ตอนที่ 1 57
ไม่อยากทำตัวเด่นเกินไป
หลัวเฉี่ยวถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า "แต่เพราะที่พักของเราหลังจากกลับเข้าเมืองนั้นไม่ใหญ่มาก ไม่มีห้องนอนแยกเป็นสัดส่วน หนูเลยยังไม่ได้ไปรับของพวกนั้นมาค่ะ"
มันก็ไม่ใช่ของมีค่าอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ มีแค่ผ้าห่มสองชุดกับผ้าอีกไม่กี่ชิ้น เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากพวกเขาเท่านั้นเอง
เฮ้อ โชคดีจริงๆ ค่ะที่ที่พักมันเล็กเลยไม่ได้ไปเอามา ไม่อย่างนั้นหนูคงเกรงว่าของพวกนี้จะรักษาไว้ไม่ได้แน่ๆ
เห็นหลัวเฉี่ยวดูซึมเศร้าลงไปเล็กน้อย จึงพูดขึ้นว่า "มองไปข้างหน้าเถอะนะ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"
พูดจบเขาก็เดินเข้าบ้านไป เตรียมจะออกใบแนะนำตัวให้หลัวเฉี่ยว
คำพูดของหลัวเฉี่ยวไม่ได้โกหกเลย ตอนที่คนเหล่านั้นจากไป พวกเขาได้มอบของที่เอาไปด้วยไม่ได้ให้แก่เจ้าของร่างเดิมจริงๆ แม้ผ้าห่มจะไม่ใช่ของใหม่ แต่ก็ดีกว่าของตระกูลหลัวมาก
ในตอนนั้นเพราะเรื่องการกู้ชื่อเสียงของตระกูลหลัวได้ลูกชายของคุณปู่หยวนคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง เรื่องถึงได้ราบรื่นเช่นนั้น ดังนั้นตอนที่คุณปู่หยวนจากไป เขาก็รู้ดีว่าตระกูลหลัวคงได้กลับเข้าเมืองในไม่ช้า
พวกเขาต่างรู้ดีว่าในวันปกติเจ้าของร่างเดิมมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร คุณปู่หยวนจึงได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า โดยเลือกผ้าห่มที่สภาพดีจากบ้านของเขาและบ้านของคุณปู่หยางคุณย่าหยางรวมสองชุด ไปฝากไว้ที่บ้านตระกูลเหยาที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นคนซื่อตรงและจิตใจดี
เรื่องที่มีผ้าสองชิ้นใส่ไว้ในผ้าห่มก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะนำของทั้งหมดกลับมา เพราะบ้านตระกูลเหยาเองก็ลำบาก และตอนที่อยู่ฟาร์มพวกเขาก็ช่วยเหลือเธอไว้มาก
ในมิติของเธอไม่ได้ขาดแคลนผ้าห่ม ในตู้ในห้องนอนมีผ้าห่มใหม่เอี่ยมวางอยู่มากมาย ตอนนี้เธอก็ห่มของใหม่ที่อยู่ในมิติอยู่แล้ว ส่วนผ้าห่มบ้านหัวหน้าทีมผลิตที่วางอยู่บนคั่งนั้นก็แค่ทำไว้ให้ดูเป็นพิธีเท่านั้น
ตอนนั้นคุณปู่คุณย่าเหล่านั้นอยากจะทิ้งเงินไว้ให้เจ้าของร่างเดิม แต่เจ้าของร่างเดิมไม่ยอมรับ เหตุผลง่ายๆ คือตัวเธอเองไม่ได้รับความเอ็นดูในตระกูลหลัว จึงกลัวว่าหากวันหนึ่งถูกคนพบเข้าจะเกิดปัญหาตามมา
แต่ครั้งนี้ไปที่เมืองพอดี จะได้ส่งจดหมายไปให้ทั้งสองบ้าน ช่วงก่อนสิ้นปีครอบครัวเจ้าของร่างเดิมได้กลับไปเมืองจี๋ ในมือไม่มีเงินจึงส่งจดหมายไม่ได้ หลังปีใหม่ยังไม่ทันได้คิดหาวิธีก็ถูกส่งกลับมาที่หมู่บ้านชิงซานเสียก่อน
โชคร้ายที่สภาพจิตใจของเจ้าของร่างเดิมได้รับผลกระทบ ประกอบกับร่างกายขาดสารอาหาร จึงเสียชีวิตไปในขณะที่ถูกคนผลักไสในช่วงที่ตระกูลจ้าวและตระกูลหลัวทะเลาะวิวาทกัน
หัวหน้าทีมผลิตออกจดหมายแนะนำตัวให้อย่างรวดเร็ว กำชับให้เธอต้องระมัดระวังตัวให้ดี และเมื่อจัดการธุระเสร็จแล้วให้รีบกลับหมู่บ้าน
หลัวเฉี่ยวพูดกับหัวหน้าทีมผลิตว่า "คุณอาหัวหน้าทีมผลิตคะ เรื่องที่หนูเข้าเมือง รบกวนคุณอาอย่าพูดออกไปนะคะ หนูไม่อยากทำตัวเด่นเกินไป กลัวจะนำปัญหามาให้อีกค่ะ"
เกาเจี่ยฟั่งเข้าใจในทันที เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า "วางใจเถอะ อาไม่ใช่พวกป้าข้างบ้านที่ชอบซุบซิบพวกนั้นหรอก"
หลังจากขอบคุณแล้ว หลัวเฉี่ยวก็วิ่งไปยังโรงเก็บรถแทรกเตอร์ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินอันมีค่าของหมู่บ้าน จึงมีการสร้างบ้านดินไว้สำหรับเก็บโดยเฉพาะ เมื่อไม่ใช้งานก็จะขับเข้าไปไว้ข้างใน เปรียบเสมือนโรงจอดรถในยุคหลัง แต่ในหมู่บ้านตอนนี้เรียกว่าโรงเก็บรถแทรกเตอร์
เมื่อไปถึง บนรถก็มีหญิงวัยกลางคนนั่งอยู่หลายคนแล้ว และยังมีอีกหลายคนที่กำลังปีนขึ้นไป ทุกคนต่างถือโอกาสวันนี้ที่ไม่ได้ไปทำงานในไร่นาออกมาจัดการธุระส่วนตัว เพราะถ้าถึงวันต้องไปทำงานก็ต้องไปทำเพื่อเก็บแต้มงาน
ลู่ยี่เฉินเห็นว่าทุกคนขึ้นรถครบแล้ว จึงเตือนให้ทุกคนนั่งให้เรียบร้อย พอเขาเริ่มสตาร์ทรถก็ได้ยินเสียงคนตะโกนมาจากด้านหลังว่า "เดี๋ยวๆ รอด้วยๆ โอย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว"
ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าเป็นใคร หลี่ซิ่วหลานหอบหายใจจนคงที่เมื่อเห็นหลัวเฉี่ยวอยู่บนรถด้วย ใบหน้าก็แสดงความดีใจออกมา เธอตะโกนใส่เกาเถาฮวาที่กำลังเดินตามมาด้านหลังว่า "แกเดินให้มันเร็วๆ หน่อยไม่ได้หรือไง? จะอืดอาดเป็นเต่าคลานไปถึงไหนกัน!"
หลัวเฉี่ยวพอได้ยินคำพูดนั้นก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที
เธอจึงขยับไปนั่งที่ว่างด้านใน พอเพิ่งจะนั่งเรียบร้อยก็ได้ยินหลี่ซิ่วหลานพูดว่า "หลัวเฉี่ยว ช่วยดึงป้าขึ้นไปหน่อยสิ"
อัปเดตวันนี้ครบแล้ว ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนค่ะ!