คีย์บอร์ดพัง · เกมบุกโลก: เริ่มต้นด้วยอาชีพนักบวช แล้วจะให้ฉันสู้ยังไง?

ตอนที่ 12

ตอนที่ 12 ขอความช่วยเหลือ

ตอนที่ 12 ขอความช่วยเหลือ

ผ่านไปครู่หนึ่ง สายก็ถูกรับ

เสียงแหบพร่าและแก่ชราดังมาจากปลายสาย

“หึ แม่คนยุ่งเหยิง นึกยังไงถึงโทรหาฉันได้? ไม่ใช่ว่าตอนแรกบอกว่าจะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาหาฉันหรอกเหรอ? เป็นไง... ตอนนี้เป็นท่านประธานเสิ่นแล้ว เลยมีเวลาว่างมาสนใจคนแก่อย่างฉันแล้วสินะ?”

ยังไม่ทันที่ชายชราจะพูดจบ โทรศัพท์ก็ถูกแย่งไป

“โธ่ ตาแก่แกนี่พูดจาไม่เข้าหูเลย รอสายนี้มาตั้งนาน พอรับสายเข้าหน่อยก็ทำเป็นปากแข็งไปได้”

เสียงของหญิงชราที่แก่พอๆ กัน แต่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาดังขึ้น “ใช่เย่หลานหรือเปล่า? ได้ข่าวว่าหนูเอาบริษัทพ่อกลับมาได้แล้ว? ดีจังเลยนะ ยายบอกแล้วว่าหนูทำอะไรก็สำเร็จไปหมด”

“ฮึ เอากลับมาแล้วจะเป็นอะไรไป ก็โดนพวกปลวกพวกนั้นที่บ้านลุงใหญ่ของเขาผลาญไปหมดแล้วไม่ใช่รึไง ไปอยู่ตรงนั้นก็เป็นได้แค่แพะรับบาปจริงๆ อวดดีไม่ดูตาม้าตาเรือ เด็กกะโปโลอย่างนี้จะไปสู้พวกจิ้งจอกเฒ่าเหล่านั้นได้ยังไง”

คำพูดเต็มไปด้วยความประชดประชันของชายชราดังมา เสิ่นเย่หลานฟังแล้วมุมปากก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มขึ้นมาวูบหนึ่ง

“โธ่ คุณก็อย่าพูดแบบนั้นสิ” ทางปลายสาย หญิงชราผมขาวโพลนถือโทรศัพท์หลบตาแก่ ก่อนจะปิดปากโทรศัพท์แล้วกระซิบ “เย่หลานจ้ะ ไม่ใช่ว่าอาจารย์หญิงจะพูดมากนะ แต่คำโบราณเขาว่าไว้ว่าอย่าไว้ใจใคร ถึงแม้เสิ่นเหยียนฟางจะเป็นลุงแท้ๆ ของหนู แต่คนเป็นพ่อเป็นลูกกันยังหักหลังกันได้เลย”

“ได้ข่าวว่าเขาให้หนูไปพัฒนาโครงการแถวเมืองใต้รึ? อาจารย์ของหนูอุตส่าห์ส่งคนไปสืบมา ที่นั่นมีเลศนัยนะ ได้ยินมาว่าเบื้องบนกำลังส่งคนไปตรวจสอบอยู่”

“เย่หลาน หนูพิจารณาดูให้ดีนะ ตาแก่นั่นแม้ปากจะแข็ง แต่หนูก็รู้นิสัยเขา เรื่องไม่เป็นเรื่องเขาไม่พูดมั่วหรอก นี่ไง เพิ่งได้รับข่าวกรองที่แน่นอนมา ก็รีบเร่งให้ยายโทรหาหนู ใครจะไปรู้ว่าหนูจะโทรมาพอดี จริงสิ หนูโทรมามีธุระอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?”

แววตาของเสิ่นเย่หลานอ่อนแสงลง เธอหัวเราะเบาๆ แล้วตอบกลับอย่างนุ่มนวล “อาจารย์หญิงค่ะ หนูทราบแล้วค่ะ”

ดังนั้น ชาติก่อนเธอถึงได้ถูกครอบครัวเสิ่นชีเสวี่ยบดบังสายตาได้ยังไงกันนะ?

ในขณะที่คนประเภทเดียวกันอย่างอู๋อิ้งเสวี่ยเอาแต่พูดจาจิกกัด เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอ อ้างบุญคุณปากเปราะ แต่จริงๆ แล้วไม่เคยควักกระเป๋าให้แม้แต่นิด แถมยังคอยสูบเอาของจากเธอตลอดเวลา

แต่อาจารย์กลับคอยให้ความช่วยเหลือเธอแบบอ้อมๆ เธอไม่เคยไถ่ถามเรื่องข่าวสาร แต่อาจารย์กลับเป็นฝ่ายนำข่าวมาส่งให้ถึงมือ

ทั้งที่อาจารย์ในฐานะศาสตราจารย์แห่งสถาบันเครื่องกล ควรจะอยู่ห่างจากบริษัทธุรกิจตั้งหลายโยชน์ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะคอยเป็นห่วงเธออยู่ตลอด จะรู้ความเคลื่อนไหวของเธอได้ชัดเจนขนาดนี้ได้อย่างไร หรือกระทั่งยอมใช้เส้นสายของตัวเองไปสืบข้อมูลมาให้

ถึงอาจารย์จะเป็นศาสตราจารย์ แต่การจะไปสืบข่าวระดับประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แต่อาจารย์กับอาจารย์หญิงกลับไม่เคยบ่นถึงความเหนื่อยยากนั้นสักคำ

เสิ่นเย่หลานหลับตาแน่น อดกลั้นความแสบคอแล้วเอ่ยเสียงเบา

“อาจารย์หญิงคะ หนูมีเรื่องอยากจะรบกวนให้อาจารย์ช่วยหน่อยค่ะ...”

ยังไม่ทันพูดจบ คนที่รับสายก็เปลี่ยนคน

“มีเรื่องอะไร?” เสียงแก่ชราแต่หนักแน่น ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องอะไรที่ยากเกินความสามารถของเขา

ขอบตาของเสิ่นเย่หลานร้อนผ่าว เธอเม้มปาก “แม่ของหนูอยู่ที่สถานพักฟื้นเซี่ยกวงที่เสิ่นเหยียนฟางจัดไว้ให้ ไม่ทราบว่าอาจารย์จะพอหาคนไปรับแม่หนูออกมาได้เร็วที่สุดไหมคะ? ถ้าเป็นคนทั่วไปไปรับ เขาคงไม่ปล่อยตัวง่ายๆ”

“เรื่องนี้ทำไมไม่บอกให้เร็วล่ะ?” ชายชราโกรธจัดและสั่งทันที ก่อนจะวางสายไป

เสิ่นเย่หลานมองโทรศัพท์ที่ถูกวางไปอย่างจนใจ อาจารย์ก็ยังเป็นคนใจร้อนแบบนี้เสมอ

ชั่วครู่ต่อมา โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงของชายชราดังขึ้นอย่างมีความหมาย “ในที่สุดก็ตื่นรู้แล้วสินะ? วางใจเถอะ ฉันจัดการให้เสี่ยวหลี่ไปแล้ว ไม่เกิน 1 ชั่วโมงนี้ แม่ของเธอจะถูกรับตัวไปที่บ้านพักในศูนย์วิจัยในฐานะครอบครัวของบุคลากรลับระดับประเทศ เธออยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ”

ความช่วยเหลือที่ไม่มีเงื่อนไขแบบนี้ ทำให้เสิ่นเย่หลานที่คลุกคลีอยู่ในเกมมา 3 ปีรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ห่างหายไปนาน ลำคอของเธอแสบร้อนราวกับมีก้อนหินติดอยู่ เธอจึงแกล้งพูดหยอก “อาจารย์ไม่ชอบบอกว่าหนูเป็นเด็กหัวทึบอยู่บ่อยๆ เหรอคะ? ในที่สุดก็ยอมรับแล้วหรือว่าหนูเป็นคนมีฝีมือ?”

ชายชราแค่นเสียง “บุคลากรลับที่ว่านั่นหมายถึงตัวฉันที่เป็นอาจารย์เธอต่างหาก! เกี่ยวอะไรกับเธอ?”

“แต่เธอต้องไปรายงานตัวที่ศูนย์วิจัยภายใน 3 วันนะ แม่ของเธอคงอยู่ที่นั่นตลอดไปไม่ได้”

เมื่อฟังคำพูดของชายชรา ก้อนหินก้อนสุดท้ายในใจของเสิ่นเย่หลานก็ถูกวางลงเสียที

“ขอบคุณค่ะอาจารย์ หนูทราบแล้วค่ะ”

ชาติก่อน เพราะอาจารย์คอยเตือนให้ระวังครอบครัวเสิ่นเหยียนฟางอยู่ตลอด แต่เธอกลับเหมือนโดนน้ำยาเสน่ห์เป่าหู ปักใจเชื่อเสิ่นเหยียนฟางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น กระทั่งเลือกทำตามคำแนะนำของเสิ่นเหยียนฟางที่ให้เธอลาออกจากโรงเรียนกลับมาช่วยกอบกู้บริษัท

เพราะเรื่องนี้ ทำให้เธอทะเลาะกับอาจารย์จนต่างฝ่ายต่างแยกทางกันอย่างไม่เป็นสุข

ต่อมาเธอถูกครอบครัวเสิ่นเหยียนฟางหลอกให้เซ็นสัญญาเงินกู้ก้อนโต ยิ่งทำให้เธอไม่กล้าไปสู้หน้าอาจารย์

จากนั้นไม่นาน เกมก็รุกรานโลก...

กว่าจะรอดชีวิตออกมาจากเกมได้ และตั้งใจจะกลับไปหาอาจารย์เป็นครั้งสุดท้าย ก็ได้รู้ว่าอาจารย์ถูกรับตัวไปที่ศูนย์วิจัยลับของประเทศเสียแล้ว และข่าวคราวก็เงียบหายไปเลย

สิ่งที่เธอเสียใจที่สุดในชาติก่อน คือการที่ไม่ได้คืนดีกับตาแก่จอมดื้อคนนี้

มาเกิดใหม่ครั้งนี้ ถึงได้รู้ว่าการอ้าปากขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย

เพราะตาแก่คนนี้มักจะเกรงใจนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจของเธอเสมอ จึงทำเป็นละเลยความดีที่ตัวเองมีต่อเธอ และไม่เคยพูดถึงมันเลยสักครั้ง

เสิ่นเย่หลานกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความแสบร้อนในแววตา

ในดวงตาของเธอเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่โหมกระหน่ำ เสิ่นเหยียนฟาง ครั้งนี้เมื่อไม่มีไพ่ตายแล้ว ฉันอยากจะเห็นนักว่าคุณเตรียมจะเล่นละครฉากไหนมาหลอกฉันอีก?

หลังจากขับรถมาถึงบ้านของเสิ่นชีเสวี่ย

เมื่อเทียบกับคอนโดเล็กๆ ที่เธอยังติดหนี้อยู่ บ้านของเสิ่นชีเสวี่ยถือเป็นวิลล่าหรูหรา

การซื้อคฤหาสน์หรูในใจกลางเมืองที่ราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ได้ ชาติก่อนเธอต้องตาบอดขนาดไหนกันนะ ถึงได้เชื่อคำโกหกที่ว่าพวกเขาติดหนี้ก้อนโตปากเปราะพวกนั้น

ทันทีที่เข้าวิลล่า เสิ่นเย่หลานชะงักฝีเท้า... ให้ตายสิ รวมพลกันครบเลยสินะ!

ทั้งครอบครัวเสิ่นชีเสวี่ย กู้ชิงเยี่ยน และแฟนหนุ่มตัวน้อยเย่หานโจวของเสิ่นชีเสวี่ยก็อยู่ที่นี่ด้วย ใครไม่รู้คงนึกว่ากำลังเปิดงานรวมพลฮาเร็มเสิ่นชีเสวี่ยอยู่แน่ๆ

ภายใต้สายตาที่จ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจากพวกที่ซ่อนเล่ห์เหลี่ยมเอาไว้ เสิ่นเย่หลานก้าวเข้าไปฉาดใหญ่

เพียะ! เธอตบเข้าที่ใบหน้าของกู้ชิงเยี่ยนอย่างแรง

สัมผัสได้ถึงความเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ เสิ่นเย่หลานรู้สึกรำคาญใจขึ้นมา บ่ายนี้เกมก็จะเปิดแล้ว ไอคู่ชายโฉดหญิงชั่วนี่ยังจะมาวุ่นวายกับเธออีก งั้นอย่าโทษเธอเลยถ้าจะขอเก็บดอกเบี้ยก่อน

ทุกคนอึ้งกิมกี่ด้วยความตกใจ

เสิ่นชีเสวี่ยทำท่าเจ็บปวดรีบเข้ามาพยุงกู้ชิงเยี่ยนไว้ “พี่คะ พี่ทำอะไรคะ?”

เสิ่นเย่หลานแค่นหัวเราะแล้วชี้หน้ากู้ชิงเยี่ยนด่ากราด

“ฉันให้คุณไปส่งน้องสาวฉันกลับบ้าน คุณทำแบบนี้เหรอ? ข่าวบันเทิงนั่นอะไร สองหนุ่มเทพบุตรเปิดศึกชิงนาง เย่หานโจวคนนั้นน่ะเป็นแฟนตัวจริงของชีเสวี่ย แล้วคุณเป็นตัวอะไรถึงได้ไปเปรียบเทียบกับเขา? คุณไม่ใช่แฟนฉันหรอกเหรอ? ไปอาละวาดอะไรตรงนั้น?”

พูดจบ เสิ่นเย่หลานก็มองเสิ่นชีเสวี่ยด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ชีเสวี่ย พี่ก็ไม่นึกว่ากู้ชิงเยี่ยนจะเป็นคนแบบนี้ เธอวางใจเถอะ พี่จะเลิกกับเขาเดี๋ยวนี้ พี่จะออกแถลงการณ์ว่าทั้งหมดนี่เป็นแค่ความเข้าใจไปเองของกู้ชิงเยี่ยนคนเดียว ไม่เกี่ยวกับเธอ”

เสิ่นชีเสวี่ยสบตากับเสิ่นเหยียนฟาง แผนเดิมของพวกเขาไม่ใช่แบบนี้ เสิ่นเย่หลานทำแบบนี้เท่ากับทำลายแผนของพวกเขาจนยับเยิน

เสิ่นชีเสวี่ยได้แต่กัดฟันพูด “พี่คะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ชิงเยี่ยนหรอกค่ะ เป็นเพราะหานโจวเข้าใจผิด เลยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

กู้ชิงเยี่ยนก้าวเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลาดูเศร้าหมอง เขาไม่สนใจแก้มที่บวมแดงเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ยื่นมือมาจับมือเสิ่นเย่หลานไว้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างหาที่สุด

“หลานหลาน คุณจะเลิกกับผมเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้จริงๆ เหรอ?”

. . .

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์