คุณนายโชคดีสายเผือก กับ ท่านนายพลอ่านใจ

ตอนที่ 28

ได้รับสิทธิพิเศษเยี่ยงอนุภรรยาคนที่เก้า

หงฉานั่นเอง

ทว่านางเปลี่ยนจากชุดสาวใช้มาสวมเสื้อนวมผ้าฝ้ายหยาบสีเขียวคราม เกล้าผมเป็นเปียยาว เนื่องจากหิมะกำลังตกและนางไม่ได้กางร่ม เพียงครู่เดียวบนศีรษะของนางก็ถูกเคลือบด้วยสีขาวโพลนชั้นหนึ่ง

หลิวซีอินแปลกใจ "หงฉา? เจ้ามาทำอะไรที่นี่?"

หงฉาเป็นสาวใช้คนสนิทของหลิวหมิงเยว่ เมื่อพบเรื่องเดือดร้อนเหตุใดจึงไม่ไปขอความช่วยเหลือจากหลิวหมิงเยว่ แต่กลับวิ่งมาหาข้า?

สมองของหลิวซีอินไม่ได้มีปัญหาเสียหน่อย ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าไป๋ม่านม่านเชื่อว่าการที่นางผลักหลิวหมิงเยว่ตกน้ำเป็นเพราะหงฉาใส่ร้าย แล้วนางจะเข้าไปยุ่งเรื่องของหงฉาไปทำไม

อีกอย่าง ในตระกูลหลิว หลิวซีอินเป็นใครกัน? จะไปจัดการอะไรได้?

ทว่าหงฉากลับ "ตุบ" คุกเข่าลงบนพื้นหิมะ กอดห่อผ้าสีเขียวครามแล้วคุกเข่าเดินเข้ามา "คุณหนูรอง ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ อย่าให้คุณหนูใหญ่ไล่บ่าวออกเลย บ่าวไม่ได้ตั้งใจพูดว่าท่านผลักนางตกน้ำนะเจ้าคะ"

เอ๊ะ? หลิวหมิงเยว่ไล่นางออกงั้นหรือ? เพราะเรื่องตกน้ำน่ะรึ?

หลิวซีอินทำหน้านิ่ง "เจ้าเป็นคนสนิทของคุณหนูใหญ่ การที่นางจะไล่เจ้าออก เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?"

หงฉาร้องไห้จนพูดไม่ออก "คุณหนูรอง บ่าวสำนึกผิดแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ บ่าวเพียงแค่สงสารคุณหนูใหญ่ที่ถูกหัวเราะเยาะ เลยเผลอพูดอะไรออกไปบ้าง บ่าวขอโทษท่าน ขอเพียงท่านยกโทษให้บ่าว คุณหนูใหญ่ก็จะไม่ไล่บ่าวออกแล้วเจ้าค่ะ"

หลิวซีอินกะพริบตาปริบๆ

นางกลับมาตระกูลหลิวได้หนึ่งเดือน เกิดเรื่องขึ้นหลายครั้งกับหลิวหมิงเยว่ และทุกคนต่างโยนความผิดมาให้นาง แม้แต่ข้างนอกก็ลือกันว่านางเป็นแค่เด็กบ้านนอกที่ไม่เจียมตัว จิตใจโหดเหี้ยม สายตาสั้น และไม่มีหัวนอนปลายเท้า

ซึ่งเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดคือการขโมยเครื่องประดับ และเรื่องผลักหลิวหมิงเยว่ตกน้ำ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องชื่อเสียงของหลิวซีอินเพียงคนเดียว บรรดาคุณนายในเมืองพวกนี้ถนัดนักเรื่องการขยายความ พวกนางมักจะโยนความผิดไปที่ความไม่มีการศึกษาของคนบ้านนอกเสมอ

หลิวซีอินอาจไม่ใส่ใจตัวเอง แต่เหตุใดต้องให้คนบ้านนอก ให้พ่อแม่บุญธรรมของนางต้องมารับคำครหาว่าอบรมลูกไม่เป็นด้วย?

หลิวซีอินจำเป็นต้องแสดงความโกรธออกมา

นางมองหงฉาที่ดูน่าเวทนาท่ามกลางหิมะตกหนัก แล้วเอ่ยอย่างสงบ "เจ้าสงสารคุณหนูใหญ่ที่ถูกหัวเราะเยาะ แล้วข้าล่ะ เป็นแค่ก้อนหินที่ถูกเก็บมาจากบ้านนอกหรืออย่างไร? จะให้ใครมาเตะเล่นกี่ทีก็ได้งั้นหรือ?"

ท่ามกลางหิมะเย็นเยือก หน้าของหงฉากลับแดงวาบ "ดิฉัน... ดิฉันไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ ท่านมีต้าส่วยคอยปกป้องอยู่นี่นา..."

คำพูดที่เหลือถูกลมหนาวพัดกลบไป แต่หลิวซีอินแค่คิดก็รู้แล้วว่านางหมายถึงอะไร

"ในเมื่อข้ามีต้าส่วยคอยปกป้อง ต่อให้ข้าฆ่าคน ก็คงไม่มีใครเอาผิดข้าได้ แล้วนี่คุณหนูของเจ้าก็ยังไม่ตายเสียหน่อย?"

【แปลกจริงๆ คนพวกนี้ใช้ตาข้างไหนมองเห็นว่าต้าส่วยปกป้องข้า? รู้อยู่ว่าหลิวหมิงเยว่เป็นตัวปลอม ก็เอาปืนไปบังคับให้ตระกูลหลิวพาข้ากลับมา นี่ไม่ใช่จงใจหาเรื่องให้ข้าถูกเกลียดหรือไง?】

【ถ้าเขาปกป้องข้าจริงๆ ข่าวลือในเมืองตลอดหนึ่งเดือนนี้คงหายไปนานแล้ว คืนวันแต่งงานก็คงไม่คิดจะหักขาข้าหรอก】

หลิวซีอินรู้สึกแปลกใจมานานแล้ว

ท่านจอมพลเยี่ยนต่อให้จะเป็นอันธพาลหรือดื้อรั้นแค่ไหน หากต้องการให้ตระกูลหลิวพาคุณหนูตัวจริงกลับมาทำตามสัญญาแต่งงาน ก็แค่เรียกหลิวโหย่วเฉิงไปคุยกันเป็นการส่วนตัวให้รู้เรื่องก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?

เหตุใดต้องยกกองกำลังไปล้อมตระกูลหลิว เอาปืนไปขู่ให้หาคน แล้วยังพูดจาร้ายกาจกับหลิวหมิงเยว่ขนาดนั้น?

หลิวหมิงเยว่เป็นว่าที่ลูกสะใภ้คนโตที่เขาเลือกมาตลอดสิบหกปี มีหน้ามีตาในเมืองขนาดนั้น การที่เขาออกมาประกาศว่านางเป็น "ของปลอม" เท่ากับเป็นการบีบให้คนตายไม่ใช่หรือ?

หลิวหมิงเยว่อายุเพียงสิบหกปี กำลังเป็นช่วงที่หน้าบางที่สุด จะรับมือกับเรื่องกระทบกระเทือนใจเช่นนี้ได้อย่างไร?

แม้ว่าหลิวซีอินจะยังคงวิจารณ์พฤติกรรมที่นางชอบไปเที่ยวเตร่กับเส้าส่วยอยู่ก็ตาม

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลิวหมิงเยว่ หรือการกระทำของท่านจอมพลเยี่ยน ผลที่ตามมาทั้งหมดกลับตกอยู่ที่หลิวซีอิน

หลิวซีอินกอดตัวเองด้วยความสงสาร

【ชาติก่อนข้าก็ไม่ได้ทำบาปทำกรรมอะไรไว้ เหตุใดต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้ด้วย?】

【หรือจะเป็นเพราะกระต่ายน้อยที่ข้าเคยใช้ทดลองตอนนั้นสาปแช่งข้ากันนะ?】

หงฉาถูกหลิวซีอินตอกกลับเพียงสองประโยคจนหน้าเขียวหน้าแดงสลับกันไป แต่นางจะถูกไล่ออกไม่ได้

สถานการณ์บ้านเมืองภายนอกกำลังวุ่นวาย หากไม่มีใครคอยปกป้อง ก็มีแต่ต้องรอความตายเท่านั้น

สาวใช้ในบ้านคหบดีแม้งานจะหนัก แต่ก็อิ่มท้องและอบอุ่น ไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม โดยเฉพาะตระกูลหลิวที่เป็นบ้านของอธิบดีกรมเสบียงทหาร สาวใช้ไม่เพียงมีสวัสดิการดี แต่ยังได้รับหน้าตามากกว่าสาวใช้บ้านทั่วไปด้วย

ในหมู่สาวใช้เองก็มีลำดับชั้นความสัมพันธ์อยู่เหมือนกัน

โดยเฉพาะหงฉาที่เป็นสาวใช้คนสนิทของหลิวหมิงเยว่ ยิ่งหลิวหมิงเยว่เคยได้รับเกียรติมากเท่าใด นางก็พลอยได้รับเกียรติมากเท่านั้น ดังนั้นนางจึงต้องการกู้หน้าให้หลิวหมิงเยว่ในตอนที่นางกำลังเสียอำนาจไป

หากชื่อเสียงของคุณหนูตัวจริงแห่งตระกูลหลิวย่อยยับไป ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่หลิวหมิงเยว่ก็จะดีขึ้น

ทว่าหงฉาไม่คิดเลยว่าหลิวหมิงเยว่จะไม่เห็นดีเห็นงามด้วย และถึงขั้นจะไล่นางออกเพราะเรื่องนี้

ตอนนั้นไป๋ม่านม่านเพิ่งถูกเรียกตัวไป หงฉายกซุปเมล็ดบัวไปให้หลิวหมิงเยว่ ทว่าหลิวหมิงเยว่กลับนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองหิมะข้างนอก แล้วถามนางว่าเหตุใดถึงไปบอกไป๋ม่านม่านว่าหลิวซีอินเป็นคนผลักนางตกน้ำ

ตอนแรกหงฉายังพยายามแก้ตัวว่าเห็นคุณหนูรองเดินผ่านไปตอนนั้น ไม่ได้บอกว่าคุณหนูรองเป็นคนผลัก

หลิวหมิงเยว่: "ในเมื่อแค่เห็น แล้วเหตุใดถึงไม่เคยพูดกับข้า แต่กลับบอกท่านแม่? ท่านแม่ไปหาเรื่องคุณหนูรอง เหตุใดถึงไม่เคยบอกข้า?"

หงฉาตอบไม่ได้

หลิวหมิงเยว่จึงพูดว่า "หลังจากเรื่องของเซียงฉา ข้าบอกพวกเจ้าด้วยตัวเองแล้วว่าข้าติดหนี้บุญคุณตระกูลหลิว และได้เสวยสุขที่ควรจะเป็นของคุณหนูรอง มันคือสิ่งที่ข้าติดค้างนาง ห้ามไม่ให้พวกเจ้าไม่เคารพคุณหนูรอง ในเมื่อเจ้าไม่ยอมฟังคำของข้า วันนี้ก็ออกจากจวนไปเสียเถอะ ข้าคงไม่อาจเลี้ยงดูเจ้าได้อีกต่อไป"

หลังจากนั้นไม่ว่าหงฉาจะอ้อนวอนหรืออธิบายอย่างไร หลิวหมิงเยว่ก็ไม่ใจอ่อน แถมยังให้คนพานางออกจากตึกหยกมรกต เพื่อไปรายงานเรื่องนี้ต่อไป๋ม่านม่าน

ในเมื่อคุณหนูใหญ่ตั้งใจเด็ดขาดที่จะไล่นางออก หงฉาจำต้องเก็บข้าวของเตรียมตัวจากไป ทว่านางกลับเห็นขบวนรถของเส้าส่วยที่หน้าประตู คนเฝ้าประตูบอกว่าเส้าส่วยและคุณหนูรองกำลังจะออกไปพอดี

หงฉาจึงยืนรออยู่ที่ห้องคนเฝ้าประตู

คุณหนูใหญ่ไล่นางออกเพราะนางใส่ร้ายคุณหนูรอง หากนางขอให้คุณหนูรองช่วยพูดอ้อนวอน คุณหนูใหญ่ก็คงจะยกโทษให้

ไม่คิดเลยว่านางถึงกับยอมคุกเข่าแล้ว คุณหนูรองยังคงใจดำไม่ยอมช่วยนางอีก

หงฉาเห็นหลิวซีอินกำลังจะจูงมือเยี่ยนฉางเย่เดินจากไป จึงรีบคุกเข่าเดินตามไปอีกสองสามก้าว "คุณหนูรอง ดิฉันรู้ผิดแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ หากออกจากตระกูลหลิวตอนนี้ ดิฉันต้องตายแน่ๆ คุณหนูเองก็มาจากครอบครัวที่ยากจน คุณหนูย่อมรู้อยู่แล้วว่าชีวิตข้างนอกมันลำบากแค่ไหน"

"..." หลิวซีอินรู้สึกกังขา นางดูเหมือนคนโง่ขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร?

ในเมื่อทุกคนต่างบอกว่านางใจแคบและไม่มีการศึกษา เหตุใดจึงยังมีคนต้องการให้นางทำตัวเป็นแม่พระอีกล่ะ?

หลิวซีอินส่ายหัวอย่างงุนงง กำลังจะเอ่ยปาก เยี่ยนฉางเย่กลับพูดแทรกกับนายทหารคนสนิทก่อนว่า "ไปตักน้ำเศษอาหารมาสองถัง"

นายทหารคนสนิทตอบรับอย่างรวดเร็ว "รับทราบ" แล้วหมุนตัวไปหาน้ำเศษอาหารทันที

หลิวซีอินมองเยี่ยนฉางเย่ เขาเพียงจูงมือนางเดินไปยังระเบียงข้างห้องคนเฝ้าประตู แล้วหุบร่ม "ดูอยู่ที่นี่ล่ะ"

【ตัวร้ายจะไม่คิดปกป้องข้าอีกแล้วใช่ไหม? ว้าวๆๆ ข้าก็ได้รับสิทธิพิเศษแบบอนุภรรยาคนที่เก้าแล้วสิเนี่ย!】

แม้จะเป็นการแสร้งแสดงความรักให้คนอื่นดู แต่การได้รับคูปองประสบการณ์แบบนี้ หลิวซีอินก็รู้สึกดีใจขึ้นมาวูบหนึ่ง

เยี่ยนฉางเย่ยืนตัวตรงตระหง่านอยู่ข้างๆ นาง

เหล่าสาวใช้และคนงานที่ห้องคนเฝ้าประตูต่างออกมาคอยอย่างนอบน้อมอยู่ข้างๆ

ในตอนนั้น หลิวโหย่วเฉิงก็นำคนตามมาด้วย โดยมีบรรดาลูกชายและลุงๆ ของตระกูลหลิวตามหลังมาเป็นพรวน

หลิวโหย่วเฉิงเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับคิ้วกระตุก รีบเดินกึ่งวิ่งตรงไปยังระเบียง "เส้าส่วย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?"

เยี่ยนฉางเย่: "คนคนนี้ ตระกูลหลิวยังต้องการอยู่ไหม?"

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์