ตอนที่ 1 58
ไล่คนลงกลางทาง
หลัวเฉี่ยวคิดในใจว่า นี่มันประสาทหรือเปล่า? ข้างนอกก็นั่งกันอยู่ตั้งหลายคนให้ไปดึง ไม่หาคนอื่นล่ะ หันไปพูดว่า "ป้าคะ ป้าไปหาคนอื่นเถอะค่ะ เดี๋ยวถ้าป้าดึงหนูตกลงไปอีก มันจะไม่ดีเอานะคะ"
พอทุกคนได้ยินแบบนั้นก็ระเบิดหัวเราะออกมา มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งหัวเราะร่า "หลี่ซิ่วหลาน เธอเนี่ยตลกจริง ๆ ให้หลัวเฉี่ยวที่ผอมแห้งไม่มีเนื้อหนังไปดึงคนตัวหนักอย่างเธอนี่นะ ตลกชะมัด"
หลี่ซิ่วหลานพอได้ยินหญิงวัยกลางคนพูดแบบนั้น สีหน้าก็บึ้งตึงทันที "พูดจาภาษาอะไรของเธอ ฉันแค่จะให้ช่วยพยุงหน่อย อายุยังน้อยแค่นี้ขยับตัวนิดหน่อยจะเป็นไรไป?"
ติงไฉเฟิ่ง ภรรยาของบัญชีซุนที่ไม่ถูกกับหลี่ซิ่วหลานพูดขึ้นว่า "เธอทำแบบนี้มันรังแกกันชัด ๆ หลัวเฉี่ยวเขาไปทำอะไรให้เธอหรือไง คนบนรถตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเจาะจงมารังแกแต่เขาคนเดียว"
หลี่ซิ่วหลานไม่ถูกกับติงไฉเฟิ่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้ยินติงไฉเฟิ่งพูดแบบนี้ก็นึกว่าอีกฝ่ายจงใจจะขัดขวางเรื่องของเธอ
กำลังจะอ้าปากด่า ก็ได้ยินลู่ยี่เฉินพูดขึ้นว่า "ตกลงจะนั่งไหม ถ้าไม่นั่งก็ไปแล้วนะ ถ้างานขนของล่าช้า เธอรับผิดชอบไหวเหรอ"
จากนั้นเขาก็เหยียบคันเร่งแรง ๆ รถส่งเสียงดังตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก แล้วพ่นควันดำออกมา ตามด้วยเสียงเปลี่ยนเกียร์ ทำเอาหลี่ซิ่วหลานตกใจจนเลิกขอให้คนช่วยดึงทันที
ถึงท่าทางจะดูเงอะงะไปบ้าง แต่เธอก็ปีนขึ้นมาได้ ส่วนเกาเถาฮวาที่ยังคงเดินทอดน่องตามหลังมานั้น ลู่ยี่เฉินตะโกนบอกว่า "นั่งให้ดีล่ะ"
รถเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เกาเถาฮวาเพิ่งจะขึ้นสะพานก็เห็นรถออกตัวไปเสียแล้ว ด้วยความร้อนใจเธอจึงไม่รั้งรอรีบวิ่งตามรถแทรกเตอร์ไป แต่ลู่ยี่เฉินไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาเปลี่ยนเกียร์แล้วเร่งเครื่องขับจากไป
หลี่ซิ่วหลานร้อนใจจนตะโกนโวยวาย เมื่อเห็นลู่ยี่เฉินไม่สนใจ หลี่ซิ่วหลานก็เริ่มด่าทอเขาว่าเป็นไอ้ขาเป๋ เป็นคนจัญไร และด่าว่าหนุ่มแน่นแท้ๆ แต่กลับหูหนวกหรือไง
รถหยุดกึกทันที ลู่ยี่เฉินพูดเสียงเข้ม "ลงไป"
ตอนนั้นรถขับออกมาได้สองลี้แล้ว หลี่ซิ่วหลานร้อนรน "ทำไมฉันต้องลงด้วย?"
ลู่ยี่เฉินกล่าวว่า "อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ ถ้างานของคอมมูนล่าช้าเพราะเรื่องนี้ ผมจะรายงานตามความเป็นจริง แล้วคอยดูว่าตระกูลเกาของเธอจะรับผิดชอบไหวไหม"
หลี่ซิ่วหลานเห็นสีหน้าของลู่ยี่เฉินแล้วไม่เหมือนคนพูดเล่น หากวันนี้เธอไม่ลงไป กลัวว่าไอ้คนขาเป๋นี่คงจะไปฟ้องเธอจริง ๆ
คิดว่าที่บ้านก็ไม่ได้มีเงินมากมายอะไรอยู่แล้ว ถ้าให้เกาซุ่นอี้รู้ว่าเธอไปก่อเรื่องข้างนอกเข้า เกรงว่าเขาคงจะจัดการเธอสักยกเพราะเสียหน้า
ไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องลงจากรถอย่างเสียไม่ได้ ปากก็ยังด่าทอ "ไอ้ขาเป๋เอ๊ย สมน้ำหน้าแล้วที่เป็นแบบนี้ไปจนตาย ไม่มีใครเอาไปเป็นสามีหรอก เป็นคนโสดไปจนตายเถอะ"
ทำเอาทุกคนบนรถต่างรังเกียจ แต่ช่วงเวลานี้ไม่มีใครอยากไปหาเรื่องใส่ตัวให้เธออาละวาดใส่
เมื่อไม่มีเสียงรบกวนของหลี่ซิ่วหลาน ทุกคนก็อยู่กันอย่างสงบสุข
ไม่นานนักก็มาถึงคอมมูน รถแทรกเตอร์จอดอยู่นอกคอมมูน ตรงทางสามแพร่งที่มุ่งหน้าไปตัวอำเภอและตัวเมือง
หลัวเฉี่ยวลงจากรถแทรกเตอร์พร้อมกับทุกคน เธอพยักหน้าให้ลู่ยี่เฉินเล็กน้อยก่อนจะถอยไปยืนที่ริมถนน
กลุ่มหญิงชาวบ้านพูดคุยหัวเราะกันมุ่งหน้าไปยังคอมมูน ไม่มีใครสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของหลัวเฉี่ยว หลัวเฉี่ยวเห็นว่าไม่มีใครสนใจจึงย้ายไปยืนฝั่งที่จะมุ่งหน้าไปตัวเมือง เพื่อรอรถโดยสารประจำทาง
ก่อนหน้านี้ตอนไปทำงาน เธอเคยสอบถามมาแล้วว่ารถโดยสารประจำทางที่ไปตัวเมืองวิ่งวันละสองรอบ เดี๋ยวคงจะมาถึงแล้ว
ข้าง ๆ มีคนรอรถอยู่สองสามคน ค่าโดยสารสองเหมา หลัวเฉี่ยวเตรียมเงินไว้พร้อมแล้ว
รอไม่นานรถก็มาถึง พนักงานขายตั๋วตะโกนผ่านหน้าต่าง "ตัวเมืองค่ะ ไปตัวเมืองออกแล้ว มีใครอีกไหมคะ?"
หลัวเฉี่ยวขึ้นรถแล้วหาที่นั่ง รถคันนี้มาจากทางตัวอำเภอ ระหว่างทางต้องผ่านเขตที่พักอาศัยของครอบครัวทหารที่อยู่ข้างหน้า คนบนรถจึงค่อนข้างเยอะ
การเขียนนิยายไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องการกำลังใจ ขอโหวตให้ด้วยนะคะ~~~