ตอนที่ 16
เส้าส่วยในสนามรบ ไม่เคยเป็นคนกินมังสวิรัติ
นับแต่หลิวหมิงเยว่ตกน้ำไป ร่างกายก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก อีกทั้งยังเสียกำลังใจจากเรื่องลูกสาวตัวจริงตัวปลอม และที่สำคัญที่สุดคือ นางตั้งครรภ์แล้ว!
หลิวซีอินไม่รู้ว่าฮูหยินหลิวทราบความจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือฮูหยินหลิวดูร้อนใจมาก จนกระทั่งถึงวันแต่งงานของหลิวซีอิน ฮูหยินหลิวก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะมาสนใจนางเลย
หลิวซีอินกลับรู้สึกสบายใจเสียอีก
ผลปรากฏว่าพอมาถึงจวนต้าส่วย สถานการณ์กลับแย่กว่าที่นางคิดไว้มากนัก
สวรรค์ช่วย!
ตำรากามสูตร!
ชาติก่อนอย่าว่าแต่หนังเลย แม้แต่แหล่งข้อมูลฉันยังหาไม่ได้ แล้วนี่ฉันต้องมาเริ่มดูภาพลามกงั้นหรือ?
หลิวซีอินรับมาอย่าง “เกรงใจ”
ดูให้เต็มตาไปก่อน ส่วนจะเอาไปใช้หรือไม่นั้นค่อยว่ากันทีหลัง
สี่ทุ่มคืนนั้น เยี่ยนฉางเย่ก็กลับมาถึงเสียที
เขามาที่เรือนฉินหว่านเพื่อรับตัวหลิวซีอิน บนตัวเขามีกลิ่นคาวเลือดจางๆ ไม่รู้ว่าระหว่างประชุมอยู่ดีๆ ไปทำอะไรมาอีก
ฉินหว่านวางคัมภีร์พุทธลงแล้วกล่าวกับเขาว่า “ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ถนนหนทางก็ลื่นเพราะหิมะ สู้พักที่เรือนอู๋โยวสักคืนเถิด พรุ่งนี้เจ้าค่อยพานางกลับเยี่ยมบ้านเดิม แม่เตรียมของขวัญเยี่ยมบ้านเดิมไว้ให้แล้ว จะได้แวะนำติดตัวไปเลย”
เยี่ยนฉางเย่เหลือบมองหลิวซีอินที่กำลังสัปหงกอยู่ตรงมุมห้องโดยไม่ปฏิเสธ “ได้ขอรับ ขอบคุณท่านแม่”
เรือนอู๋โยวเดิมเป็นเรือนหอของเขากับหลิวซีอิน ฉินหว่านเป็นคนเตรียมการทุกอย่างด้วยตนเอง เขาก็วางใจ
หลิวซีอินส่ายหัวไปมาเพื่อไล่ความง่วง ก่อนจะกล่าวลาฉินหว่าน ทว่าขณะที่กำลังจะเดินตามเยี่ยนฉางเย่ไป ก็ได้ยินฉินหว่านกำชับว่า “ในเมื่อรู้ว่าเจ้าสาวขี้กลัว เจ้าก็จงทะนุถนอมให้มากหน่อย อย่าได้นำนิสัยในสมรภูมิกลับมาใช้ที่นี่”
ที่แท้ตอนกลางวันเยี่ยนฉางเย่ก็คุยกับฉินหว่านเรื่องนี้นี่เอง
หลิวซีอินลอบชำเลืองมองเยี่ยนฉางเย่
【เขาควรจะคิดว่าฉันขี้กลัวจริงๆ นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นใครที่ไหนเขาทำตัวลากๆ ดึงๆ ผู้หญิงตั้งแต่ครั้งแรก แถมยังถอดเสื้อผ้าคนอื่นทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำอีก? สัตว์ป่าชัดๆ】
“ข้าทราบแล้วขอรับ ท่านแม่”
เยี่ยนฉางเย่รับปากฉินหว่านอย่างดิบดี แต่กลับคว้าข้อมือหลิวซีอินไว้แล้วลากไป “ท่านแม่พักผ่อนให้สบายขอรับ”
แล้วเขาก็ลากหลิวซีอินไปอีกจนได้!
【กะไว้ไม่มีผิด! ฉันจะไปคาดหวังอะไรกับไอ้ตัวร้ายได้กัน! ไม่เห็นหรือไงว่าขาเขายาวขนาดนั้น ส่วนขาฉันสั้นนิดเดียว ท่ามกลางหิมะตกหนักแบบนี้ เขาคิดว่าฉันเป็นเลื่อนหิมะหรือไง? ให้ฉันหกล้มตายไปเลยเถอะ!】
หลิวซีอินสวมรองเท้าปักลายอยู่ อีกทั้งยังต้องคอยรั้งเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกเงินเอาไว้ กลัวว่าถ้ามันหลุดไป นางคงต้องเผชิญลมหนาวกลับเรือนแน่ๆ
แต่เยี่ยนฉางเย่ขาก้าวยาวมาก ก้าวเดียวของเขาเท่ากับสามก้าวของนาง แถมยังสวมกระโปรงอยู่ ทำให้นางต้องซอยเท้าวิ่งตามให้ทัน ไม่อย่างนั้นคงถูกเขาลากเหมือนศพกลับเรือนอู๋โยวแน่
ถึงตอนนั้นคงไร้กังวลอย่างแท้จริงสมชื่อเรือนแล้วล่ะ
ผ้าแพรสีแดงที่เรือนอู๋โยว่ยังไม่ได้ถูกรื้อออก อีกทั้งฉินหว่านยังส่งคนมาจัดเตรียมไว้ให้ตั้งแต่กลางวัน ตอนนี้แสงไฟจึงสว่างไสว รอคอยให้เจ้าของเรือนกลับมาพักอาศัย
ในเรือนปลูกต้นอู๋ถงไว้ ท่ามกลางอากาศกลางเดือนสิบสอง กิ่งก้านต้นไม้ดูโล่งเตียนและถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ
หลิวซีอินถูกลากเข้าห้อง รองเท้าของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหิมะ
ตอนกลางวันที่ออกไปเดินเล่นกับฉินหว่านยังไม่เห็นเปียกเลยสักนิด!
【ฉันไม่ควรไปคาดหวังอะไรกับเจ้าตัวร้ายนั่นเลย ปล่อยให้เขาแก่ตายไปคนเดียวเถอะ ดีที่สุดถ้าอนุภรรยาคนที่เก้าและพวกน้องๆ ของเขาจะทิ้งเขาไปให้หมด】
หลิวซีอินยืนอยู่ตรงประตู พลางเปลี่ยนรองเท้าพลางบ่นงึมงำ พร้อมแช่งชักหักกระดูกเพิ่มอีกสองส่วน
เยี่ยนฉางเย่: “...”
หากเขาไม่ทำเช่นนี้ ด้วยความช่างสังเกตของเจ้าสาวตัวน้อยในตอนกลางวัน นางต้องสงสัยแน่ว่าเขาสามารถได้ยินเสียงในใจของนางได้
ในฐานะ “ตัวร้าย” ผู้ไม่ได้ยินเสียงในใจใคร เขาก็ต้องแสดงท่าทีแบบนี้กับภรรยาที่ท่านพ่อมอบให้เขานั่นแหละ
เยี่ยนฉางเย่ถอดเสื้อคลุมออกแล้วนั่งไขว่ห้างบนโซฟา “ท่านแม่กำชับให้ข้าดูแลเจ้าให้ดี เจ้าไปอาบน้ำก่อนเถอะ”
“...” ให้ฉันอาบก่อนก็อาบสิ ฉันเองก็ขี้เกียจจะมาเกรงใจเขาเหมือนกัน
ตั้งแต่หลิวซีอินมาเกิดใหม่ เนื่องจากความบันเทิงมีน้อย นางจึงตื่นเช้าเข้านอนเร็วอยู่เป็นประจำ ชีวิตจึงเป็นระเบียบสุดๆ ปกติเวลานี้นางหลับไปนานแล้ว
นึกว่าชาตินี้จะไม่ต้องตายเพราะทำงานหนักจนน็อกอีกแล้วเชียว
ผลปรากฏว่าวันนี้ยังต้องรอสามีกลับจากประชุม รอจนสี่ทุ่มกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าวันหน้าจะดึกกว่านี้อีกไหม
หลิวซีอินคิดแล้วก็รู้สึกว่านี่มันเป็นอีกเส้นทางสู่ความตายชัดๆ
อนิจจาเหลือเกิน
เรือนในของจวนต้าส่วยเป็นสไตล์สวนจีน แต่สิ่งอำนวยความสะดวกที่ควรมีก็ครบครัน อย่างน้อยๆ ห้องน้ำทันสมัยก็มีให้ใช้
หลิวซีอินรีบอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดแล้วเปลี่ยนเป็นชุดนอน นางตั้งใจจะอาศัยจังหวะที่เยี่ยนฉางเย่อาบน้ำ จุดยาสลบในห้อง เครื่องหอมนี้เป็นสิ่งที่นางตระเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนเตรียมตัวแต่งงาน เพื่อใช้ในเรือนหอเผื่อว่าเยี่ยนฉางเย่จะกลับมาในคืนส่งตัว
ทว่าเยี่ยนฉางเย่กลับมาเมื่อคืนก็จริง แต่เขากลับพานางออกไปเสียได้
ไม่เป็นไร คืนนี้พอดีเลย โชคดีที่คนที่มาทำความสะอาดห้องไม่ได้แตะต้องกระถางธูป
เยี่ยนฉางเย่เห็นนางเดินออกมา ใบหน้าขาวนวลถูกไอน้ำจนดูอมชมพู ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย
เขาลุกขึ้นยืน น้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก “ง่วงขนาดนี้ก็รีบนอนเถิด ไม่ต้องรอข้า”
ถ้างั้นก็ดีเลย
หลิวซีอินตอบเสียงแผ่ว “เจ้าค่ะ”
เยี่ยนฉางเย่เดินเข้าห้องน้ำไป ไม่นานนักก็มีเสียงน้ำดังซ่าๆ ขึ้น
หลิวซีอินเดินไปที่ริมหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ จุดกระถางธูป แล้วทำตัวตามสบายเอนตัวลงบนเตียง
เครื่องหอมที่นางปรุงขึ้นเองมีกลิ่นจางมาก ต่อให้ถูกจับได้ก็สามารถอ้างได้ว่าเป็นกำยานกล่อมประสาท
อย่างไรเสียมันก็ทำให้คนนอนหลับได้จริงอยู่แล้ว
เตียงหอใหญ่มาก เป็นเตียงเหล็กสไตล์ตะวันตกที่นิยมที่สุดในยุคนี้ บนเตียงปูด้วยผ้านวมผ้าไหมซูสีแดงสดปักลายที่หนานุ่ม
หลิวซีอินใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยหยิบผ้านวมออกมาอีกผืนจากตู้ วางไว้ข้างๆ แล้วตัวเองก็ห่อตัวด้วยผ้านวมอีกผืนก่อนจะหลับตาลง
เขาเองที่เป็นคนบอกให้นางไม่ต้องรอ หากนางหลับไปก่อน เขาคงไม่ใจร้ายถึงขั้นปลุกนางขึ้นมา หรือลากตัวนางออกมาจากผ้าห่มหรอกใช่ไหม?
เสียงน้ำในห้องน้ำดังซ่าๆ ราวกับเสียงฝนตก ประกอบกับระบบทำความร้อนใต้พื้นในห้องนอนที่แผ่ความอบอุ่นออกมา ทำให้เปลือกตาของหลิวซีอินหนักอึ้งและหลับไปในที่สุด โดยไม่รู้เลยว่าเสียงน้ำหยุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่
เยี่ยนฉางเย่เช็ดผมให้แห้งแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นก้อนเล็กๆ บนเตียงที่พยายามขดตัวอยู่ตรงขอบสุด เขาก็ส่งเสียงหึในลำคอ
ระแวดระวังถึงเพียงนี้ นางคิดว่าเขาจะสนใจร่างกายผอมบางของนางจริงๆ งั้นหรือ?
ผู้ชายที่ผ่านสมรภูมิมา ไม่เคยเป็นคนกินมังสวิรัติหรอกนะ
หลิวซีอินจามออกมาในฝันจนเกือบจะสำลักตื่น
เยี่ยนฉางเย่หยิบกาน้ำชาขึ้นมาแล้วเทราดลงบนกำยานข้างหน้าต่างจนดับสนิท
เยี่ยนฉางเย่เติบโตมาในเรือนใน จึงระแวดระวังกลิ่นแปลกปลอมทุกชนิดเป็นพิเศษ ยิ่งเจ้าสาวตัวน้อยเจ้าเล่ห์เพทุบาย การที่นางจงใจจุดกำยานเตานี้ ต้องมีปัญหาแน่ๆ
ทำเสร็จแล้ว เยี่ยนฉางเย่ก็หยิบผ้านวมผืนที่หลิวซีอินตั้งใจเว้นไว้ให้เขา แล้วเดินไปนอนที่ห้องข้างๆ
ในเมื่อเจ้าสาวตัวน้อยยังไม่รู้ว่าเขาสามารถอ่านใจได้ เขาก็ต้องแสดงท่าทีเหมือนคนอ่านใจไม่เป็น อีกทั้งการล้มของนางเมื่อเช้า หากมองในสายตาคนทั่วไป ก็นับว่าดูเหมือนสายลับอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว