ตอนที่ 30
กระชากเธอออกมาจากผ้าคลุม
【มาแล้ว มาแล้ว คู่หมั้นของจี้อวิ๋นเช่อ นางมาขอความช่วยเหลือทางการแพทย์แล้ว!】
ถึงแม้หลิวซีอินจะไม่เคยพบคู่หมั้นของจี้อวิ๋นเช่อมาก่อน แต่นางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ อีกทั้งเมื่อเห็นเด็กสาวผู้งดงามสดใสและเต็มไปด้วยความร้อนใจเช่นนี้ เพียงแค่เทียบเคียงดูก็จำได้ทันที
มู่หยิงชุน
ลูกสาวของอธิบดีกรมสรรพสามิตเกลือ แถมยังเชี่ยวชาญด้านการผลิตเกลืออีกด้วย!
หลิวซีอินมองเห็นมู่หยิงชุนราวกับได้พบผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต
อธิบดีกรมสรรพสามิตเกลือเป็นผู้ดูแลเรื่องเกลือโดยตรง การที่มู่หยิงชุนไปผลิตเกลือที่กรมสรรพสามิตเกลือย่อมเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนนางที่กลัวจะถูกจับไปยิงเป้า
เพียงแค่นำเทคนิคการผลิตเกลือแบบใหม่บอกมู่หยิงชุน นางก็จะสามารถกินเกลือที่ไม่ขมได้อย่างเปิดเผยในไม่ช้า
จะไม่ใช่ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตได้อย่างไรกัน?
มู่หยิงชุนมาขอความช่วยเหลือทางการแพทย์จริงๆ นางหมั้นหมายกับจี้อวิ๋นเช่อตั้งแต่อายุหกขวบ แม้จี้อวิ๋นเช่อจะไปเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการให้เยี่ยนฉางเย่อยู่ข้างนอก แต่เขาก็มักจะกลับมาปฏิบัติภารกิจราชการอยู่บ่อยครั้ง มู่หยิงชุนจึงได้พบเขาปีละสองครั้ง นางรักคู่หมั้นผู้นี้จนสุดหัวใจ
ในตอนนี้จี้อวิ๋นเช่อกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต นางยอมแลกทุกอย่าง ขอเพียงแค่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้
มู่หยิงชุนฝ่าหิมะวิ่งมาที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลหลิว แล้วทรุดเข่าลงกับพื้น “ท่านลุงหลิว ได้โปรดขอให้คุณหนูใหญ่ช่วยชีวิตอวิ๋นเช่อด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
【หลิวหมิงเยว่เคยฝากตัวเป็นศิษย์ของหมอหลวงที่ถูกปลดออกจากวังในสมัยก่อน จนสำเร็จวิชาเข็มทองคืนวิญญาณเจ็ดสิบสองเล่มที่ล้ำลึกเหนือชั้น ซึ่งเป็นตัวช่วยระดับเทพที่ผู้แต่งประทานให้นาง】
【ด้วยวิชานี้ หลิวหมิงเยว่จึงได้ไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ เป็นการสร้างโปรไฟล์การไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ดูดี ในเมืองอันเฉิงไม่มีใครไม่รู้จักว่านางเป็นหมอเทวดาตัวน้อยผู้ผสานการแพทย์จีนและตะวันตก】
【การที่มู่หยิงชุนมาขอร้องในเวลานี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้หลิวหมิงเยว่กลับมาผงาดได้อีกครั้งหลังจากถูกเปิดโปงสถานะคุณหนูตัวปลอม】
หากช่วยชีวิตบุตรชายของอธิบดีกรมศุลกากรได้ ด้วยผลงานและความสามารถระดับนี้ ยังจะต้องการชื่อเสียงของการเป็นคุณหนูตระกูลหลิวไปเพื่ออะไรอีก?
หลิวซีอินเห็นหลิวโหย่วเฉิงสั่งให้คนเชิญมู่หยิงชุนเข้าไป ก่อนที่มู่หยิงชุนจะเข้าไป นางเห็นเยี่ยนฉางเย่ จึงกล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำว่า “เส้าส่วย ข้าจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้ ขอท่านโปรดไปที่โรงพยาบาลก่อน ต้องให้หมอรักษาชีวิตเขาไว้ให้ได้แม้เพียงลมหายใจเดียวก็ตาม”
เยี่ยนฉางเย่พยักหน้า แล้วหันไปกล่าวกับหลิวโหย่วเฉิงว่า “หากคุณหนูใหญ่สะดวก ข้าขอรบกวนให้ท่านช่วยเจรจาให้นางออกไปช่วยชีวิตนายทหารฝ่ายเสนาธิการของข้าด้วย”
หากจี้อวิ๋นเช่อทรยศมู่หยิงชุนเพราะเหตุนี้จริงๆ เขาจะเป็นคนไปทวงความยุติธรรมให้มู่หยิงชุนเอง แต่ตอนนี้ชีวิตของจี้อวิ๋นเช่อสำคัญที่สุด
หลิวโหย่วเฉิงมองหลิวซีอินในรถด้วยความกังวล แต่กลับพบว่านางกำลังจ้องมองมู่หยิงชุนตาไม่กะพริบ ราวกับได้พบสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง
หลิวโหย่วเฉิง: “……”
เขาไม่เคยเห็นลูกสาวคนนี้แสดงสีหน้ามีชีวิตชีวาเช่นนี้มาก่อนเลย
เยี่ยนฉางเย่สังเกตเห็นสายตาของหลิวโหย่วเฉิง และเห็นสายตาของหลิวซีอินเช่นกัน เขาจึงบังสายตาของหลิวซีอินไว้อย่างเงียบเชียบ “มือของเส้าฮูหยินก็ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลด้วย พวกเราจะรอคุณหนูมู่กับคุณหนูใหญ่ที่โรงพยาบาลทหาร”
พูดจบเขาก็ใช้มือดันศีรษะของหลิวซีอินที่โผล่ออกมากลับเข้าไปในรถ แล้วปิดประตูรถฝั่งนางด้วยเสียงดัง “ปัง”
หลิวซีอิน: “……”
จะดุทำไมกัน? นางจะมองคู่หมั้นของนายทหารฝ่ายเสนาธิการของเขาหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร?
【หึ คงเป็นเพราะตัวร้ายชอบจี้อวิ๋นเช่อ แต่จี้อวิ๋นเช่อเป็นชายแท้ไม่สนใจเขา เขาเลยรักไม่ได้ดั่งใจจึงอิจฉามู่หยิงชุน แล้วมาพาลลงที่ข้า】
“……” เยี่ยนฉางเย่อยากจะผ่าสมองของนางออกมาล้างให้สะอาดจริงๆ
หนังสือในหัวนางเขียนคนอื่นเป็นพระเอกนางเอกปกติ เป็นพระรองนางรอง แต่ดันเขียนให้เขาเป็นตัวร้าย ที่แอบมีความสัมพันธ์กับอนุภรรยาคนที่เก้าของพ่อ แถมยังกินได้ทั้งชายและหญิง แม้แต่คนในฝ่ายเสนาธิการข้างกายเขาก็ยังกินงั้นหรือ?
ผู้หญิงไม่รู้อะไรเลย
คนเขียนหนังสือก็ไม่รู้อะไรเลย!
หลังจากเยี่ยนฉางเย่ขึ้นรถ เขาก็สั่งให้คนขับรถออกรถ
ตอนมานั้นฉินหว่านบอกว่าการกลับเยี่ยมบ้านเดิมต้องเน้นภาพลักษณ์ ทั้งยังต้องเตรียมของขวัญเยี่ยมบ้านเดิม จึงจัดขบวนรถยนต์เก้าคันมาด้วย แต่ตอนนี้ต้องไปโรงพยาบาล เยี่ยนฉางเย่จึงเก็บไว้เพียงรถติดตามสองคัน และสั่งให้รถคันอื่นกลับไปทั้งหมด
หลิวซีอินพูดอย่างรู้หน้าที่ว่า “มือของข้าไม่ต้องให้หมอทหารตรวจก็ได้เจ้าค่ะ ข้ากลับไปพร้อมกับรถติดตามก็ได้”
เยี่ยนฉางเย่มองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ “จะตัดมือเจ้าให้พวกเขานำกลับไปก็ได้นะ”
“……”
【ข้าว่าแล้ว! ตัวร้ายแกล้งทำเป็นอ่อนโยนตอนอยู่ที่ตระกูลหลิว พอออกมาข้างนอกก็เผยธาตุแท้ออกมา】
หลิวซีอินรีบถอดผ้าคลุมของเขาออกแล้วคืนให้ด้วยสีหน้าประจบ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้านั่งตรงนี้ก็ดีแล้ว เส้าส่วย เสื้อของท่านเจ้าค่ะ”
【มีเพียงอนุภรรยาคนที่เก้าเท่านั้นที่สยบเขาได้ ข้าต้องจำสิ่งนี้ไว้เสมอ อย่าได้พยายามเกินกำลังของตัวเอง】
ดวงตาของหลิวซีอินดำขลับชัดเจน ทั้งที่ในใจกำลังคิดเรื่องไม่เข้าท่า แต่สายตากลับยังดูใสซื่อไร้เดียงสาอย่างยิ่ง
เยี่ยนฉางเย่อยากจะควักลูกตาของนางออกมาให้รู้แล้วรู้รอด รอจนนางตระหนักได้ว่าที่นี่ไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นโลกแห่งความจริง แล้วค่อยใส่กลับเข้าไปให้ใหม่
นางยังกล้าจ้องมองผู้ชายอื่นต่อหน้าเขาอีก
เส้าฮูหยินเอาแต่คิดเรื่องโดนสวมหมวกเขียวทั้งวัน เขาไม่มีรสนิยมแบบนั้นเสียหน่อย
เยี่ยนฉางเย่ถอนหายใจออกมาเงียบๆ เพื่อระงับอารมณ์อยากจะลงมือ เขาไม่ยอมรับผ้าคลุมนั้น “ห่อตัวเจ้าให้มิดชิด กลิ่นครีมบำรุงผิวของเจ้ามันรบกวนข้า”
“?” หลิวซีอินรีบใช้ผ้าคลุมห่อร่างกายตัวเองไว้อย่างมิดชิด แม้แต่ศีรษะก็หดเข้าไปข้างใน
【ตัวร้ายเขาชอบผู้ชาย! ชอบผู้ชาย! ครีมบำรุงผิวของผู้หญิงเป็นยาพิษสำหรับเขา!】
นางตะโกนร้องอยู่ในใจ
【อนุภรรยาคนที่เก้า ข้าขอไว้อาลัยให้ท่าน!】
แต่ว่าอนุภรรยาคนที่เก้าจะปรากฏตัวออกมาเมื่อไหร่กันนะ?
เมื่อวานนี้ตัวร้ายควรจะถูกระเบิดจนขาขาด แล้วอนุภรรยาคนที่เก้าจะช่วยชีวิตเขาไว้จนเกิดเป็นพรหมลิขิต แต่ผลกลับกลายเป็นว่ารถไม่ระเบิด เยี่ยนฉางเย่ยังสบายดี ไม่ใช่ว่าโอกาสนี้พลาดไปแล้วหรอกนะ?
【ไม่สิ ในเมื่อเป็นคู่ที่ถูกกำหนดไว้ ย่อมต้องมีโอกาสอื่นให้พวกเขาได้พบกัน ข้าเพียงแค่ต้องจับตาดูผู้หญิงข้างกายท่านจอมพลไว้ อนุภรรยาคนที่เก้าต้องปรากฏตัวออกมาไม่ช้าก็เร็วแน่】
【ตัวร้ายถึงกับยอมฝ่าฝืนคำครหาของคนทั้งโลกเพื่อลักลอบมีความสัมพันธ์กับนาง แสดงว่านั่นคือรักแท้ จะไม่มีวันตัดขาดจากกันเพียงเพราะพลาดโอกาสไปชั่วครู่แน่】
【ข้าต้อง……】
เยี่ยนฉางเย่รำคาญเสียงของนางจนปวดหู จึงดึงตัวนางออกมาจากผ้าคลุมอีกครั้ง “ออกมา แล้วเล่าเรื่องของหลิวหมิงเยว่ให้ข้าฟังหน่อย”
“เอ๊ะ?” หลิวซีอินอึ้งไป
เยี่ยนฉางเย่ชักมือกลับ มองศีรษะของนางที่โผล่พ้นออกมาเพียงส่วนเดียว “หลิวหมิงเยว่สามารถช่วยชีวิตนายทหารฝ่ายเสนาธิการจี้ได้ ข้าจึงจำเป็นต้องรู้จักนางให้ดีพอ”
หลิวหมิงเยว่เป็นนางเอก ย่อมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระเอก การอาศัยหลิวหมิงเยว่ บางทีอาจจะช่วยให้สืบหาความจริงและรู้ข้อมูลของพระเอกได้มากขึ้น
เยี่ยนฉางเย่อยากรู้อย่างยิ่งว่านอกจากสถานะท่านอ๋องแล้ว พระเอกผู้นั้นยังมีอะไรพิเศษอีกบ้าง
เมื่อคืนเขาสั่งให้คนไปสืบเรื่องเจียงหานโจว เจ้าของคฤหาสน์หัวเถิง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวรายงานกลับมา
หลิวซีอินได้ยินว่าเขาทำไปเพื่อเหตุผลนี้ จึงค่อยๆ ตบหน้าอกตัวเองอย่างโล่งอก
【ตกใจหมด ข้านึกว่าตัวร้ายรอบนี้หลงรักหลิวหมิงเยว่ จนจะทิ้งอนุภรรยาคนที่เก้าไปเสียแล้ว】
แต่ว่าหากละเว้นข้อมูลที่รู้มาจากในหนังสือแล้ว ในมุมมองของคนทั่วไปหลิวซีอินไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับหลิวหมิงเยว่มากนัก นางจึงทำได้เพียงเลือกพูดเท่าที่พูดได้
“ทุกคนต่างพูดกันว่าพี่สาวฝากตัวเป็นศิษย์ของหมอหลวงคนหนึ่งมาตั้งแต่เด็ก จึงได้เรียนรู้วิชาแพทย์ที่เก่งกาจ นางยังอาศัยวิชาแพทย์ไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศมาด้วย ในต่างประเทศนางยังได้เรียนเปียโน วาดภาพ ดื่มไวน์ ดูสมบัติ... สรุปว่านางเก่งมาก เก่งมากจริงๆ เจ้าค่ะ”
【ชีวิตราบรื่นมาตลอด พอเจออุปสรรคจึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนทำผิดพลาดครั้งใหญ่ภายใต้อารมณ์ชั่ววูบ】
【ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ลูกในท้องของนางแม้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ภายหลังนางกับพระเอกต่างทรมานกันไปมาจนรักษาเด็กไว้ไม่ได้ นางยังได้รับบาดเจ็บทางร่างกายจนไม่สามารถใช้วิชาเข็มทองคืนวิญญาณเจ็ดสิบสองเล่มได้อีก】