บทที่ 45
โชคชะตาเล่นตลก
“เจ้าหนุ่มหลิน อย่าให้ถึงแก่ชีวิตเชียว! หากตู้เทียนซื่อตายขึ้นมา เรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต!”
ท่านผู้เฒ่าหลี่เอ่ยเตือนอยู่ที่ข้างๆ
หลินเยี่ยนไม่ได้คิดจะกดน้ำตู้เทียนซื่อให้ตายจริงๆ ไม่ใช่เพราะกลัวเรื่องราวหรอก แต่เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียงเด็กเหลือขอคนหนึ่งเท่านั้น
เด็กเหลือขอผู้นี้ก็น่ารังเกียจจริง แต่คุณนายเฒ่าผู้นี้และคนที่สั่งสอนเขาต่างหากที่เป็นตัวการสำคัญ
เขานับวินาทีในใจไปเรื่อยๆ จนถึงประมาณสี่สิบวินาที เมื่อเห็นฟองอากาศผุดพรายขึ้นมาจากขอบถัง จึงได้ดึงตัวตู้เทียนซื่อที่จมอยู่ในถังน้ำออกมา
ยามนี้ตู้เทียนซื่อสำลักน้ำไปหลายอึกใหญ่จนร่อแร่ เมื่อโผล่พ้นผิวน้ำก็ตกใจสุดขีด ไอไม่หยุด และร้องไห้โฮออกมาด้วยความหวาดกลัว
หลินเยี่ยนโยนร่างนั้นทิ้งไปข้างกายคุณนายเฒ่าอย่างไม่ใส่ใจ คุณนายเฒ่าที่ร้องไห้คร่ำครวญจนเสียงแหบแห้งพลางชักดิ้นชักงอ รีบเข้าไปกอดตู้เทียนซื่อไว้ “ไอ้ชาติชั่ว! แกจะฆ่าหมานเป่าของข้าหรือ! ตายเสียเถอะ ตายเสียเถอะ!”
แววตาของหลินเยี่ยนฉายประกายดุร้าย ทำให้คุณนายเฒ่าหวาดกลัวจนตัวสั่น ร้องตะโกนว่า “เจ้าจะทำอะไร! เจ้าจะทำอะไร!”
สายตาของหลินเยี่ยนดูลึกล้ำ หากจะฆ่าเด็กเหลือขอเขาก็ยังมีความรู้สึกผิดอยู่ในใจ ทว่าหญิงชราผู้นี้ เขาไม่คิดจะปล่อยไปง่ายๆ
ทว่าท่านผู้เฒ่าหลี่มู่ชิงเดินเข้ามาขวางตรงกลาง พลางส่ายหน้าให้เขาเล็กน้อย “เจ้าหนุ่มหลิน ใจเย็นลงหน่อย ตอนนี้เป็นเพียงการสั่งสอนเท่านั้น การที่เจ้ามีสำนักหลงเหมินหนุนหลังอยู่ มันยังไม่พอหรอกนะ”
“แต่หากถึงแก่ชีวิตขึ้นมา ความขัดแย้งจะรุนแรงเกินกว่าจะแก้ไขได้!”
หลินเยี่ยนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ท่านผู้เฒ่าหลี่พูดถูก การฆ่าคุณนายเฒ่าก็เป็นเพียงการระบายความแค้นเท่านั้น
เขานึกถึงบุญคุณของท่านผู้เฒ่าหลี่จึงไม่อยากทำให้ลำบากใจ จึงกล่าวกับคุณนายเฒ่าอย่างเย็นชาว่า “ข้าพักอยู่ในเรือนสอนยุทธ์ของสำนักหลงเหมิน หากอยากจะหาเรื่อง ข้าก็ยินดีต้อนรับท่านทุกเมื่อ!”
อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางเข้าไปหาเรื่องถึงในเรือนสอนยุทธ์ได้ หลินเยี่ยนเพียงต้องการใช้วิธีนี้ประกาศตัวตนของตนเพื่อเป็นการข่มขู่
เรือนสอนยุทธ์งั้นหรือ?
เมื่อหลี่มู่ชิงได้ยินดังนั้น แววตาก็ยิ่งเผยความตกตะลึง จ้องมองหลินเยี่ยนอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “เจ้า... กลายเป็นผู้ฝึกสอนของสำนักหลงเหมินแล้วหรือ?”
หลินเยี่ยนพยักหน้าตอบรับ ประสานมือคำนับหลี่มู่ชิงก่อนจะขอตัวจากไป
“พี่ชาย ข้า... ข้าช่างไร้ประโยชน์นัก ที่ต้องทำให้พี่เดือดร้อนอีกแล้ว”
“เสี่ยวจื่อ จำไว้ให้ดีนะ อย่าได้เอาการรังแกจากคนชั่วมาเป็นความผิดของตัวเอง เจ้าอาจจะยอมรับว่าตัวเองยังอ่อนแอ และหาทางทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นได้ แต่คนที่ทำผิดน่ะ ย่อมเป็นคนชั่วเสมอ สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การโทษตัวเอง แต่คือการสั่งสอนคนชั่วที่ทำผิดเหล่านั้นให้เข็ดหลาบ!”
หลังจากปลอบประโลมเสี่ยวจื่อจนสงบลง หลินเยี่ยนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในที่สุดก็ระงับอารมณ์ของตนเองได้
จากนี้ไปคงส่งเสี่ยวจื่อไปที่สำนักหนังสือไม่ได้อีกแล้ว ต้องให้นางอยู่ภายในสำนักหลงเหมินถึงจะปลอดภัย
อันที่จริงเขาคิดเรื่องนี้มานานแล้ว ช่วงที่ผ่านมาเขาได้คัดเลือกสาวใช้และแม่ครัวที่เหมาะสมไว้บ้างแล้ว ตอนนี้เกือบพร้อมแล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปตกลงเลือกมาสักคนหนึ่ง
ส่วนหญิงชราเมื่อครู่นี้ ไว้ค่อยกลับไปสอบถามศิษย์พี่ใหญ่กับผังถ่งดูว่าลูกชายของนางทำงานอะไร จะได้เตรียมตัวรับมือไว้ก่อน
หากจำเป็นล่ะก็...
หลินเยี่ยนคลำไปที่ช่องว่างในชุดเกราะชั้นใน ซึ่งเป็นที่เก็บขวดผงสิบหอมสลายกล้ามเนื้อสองขวดที่กานหยางทิ้งไว้ให้...
————————————
อีกด้านหนึ่ง ณ จวนตระกูลตู้
จวนตระกูลตู้ตั้งอยู่ในจิ้งอันฟาง ซึ่งอยู่ติดกับเขตหลิวอิ่ง แท้จริงแล้วก็ไม่ได้นับว่าเป็นครอบครัวใหญ่โตอะไร
เพียงแต่พี่น้องทั้งสามคนในบ้านต่างเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เมื่อร่วมมือกันจึงสร้างฐานะขึ้นมาได้ไม่เลว
จนกระทั่งเดือนก่อน บุตรชายคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องทั้งสามของตระกูลตู้มีพรสวรรค์น่าทึ่ง สามารถทะลวงผ่านระดับแกร่งได้ในวัยเพียงยี่สิบเจ็ดปี!
ระดับแกร่งนั้นถือว่าไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งเป็นระดับแกร่งที่อายุน้อยขนาดนี้ ยิ่งนับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก
ปราณโลหิตมีความเกี่ยวข้องกับอายุ ยิ่งทะลวงผ่านได้ในวัยเยาว์ ยิ่งมีโอกาสพัฒนาต่อไปได้ไกล ระดับแกร่งที่อายุน้อยเช่นนี้ ในอนาคตย่อมมีโอกาสก้าวสู่โลกที่กว้างใหญ่กว่าเดิม
บวกกับที่เขาได้ตำแหน่งสำคัญในตระกูลผู้มีอิทธิพลแห่งเขตเฉิงหมิง ทำให้ฐานะของเขาพุ่งสูงขึ้น ตระกูลตู้จึงพลอยได้หน้าได้ตาขึ้นมาทันที กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในจิ้งอันฟางแห่งนี้ ผู้คนในเรือนต่างๆ ของตระกูลตู้ต่างพากันลำพองใจตามไปด้วย
ทว่าวันนี้จวนตระกูลตู้กลับวุ่นวายโกลาหลจนผู้คนที่สัญจรไปมาต้องหยุดยืนดูด้วยความสนใจ
คุณนายเฒ่าตระกูลตู้พาตู้เทียนซื่อที่ขวัญเสียกลับมาถึงบ้านด้วยอาการวิ่งกระหืดกระหอบ ก่อนจะเริ่มร้องไห้คร่ำครวญ
“ไอ้พวกเดรัจฉาน! คนแก่อย่างข้าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว! คนอยู่ไหน คนอยู่ไหน ไอ้พวกสารเลวเอ๊ย!”
เสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างเวทนาทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในเรือนใหญ่และเรือนรองของจวนทันที
“ท่านแม่ ท่านแม่ของข้า ใครทำร้ายท่าน? ใครมันกล้าทำร้ายท่านกัน!”
“เทียนซื่อ เทียนซื่อ! เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดถึงไม่พูดอะไรเลย เทียนซื่อ!”
คุณนายเฒ่าตระกูลตู้มีบุตรชายทั้งหมดสามคน คนที่เก่งที่สุดคือบุตรคนที่สามที่ยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนบุตรคนที่สองมีภรรยาและอนุภรรยาสามคน
ส่วนบุตรคนโตมีภรรยาเพียงคนเดียว และตู้เทียนซื่อผู้นี้ก็คือทายาทชายเพียงคนเดียวของเรือนใหญ่
ยามนี้คุณชายใหญ่และคุณชายรองของตระกูลตู้พร้อมด้วยภรรยาและอนุภรรยาต่างพากันล้อมเข้ามา มีเพียงบุตรคนที่สามเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในเขตเฉิงหมิงและยังไม่ได้กลับมา
เมื่อเห็นคนอยู่กันพร้อมหน้า คุณนายเฒ่าตระกูลตู้ยิ่งร้องไห้โฮเสียงดังกว่าเดิม พลางทั้งน้ำตาและน้ำมูกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ฟังทั้งหมด
บุตรคนโตของตระกูลตู้ได้ฟังก็โกรธจนควันออกหู “ไอ้เดรัจฉานชั้นต่ำ! กล้าดียังไงถึงมาทำร้ายท่านแม่! เทียนซื่อไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัวนะ พ่อจะแก้แค้นให้เจ้าเอง!”
ภรรยาของเขากอดตู้เทียนซื่อไว้พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “เทียนซื่อ เทียนซื่อเป็นทายาทสายตรงคนโตของตระกูลตู้เราแท้ๆ เกือบถูกคนกดน้ำตาย นี่เป็นความแค้นถึงตาย ไม่แก้แค้นไม่ได้แล้ว!”
ในคำพูดของทั้งสองคน ได้ตัดสินให้หลินเยี่ยนเป็นศัตรูคู่อาฆาตไปเรียบร้อยแล้ว
ทว่าข้างกายคนทั้งสอง บุตรคนรองของตระกูลตู้และเหล่าภรรยาอนุภรรยากลับนิ่งเงียบ ไม่ได้เห็นพ้องด้วยแต่อย่างใด
“พวกเจ้าก็พูดอะไรบ้างสิ!” ฮูหยินของเรือนใหญ่ร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า
ภรรยาของบุตรคนรองตระกูลตู้กล่าวขึ้นเบาๆ “คนผู้นั้นก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่า เขาเป็นอาจารย์ของสำนักหลงเหมิน”
อนุภรรยาที่อยู่ข้างๆ ก็เสริมขึ้นว่า “นั่นสิเจ้าคะ สำนักหลงเหมินไม่ใช่สำนักเล็กๆ อาจารย์ของสำนักนั้นจะรับมือได้ง่ายๆ อย่างไรกัน?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร! จะบอกว่าไม่ต้องแก้แค้นให้เทียนซื่อแล้วใช่ไหม!” ฮูหยินใหญ่ชี้หน้าด่าอนุภรรยาคนนั้น
อนุภรรยาหดคอด้วยความกลัว “ข้า... ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ”
บุตรคนรองตระกูลตู้ขมวดคิ้ว “พี่สะใภ้ อย่าเอาแต่พูดเรื่องแก้แค้นไปทั่วเลย จะเป็นการชักศึกเข้าบ้านเปล่าๆ อีกอย่างเทียนซื่อก็ไม่เป็นอะไรไม่ใช่หรือ? ฝ่ายนั้นเขาก็ออมมือให้แล้ว”
“เจ้าคนรอง! ฟังคำพูดของเจ้าสิ! เทียนซื่อถูกกดน้ำจนแทบจะตายอยู่แล้ว! นี่เจ้ายังเรียกว่าไม่เป็นอะไรอีกหรือ!”
บุตรคนรองตระกูลตู้ทำปากเบ้ “ก็ยังไม่ตายไม่ใช่หรือไง”
“เจ้า...”
ในตอนนั้นเอง มีคนตะโกนขึ้นว่า “ท่านสามกลับมาแล้ว”
เสียงของทุกคนเงียบลงในทันที
พลันปรากฏร่างบุรุษผู้มีคิ้วดั่งกระบี่ ดวงตาดั่งดารา ท่าทางองอาจผึ่งผายก้าวเดินเข้ามา
“อืม? พวกเจ้ามาล้อมวงทำอะไรกันที่นี่? ท่านแม่ แล้วอาอู่ล่ะ?”
อาอู่คือคนที่เขาส่งไปคุ้มครองแม่ของเขา
คุณนายเฒ่าตระกูลตู้ร้องไห้โฮออกมาทันที แล้วเล่าเรื่องเมื่อครู่อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อบุตรคนที่สามของตระกูลตู้ได้ฟังก็โกรธจนตาถลน เตะออกไปหนึ่งครั้งจนเสาหินขนาดเท่าเอวคนในสวนหักครึ่งท่อน “ไอ้สารเลว! กล้าดียังไงถึงมาทำร้ายท่านแม่!”
ฮูหยินใหญ่ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น “แล้วเทียนซื่ออีก เทียนซื่อเกือบจะถูกคนกดน้ำตายแล้ว! เจ้าสาม เจ้าจะทำไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้นะ!”
บุตรคนที่สามของตระกูลตู้ขมวดคิ้ว “พี่สะใภ้ ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเทียนซื่อนิสัยดื้อรั้น วันหนึ่งต้องได้รับบทเรียนครั้งใหญ่แน่! วันนี้กลับมาทำให้ท่านแม่ต้องอับอายขายหน้าอีก!”
บุตรคนโตของตระกูลตู้ไม่พอใจ “เจ้าสาม เจ้าพูดจาอะไรอย่างนั้น! เทียนซื่อก็เป็นหลานชายของเจ้านะ!”
บุตรคนที่สามของตระกูลตู้ไม่อยากทะเลาะกับพี่ชายจึงถามย้ำว่า “ท่านแม่ ท่านแน่ใจหรือว่าอาอู่ถูกเจ้าหนุ่มนั่นเตะกระเด็นออกมาจนลุกไม่ขึ้น?”
คุณนายเฒ่าตระกูลตู้ร้องไห้ไม่หยุด “เวลานี้แล้วเจ้ายังจะถามเรื่องนี้ทำไมกัน รีบพาคนไปจัดการเจ้าหนุ่มนั่นสิ! ตอนนั้นข้าเอาแต่ห่วงเทียนซื่อ เลยไม่ได้มองชัดๆ เลย!”
บุตรคนที่สามของตระกูลตู้ถอนหายใจแผ่วเบา อาอู่ไม่ใช่คนของเขาโดยตรง เป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาที่เขาได้รับมอบหมายเป็นการส่วนตัวให้มาคุ้มครองท่านแม่
แต่ตอนนี้ท่านแม่กลับมาแล้ว แต่อาอู่กลับถูกทิ้งไว้ข้างทาง เกรงว่าในใจคงจะเกิดความเคืองแค้นต่อเขาแน่!
เมื่อคิดว่าคนที่ลงมือนั้นเป็นอาจารย์ของสำนักหลงเหมิน เขาก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่ม ในเมืองติ้งอันมีอิทธิพลมากมายซับซ้อน และสำนักหลงเหมินก็เป็นหนึ่งในขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยมีลูกศิษย์กระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง
อดไม่ได้ที่จะด่าทอแม่ของตนและเจ้าเด็กตู้เทียนซื่อในใจที่ชอบก่อเรื่องวุ่นวาย
“เจ้าสาม เจ้าจะไปไหน? เรื่องนี้เจ้าไม่คิดจะจัดการแล้วหรือ?!”
“พี่ใหญ่ พี่ต้องให้เวลาข้าคิดก่อนว่าควรทำอย่างไร มาเถอะท่านแม่ ข้าจะพยุงท่านเข้าไปข้างในเอง”
“เจ้า... เฮ้อ!”
ตู้เหล่าซานพยุงคุณนายเฒ่าเข้าประตูไป
ตู้เหล่าเอ้อร์ทำปากเบ้ ก่อนจะพาภรรยาและอนุภรรยาเดินจากไป
ทิ้งไว้เพียงตู้เหล่าต้าที่โกรธจัดกับภรรยา ซึ่งกำลังโอบกอดตู้เทียนซื่อไว้ในอ้อมอก
ตู้เทียนซื่อจู่ๆ ก็ร้องไห้โฮออกมา “ท่านพ่อ ท่านแม่ แงงง! นางไม่ยอมเล่นกับข้า นางไม่ยอมเล่นกับข้า!”
ฮูหยินใหญ่ใจแทบสลาย “เด็กดีอย่าร้องนะ อย่าร้องนะ... ท่านรีบคิดหาวิธีสิ!”
สีหน้าของตู้เหล่าต้าเปลี่ยนไปมา “ข้าจะไปมีวิธีอะไร! นั่นมันอาจารย์ของสำนักหลงเหมินเชียวนะ!”
“ก็ไม่ได้บอกให้ท่านลงมือเองเสียหน่อย! ไหนท่านบอกว่ารู้จักคนทุกระดับชั้นมากมายไม่ใช่หรือ? ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือไง?”
ตู้เหล่าต้าครุ่นคิดสารพัด “ก็จริง... สำนักหลงเหมินมีอิทธิพลมาก แต่เจ้าสามก็ไม่ใช่คนกระจอก น้องสาวของเจ้าหนุ่มนั่นคงไม่สามารถอยู่ติดตัวเขาได้ตลอดเวลาหรอกใช่ไหม? พอดีเลย ข้ารู้จักแก๊งลักพาตัวเด็กแก๊งหนึ่ง...”
แววตาของฮูหยินใหญ่เป็นประกายขึ้นมาทันที “งั้นรีบไปสิ! เด็กดีๆ อย่าร้องนะ อีกเดี๋ยวก็จะมีคนมาเล่นกับเจ้าแล้ว...”