ตอนที่ 1 49
ตั้งตัวได้แล้ว
ขอให้เธอเห็นแก่ตัวสักหน่อยเถอะ เพราะกลัวว่าถ้าเรียกคนมาตอนนี้ แล้วเกิดใครลงไปจับปลาในสระน้ำแล้วเป็นอะไรไปขึ้นมา อาจจะกลายเป็นว่าพวกเขามาโทษเธอได้
ดังนั้นเธอจึงเหลือปลาที่โยนขึ้นฝั่งไว้ข้างนอกสองตัว ส่วนที่เหลือก็เก็บเข้าครัวในมิติแล้วรีบเดินจากไปทันที
เหตุผลที่เธอไม่เอาปลาไปเก็บในลำธารในมิติ เพราะไม่อยากให้ลำธารปนเปื้อน อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าน้ำในลำธารจะทำความสะอาดตัวเองได้ไหม ถ้าไม่ได้ขึ้นมา นานไปน้ำก็คงสกปรกแย่
ยังไงซะก็มีบ่อน้ำข้างน้ำตกอยู่แล้ว ที่นั่นกว้างพอจะเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งได้สบาย
หลัวเฉี่ยวนึกถึงภาพในสระน้ำเมื่อครู่แล้วจู่ๆ ก็หยุดเดิน อ้อ เธอเข้าใจแล้ว คนในหมู่บ้านบอกว่าสระน้ำนี้มีปลาแต่จับยากมาก แถมยังบอกว่าสระลึกมาก คนในหมู่บ้านเลยไม่มีใครกล้าลงไปง่ายๆ
เมื่อกี้เธอหยดน้ำจากบ่อในมิติลงไปตั้งนานกว่าปลาพวกนั้นจะมา ข้างใต้สระน้ำนี้ต้องมีแม่น้ำใต้ดินแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีปลาแห่กันมาหนาแน่นขนาดนั้น ปกติแล้วนานๆ ทีถึงจะเห็นปลาว่ายผ่านในสระสักตัว
หลังจากเธอหยุดหยดน้ำเมื่อครู่ ปลาพวกนั้นก็ค่อยๆ กระจัดกระจายหายไป เป็นเพราะไม่มีน้ำจากบ่อในมิติมาดึงดูดแล้ว พวกมันเลยกลับลงไปในแม่น้ำใต้ดินกันหมด
ว้าว นั่นหมายความว่าเธอเจอหนทางทำมาหากินแล้วน่ะสิ
ถ้าเธอสามารถหาแหล่งรับซื้อประจำได้ แล้วส่งปลาสดๆ ให้พวกเขาเป็นระยะๆ ล่ะก็ หึหึ ว้าว รวยแน่ๆ งานนี้
พอคิดได้ดังนั้น เธอก็เดินอย่างคล่องแคล่วลงจากภูเขาไป
เพิ่งลงจากเขามา ก็เห็นยายเฒ่าหลินจากท้ายหมู่บ้านฝั่งตะวันออกกำลังเก็บฟืนอยู่ตีนเขา แต่แถวนี้จะไปมีฟืนดีๆ ที่ไหนล่ะ มีแต่กิ่งไม้เล็กๆ ซึ่งเผาไม่นานก็หมด
หลัวเฉี่ยวรู้สึกจุกในอกขึ้นมาทันที เธอถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปหาพลางเอ่ยทัก “ยายเฒ่าหลินคะ มาเก็บฟืนเหรอคะ?”
ยายเฒ่าหลินเห็นว่าเป็นหลัวเฉี่ยว จึงถามขึ้น “หนูเป็นลูกหลานบ้านไหนหรือจ๊ะ?”
หลัวเฉี่ยวยิ้มตอบ “ยายเฒ่าหลินคะ หนูชื่อหลัวเฉี่ยว เพิ่งย้ายมาลงหลักปักฐานในทีมผลิตของเราค่ะ”
ยายเฒ่าหลินนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดว่า “หนูคือเด็กสาวที่ตระกูลจ้าวไม่ยอมรับคนนั้นน่ะเหรอ?”
หลัวเฉี่ยวตอบ “ยายเฒ่าหลินคะ เดิมทีหนูก็ไม่ใช่ลูกสาวตระกูลจ้าวอยู่แล้ว ที่เขาไม่ยอมรับก็ถือว่าถูกต้องแล้วค่ะ”
ยายเฒ่าหลินเอ่ยขึ้น “แม่หนูเอ๊ย ยายแก่คนนี้พูดจาไม่เข้าท่าจริงๆ เลยนะ”
หลัวเฉี่ยวตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ”
ยายเฒ่าหลินกล่าว “แม่หนู ขอบใจจริงๆ นะจ๊ะ อาหารที่หัวหน้าทีมผลิตกับบัญชีซุนเอาไปส่งให้ที่บ้านเมื่อวันก่อน บอกว่าเป็นเพราะหนูให้พวกเขาไปส่ง เฮ้อ ตาเฒ่าของยายช่วงก่อนไม่ค่อยสบาย เลยไม่มีเวลาไปขอบคุณหนูถึงที่เลย”
แม่หนู ขอบใจจริงๆ ถ้าไม่ได้อาหารพวกนั้น พวกเราคงจะ……
ขอบตาของยายเฒ่าหลินแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอสะอื้นจนพูดต่อไม่ออก
หลัวเฉี่ยวกล่าว “คุณยายหลินคะ ไม่เป็นไรเลยค่ะ อาหารพวกนั้นเป็นค่าปรับของตระกูลจ้าว พวกเขาทำเรื่องไม่ดี เอาของของพวกเขามาทำความดีบ้างก็ถือว่าดีแล้วค่ะ คุณยายไม่ต้องเก็บมาคิดมากหรอกนะคะ”
หลัวเฉี่ยวมองฟืนที่มีอยู่น้อยนิดในตะกร้าสะพายหลังของหญิงชรา แล้วถามขึ้น “คุณยายหลินคะ ที่บ้านคุณยายยังเหลือฟืนอีกเยอะไหมคะ?”
ยายเฒ่าหลินถอนหายใจ “มีไม่มากแล้วจ้ะ ยายเห็นตาเฒ่าหลินวันนี้อาการดีขึ้นหน่อย เลยคิดออกมาเก็บฟืนเพิ่มน่ะจ้ะ ถ้าเกิดฝนตกขึ้นมาคงแย่แน่”
หลัวเฉี่ยวคิดในใจว่าวันหลังเธอต้องขึ้นเขาไปตัดฟืนมาส่งให้ตายายคู่นี้บ้างแล้ว สงสารเหลือเกิน
ดังนั้นเธอจึงวางตะกร้าสะพายหลังลงแล้วช่วยเก็บ คุณยายหลินจะกล้ารบกวนได้อย่างไร จึงรีบห้ามว่า “แม่หนูจ๊ะ หนูรีบไปทำธุระของหนูเถอะ ยายไม่อยากเสียเวลาของหนูหรอก เดี๋ยวเก็บอีกนิดยายก็จะกลับแล้วจ้ะ”
นิยายเรื่องใหม่ต้องการการดูแล ฝากทุกคนช่วยสนับสนุนกันด้วยนะคะ! รักทุกคนเลย~~~