ตอนที่ 20
เส้าส่วย ท่านแสดงความรักผิดคนแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าค่ะ”
นางเอ่ยเรียกหลิวโหย่วเฉิงและไป๋ม่านม่าน
เยี่ยนฉางเย่ปล่อยมือนาง แล้วทำความเคารพหลิวโหย่วเฉิงก่อน “ท่านพ่อตา” จากนั้นจึงเรียกไป๋ม่านม่านว่า “ท่านแม่ยาย”
หลิวโหย่วเฉิงรีบทำความเคารพตอบแล้วก้าวขึ้นหน้า “เส้าส่วย อาอิน รีบเข้ามาข้างในเถิด”
เยี่ยนฉางเย่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วกลับมาจูงมือหลิวซีอินอีกครั้ง พาตัวนางเดินเข้าประตูไปพร้อมกัน
หลิวโหย่วเฉิงและไป๋ม่านม่านต่างชะงักไป
หลิวซีอินยิ้มให้พวกเขาอย่างประหม่า
【ทักษะการแสดงของตัวร้ายนี่ดีจริงๆ พ่อของนางเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายเสบียงทหาร การแสดงความรักกับลูกสาวเขา ก็เพื่อจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเขาให้เร็วขึ้นสินะ】
【แต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่า คุณแสดงความรักผิดคนหรือเปล่า? ฉันกับพวกเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนะ】
หลิวซีอินกลับมาตระกูลหลิวได้หนึ่งเดือนแล้ว แต่โอกาสที่จะได้เผชิญหน้ากับคนในตระกูลหลิวมีไม่ถึงสิบครั้งด้วยซ้ำ
หลิวโหย่วเฉิงยังพอไหว ทุกครั้งที่เจอกันมักจะถามนางว่าอยู่ที่นั่นคุ้นเคยไหม ต้องการให้จัดหาอะไรเพิ่มหรือไม่
ส่วนไป๋ม่านม่านมักจะระแวดระวังทุกครั้ง กลัวว่านางจะไปทำร้ายหลิวหมิงเยว่ ขนาดตอนที่หลิวซีอินขอห้องครัวเล็กๆ ไป๋ม่านม่านยังไม่ถามสักคำว่าอาหารที่บ้านไม่ถูกปากหรืออย่างไร ก็รีบสั่งคนให้ไปจัดหามาให้ทันที
โอกาสที่จะได้เจอหลิวหมิงเยว่ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ มีเพียงแค่วันที่กลับเยี่ยมบ้านเดิมที่คนทั้งตระกูลหลิวออกมาต้อนรับที่ประตูเหมือนวันนี้ ซึ่งหลิวหมิงเยว่ก็อยู่ที่นั่นด้วย
หลังจากนั้นก็มีแค่ตอนที่หลิวซีอินออกไปเดินสำรวจข้างนอก แล้วบังเอิญไปเจอหลิวหมิงเยว่ที่โรงน้ำชา
ฟ้าดินเป็นพยาน ครั้งนั้นนางคุยกับหลิวหมิงเยว่แค่สองประโยค ทักทายกันเท่านั้น:
“พี่หญิง ท่านก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ”
“ฮ่าๆ ข้ามาลองชิมขนมของร้านนี้น่ะ”
……
แล้ววันรุ่งขึ้นก็มีข่าวลือออกมาว่านางไปรังแกหลิวหมิงเยว่ที่ข้างนอก
หลิวซีอินจำได้ว่าในนิยาย ต่อให้นางร้ายจะรังแกนางเอก ก็ยังไม่ถึงขั้นนี้เลยนะ
หลิวซีอินกลัวตาย หลังจากนั้นเป็นต้นมา พอเห็นหลิวหมิงเยว่ทีไรนางก็รีบเดินอ้อมไปไกลๆ ทันที
วันนี้หลิวหมิงเยว่ไม่อยู่ หลิวซีอินรู้สาเหตุ แต่ตราบใดที่ไม่กระทบต่อนาง นางก็ไม่คิดจะยุ่ง เป็นไปได้อยากให้หลังจากนี้ไม่ต้องมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับนางเอกอีกเลย
หลิวซีอินและเยี่ยนฉางเย่เดินเข้าไปในห้องรับรองแขกของตระกูลหลิว เพื่อทำพิธีคารวะน้ำชาให้หลิวโหย่วเฉิงและไป๋ม่านม่าน
เยี่ยนฉางเย่กล่าวขึ้นก่อน “ตอนนี้เป็นยุคสมัยของรัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว การคุกเข่าถูกยกเลิกไปแล้ว เมื่อวานตอนคารวะท่านพ่อกับท่านแม่ ท่านพ่อก็ไม่ได้ให้คุกเข่า ที่นี่ท่านพ่อตาและท่านแม่ยายคงไม่ต้องทำเช่นกันใช่ไหม?”
ขนาดต้าส่วยยังไม่ให้คุกเข่า แล้วหลิวโหย่วเฉิงกับไป๋ม่านม่านจะกล้าที่ไหนไปบอกว่า “ต้องทำ” หลิวโหย่วเฉิงรีบกล่าวว่า “ไม่ต้องๆ เส้าส่วยมาได้ ก็นับเป็นเกียรติของพวกเราแล้ว”
แม้เยี่ยนฉางเย่จะเพิ่งกลับมาเมืองอันเฉิงและยังไม่มีรากฐานที่นี่ แต่เขาเป็นคนที่ผ่านสนามรบมา มือถืออำนาจทหาร อีกทั้งตอนอายุสิบสองที่ไม่มีอะไรเลย เขายังกล้าที่จะต่อกรกับต้าส่วยมาแล้ว
ต้าส่วยเยี่ยนถิงนั้นมีนิสัยดิบเถื่อนดั่งโจร เยี่ยนฉางเย่ที่กล้าต่อกรกับเขานั้นย่อมต้องโหดเหี้ยมยิ่งกว่า
หลิวโหย่วเฉิงถึงขั้นเตรียมใจไว้แล้วว่าหากตระกูลหลิวสลับตัวเจ้าสาวกะทันหันจนเส้าส่วยไม่พอใจ และไม่ยอมพาหลิวซีอินกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม
การที่เขามาได้ แถมยังเปิดประตูรถให้หลิวซีอินด้วยตัวเอง แล้วยังจูงมือนางเข้ามาเพื่อคารวะน้ำชา หลิวโหย่วเฉิงก็รู้สึกปลาบปลื้มจนเกินคาดแล้ว
เยี่ยนฉางเย่หรี่ดวงตาเรียวคม “ถ้าเช่นนั้น ข้ากับเส้าฮูหยินคงต้องขอเสียมารยาทแล้ว”
เขาเรียกหลิวซีอินว่า “เส้าฮูหยิน” ต่อหน้าหลิวโหย่วเฉิงและไป๋ม่านม่าน ราวกับว่าหลิวซีอินไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสองสามีภรรยาที่อยู่ตรงหน้านี้
หลิวซีอินลอบชำเลืองมองเขา
คนรับใช้ยกน้ำชาเข้ามา
หลิวซีอินและเยี่ยนฉางเย่ต่างถือถ้วยน้ำชาคนละใบ ยืนคารวะหลิวโหย่วเฉิงและไป๋ม่านม่านตามลำดับ
ทั้งสองจิบน้ำชาเป็นพิธี ก่อนจะมอบอั่งเปาให้คนละซอง
นี่เป็นขั้นตอนที่หลิวซีอินชอบที่สุด
【ถ้าสลับที่แล้วคารวะอีกรอบ ก็จะได้อั่งเปาอีกซอง อั่งเปาของหัวหน้าฝ่ายเสบียงทหารต้องหนักอึ้งแน่ๆ เลยใช่ไหมนะ?】
นางโห่ร้องดีใจอยู่ในใจ ขณะที่เยี่ยนฉางเย่สลับที่กับนาง เขาก็จ้องมองหน้านางแวบหนึ่ง
ในสายตาคนอื่น ดูเหมือนเส้าส่วยจะเดินระมัดระวังเพื่อให้ภรรยาใหม่ไม่สะดุดล้ม
สาวใช้คนหนึ่งเห็นเหตุการณ์เข้า จึงแอบปลีกตัวออกจากห้องรับรองแขกไป
ตึกหยกมรกต
นับแต่หลิวหมิงเยว่ตกน้ำ นางก็นอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงตลอด
หลายวันนี้ยิ่งอาเจียนไม่หยุด ใบหน้าซูบตอบลงจนเห็นได้ชัด ไม่เหลือเค้าความงดงามเฉิดฉายดั่งหญิงสาวผู้เลอโฉมอันดับหนึ่งในวันวาน
สาวใช้ถือถาดเข้ามาด้วยความสงสารพลางเช็ดน้ำตา “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ฮูหยินให้คนส่งรังนกมาให้ ท่านดื่มสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”
วันนี้หลิวหมิงเยว่อาการดีขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้อาเจียนแล้ว นางพยายามฝืนลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายนางอ่อนแรง ดวงตาลึกโหล “พวกเขา……กลับเยี่ยมบ้านเดิมแล้วหรือ?”
ขอบตาของสาวใช้แดงก่ำ นางหันหน้าหนี ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ให้คุณหนูใหญ่ต้องเสียใจ
นางเห็นเส้าส่วยแล้ว หล่อเหลากว่าในหนังสือพิมพ์และดูสูงส่งกว่ามาก แต่ทว่า……เขากลับดูแลคุณหนูรองดีกว่าที่พวกนางคาดคิดไว้เสียอีก
พี่ตงเหมยที่เพิ่งมาส่งรังนกบอกว่า ตอนเส้าส่วยคารวะน้ำชา ยังไม่ยอมให้คุณหนูรองคุกเข่าให้ท่านจอมพลและฮูหยินเลย แถมยังคอยระมัดระวังไม่ให้คุณหนูรองสะดุดล้มตลอดเวลา
ทั้งที่……ทั้งที่สิบหกปีที่ผ่านมา เขาคือคู่หมั้นของคุณหนูใหญ่แท้ๆ
ต่อให้จะสลับตัวกันไปแล้ว แต่ด้วยความสัมพันธ์สิบหกปี เส้าส่วยไฉนเลยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ของคุณหนูใหญ่บ้าง ยิ่งเขาดีต่อคุณหนูรองเท่าไร คนอื่นก็ยิ่งจะหัวเราะเยาะคุณหนูใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
หลิวหมิงเยว่เห็นท่าทีของสาวใช้ก็รู้คำตอบทันที
นางหลับตาลงอย่างขมขื่น
“เอารังนกออกไปเถิด ข้าไม่กิน”
นางมีสิทธิ์อะไรไปกิน? รังนกเป็นของตระกูลหลิว นางไม่ใช่คนตระกูลหลิว ทุกอย่างของตระกูลหลิวควรเป็นของคุณหนูตัวจริงแห่งตระกูลหลิวต่างหาก
แถมยัง……
หลิวหมิงเยว่นึกถึงคืนนั้น นางลอบกุมท้องตัวเองไว้อย่างแผ่วเบา
รอบเดือนของนางขาดหายไปหลายวันแล้ว
ก่อนหน้านี้หลิวหมิงเยว่ยังพอหาข้ออ้างได้ว่าตกน้ำจนเป็นหวัด แต่การอาเจียนตลอดหลายวันนี้ ทำให้นางตกอยู่ในความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด
คืนนั้นนางกล้าเกินไปแล้ว เป็นเพราะผู้ชายคนนั้น……
หลิวหมิงเยว่ขยุ้มเสื้อผ้าของตัวเองไว้แน่น นางต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นโดยเร็ว
“อุ๊บ!”
หลิวหมิงเยว่อาเจียนออกมาอีกครั้ง แต่เพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน ต่อให้อาเจียนก็ไม่มีอะไรออกมา นางยังไม่กล้าไปหาหมอ เพราะกลัวว่าเรื่องนี้จะแดงขึ้นมา
……
หลิวซีอินและเยี่ยนฉางเย่คารวะน้ำชาเสร็จสิ้น ก็ยืนสนทนาตามมารยาทกับหลิวโหย่วเฉิงและไป๋ม่านม่านอยู่ในห้องรับรองแขกอย่างอึดอัด
【น่าอึดอัดจริงๆ แถมยังต้องมากินงานเลี้ยงฉลองการกลับเยี่ยมบ้านเดิมที่นี่อีก ฉันแค่อยากรีบไปจากที่ที่วุ่นวายนี้ให้เร็วที่สุด】
【ที่ที่มีนางเอกอยู่ถือว่าอันตรายเกินไปสำหรับฉัน ผ่านวันนี้ไปได้ ถ้าไม่จำเป็นฉันจะไม่กลับมาที่นี่อีก】
【ถ้าได้กลับบ้านนอกก็คงดี ฉันคิดถึงบะหมี่น้ำซุปไก่ที่ท่านแม่ทำแล้ว】
ถ้าเป็นไปได้ หลิวซีอินไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลหลิวเลยแม้แต่น้อย
ในเนื้อเรื่องช่วงเวลานี้เป็นตอนที่นางเอกแพ้ท้อง คนรอบข้างต่างปักใจเชื่อว่าคุณหนูตัวจริงแห่งตระกูลหลิววางยาพิษนาง ส่วนนางจะได้วางยาจริงไหม หลิวซีอินไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือในนิยาย เยี่ยนฉางเย่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านพร้อมนาง พอคุณหนูตัวจริงกลับถึงบ้านก็ไปหาเรื่องหลิวหมิงเยว่ จนถูกไป๋ม่านม่านลงโทษชุดใหญ่ แถมตัวนางเองยังเสียหน้าครั้งใหญ่ด้วย
ต่อมาความผิดเรื่องที่หลิวหมิงเยว่เอาแต่อาเจียนก็ถูกโยนมาให้คุณหนูตัวจริงรับไปเต็มๆ ซึ่งนางก็ยังลำพองใจ คิดว่าตัวเองได้แก้แค้นแล้ว
อืม……
หลิวซีอินก้มหน้าลง ไม่อยากเอ่ยอะไร
【หลิวหมิงเยว่ อย่าได้คิดโยนความผิดมาให้ฉันเชียว】
【ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ ไม่ว่านางจะอาเจียนแค่ไหน ก็ไม่เกี่ยวกับฉันสักนิด】
【ถ้านางยังจะดึงฉันเข้าไปเกี่ยวให้ได้…… งั้นฉันป้องกันตัวตอบโต้กลับคงไม่ผิดใช่ไหม?】
หลิวซีอินกลัวตาย นางไม่อยากมีเรื่องพัวพันกับตัวเอกชายหญิง แต่ถ้าหากพวกเขาจงใจมาหาเรื่องนาง นางก็ต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองบ้างเหมือนกัน
ไม่อย่างนั้นนางจะยอมอยู่เฉยๆ ให้คนสาดโคลนใส่ แล้วสุดท้ายพอถูกถลกหนังโยนให้ปลาในบ่อกิน ก็คงมีแต่คนสมน้ำหน้า
หลิวซีอินยืดหลังตรง จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ลุกโชน
【ให้พายุโหมกระหน่ำมาแรงกว่านี้อีกสิ!】