ตอนที่ 13
ตอนที่ 13 เรื่องแดงขึ้นมา
ตอนที่ 13 เรื่องแดงขึ้นมา
เสิ่นเย่หลานอดกลั้นความรู้สึกสะอิดสะเอียนไว้ในใจ ก่อนจะสะบัดมือของกู้ชิงเยี่ยนออก
“คุณก็รู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่ฉันแคร์ที่สุดคือน้องสาวคนนี้ แต่คุณยังกล้าไปก่อเรื่องอื้อฉาวแบบนี้ขึ้นมาอีก คุณรู้ไหมว่ามันส่งผลกระทบต่ออาชีพการงานของน้องสาวฉันมากแค่ไหน!”
พูดจบ เธอก็สวมบทบาทเป็นพี่สาวสายหวงน้อง ชี้หน้าด่าคนทั้งสอง
“ไอ้สองตัวโง่เง่านี่ สมองมีน้อยแต่มีกำลังเยอะนักนะ น้องสาวฉันมีความฝันอยากเป็นดารามาตั้งแต่เด็ก พวกคุณสองคนนี่... กู้ชิงเยี่ยนฉันไม่พูดถึงละกัน ส่วนเย่หานโจว ตัวคุณเองก็เป็นคนสาธารณะแท้ๆ ไม่รู้หรือไงว่าควรทำตัวอย่างไรในที่สาธารณะ? นี่คือวิธีที่คุณแสดงความรักต่อน้องสาวฉันงั้นเหรอ?”
“คุณคบกับน้องสาวฉันมาเกินครึ่งปีแล้วไม่ใช่หรือไง? ถึงได้สร้างเรื่องไร้สาระแบบนี้ขึ้นมาได้?”
หลังจากระบายความแค้นใส่ทั้งสองคนจนหนำใจ เสิ่นเย่หลานก็สงบสติอารมณ์ลงแล้วกล่าวว่า “ฉันถามเพื่อนมาแล้ว น้องสาวอยู่ที่ร้านของกู้ชิงเยี่ยนตอนลงจากรถ มีทั้งวิดีโอและรูปถ่ายชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือประกาศว่าชีเสวี่ยกับกู้ชิงเยี่ยนคบหากันอยู่ ส่วนเย่หานโจวก็บอกไปว่าเป็นเพราะดื่มหนักหลังแข่ง เลยจำคนผิด”
พูดจบเธอก็เหลือบไปมองเย่หานโจว “วิธีนี้อาจจะกระทบชื่อเสียงของคุณบ้าง แต่ในฐานะพี่สาว ฉันยอมเสียสละแฟนตัวเองให้แล้ว คุณในฐานะแฟนตัวจริง จะไม่มีน้ำใจเสียสละแค่นี้เลยเหรอ?”
คนทั้งหลายมีสีหน้าต่างกันไป ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เสิ่นเหยียนฟางมองเสิ่นเย่หลานที่พุ่งเข้ามาจัดการทุกอย่างด้วยความเร็ว ก็ขมวดคิ้วแน่น แผนเดิมทั้งหมดถูกปั่นป่วนไปหมด เขาทำท่าจะอ้าปากพูดเพื่อกอบกู้สถานการณ์ แต่กลับถูกกู้ชิงเยี่ยนขัดขึ้นเสียก่อน
“ผมไม่ยอม!” กู้ชิงเยี่ยนขมวดคิ้วมองเสิ่นเย่หลาน “หลานหลาน คุณเห็นผมเป็นอะไร ผมเป็นได้แค่แฟนของคุณเท่านั้น”
“ใช่แล้วหลานหลาน” เสิ่นเหยียนฟางฉวยโอกาสเสริม “วิธีนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก”
เสิ่นเย่หลานมองดูเสิ่นเหยียนฟางที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมในแววตา ความรู้สึกเย้ยหยันแล่นเข้ามาในใจ เธอแสร้งทำเป็นร้อนรน “แล้วจะทำยังไงล่ะคะ!”
เสิ่นเหยียนฟางอึกอักแล้วพูดว่า “ตอนนี้ผู้จัดการของชีเสวี่ยมีแผนหนึ่งออกมา คือต้องการให้หลานหลานเสียสละอะไรบางอย่าง”
“แต่ไม่เป็นไรนะ เราคนกันเองรู้ความจริงอยู่แล้ว แค่ต้องการคำอธิบายให้แฟนคลับของชีเสวี่ยเท่านั้น”
“พอดีหลานหลานกับชีเสวี่ยหน้าตาคล้ายกันนิดหน่อย เดี๋ยวเราค่อยออกแถลงการณ์ว่าคนที่อยู่ในรูปคือหลานหลาน แล้วกู้ชิงเยี่ยนก็เป็นแฟนหลานหลานอยู่แล้ว ทุกอย่างจะได้ดูสมเหตุสมผล หลานหลานเองก็เป็นแค่คนธรรมดา อีกไม่นานชาวเน็ตก็ลืมแล้ว ไม่มีผลกระทบอะไรกับหลานหลานหรอก”
“นั่นไม่เท่ากับว่าฉันกลายเป็นคนหลายใจ คบซ้อนในสายตาชาวเน็ตหรอกเหรอคะ?” เสิ่นเย่หลานถามกลับอย่างไม่อยากเชื่อ
“แค่ให้ช่วยแค่นี้มันจะเป็นไรไป? ถ้าไม่ใช่เพราะแก เรื่องพวกนี้คงไม่เกิดขึ้น!” อู๋อิ้งเสวี่ยชี้หน้าเสิ่นเย่หลานด้วยความมั่นใจ เล็บยาวสีแดงสดเกือบจะทิ่มหน้าเธอ “ลองพูดมาสิว่าหลายปีมานี้ลุงแกช่วยแกไว้แค่ไหน ให้ทำอะไรก็ถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว ตอนนี้แค่อยากให้ทำแถลงการณ์นิดๆ หน่อยๆ ยังจะอิดออดอีก”
“ฉันบอกแล้วว่านังนี่มันเนรคุณ แกก็ไม่เชื่อ! ฉันจะบอกให้ เสิ่นเหยียนฟาง ถ้าลูกสาวฉันมีปัญหาเรื่องงานขึ้นมา ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
อู๋อิ้งเสวี่ยโวยวายพร้อมกับเข้าไปทึ้งเสื้อผ้าของเสิ่นเหยียนฟาง
ด้านข้างเสิ่นชีเสวี่ยดึงชายเสื้อของเสิ่นเย่หลานอย่างกระอักกระอ่วน นัยน์ตาแดงก่ำดูเปราะบาง “พี่คะ ช่วยหนูครั้งนี้เถอะนะ”
ในดวงตาของเสิ่นเย่หลานมีความเย้ยหยันที่รุนแรงปรากฏขึ้น สมแล้วจริงๆ ครอบครัวนี้ไม่สูบเลือดจนหมดตัวก็คงไม่เลิกรา
พูดซะดิบดีว่าแค่ให้ทำแถลงการณ์
ถึงตอนนั้น เสิ่นชีเสวี่ยยังคงเป็นนางเอกใสซื่อบริสุทธิ์ ส่วนเธอกลับกลายเป็นผู้หญิงหลายใจที่ใครๆ ก็รังเกียจ ยิ่งถ้าข่าวความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นชีเสวี่ยกับเย่หานโจวหลุดออกมา เธอก็จะกลายเป็นนางร้ายที่แย่งแฟนน้องสาวไปอีก
ไม่ต้องเดาก็รู้ นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน
เธอมองดูแฟนหนุ่มในนามของตัวเอง “คุณก็คิดว่าควรทำแบบนี้เหมือนกัน?”
กู้ชิงเยี่ยนขมวดคิ้ว บนใบหน้าฉายแววไม่เป็นธรรมชาติ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตาเสิ่นเย่หลาน “ก็ผมเป็นแฟนคุณ ใครๆ ก็รู้เรื่องนี้กันทั้งนั้น”
เธอกวาดสายตาไปรอบๆ ทุกคนต่างมีสีหน้าเหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งที่สมควรทำอยู่แล้ว
ดูท่าแผนการนี้คงตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะมาถึงแล้ว การเรียกเธอมาก็แค่ทำตามพิธีการเท่านั้น
โชคดีที่เธอได้เห็นธาตุแท้ของคนพวกนี้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
เสิ่นเย่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ตราบใดที่ช่วยน้องสาวได้ ให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นค่ะ”
ใบหน้าของเสิ่นชีเสวี่ยยินดีขึ้นมาทันที “ดีเลยค่ะพี่ แค่พี่ล็อกอินเข้าโซเชียลแล้วแชร์แถลงการณ์ของสตูดิโอหนูเท่านั้นเอง หนู...”
เธอยังไม่ทันพูดจบ เสิ่นเย่หลานก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเสียดาย “แต่พี่ทำแบบนั้นไม่ได้น่ะสิคะ เมื่อคืนพี่กับเพื่อนเพิ่งเล่นเกมด้วยกัน เพื่อนพี่เป็นสตรีมเมอร์ แฟนคลับเขารู้กันหมดว่าเมื่อคืนพี่นั่งเล่นเกมอยู่ที่บ้านทั้งคืน”
“อะไรนะ!” สีหน้าของเสิ่นชีเสวี่ยเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงจนคุมอารมณ์ไม่อยู่ กรีดร้องออกมาด้วยเสียงแหลมเหมือนเสียงชอล์กขูดกระดานที่ทำเอาขนลุก “ทำไมพี่ไม่บอกให้เร็วกว่านี้!”
เมื่อได้สติ เสิ่นชีเสวี่ยก็รีบปรับสีหน้าทันที แต่ในดวงตาคู่นั้นยังคงปิดบังความแค้นเคืองไว้ไม่มิด “พี่คะ ทำไมตอนพี่สตรีมถึงไม่บอกหนูคะ?”
เสิ่นเย่หลานทำหน้าใสซื่อ “พี่ก็ไม่คิดว่าการให้แฟนพี่ไปส่งน้องที่บ้าน จะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายได้ขนาดนี้เหมือนกัน”
เธอระวังตัวเรื่องการถูกสวมรอยไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว เมื่อคืนจึงจ้างเพื่อนให้ใช้โมเดล AI จำลองใบหน้าของเธอเพื่อไลฟ์สดทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน
เพื่อนของเธอแต่ละคนเป็นคนจากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เทคนิคแนบเนียนไร้ที่ติ ตราบใดที่ไม่มีคนจากทางการเข้ามาตรวจสอบเอง ก็ไม่มีทางจับพิรุธได้
พวกเขากะจะใช้เธอเป็นเครื่องมือ ก็ได้รับผลกรรมสนองกลับไปเองแล้วกัน
เสิ่นเย่หลานกำลังคิดเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของใครบางคนดังขึ้น
เสิ่นชีเสวี่ยรับโทรศัพท์ ใบหน้าก็ซีดเผือดลงทันที
“ทำไมไม่บอกหนูว่าพี่สตรีมอยู่เมื่อคืน? แถลงการณ์ก็ปล่อยออกไปแล้ว ชาวเน็ตไม่เชื่อเลย! ซวยแล้ว ทีนี้ไม่ว่าจะพูดยังไงชาวเน็ตก็ไม่มีทางเชื่อแล้ว!”
เสิ่นเย่หลานแอบได้ยินเสียงผู้จัดการของอีกฝ่ายจากปลายสาย ดูท่าก่อนจะเรียกเธอมา พวกเขาก็เริ่มลงมือตามแผนไปแล้วสินะ?
พวกเขามั่นใจเหลือเกินว่าเธอจะไม่ปฏิเสธ? คงใช้เธอจนชินแล้วสินะ?
งั้นก็ขอโทษทีเถอะ ใครใช้ให้เธอกลับมาเกิดใหม่กันล่ะ?
เธอหยิบมือถือออกมาเปิดหน้าข่าวบันเทิง ภาพไลฟ์สดเมื่อคืนของเธอถูกวางคู่กับรูปถ่ายของเสิ่นชีเสวี่ยเมื่อคืน กลายเป็นเป้าให้ชาวเน็ตรุมด่า
[ให้ตายเถอะ พี่สาวของเสิ่นชีเสวี่ยเนี่ยร้ายกาจจริงๆ ไลฟ์สดเล่นเกมไปพลาง นัวเนียกับผู้ชายสองคนไปพลาง แยกร่างเก่งจริงๆ นะ!]
[เสิ่นชีเสวี่ย แฟนคลับผิดหวังในตัวคุณมากนะ จะคบใครก็เรื่องของคุณ แต่การที่พยายามปฏิเสธหัวชนฝาแถมยังโยนความผิดให้พี่สาวตัวเองเนี่ย มันน่าสมเพชจริงๆ]
[คนในครอบครัวยังตกลงกันไม่ได้ก็อย่าปล่อยออกมาเลย ดูสิเนี่ย พังไม่เป็นท่า? นี่คือการแก้ข่าวที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ยิ่งแก้ก็ยิ่งโป๊ะแตก]
[ไม่คิดเลยนะเนี่ย เสิ่นชีเสวี่ยดูใสซื่อแท้ๆ ลับหลังดันเล่นแรงขนาดนี้]
[เสิ่นชีเสวี่ย อีผู้หญิงเนรคุณ...]
เมื่อเห็นว่าเป็นแฟนคลับของเย่หานโจวที่เข้ามาคอมเมนต์อย่างดุเดือด เสิ่นเย่หลานก็แทบอยากจะแคปหน้าจอเก็บไว้ดูวันละ 300 รอบ ปากคอเราะร้ายมาก ด่าอีกเยอะๆ เลย
เมื่อเห็นครอบครัวเสิ่นชีเสวี่ยสีหน้าซีดเผือดและตื่นตระหนก เสิ่นเย่หลานก็แววตาลึกซึ้ง
นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ชาติก่อนพวกแกทำให้ฉันต้องพังพินาศ โดนผู้คนประณามด่าทอ นี่แค่เศษเสี้ยวของสิ่งที่พวกแกต้องได้รับแค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ?
แล้วบทลงโทษที่รออยู่ข้างหน้า พวกแกจะทำอย่างไรกันดีล่ะ?
. . .