คีย์บอร์ดพัง · เกมบุกโลก: เริ่มต้นด้วยอาชีพนักบวช แล้วจะให้ฉันสู้ยังไง?

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11 ข่าวฉาว

ตอนที่ 11 ข่าวฉาว

เมื่อเสิ่นเย่หลานฟื้นจากอาการหมดสติ แสงแดดข้างนอกก็สว่างจ้าไปทั่วห้องแล้ว

เสิ่นเย่หลานปลดล็อกโหมดเครื่องบินบนมือถือ ทันทีที่เชื่อมต่อสัญญาณ ข้อมูลข่าวสารนับไม่ถ้วนก็ประดังเข้ามาจนเครื่องแทบจะค้าง

เธอเหลือบมองดูผู้ที่ส่งข้อความมา เสิ่นชีเสวี่ยและกู้ชิงเยี่ยน

เสิ่นเย่หลานแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาโดยไม่คิดจะสนใจ เธอเพียงแค่ดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 10 โมง 3 นาที

เซิร์ฟเวอร์ปิดตอน 8 โมงเช้า เธอหมดสติไปนานถึง 2 ชั่วโมง

เธอกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ภาพในเกมหายไปแล้ว กลายเป็นหน้าปัดนับถอยหลังสู่การเปิดเกมอย่างเป็นทางการ

เวลาเปิดเกมคือ 2 ทุ่มตรงของวันนี้

เธอสัมผัสไปที่ดวงตาขวาของตัวเอง แม้จะดูปกติไม่มีอะไร แต่เธอยังจำได้แม่นว่าตอนนั้นมีบางอย่างหลุดเข้าไปในตาของเธอจริงๆ

เธอเดินมาส่องกระจกดูอย่างละเอียด รูม่านตาสีอำพันนั้นใสกระจ่าง ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ

เสิ่นเย่หลานส่ายหัว หรือจะเป็นเพียงภาพหลอน? เธอจำได้ว่ากว่าที่เกมจะส่งผลกระทบต่อโลกความเป็นจริงได้ อย่างน้อยก็ต้องรอให้ถึง 3 ปีข้างหน้า

เมื่อหาคำตอบไม่ได้ เสิ่นเย่หลานก็เลิกคิดถึงมัน

เธอเปลี่ยนมาเปิดหน้าเว็บไซต์ทางการของเกมแล้วเข้าไปดูในเว็บบอร์ด ซึ่งในตอนนี้ที่นั่นกำลังวุ่นวายสุดขีด

[พวกเรา ดูสิว่าฉันเจออะไร นี่มันเกมจอมปลอมที่อ้างว่าเป็นโฮโลกราฟิกเพื่อไถเงินชัดๆ หมายังไม่เล่นเลย!]

[ฉันมีคำถามข้อเดียว บริษัทใหญ่ที่ไหนเป็นคนทำเกมนี้วะ? การตลาดนี่โคตรจะเทพ กล้าเอาเวลาเปิดเซิร์ฟไปแปะไว้ในเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเนี่ยนะ? ต้องมีเส้นสายใหญ่โตขนาดไหนกัน]

[จุ๊ๆ ข่าววงในได้ยินมาว่ามีแฮกเกอร์บุกเว็บไซต์รัฐบาลแล้วเอาเกมไปแปะไว้ ตอนนี้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจตรวจสอบกันให้วุ่นแล้ว]

[ให้ตายเถอะ เกมนี้ยังไม่ทันเปิดเซิร์ฟก็ทำเรื่องใหญ่ซะแล้ว ดูท่าพี่น้องไม่ต้องรอถึงบ่ายโมงหรอก พยากรณ์ได้เลยว่าเกมนี้เจ๊งไม่เป็นท่า เกมขยะชัดๆ หมายังไม่เล่น!]

[เกมขยะ หมายังไม่เล่น!]

...

ไล่ดูจนทั่วก็ยังไม่มีข้อมูลทางการใดๆ จากฝั่งผู้พัฒนาเกม

เสิ่นเย่หลานพ่นลมหายใจใส่ชาวเน็ตที่กำลังเถียงกันวุ่นวาย นี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้น ในตอนนี้ทางการยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่รออีก 3 วันสิ ทางการนั่นแหละที่จะเป็นคนลงมาประกาศโปรโมทเกมนี้ด้วยตัวเอง

เมื่อนึกถึงตรงนี้ หัวใจของเสิ่นเย่หลานก็กระตุกวูบ เธอเพิ่งจะฉุกคิดขึ้นมาได้ กลไกของรัฐนั้นยิ่งใหญ่ปานใด ในฐานะกระบอกเสียงของประเทศ เป็นไปได้หรือที่จะแนะนำเกมสุ่มสี่สุ่มห้า?

มีเพียงคำอธิบายเดียว คือทางรัฐพบความผิดปกติของเกมนี้แล้ว และอาจจะตรวจสอบเจออะไรบางอย่างเข้า...

ความเร่งรีบในใจของเสิ่นเย่หลานยิ่งทวีความรุนแรง เธอต้องรีบฉกฉวยผลประโยชน์จากเกมให้เร็วขึ้นอีก เธอเป็นใครกัน ถึงจะไปหาญกล้าต่อกรกับกลไกของรัฐ?

อาศัยช่วงเวลาที่ทุกคนยังรอดูท่าที เสิ่นเย่หลานรีบกดจองแคปซูลเล่นเกมอย่างรวดเร็ว

แคปซูลเล่นเกมเป็นของดี เสียบสารอาหารเสริมเข้าไป จะเล่นสักสามวันสามคืนก็ไม่มีปัญหา

เมื่อเทียบกับหมวกโฮโลกราฟิกแล้ว แคปซูลให้สัมผัสที่สมจริงกว่า การเคลื่อนไหวราบรื่นลื่นไหลกว่ามาก การเล็งยิงหรือต่อสู้ในเกมแทบไม่ต่างจากความเป็นจริง

น่าเสียดายที่ตั้งแต่เกมนี้ถือกำเนิดขึ้น แคปซูลก็เป็นที่ต้องการของตลาดจนผลิตไม่ทัน ในชาติก่อนเสิ่นเย่หลานต้องรอนานกว่าครึ่งปีถึงจะได้ใช้แคปซูล

ในขณะที่เสิ่นเย่หลานกำลังจะเลื่อนอ่านเว็บบอร์ดเพื่อหาข้อมูลเกมเพิ่มเติม เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งคนกำลังจะขาดใจตาย

เสิ่นเย่หลานแค่นหัวเราะเมื่อเห็นชื่อผู้โทร เธอรอจนอีกฝ่ายอดรนทนไม่ไหวโทรเข้ามาอีกรอบ ถึงค่อยกดรับสายช้าๆ

“เสิ่นเย่หลาน แกทำอะไรอยู่? ทำไมไม่รีบรับโทรศัพท์!”

ทันทีที่รับสาย เสียงแหลมสูงบาดหูของป้าสะใภ้อู๋อิ้งเสวี่ยก็ดังทะลุเข้ามา

เสิ่นเย่หลานเปิดหน้าข่าวบันเทิงบนคอมพิวเตอร์ ข่าวที่สองปรากฏข่าวฉาวของเสิ่นชีเสวี่ยกับชายหนุ่มสองคนพอดี

พาดหัวข่าวสุดร้อนแรง ‘นางเอกน้องใหม่ดิ่งข่าวฉาวเรื่องรักซ้อน สองหนุ่มเทพบุตรเปิดศึกชิงนาง สรุปแล้วหัวใจของเธอเป็นของใครกันแน่?’

เสิ่นเย่หลานรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ดูท่าแผนการเล็กๆ เมื่อคืนจะไม่เสียเปล่า นี่สิถึงจะเรียกว่าการเริ่มต้นวันที่สวยงาม!

น่าเสียดายที่หน้าหนึ่งถูกข่าวเปิดตัวเกมแย่งไป ไม่เช่นนั้นเสิ่นชีเสวี่ยคงได้ลิ้มรสข่าวหน้าหนึ่งที่เธอโหยหาหนักหนา

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ?” เสิ่นเย่หลานแกล้งทำเสียงงัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่น

“รีบไสหัวมาที่นี่เดี๋ยวนี้! น้องสาวแกเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แกยังมีแก่ใจมานอนหลับอีกเหรอ?”

นอกจากเสียงแหลมของอู๋อิ้งเสวี่ยแล้ว ยังมีเสียงของลุงใหญ่เสิ่นเหยียนฟางที่แกล้งทำเป็นเข้ามาห้ามปราม

“เธอจะเรียกหลานหลานมาทำไม เรื่องนี้จะไปเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ เอาเงินไปเตรียมไว้เถอะ เผื่อว่าจะขอซื้อรูปพวกนั้นคืนได้”

ข้างๆ ยังมีเสียงเสิ่นชีเสวี่ยสะอื้นไห้เบาๆ “แม่คะ อย่าไปเรียกพี่เลยค่ะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่เขา”

“แกหุบปากไปเลย! ถ้าไม่ใช่เพราะแกที่ดันทะลึ่งไปบอกว่าเธอไปทำงานต่างจังหวัดเหนื่อยๆ อยากจะไปช่วยทำความสะอาดห้องให้เธอ ผลสุดท้ายเป็นไง?”

“เธอขี้เกียจเลยให้แฟนตัวเองมาส่งแกแทน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ แกจะถูกแอบถ่ายได้ยังไง? รู้ตัวไหมว่าแกน่ะถือว่าเป็นดาราแล้วนะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้รักษาภาพพจน์ แล้วดูสิเรื่องนี้จะแก้ยังไง!”

อู๋อิ้งเสวี่ยตะคอกใส่โทรศัพท์ “รีบไสหัวมาเดี๋ยวนี้!”

จากนั้นสายก็ถูกตัดไป

ไม่นานนัก ข้อความก็เด้งเข้ามาในมือถือ

เสิ่นชีเสวี่ย: พี่คะ อย่าถือสาที่แม่พูดเลยค่ะ ตอนนี้แม่อารมณ์ไม่ดี พูดจาอาจจะมีน้ำโหบ้าง พี่ไม่ต้องมานะคะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ พี่อย่าเก็บไปคิดเลยค่ะ มากที่สุดก็แค่หนูไม่เป็นดาราแล้วก็ได้

เสิ่นเย่หลานแววตาวาวโรจน์ด้วยความเย้ยหยัน สมกับเป็นตัวแม่ด้านการแสดงจริงๆ บทแน่นเปรี๊ยะ

ถ้าเป็นชาติก่อน เธอคงรีบพุ่งไปที่บ้านเสิ่นชีเสวี่ยเพื่อวางแผนช่วยเหลือด้วยความรู้สึกผิดทันทีที่เห็นข่าว

เมื่อนึกถึงตัวเองในชาติก่อนที่ถูกปั่นหัวจนหมุนคว้าง เสิ่นเย่หลานก็อดไม่ได้ที่จะแผ่รังสีเย็นเยียบออกมา

ก็จริงนะ เผชิญหน้ากับครอบครัวตัวละครจอมปลอมที่เล่นละครฉากใหญ่ใส่เธอทุกวัน ใครจะรักษาความใจเย็นไว้ได้โดยไม่โดนหลอก?

เสิ่นเย่หลานพิมพ์ข้อความตอบกลับ: ได้ งั้นพี่จะไม่ไปก่อน รอให้ป้าสะใภ้อารมณ์เย็นลงแล้วค่อยไปหาน้องนะ พี่จะลองติดต่อเพื่อนดูว่ามีใครรู้จักคนในวงการนี้บ้างไหม

ในเมื่อเสิ่นชีเสวี่ยบอกไม่ให้เธอไป ถ้าเธอไม่ไปจริงๆ แล้วจะมาเสียใจทีหลังอย่ามาโทษกันนะ!

ไม่นาน ข้อความก็เด้งเข้ามาอีกครั้ง

ความเย้ยหยันในแววตาเสิ่นเย่หลานยิ่งเข้มข้น ดูท่าจะอยากให้เธอไปจริงๆ สินะ

แหม พอบอกไม่ไป ก็ร้อนรนขึ้นมาเลยเหรอ?

ถึงขั้นลากแฟนหนุ่มในนามของเธอมาช่วยเล่นละครด้วย

กู้ชิงเยี่ยน: หลานหลาน ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านน้องสาวคุณแล้ว ขอโทษด้วยจริงๆ ผมไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เพราะผมทำให้น้องสาวคุณเสียงาน ผมรู้สึกผิดมาก คุณมาที่นี่หน่อยเถอะ มาปรึกษากันว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง

เสิ่นเย่หลานบิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นยืน เอาเถอะ เหลือเวลาอีกตั้งนานกว่าเกมจะเปิด ไม่ให้พวกเขาเล่นละครจนจบก็เสียดายแย่

ในเมื่อพวกเขายืนกรานอยากให้เธอไปนัก เธอจะไปดูหน่อยซิว่าในกะลาใบนี้มียาอะไรซ่อนอยู่

ที่แน่ๆ คือครอบครัวนี้ไม่มีทางคิดดีกับเธอแน่นอน

เพียงแต่ครั้งนี้ พวกเขาฝันไปเถอะว่าจะได้ใช้เธอเป็นถุงเลือดอีก

ก่อนจะก้าวเข้าสู่งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยกับดักนี้ เสิ่นเย่หลานถูหน้าจอมือถืออยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ตัดสินใจเปิดบัญชีที่ถูกปิดตายมานาน

เธอโทรหาเบอร์ติดต่อเพียงหนึ่งเดียวในบัญชีนั้น

ในระหว่างที่รอสาย เสิ่นเย่หลานเม้มปากแน่น ในแววตาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ปั่นป่วนและถูกกดทับเอาไว้

. . .

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์