช่างกล้า เอาชื่อของมหาบุรุษมาตั้งชื่อหน้ากาก?
เสิ่นเย่หลานดูความสามารถของหน้ากากอย่างกังขา
วินาทีถัดมา เธอก็ประสานมือขอบคุณเนตรหยั่งรู้ความจริง 10 เหรียญทองนี่ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน!
[หน้ากากเมอร์ลินที่ชำรุด (เครื่องประดับ)]
จอมเวทจะมีใบหน้าเดียวได้ที่ไหนกันล่ะ?
[ผลลัพธ์: หลังจากสวมใส่ หากสัมผัสเป้าหมาย สามารถคัดลอกรูปลักษณ์ของเป้าหมายนั้นได้ สามารถบันทึกไว้ได้สูงสุด 3 ร่างต่อวัน ระยะเวลาปลอมตัวคือ 1 ชั่วโมง]
ดี! ดีมาก! เป็นเครื่องประดับอีกชิ้นแล้ว ตอนนี้เธอก็เริ่มจะรุ่งแล้วสิเนี่ย ถึงกับรู้สึกว่าตัวเองมีดวงนางเอกนิยาย ไม่อย่างนั้นของดีแบบนี้จะมาตกอยู่ที่เธอได้อย่างไร?
ง่วงนอนก็มีคนเอาหมอนมาส่ง กำลังคิดอยู่ว่าจะวางแผนใส่ร้ายป้ายสีคนยังไง ก็มีวิธีมาให้แล้ว!
. . .