ตอนที่ 1 51
มีคนมาหาที่หน้าประตู
ในมิติมีต้นฮวาเจียวอยู่ต้นหนึ่ง หลัวเฉี่ยวเด็ดใบออกมาจำนวนหนึ่ง เธอเตรียมแป้งข้าวโพดลวกน้ำร้อนไว้ล่วงหน้าแล้วแบ่งเป็นสองส่วนเพื่อพักแป้งไว้ ส่วนหนึ่งใส่ใบฮวาเจียว ผงฮวาเจียว และเกลือลงไป แถมยังตอกไข่ใส่ไปสองฟองด้วย
ไข่ไก่เหล่านี้เป็นไข่ที่ได้จากไก่ป่าที่เธอจับได้บนภูเขาแล้วโยนใส่ไว้ในมิติ มันเพียงพอให้เธอหายอยากได้แล้ว รอให้ลูกไก่พวกนั้นเริ่มออกไข่เมื่อไหร่ เธอค่อยกินได้เต็มที่หน่อย
แค่คิดก็น่าดีใจแล้ว เธอจึงอดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงไปพลางทำอาหารไปพลาง
เธอจัดการปลาจนเรียบร้อยและหั่นเป็นชิ้นหมักไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยตุ๋นพร้อมกับแปะแป้งจี่ข้างหม้อ สมัยก่อนเคยไปกินแบบนี้กับเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารในฟาร์ม รสชาติถือว่ายอดเยี่ยมมาก
รอจนเตรียมเครื่องปรุงเสร็จ ปลาที่หมักไว้ก็ได้ที่พอดี เธอจึงเริ่มลงมือตุ๋นปลา แล้วค่อยกลับมาจัดการแป้งสำหรับทำแป้งจี่อีกครั้ง
ส่วนหนึ่งทำเป็นรสเค็มหอม อีกส่วนทำเป็นรสออริจินัล เธอแปะแป้งจี่ลงข้างหม้อเป็นระยะ แล้วก็แค่รอให้สุกพร้อมรับประทาน
เธอเอาฟืนออกจากเตาไปท่อนหนึ่งเพื่อให้ไฟเบาลง จากนั้นจึงปิดประตูบ้านให้เรียบร้อยแล้วเข้าไปอาบน้ำในมิติ พอจัดการตัวเองเสร็จ อาหารก็สุกพอดี
เธอตักปลาส่วนหนึ่งใส่อ่างกระเบื้อง แล้วหยิบแป้งจี่มาสิบกว่าชิ้นห่อด้วยผ้าขาวบาง เมื่อล็อกประตูบ้านเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปที่บ้านของลู่ยี่เฉิน
ลู่ยี่เฉินเพิ่งเข้าบ้านมาได้ไม่นาน ช่วงนี้ทุกคนไปช่วยงานที่คอมมูน ขนส่งอุปกรณ์การผลิตต่างๆ จากอำเภอกลับมา เขากำลังยืนสะบัดฝุ่นออกจากเสื้อคลุมอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ก็เห็นหลัวเฉี่ยวถืออ่างกระเบื้องเดินมาพอดี
หลัวเฉี่ยวเดินเข้าไปใกล้ “พี่ลู่คะ หนูทำแป้งจี่มานิดหน่อย เลยเอามาให้พี่ลองชิมดูค่ะ พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาจุดไฟทำอาหารเอง”
ลู่ยี่เฉินกล่าว “บอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องเอาของกินมาให้ ถ้าขืนกินฝีมือเธออีกไม่กี่มื้อ พี่เกรงว่ากระเพาะของพี่จะถูกตามใจจนเคยตัวเอาได้”
หลัวเฉี่ยวฟังแล้วหัวเราะออกมา “เมื่อไม่กี่วันก่อนพี่ลู่ช่วยหนูขนฟืนตั้งเยอะ หนูจะรับไว้เฉยๆ ได้ยังไงล่ะคะ นี่ถือเป็นการแลกเปลี่ยนน้ำใจกันค่ะ ฝีมือทำอาหารของหนูเนี่ยแหละที่พอจะเอาไปอวดใครเขาได้บ้าง”
หลังจากจัดการเปลี่ยนถ่ายของเสร็จแล้วเธอก็ออกมา “พี่ลู่คะ ปลาที่หนูตุ๋นมา พี่รีบไปล้างมือแล้วทานเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะมีกลิ่นคาวไม่อร่อย หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”
ในเมื่อเอามาให้ถึงที่แล้ว หากจะปฏิเสธไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ทว่าเมื่อมองแผ่นหลังของหลัวเฉี่ยวที่กำลังเดินจากไป ลู่ยี่เฉินก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
เขากับแม่หนูน้อยคนนี้มีนิสัยคล้ายกันอยู่บ้าง คือไม่อยากเอาเปรียบใครฟรีๆ หึหึ เขาหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า เอาเถอะ ในเมื่อเอามาให้แล้วก็กินๆ ไปเถอะ อย่างไรเสียแม่หนูน้อยก็พูดไม่ผิด ฝีมือทำอาหารของเธอเอาไปอวดใครได้จริงๆ กลิ่นหอมชวนกินมาก
ล้างมือเสร็จกำลังจะถึงหน้าประตูครัว กลิ่นหอมฉุยก็เตะจมูก แม่หนูน้อยคนนี้แม้ตัวจะยังไม่โตเท่าไหร่ แต่ฝีมือทำอาหารนับว่าไม่เลวเลยจริงๆ
ลู่ยี่เฉินทานปลาตุ๋นทั้งอ่างอย่างมีความสุข แป้งจี่เหลืออยู่แค่สองชิ้นเท่านั้น ถึงได้เรอออกมาด้วยความอิ่มหนำสำราญ
เขาเพิ่งลุกขึ้นจัดการเก็บอ่างและชามเสร็จ แล้วต้มน้ำในหม้อใบใหญ่เตรียมไว้กรอกกระติกน้ำร้อน ก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูรั้วที่หน้าบ้าน
ที่บ้านของเขานอกจากหัวหน้าทีมผลิตและเลขาฯ สาขาพรรคแล้ว ก็มีหลัวเฉี่ยวนี่แหละที่เคยมาหาไม่กี่ครั้ง เขาแทบไม่ได้ไปคลุกคลีกับคนในหมู่บ้านเลย หลักๆ เพราะเขามักจะทำหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาจนใครต่อใครต่างหวาดกลัว
ประกอบกับเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านได้ไม่นาน คนในหมู่บ้านจึงยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับเขาเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเขาจึงรู้สึกแปลกใจมาก
ลู่ยี่เฉินเดินออกไปพลางถามออกไปนอกรั้วบ้าน “ใครครับ?”
เขาถามไปแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา
ลู่ยี่เฉินเดินไปถึงประตูรั้ว เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างนอก เขาขมวดคิ้วถาม “คุณเป็นใครครับ?”
หญิงสาวคนนั้นใช้นิ้วขยุ้มชายเสื้อของตัวเองพลางกล่าวด้วยความขัดเขิน “พี่ลู่คะ หนู... หนูขอเข้าไปคุยข้างในได้ไหมคะ?”
ลู่ยี่เฉินหน้าบึ้งตึงแล้วกล่าว “มีอะไรก็พูดตรงนี้ ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็กลับไปซะ ผมมีธุระต้องทำ อีกอย่างนี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว ชายหญิงอยู่กันสองต่อสองมันไม่ค่อยเหมาะ”
หญิงสาวคนนั้นดูลำบากใจขึ้นมาทันที เธอหันมองซ้ายมองขวาแล้วพูดว่า “พี่ลู่คะ หนูชื่อเกาเถาฮวา ปีนี้อายุสิบแปดแล้วค่ะ คือว่า... หนูอยากถามพี่หน่อยว่า พี่คิดว่าหนูเป็นยังไงบ้างคะ?”
อัปเดตจบแล้ววันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนค่ะ!