คุณนายโชคดีสายเผือก กับ ท่านนายพลอ่านใจ

ตอนที่ 19

แหม ฉันนี่มันคนดีจริงๆ

พอสบถจบ ไม่ว่าซ่งเม่ยเอ๋อร์กับเยี่ยนฉางโหรวจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาก็ถีบเก้าอี้แล้วเดินจากไปอย่างเกรี้ยวกราด

【ต้าส่วยสุดยอดไปเลย คาแรกเตอร์โจรป่าไม่มีวันพัง! คำว่า "ใจแตก" นี่ด่าออกมาได้หน้าตาเฉยเลยนะ】

หลิวซีอินมองเยี่ยนฉางโหรวที่ใบหน้าซีดเผือดกับซ่งเม่ยเอ๋อร์ที่โกรธจัดด้วยแววตาไร้เดียงสา

ซ่งเม่ยเอ๋อร์ดูไม่ออกเลยว่าเยี่ยนฉางโหรวมีผู้ชายข้างนอก ยามนี้บนใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธที่ถูกหลอกลวง คิ้วที่วาดไว้อย่างประณีตแทบจะตั้งชี้ขึ้นมาแล้ว

【คราวนี้เยี่ยนฉางโหรวจะเป็นคนส่งแม่ตัวเองไปให้คนอื่นก่อน หรือว่าแม่จะเป็นคนช่วยชีวิตนางไว้กันแน่? เรามารอดูกัน!】

【โอ๊ะ ไม่สิ ตอนนี้ท่านอาอ๋องของพระเอกยังไม่อยู่ในเมืองอันเฉิง เยี่ยนฉางโหรวคงยังส่งไปไม่ได้】

【แหม ฉันนี่เป็นคนดีจริงๆ ช่วยได้ทีเดียวสองคนเลย】

หลิวซีอินแจกป้ายคนดีให้ตัวเองพลางลุกจากที่นั่งโต๊ะหลัก

ในเมื่อเยี่ยนถิงไปแล้ว พวกเขาก็ควรจะไปได้แล้วเช่นกัน

อนุภรรยาคนอื่นๆ และเด็กๆ ต่างมองซ่งเม่ยเอ๋อร์กับเยี่ยนฉางโหรวด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง ก่อนจะทยอยกันเดินจากไป

ฉินหว่านกล่าวกับหลิวซีอินว่า "อาอิน เจ้ามากับท่านแม่เถอะ ตาเยี่ยไปดูซิว่าของขวัญเยี่ยมบ้านเดิมของพวกเจ้าขนขึ้นรถหมดหรือยัง อย่าให้ตกหล่นเชียว"

เยี่ยนฉางเย่: "ทราบแล้วขอรับ ท่านแม่"

หลิวซีอินรู้ว่าฉินหว่านมีเรื่องจะพูดกับนาง จึงเดินตามไปอย่างว่าง่าย

เมื่อออกมาจากห้องอาหาร ฉินหว่านก็ถอดปิ่นหยกจากบนหัวมาปักให้หลิวซีอิน "ของขวัญวันเกิดที่ส่งไปตระกูลหลิวทุกปี ข้าเป็นคนสั่งให้คนจัดเตรียมเอง ไม่เกี่ยวกับตาเยี่ยหรอก"

นี่คงเป็นเพราะกลัวหลิวซีอินจะเก็บคำพูดของเยี่ยนฉางโหรวไปคิดมาก จนเข้าใจผิดว่าเยี่ยนฉางเย่หลงรักหลิวหมิงเยว่ฝังรากลึก

หลิวซีอินลูบปิ่นหยกพลางหลุบตาลงอย่างไม่มั่นใจนัก "ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าเพิ่งจะกลับมา เรื่องการแต่งงานนี้แต่เดิมก็เป็นของพี่สาวจริงๆ"

หลิวหมิงเยว่เป็นคุณหนูตระกูลหลิวมาสิบหกปี และยังเป็นว่าที่ลูกสะใภ้จวนต้าส่วยมาสิบหกปี ไม่ว่าฉินหว่านหรือเยี่ยนฉางเย่จะดีกับหลิวหมิงเยว่หน่อยก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว

บ้านสามีที่ดีที่ไหนจะทำเป็นไม่ถามไถ่ เมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าได้หมั้นหมายกับลูกสาวบ้านเขาไว้แล้ว

ดังนั้นในนิยายต้นฉบับ เมื่อหลิวหมิงเยว่เพิ่งทราบว่าตัวเองเป็นตัวปลอม แถมยังต้องยกการแต่งงานนี้ให้คนอื่น จิตใจย่อมพังทลาย หลิวซีอินพอจะเข้าใจได้

ส่วนเยี่ยนฉางเย่นั้น... ในนิยายต้นฉบับพระเอกหึงหวงเขามากจริงๆ ก็แหงล่ะ นางเอกเกือบจะได้แต่งงานกับเยี่ยนฉางเย่อยู่แล้ว ตลอดสิบหกปีแรก กระทั่งหลังจากรู้จักกับพระเอก นางเอกยังคงโหยหาเยี่ยนฉางเย่อยู่เป็นเวลานานเลยทีเดียว

แต่เยี่ยนฉางเย่มีนายทหารคนสนิทอยู่แล้ว อีกอย่างตอนเขาอายุสิบสองถูกส่งไปแนวหน้า หลิวหมิงเยว่เพิ่งสี่ขวบ เขาไม่มีใจให้หลิวหมิงเยว่เลยสักนิด แม้ต่อมาจะเจอกัน เขาก็ทำเพียงแค่สุภาพด้วยเท่านั้น

นอกจาก... จะเคยช่วยหลิวหมิงเยว่ไว้สองครั้งล่ะนะ?

และยังเป็นชนวนให้เกิดความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ระหว่างพระเอกกับนางเอกอีกด้วย

ยังไงเสียหลิวซีอินก็ไม่มีทางหึงแน่นอน หากไม่ใช่เพราะเยี่ยนถิงเอาปืนมาจ่อบังคับนางและตระกูลหลิว หลิวซีอินยินดีจะให้หลิวหมิงเยว่แต่งงานทำตามสัญญาหมั้นหมายนี้ให้จบๆ ไป

ถ้าตัวร้ายกับพระเอกสู้กันเองได้ ก็ไม่ต้องมาวุ่นวายกับนางแล้ว

ถึงกับสงสัยว่านางเป็นสายลับเพียงเพราะนางเกือบจะหกล้ม เหอะ คนไม่รู้จักความหวังดี น่าจะให้โดนระเบิดขาขาดไปเสียจริง

ตอนที่เยี่ยนฉางเย่กลับมา เขาก็ได้ยินเจ้าสาวตัวน้อยพึมพำสาปแช่งเขาในใจอีกแล้ว

หึ

เช่นนั้นเขายิ่งไม่มีทางปล่อยให้นางหย่าสมปรารถนา

ฉินหว่านกำชับเยี่ยนฉางเย่สองสามคำ จึงปล่อยให้เขาพาหลิวซีอินออกเดินทางไป

ที่โรงเก็บรถม้าเตรียมรถไว้พร้อมแล้ว มีรถอีกเจ็ดแปดคันคอยคุ้มกันหน้าหลัง พร้อมกับขนของขวัญเยี่ยมบ้านเดิมไปด้วย

หลิวซีอินขึ้นรถลินคอล์นคันที่อยู่ตรงกลางกับเยี่ยนฉางเย่

สมเป็นขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ ยุคสาธารณรัฐก็นั่งรถหรูระดับท็อปแล้ว

หลิวซีอินขยับตัวไปนั่งหดอยู่ที่ริมประตูด้านหนึ่งอีกครั้ง

นางกับตัวร้ายอยู่ด้วยกันลำพังไม่มีอะไรจะพูด ขอแค่เขาอย่าเอาแต่บีบคอนาง สงสัยว่านางเป็นสายลับแล้วจะฆ่านางทิ้งก็พอ

เยี่ยนฉางเย่เองก็ขี้เกียจสนใจนางเช่นกัน

ในแง่ของเหตุผล เขาไม่ได้สนิทกับเจ้าสาวตัวน้อยมาแต่ไหนแต่ไร การอยู่ด้วยกันแบบนี้ถือว่าถูกใจเขาที่สุด

ทว่าระหว่างทาง หลิวซีอินก็พูดขึ้นมาว่า "ถ้าเส้าส่วยกำลังยุ่งกับการสืบเรื่องระเบิด ข้ากลับเยี่ยมบ้านเองได้นะเจ้าคะ"

เยี่ยนฉางจั๋วถึงกับกลับมากินข้าวที่จวนต้าส่วยไม่ได้เพราะเรื่องเมื่อวาน เยี่ยนฉางเย่ยังต้องมาเป็นเพื่อนกลับบ้านเดิมอีก หากไปขัดขวางผลงานเข้า ถึงตอนนั้นอย่ามาโทษที่นางก็แล้วกัน

เยี่ยนฉางเย่เลิกคิ้วขึ้น "เส้าฮูหยินเคยเห็นสามีคนไหนในบ้านนอกที่ไม่กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมกับภรรยาบ้างหรือ?"

นางเองก็ไม่เคยเห็นสามีที่ร่างกายปกติสมบูรณ์ดี แต่กลับให้เจ้าสาวกอดไก่ตัวผู้เข้าพิธีแต่งงานที่ไหนเหมือนกัน

แต่ในนิยายมีให้เกลื่อนเลย

ในนิยายเยี่ยนฉางเย่ก็ไม่ได้ไปเยี่ยมบ้านเดิมกับหลิวซีอินหรอก

หลิวซีอินยิ้มประจบ "ท่านย่อมไม่เหมือนสามีในบ้านนอกอยู่แล้ว ข้าแค่กลัวจะไปรบกวนงานทหารของท่านน่ะเจ้าค่ะ"

เยี่ยนฉางเย่พิงพนักเก้าอี้พลางกล่าวอย่างเย็นชา "ความผิดของคนอื่น ทำไมข้าจะต้องไปตามล้างตามเช็ดด้วย?"

"..." สมเป็นลูกชายโจรป่าจริงๆ

"อ้อ" หลิวซีอินหดหัวกลับไป ไม่พูดอะไรอีก

คฤหาสน์ตระกูลหลิวตั้งอยู่ในย่านทองคำของเมืองอันเฉิง มีพื้นที่กว้างขวางมาก นี่เป็นสิทธิพิเศษที่ท่านผู้เฒ่าหลิวเคยเอาตัวบังกระสุนให้ท่านจอมพลเยี่ยน และยังเป็นหน้าตาที่ควรจะมีในฐานะว่าที่ญาติของท่านจอมพลด้วย

วันนี้หลิวซีอินกลับเยี่ยมบ้านเดิม ครอบครัวตระกูลหลิวทั้งบ้านต่างมารออยู่ที่หน้าประตูแต่เนิ่นๆ

หลิวโหย่วเฉิงบิดาของนางซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายเสบียงทหาร ก็ลางานเป็นพิเศษเพื่ออยู่รอต้อนรับลูกเขยเส้าส่วย

ขบวนรถทยอยหยุดลงที่หน้าบ้านตระกูลหลิว

มารดาของหลิวซีอินมีสีหน้าซับซ้อน

คนที่กลับมาคือลูกสาวแท้ๆ ของนาง ไม่ผิดแน่

ทว่าหนึ่งเดือนที่กลับมาตระกูลหลิว ลูกสาวคนนี้ภายนอกดูขี้ขลาดตาขาว ถึงขนาดไม่กล้ากินข้าวร่วมโต๊ะกับพวกเขา แต่ลับหลังกลับทำเรื่องมุ่งร้ายต่อหลิวหมิงเยว่ตั้งมากมาย

นางจะเป็นลูกแท้ๆ ของตระกูลหลิวก็จริง แต่หลิวหมิงเยว่คือคนที่ไป๋ม่านม่านเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปตั้งมากมาย จะให้ไล่ออกไปทันทีที่รู้ความจริงได้อย่างไรกัน

ไป๋ม่านม่านทำใจไม่ได้ และไม่มีวันทำเช่นนั้นเด็ดขาด

หลังจากรู้ว่าหลิวหมิงเยว่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ตระกูลหลิวก็ได้สืบหาเหตุผลที่เด็กสลับตัวกันในตอนนั้น

ตอนนั้นไป๋ม่านม่านคลอดที่เมืองซูเฉิง พอดีกับที่กองทัพศัตรูบุกเข้าเมือง โรงพยาบาลเกิดความโกลาหล ในสถานการณ์คับขันแม่นมจึงอุ้มลูกคนอื่นผิดไป

จะโทษใครได้ล่ะ? หมิงเยว่เองก็ต้องทนทุกข์จากการพลัดพรากจากพ่อแม่แท้ๆ มาเหมือนกัน

ตระกูลหลิวก็สืบดูแล้ว พ่อแม่แท้ๆ ของหลิวหมิงเยว่เสียชีวิตไปตั้งแต่ช่วงสงครามแล้ว ส่วนหลิวซีอินไปลงเอยกับครอบครัวชาวนาอีกบ้านได้อย่างไร?

ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่าเจ้าของบ้านผู้ชายคนนั้น ซึ่งก็คือพ่อบุญธรรมของหลิวซีอิน เป็นหมอพื้นบ้านในหมู่บ้าน ตอนกำลังเดินทางกลับจากรักษาคนไข้ก็เก็บนางได้ริมแม่น้ำ

จะให้หลิวหมิงเยว่ไปอยู่ที่บ้านหมอคนนั้นก็คงไม่ได้ หมอเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหลิวหมิงเยว่ อีกอย่างเขาก็คงไม่เอาด้วยหรอก

อีกอย่างเรื่องในตอนนั้น หลิวหมิงเยว่ไม่ได้ผิดเสียหน่อย

ถูกต้าส่วยด่าว่าเป็น "ของปลอม" ต่อหน้า แถมยังถูกแย่งการแต่งงานที่รอมาสิบหกปีไปอีก แค่นี้สำหรับหลิวหมิงเยว่ก็โหดร้ายพอแล้ว

ไป๋ม่านม่านรู้สึกสงสารจับใจ

ทำไมหลิวซีอินถึงไม่เข้าใจบ้างนะ? เด็กที่โตมาในบ้านนอกนี่ ใจคอคับแคบจริงๆ

ทว่าเมื่อมีต้าส่วยคอยกดดันอยู่โดยไม่สนบุญคุณตระกูลหลิวหรือหน้าตาของหลิวโหย่วเฉิง ไป๋ม่านม่านจึงไม่กล้าทำอะไรหลิวซีอิน แม้แต่คนในตระกูลหลิวทั้งบ้านก็ไม่กล้า

ทว่าเมื่อเห็นนางกลับมาเยี่ยมบ้านพร้อมกับเส้าส่วยผู้ซึ่งควรจะเป็นสามีของหลิวหมิงเยว่ ไป๋ม่านม่านก็ยังรู้สึกขัดเคืองใจอยู่ดี

หลิวหมิงเยว่ไม่ได้ออกมาต้อนรับ นาง...

เยี่ยนฉางเย่ลงจากรถลินคอล์น เดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูให้หลิวซีอิน

วันนี้เขาสวมเครื่องแบบทหารสีน้ำเงินเข้ม เหรียญตราสีทองและพู่ประดับที่หน้าอกทอประกายวับวาวในยามเช้าหลังหิมะเพิ่งหยุดตก ทำให้บุคลิกของเขาทั้งดูเย็นชาสูงส่งและสง่างามในเวลาเดียวกัน

นี่คือชายที่เคยทำให้นางเอกหลงใหลจนหัวปักหัวปำ

น่าเสียดายที่เขามีรสนิยมชอบบุรุษ

มือขาวนวลของหลิวซีอินวางลงบนฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านของเขา และถูกเขาคว้าจับไว้อย่างแน่นหนาก่อนจะจูงลงจากรถ

นางสวมเสื้อยาวสาบเฉียงสีม่วงอ่อนลายดอกผักบุ้งฝรั่ง คู่กับกระโปรงหม่าเมี่ยนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้ม เข้ากับสีเครื่องแบบทหารของเยี่ยนฉางเย่ได้อย่างลงตัวพอดี

รองเท้าปักลายประดับมุกแตะลงบนพื้นหน้าบ้านตระกูลหลิวที่ได้รับการทำความสะอาดไว้อย่างประณีต ดูสวยงามและเล็กกะทัดรัดยิ่งนัก

ไม่มีใครดูออกเลยว่าจริงๆ แล้วนางเติบโตมาจากบ้านนอก

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์