NN3_SKY · ภรรยาตัวร้ายกลับมาเกิดใหม่ ยุค 80

ตอนที่ 58

บทที่ 58

【ติง! ยินดีด้วยโฮสต์!】

【ค่าความชอบของพระเอกโจวเจิ้งหัวต่อคุณบวก 10! ขณะนี้ค่าความชอบ อยู่ที่ 70 เต็ม 100!】

เกาฉิงเหอกำลังช่วยน้องสาวฟังและสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่

อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น เธอถึงกับรู้สึก งง งวย

เธอทำอะไรไปหรือ?

นี่มัน... รักแบบบังคับหรือไง?

ระบบเองก็ไม่คิดว่าโฮสต์ของมันยังไม่ทำอะไรเลย แต่พระเอกในเรื่องกลับเพิ่มค่าความชอบ ขึ้นมาเฉยๆ

มันตกใจจนพูดขึ้นว่า 【พระเอกเขาจะรักผิดคนหรือเปล่านี่?】

เกาฉิงเหอหัวเราะในใจ “ฉันก็รู้ว่าเจ้าระบบนี่ไว้ใจไม่ได้จริงๆ”

โชคดีที่เธอไม่ได้เชื่อมัน ไม่อย่างนั้นถ้าต้องพึ่งระบบงี่เง่านี่ล่ะก็ ชีวิตนี้เธอคงจบยิ่งกว่าชาติที่แล้วแน่

ระบบที่ถูกเจ้าของรังเกียจได้แต่ร้องหงิงๆ มันมั่นใจว่าฟังก์ชันเก็บข้อมูลของมันไม่มีทางผิดแน่!

เกาฉิงเหอไม่สนใจมัน เธอเห็นน้องสาวยังเขียนคำที่เธออ่านไม่ออกหลายคำ จึงทำเครื่องหมายไว้ แล้วฟังคำต่อไป

การจะเรียนภาษาอังกฤษให้ดีไม่มีทางลัด

มีเพียงทางเดียวคือ “ท่องจำให้ขึ้นใจ”

เมื่อจำคำศัพท์ได้มากพอ แล้วฝึกใช้จนชิน เดี๋ยวก็จะพูดได้ดีเอง

เกาฉิงหยาในใจฮึดขึ้นมา ตั้งแต่ได้ยินคนในบ้านพูดว่าพี่สาวคบกับแฟนใหม่ที่บ้านมีน้องสาวคนหนึ่ง เรียนอยู่มัธยมปลายโรงเรียนอันดับหนึ่งของอำเภอ

เธอก็แอบสาบานในใจว่า จะต้องสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งให้ได้เหมือนกัน

ตอนฝ่ายชายพูดโอ้อวดว่าน้องสาวของแฟนเรียนเก่ง เธอก็อยากให้พี่สาวของตัวเองภูมิใจเหมือนกัน ว่ามีน้องสาวที่สอบติดโรงเรียนดีได้

เกาฉิงเหอไม่รู้ว่าน้องสาวคิดอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าน้องสาวดูตั้งใจเรียนขึ้นมาก

“ไม่เลวเลยนะ ท่องได้ตั้งยี่สิบห้าคำจากสามสิบคำ ที่เหลือห้าคำพี่วงไว้ให้แล้วนะ กลับไปอ่านเพิ่มอีกหน่อย”

เธอวางหนังสือลงตรงหน้าของน้อง แล้วบอกให้น้องตรวจซ้ำอีกที

จากนั้นก็ลุกขึ้นบิดตัวหาว แล้วพูดเสียงขี้เกียจเหมือนเดิม

“ต่อไปทุกครั้งที่เธอปิดเทอมกลับมา พี่จะช่วยฟังคำศัพท์ให้ ครั้งละร้อยคำ จัดตารางอ่านเองละกัน”

“อีกอย่าง...” เธอนอนลงบนเตียงก่อนพูดต่ออย่างอ่อนเสียง

“อยากเก่งภาษาอังกฤษ ต้องเน้นท่องคำศัพท์ ท่องได้คำใหม่หนึ่งคำ ก็ต้องทวนคำเก่าทั้งหมดด้วย เพื่อให้จำได้แม่นยำขึ้น”

“เชื่อพี่สิ อีกสองเดือนเธอจะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน”

ผ้าห่มที่คุณยายเอาไปตากแดดกลับมามีกลิ่นอุ่นๆ ของแสงแดด เกาฉิงเหอเริ่มง่วง เธอพยักหน้าให้น้องอย่านอนดึก ก่อนจะหลับตาลง

เกาฉิงหยา รู้ว่าพี่สาวต้องตื่นเช้า จึงแม้แต่เสียงหายใจก็พยายามเบาให้สุด

เธอเขียนคำที่เมื่อกี้ฟังไม่ออกลงสมุดทีละคำ คำละยี่สิบครั้ง จนมั่นใจว่าท่องได้หมดแล้ว ถึงค่อยดับไฟเข้านอน

เกาฉิงเหอรู้สึกเหมือนเพิ่งฝันว่ามีเงินร่วงลงมาจากฟ้าทับตัวเองเต็มไปหมด

ยังไม่ทันได้ดีใจเลย เสียงนาฬิกาปลุกจากระบบก็ดังขึ้น

เสียงเด็กๆ ใสนุ่มจากระบบฟังดูน่ารักดี

เธอลืมตาขึ้น ลุกพรวดจากเตียง รีบแต่งตัว ล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว

คุณยายตื่นก่อนแล้ว อาหารเช้าเตรียมไว้พร้อมบนโต๊ะ

เกาฉิงเหอกับเกาฉิงเหมียวล้างหน้าเสร็จก็มานั่งกินทันที

“ระวังตัวบนทางด้วยนะ” คุณยายเตือนด้วยความห่วงใย

ทั้งคู่พยักหน้าพร้อมกัน ก่อนหนีบกระเป๋าใหญ่ไว้ใต้แขน รีบขึ้นรถไปอำเภอ

พอถึงตัวอำเภอ เกาฉิงเหอก็ตรงไปหาพี่หง ขอให้ช่วยถามว่ามีห้องว่างให้เช่าที่ไหนบ้าง

พี่หงถามอย่างแปลกใจ “นี่คิดจะอยู่ในเมืองถาวรแล้วเหรอ?”

เกาฉิงเหอยิ้มแบบเหนื่อยๆ “ไปๆ มาๆ มันยุ่งยากเกินไป”

“รีบไหม?” พี่หงถาม

“ยิ่งเร็วได้ยิ่งดี” เกาฉิงเหอตอบ

“โอเค เดี๋ยวพอร้านโล่งหน่อย พี่จะไปถามให้”

พี่หงเห็นเกาฉิงเหอยังอุตส่าห์เอาผลไม้สองกระป๋องมาฝาก ก็รีบโบกมือปฏิเสธว่าไม่ต้องเกรงใจ

เกาฉิงเหอแค่ยิ้ม แล้วรีบไปต่อ เพราะต้องไปให้ทันรถ

“เด็กคนนี้ทั้งเก่งทั้งรู้จักมารยาทจริงๆ” พี่หงพูดอย่างเอ็นดู ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

ลูกสาวของพี่หงที่ไม่ได้ไปโรงเรียนวันนี้ เดินเข้ามาในร้าน เห็นผลไม้กระป๋องก็ถามอย่างออดอ้อน

“แม่จ๋า หนูกินได้ไหม?”

พี่หงหัวเราะแล้วจิ้มจมูกลูกเบาๆ “กินได้ครึ่งเดียว อีกครึ่งไว้กินตอนเย็นนะ”

“อิ่มไปจะท้องแน่นเอาได้”

เด็กหญิงยิ้มกว้างดีใจสุดๆ ยกมือโอบแม่ไว้แล้วจุ๊บเบาๆ “แม่ดีที่สุดในโลกเลย~”

เสียงนั้นทำให้หัวใจคนเป็นแม่อบอุ่นขึ้นมาทันที

ช่วงนี้นักเรียนส่วนใหญ่กลับบ้านกันหมด แถมวันนี้ยังอากาศครึ้มฝน เธอจึงคิดว่าคงไม่มีลูกค้าเข้าร้านมากนัก

เลยฝากร้านไว้กับสามี แล้วจูงมือลูกออกไป

ลูกสาวถือกระป๋องผลไม้ไปกินไป ถามอย่างร่าเริง

“แม่จ๋า เราจะไปหาบ้านให้พี่สาวสวยคนนั้นเหรอ?”

พี่หงหัวเราะ “ยัยจอมซน แอบฟังผู้ใหญ่คุยอีกแล้วสินะ”

เด็กหญิงหัวเราะคิกคัก เดินตามแม่อย่างมีความสุข

วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ — ทั้งได้กินของอร่อย ทั้งได้อยู่กับแม่

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เกาฉิงเหอกับเกาฉิงเหมียวก็กำลังขึ้นรถไฟมุ่งหน้าไปยังเมืองข้างๆ

จนได้ขึ้นรถไฟเรียบร้อย ก็ปาเข้าไปบ่ายโมงแล้ว

อีกแค่สามชั่วโมงก็จะถึงเมืองหลวงของมณฑล

ทั้งคู่หาที่นั่งได้แล้ว ในที่สุดก็ได้พักหายใจบ้างหลังจากวิ่งวุ่นมาทั้งเช้า

“พี่ กินไหม?” เกาฉิงเหมียวหยิบขนมบิสกิตออกมายื่นให้

เกาฉิงเหอไม่ค่อยหิว รับไปสองชิ้น ค่อยๆ เคี้ยว

ส่วนเกาฉิงเหมียว กินทีเดียวรวดเดียวไปครึ่งห่อ

แต่เพราะบิสกิตแห้งเกินไป จนติดคอ ต้องรีบหยิบกระติกน้ำเหล็กพิมพ์ “เล่ยเฟิง” ออกมาดื่มรวดเดียวหมด

พอโล่งคอ เขาก็พิงเบาะถอนหายใจแรง

เกาฉิงเหอเห็นทุกอย่างเต็มตา ได้แต่พูดในใจว่า “เฮ้อ…ไร้คำจะพูด”

“เกาฉิงเหมียว บ้านเราปล่อยให้นายอดอยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

เกาฉิงเหมียวรู้ว่าคนตรงข้ามสามคนกำลังมองอยู่ หน้าเลยแดงเป็นมะเขือเทศ

“แค่กๆ” เขาไอแห้งๆ เพื่อกลบเกลื่อน แล้วรีบพูด

“พี่ เดี๋ยวผมไปต้มน้ำร้อนที่ตู้รถไฟนะ พี่จะเอาด้วยไหม?”

เกาฉิงเหอยกกระติกตัวเองขึ้น เขย่าให้ดู ยังเหลือนิดหน่อย

“อืม เอาไปเติมด้วยแล้วกัน” เธอยื่นให้

ที่นั่งของทั้งคู่ติดทางเดิน เกาฉิงเหอนั่งด้านใน

ทางซ้ายเป็นหญิงสาวที่อุ้มลูกอ่อนอยู่ ส่วนเกาฉิงเหมียวอยู่ทางขวาติดทางเดิน

ฝั่งตรงข้ามเป็นชายวัยกลางคนสามคนที่ไม่รู้จักกัน แต่กลับคุยกันถูกคอเสียงดัง

ผู้หญิงที่อุ้มลูกไม่พูดอะไร มัวแต่กล่อมลูกอยู่

เกาฉิงเหอวางกระเป๋าไว้บนที่นั่งของน้องกันไม่ให้คนอื่นมานั่ง

จู่ๆ กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ลอยมาในอากาศหอมจนท้องร้อง

ชายสามคนตรงข้ามกลืนน้ำลายพรืด มองซ้ายมองขวาหาต้นตอ

ยังไม่เห็นใครกำลังกิน แต่กลับเห็นคุณยายคนหนึ่งเดินมาทางนี้ มองหาที่นั่งว่าง

เกาฉิงเหอถือหนังสือพิมพ์ที่ซื้อจากสถานีไว้ในมือ เพื่อกันน้ำลายที่อีกฝั่งพ่นข้ามโต๊ะมา

แล้วอยู่ๆ ก็มีเงาคนมาบังข้างตัวเธอ

เกาฉิงเหอหันไป เห็นคุณยายคนนั้นไม่พูดไม่จา นั่งลงทันที

สีหน้าเธอเย็นลง “ที่นั่งนี้มีคนจองแล้วค่ะ”

คุณยายเหลียวมองเธอแวบหนึ่ง เห็นว่าเป็นสาวหน้าตาดี ก็คิดว่าคงไม่กล้าพูดแรงใส่แน่

เธอเมินหน้าทันที ทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วนั่งนิ่งไม่ขยับ

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์