Littlecat · (นิยาย) เกิดใหม่เป็นวายร้ายผมทองและต้องเอาตัวรอดในนิยายยูริ!

ตอนที่ 91

บทที่ 15 ผลตอบแทนของความพยายาม

บทที่ 15 ผลตอบแทนของความพยายาม

“วันนี้เรียนวิชาศิลปะการต่อสู้สินะ?”

เหมือนเดิม วิ่งตอนเช้าเสร็จ อาบน้ำเย็น แล้วไปกินข้าวเช้าง่ายๆ ที่โรงอาหาร มูนมุ่งหน้าสู่ห้องเรียนของวันนี้

คราวนี้ เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเยอะ

เพราะเมื่อเทียบกับวิชาทฤษฎีอย่างทฤษฎีเวทมนตร์เบื้องต้นที่เขาไม่มีพื้นฐานเลย วิชาปฏิบัติอย่างศิลปะการต่อสู้ เขาถนัดกว่า

ถึงปีที่แล้วจะปล่อยปละละเลยไปบ้าง แต่พื้นฐานที่พ่อบุญธรรมปูไว้ให้ก็ไม่ได้แย่

และ...

“ช่วงนี้ฉันไม่ได้อู้งานเลยนะ”

มูนกำหมัด แววตาฉายประกายวูบ

“พอดีเลย อยากรู้เหมือนกันว่า ด้วยความสามารถด้านนักรบของฉันในตอนนี้ จะอยู่ในระดับไหนของรุ่น”

...

...

สถานที่เรียนวิชาศิลปะการต่อสู้ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน แต่อยู่ที่ลานประลองขนาดใหญ่

ลานประลอง หรือเวทีประลองเหล่านี้ ส่วนใหญ่สถาบันจัดเตรียมไว้ให้นักเรียนประลองกัน มีอาจารย์คอยดูแลตลอดเวลา และยังมีวงเวทคุ้มกัน เพื่อให้ผู้ประลองสามารถแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวล

ตอนมูนไปถึง คนก็มากันเยอะแล้ว

ที่ทำให้มูนโล่งใจคือ วิชาที่ดู "ป่าเถื่อน" แบบนี้ แทบไม่มีผู้หญิงเลย พอผู้หญิงน้อย ข่าวลือซุบซิบก็น้อยตามไปด้วย

แต่ไม่นานเขาก็ต้องกลืนความโล่งใจกลับลงไป

เพราะแอเรียลก็อยู่ด้วย

แต่คราวนี้แอเรียลแค่เหลือบมองเขาอย่างเย็นชา ไม่ได้พูดอะไร

มูนเกาหัว ล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไปทักทาย รู้สึกเหมือนเธอกำลังอารมณ์ไม่ดี

“โอ้ ดูเหมือนจะมาครบแล้วนะ”

ได้เวลาเรียน อาจารย์เคดผู้สอนวิชาศิลปะการต่อสู้ที่ล่ำบึ้กเหมือนกอริลลา กวาดสายตามองทุกคน:

“กฎเดิม คาบแรกของเทอมใหม่ จับสลากประลอง มาดูกันซิว่าช่วงปิดเทอมพวกแกแอบอู้งานกันหรือเปล่า!”

“เย้!”

เสียงเชียร์เบาๆ ดังขึ้นในหมู่นักเรียน เพราะการประลองแบบนี้ นอกจากจะได้ดูเรื่องสนุกฟรีๆ แล้ว ตอนคนอื่นขึ้นเวที ตัวเองยังแอบอู้ได้ด้วย เรียกว่าเมื่อเทียบกับการเรียนศิลปะการต่อสู้ที่น่าเบื่อ นี่เป็นคาบเรียนที่นักเรียนชอบที่สุด

“หึๆ ตอนนี้หัวเราะไปเถอะ ถึงเวลาถ้าฉันจับได้ว่าฝีมือตก คอยดูว่าฉันจะจัดการพวกนายยังไง!”

เคดแสยะยิ้มขู่ แล้วหยิบกล่องจับสลากออกมา ให้นักเรียนขึ้นมาจับทีละคน

“หมายเลขหนึ่ง?”

มองตัวเลขในมือ มูนอึ้งไปนิด

ดวงซวยขนาดนี้เลยเหรอ?

เขาอุตส่าห์อยากดูฝีมือเพื่อนคนอื่นก่อนแท้ๆ

“ช่างเถอะ ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมาก เต็มที่ก็พอ”

มูนยิ้มสบายๆ เดินขึ้นเวทีตามเสียงเรียกของอาจารย์เคด

คู่ต่อสู้ที่ยืนอยู่ตรงข้ามเขา เป็นนักเรียนรูปร่างบึกบึน กล้ามอกใหญ่จนแทบจะปริแตกออกจากชุดเครื่องแบบ

“ฉันจำได้ว่านายคือ...”

มูนพยายามนึก รู้สึกคุ้นหน้าคนนี้อยู่บ้าง

“ฉันชื่อเรน”

นักเรียนร่างบึกบึนแนะนำตัว

“อ๋อ เรนสินะ?”

มูนนึกออกแล้ว

ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เรนเป็นคนที่มีฝีมือโดดเด่นในระดับท็อปของรุ่น

โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน พลังกายและพลังระเบิดของเขา แม้แต่อาจารย์เคดยังชมบ่อยๆ

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า เทอมที่แล้วเขาเลื่อนระดับเป็นระดับสองได้ก่อนใครเพื่อน ตอนนี้น่าจะอยู่ระดับสองขั้นกลางแล้ว

“ดูท่าจะตึงมือน่าดู”

มูนเกาหัว ยิ้มขื่นๆ:

“งั้นก็ ฝากตัวด้วยนะ เรน”

“ฝากตัวด้วย มูน แคมป์เบล”

“เดี๋ยวออมมือให้หน่อยนะ”

เรนอึ้งไปนิด แล้วพยักหน้าแรงๆ “ได้สิ”

...

...

“เจ้านั่นได้คนแรกเลยเหรอ?”

มองมูน แคมป์เบลที่ขึ้นเวที แอเรียลเลิกคิ้ว

แต่แล้วก็แสยะยิ้มเย็นชา

“ดีเลย ให้ฉันดูหน่อยว่านายจะโดนยำเละแค่ไหน”

เมื่อกี้ยังมานั่งอ่านหนังสือเก๊กหล่อต่อหน้าเซลีเซีย?

พยายาม?

ฉันอยากจะเห็นนักเชียวว่า ผลลัพธ์จากความพยายามของนายมันจะวิเศษวิโสแค่ไหน!

“เปิดโต๊ะแล้วจ้า เปิดโต๊ะแล้ว”

ในกลุ่มเพื่อนด้านหลังแอเรียล นักเรียนหน้าเหมือนลิงคนหนึ่งถูมืออย่างตื่นเต้น ร้องเรียกคนรอบข้าง:

“มูน แคมป์เบล ปะทะ เรน คู่หยุดโลกห้ามพลาด มีใครจะลงเดิมพันไหม?”

“เฮ้ยๆๆ เอาจริงดิ ผลรู้ๆ กันอยู่ยังจะเปิดรับพนันอีกเหรอ?” เพื่อนข้างๆ ยื่นหน้าเข้ามา ทำหน้าแปลกๆ

“นั่นสิๆ นั่นเรนเชียวนะ มูน แคมป์เบลที่อู้งานมาทั้งเทอม ถึงจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง แต่ต่อให้เรนต่อให้มือหนึ่ง ก็คงสู้ไม่ได้หรอกมั้ง”

“มั่นใจหน่อย ต่อให้เก็บหนึ่งมือหนึ่งเท้าก็คงสู้ได้อยู่มั้ง”

“มั่นใจกว่านี้อีก ต่อให้สองมือสองเท้าเลย!”

“สองมือสองเท้าก็เกินไป จะให้เรนเอาหัวโขกมูน แคมป์เบลหรือไง?”

“ฉันว่าเอาหัวโขก มูน แคมป์เบลก็อาจจะสู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ฮ่าๆ...”

“...”

“วางใจเถอะ วางใจเถอะ”

นักเรียนหน้าลิงทำหน้าเหมือนรู้ทัน หัวเราะแหะๆ “ฉันรู้ว่าฝีมือห่างชั้นกัน แต่ฉันบอกตอนไหนว่าจะพนันแพ้ชนะ”

“อ๋อ หมายความว่าไง?”

“เวลาไง เวลา! มูน แคมป์เบลจะยืนระยะได้นานแค่ไหน หรือการประลองจะจบลงในกี่นาที ห้านาทีหรือสิบนาที ใครทายใกล้เคียงที่สุดชนะ กินรวบ กติกาง่ายๆ มีใครจะเล่นไหม?”

“เล่น!”

มีคนตอบตกลงทันที

เรียนในสถาบันมันน่าเบื่อจะตาย เจอเรื่องสนุกๆ แบบนี้ ทำไมจะไม่เล่นล่ะ?

“ฉันลงร้อยเอมิล ห้านาที!”

“ห้านาทีปลอดภัยไป”

มีคนโยนธนบัตรห้าสิบเอมิลมา “สามนาที”

“ปากบอกปลอดภัย แต่ลงแค่ห้าสิบเนี่ยนะ?”

คุณชายที่ดูรู้เลยว่ามาจากตระกูลขุนนางทำหน้าดูถูก โบกมือใหญ่: “หนึ่งพัน ลงหนึ่งนาที”

“ว้าว ไอ้บ้านี่เมื่อก่อนคิดจะเกาะขามูน แคมป์เบลไม่ใช่เหรอ? ทำไมใจร้ายจังวะ?”

“เฮอะๆ ก็เกาะไม่ติดไง มูน แคมป์เบลไอ้เวรนั่นรับแต่ลูกสมุนปีสูงๆ”

...

“ฉันเล่นด้วยดีไหมนะ?”

เห็นเพื่อนๆ ลงเดิมพันกันอย่างคึกคัก แอเรียลก็เริ่มสนใจ

ได้เห็นมูน แคมป์เบลหน้าแตก แถมยังได้ค่าขนม ทำไมจะไม่เอาล่ะ?

แต่ตอนนี้เธอถังแตก เรื่องใช้เงินเลยต้องระวังหน่อย เธอเลยเรียกอาจารย์ผู้รอบรู้ในใจทันที

“อาจารย์คะ อาจารย์คิดว่าไง?”

“ฝีมือของมูน แคมป์เบลเหรอ? ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องนักรบเท่าไหร่ แต่พอดูออกว่าเขาต่างจากเทอมที่แล้วนิดหน่อย”

“ต่างกัน?”

“เหมือนเขาจะ... เลื่อนระดับแล้ว?”

เสียงอาจารย์ในหัวแอเรียลฟังดูลังเลนิดหน่อย แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นมั่นใจ “ใช่แล้ว เขาเลื่อนระดับแล้ว”

“อย่างนี้นี่เอง เลื่อนระดับแล้วเหรอ มูน แคมป์เบล ไอ้คนเจ้าเล่ห์ เกือบโดนหลอกแล้วไหมล่ะ”

แอเรียลกัดฟันกรอด จ้องมูนบนเวทีเขม็ง

เจ้านี่ต้องกะจะแอบเลื่อนระดับ แล้วโชว์เทพให้ทุกคนตกใจเล่นแน่ๆ

ดีนะที่มีท่านอาจารย์ ไม่งั้นฉันคงลงหนึ่งนาทีสองนาที แล้วเสียค่าข้าวหมดตัวแน่!

“ฉันลงสิบนาที!”

พอมั่นใจว่ามูนเป็นนักรบระดับสองแล้ว แอเรียลก็เดินเข้าไป วางเงินค่าข้าวทั้งอาทิตย์—ธนบัตรสองร้อยเอมิลที่ยับยู่ยี่—ลงไปอย่างใจป้ำ

ช่วยไม่ได้ ตลาดมืดปิด เงินก็เอาไปซื้อวัตถุดิบหมดแล้ว จนกรอบ

แต่ว่า…

เห็นพวกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่ามูนซ่อนฝีมือไว้ ยังคงลงเดิมพันหนึ่งนาทีสองนาทีกันรัวๆ แอเรียลก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปากยิ้ม

มูน แคมป์เบลขึ้นระดับสองแล้ว ถึงจะสู้เรนไม่ได้ แต่ยื้อเวลาสักสิบนาทีก็น่าจะไหวอยู่

ถึงตอนนั้น คนชนะต้องเป็นเธอแน่

“ฮี่ๆ”

คิดถึงตรงนี้ แอเรียลก็ถูมืออย่างตื่นเต้น:

“ชีวิตดีๆ ที่มีน่องไก่กินทุกมื้อ รอฉันก่อนนะ~”

...

“ทั้งสองคน เลือกอาวุธได้”

ในเมื่อเป็นการประลอง ก็ต้องดูฝีมือจริงๆ ก่อนเริ่ม เคดเลยให้ทั้งสองไปเลือกอาวุธที่ถนัดจากชั้นวางอาวุธที่เตรียมไว้

มูนเลือกมีดสั้นคู่ที่ใช้จนชินมือ ส่วนเรนเลือกดาบซามูไรเล่มยักษ์ที่ดูน่ากลัว

“มีดสั้น?”

เคดมองอาวุธในมือมูนด้วยความแปลกใจ:

“เทอมที่แล้ว นายยังใช้ดาบอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”

“ฮ่าๆ ดาบไม่เหมาะกับผมน่ะครับ เลยเปลี่ยน”

มูนหัวเราะกลบเกลื่อน

จะให้บอกว่าไปเรียนวิชาใหม่กับนักฆ่ามา จนลืมวิชาดาบที่ครูสอนไปหมดแล้วก็คงไม่ได้

“ช่างเถอะ จะใช้อาวุธอะไรก็เรื่องของนาย”

เคดไม่ได้ใส่ใจมาก เพราะเทอมที่แล้วมูนก็แค่ถือดาบเล่นๆ ไปงั้น

ในเมื่อยังไงก็เล่น จะไปยุ่งทำไม?

“เตรียตัว!”

เคดบอกให้ทั้งสองวอร์มร่างกายก่อน แล้วถอยออกมา ให้พื้นที่ทั้งสองคนแสดงฝีมือ

“ครับ”

มูนยืดเส้นยืดสาย แล้วมองไปที่เรนที่กำลังลองดาบซามูไรอยู่ในมือไม่ไกล

“นี่ เรน” จู่ๆ มูนก็ทัก

“หืม?” เรนมองมาอย่างสงสัย

“กล้ามเนื้อนายนี่น่าอิจฉาจังนะ ต้องฝึกมานานแน่ๆ เลย”

“...ฝึกมาตั้งแต่เด็ก”

“อย่างนั้นเหรอ”

มูนพยักหน้า แล้วถามต่อ:

“จริงๆ ฉันก็ไม่ได้มีอะไรหรอก แค่สงสัยอยู่อย่างนึง”

“?”

“ฉันจำได้ว่ามีคนเคยบอกว่า ออกกำลังกายพอประมาณดึงดูดเพศตรงข้าม ออกกำลังกายมากไปดึงดูดเพศเดียวกัน ฉันว่า กล้ามเนื้อนายขนาดนี้ คงไม่ใช่ว่า...

มูนยื่นหน้าเข้าไปถามยิ้มๆ:

“เรน นายโตป่านนี้... ไม่เคยมีผู้หญิงมาชอบเลยใช่ไหม”

เพล้ง!

เหมือนมีเสียงอะไรแตก

เรนอึ้งไปนิด จากนั้นเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาทันที

ไอ้บ้าเอ๊ย! จะสู้ก็สู้สิ ทำไมต้องจี้ใจดำด้วยวะ?

ไม่เคยมีผู้หญิงชอบแล้วไง ฉันยังมีดัมเบลสุดที่รักเป็นเพื่อนนะโว้ย!

นายจะไปรู้อะไรกับความสุขของการยกเหล็กทุกวัน!

ในตอนนั้นเอง

“เริ่ม!”

อาจารย์เคดส่งสัญญาณเริ่มการประลอง

พริบตานั้น มูนพุ่งออกไปราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ

ก้าวเงา!

มูนหายไปจากที่เดิม

ปรากฏตัวอีกที มูนก็มาอยู่ตรงหน้าเรนแล้ว

มีดคู่ฟันออกไป รวดเร็วปานเงาตามตัว

เรนเบิกตากว้าง

ความโกรธทำให้สมองประมวลผลช้าไปชั่วขณะ ทำให้เขาเสียเปรียบตั้งแต่เริ่ม

ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับมีดคู่ของมูน เขาทำได้แค่รีบยกดาบซามูไรขึ้นมากัน

ความได้เปรียบของดาบซามูไรขนาดใหญ่แสดงผลออกมา แค่ตั้งรับแบบนี้ ก็ปิดทางโจมตีของมูนได้เกือบหมด

แต่ว่า

ไม่ใช่ทั้งหมด

แววตามูนไหววูบ

เขาเปลี่ยนกระบวนท่ากะทันหัน เหยียบลงบนดาบซามูไรเล่มใหญ่

ดีดตัวถอยหลัง พร้อมกับขว้างมีดสั้นในมือออกไป เล็งไปที่ใบหน้าที่ดาบซามูไรบังไม่มิด

เรนรีบเอียงหัวหลบมีดบินได้อย่างหวุดหวิด

แต่มูนกระทืบเท้าลงพื้น พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

เรนเริ่มลนลาน

เขารู้ว่าขืนปล่อยให้มูนโจมตีรัวๆ แบบนี้ต่อไป เขาต้องแพ้แน่

ต้องผลักดันเขาออกไป ถึงจะตั้งหลักใหม่ได้

ดังนั้น รวบรวมลมปราณ

ปราณต่อสู้ค่อยๆ รวมตัว

วิชาต่อสู้ ภูผาเหล็กสะเทือน!

อาศัยการระเบิดของปราณต่อสู้ กระแทกศัตรูรอบข้างออกไป เป็นวิชาที่มีประโยชน์มากเมื่อถูกรุมหรือพัวพันในระยะประชิด

ข้อเสียเดียวคือ ต้องรวบรวมปราณต่อสู้

ดังนั้น จึงมีช่วงเวลาเตรียมท่าสั้นๆ

และในเสี้ยววินาทีก่อนที่การเตรียมท่าจะเสร็จสมบูรณ์ มูนก็พุ่งเข้ามา

แต่ไม่ได้ฟันมีด

แต่ยื่นมือที่ว่างอยู่ ออกไป งอนิ้วทั้งห้า

ราวกับกรงเล็บสัตว์ร้าย

วินาทีต่อมา เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น!

แรงสั่นสะเทือนมหาศาลพุ่งเข้าใส่ เรนรู้สึกเลือดลมในกายปั่นป่วนทันที

และปราณต่อสู้ที่เกือบจะรวมตัวเสร็จ ก็ถูกกระแทกจนแตกกระจายในพริบตา

ท่านี้ไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่ทำให้เรนตกอยู่ในสภาวะสับสนชั่วขณะ

“สมกับเป็นท่าขัดจังหวะเทพจริงๆ”

มูนชมเบาๆ เดินเข้าไปหาเรนอย่างใจเย็น

เหวี่ยงหมัดสุดแรง กระแทกเข้าที่แก้มของเรน

รู้ผลแพ้ชนะ

ทั้งสนามเงียบกริบ

ทุกคนทำหน้าตกตะลึง

จนกระทั่งถูกมูนมองด้วยสายตาสงสัย อาจารย์เคดถึงได้สติ มองนาฬิกาจับเวลาในมือที่เผลอกดหยุดไป ประกาศเสียงดัง:

“ใช้เวลาสิบวินาที ผู้ชนะ... มูน แคมป์เบล!”

ทั้งสนามยังคงเงียบกริบ

มูนไม่ได้สนใจผู้ชมที่ไม่กระตือรือร้น โค้งคำนับเรนที่นอนอยู่บนพื้นอย่างสง่างาม

“ขอบคุณที่ชี้แนะนะ เรน เรื่องเมื่อกี้ฉันพูดเล่นน่ะ อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ ถึงจะไม่มีผู้หญิงชอบ แต่ฉันเชื่อว่าเรนก็เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง”

มูนยิ้ม “การทุ่มเทให้กับการออกกำลังกาย ก็เป็นชีวิตที่มีความสุขไม่ใช่เหรอ?”

เรน: “...”

พูดไม่เป็นก็อย่าพูดดีกว่า

มันแทงใจดำกว่าเดิมอีกรู้ไหม!

มูนหันหลัง เดินกลับไปที่ที่นั่ง

“เดี๋ยวก่อน”

ทันใดนั้น อาจารย์เคดเรียกเขาไว้ แววตาเป็นประกายร้อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนเพิ่งรู้จักเด็กหนุ่มผมทองตรงหน้าเป็นครั้งแรก:

“เอ่อ... นายไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ? ความรู้สึกอะไรพวกนั้น?”

“ความรู้สึก?”

มูนนึกย้อนถึงความรู้สึกตอนต่อสู้เมื่อครู่ แล้วพูดอย่างจริงจัง:

“รู้สึกว่า... การต่อสู้ครั้งนี้ ง่ายกว่าที่คิดไว้น่ะครับ”

“...”

เรนที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั่ง ได้ยินประโยคนี้ หน้ามืด ล้มกลับลงไปนอนอีกรอบ

...

...

จนกระทั่งมูนเดินลงจากเวที บรรยากาศของผู้ชมด้านล่างถึงระเบิดออกมา

“ไม่จริงน่า มูน แคมป์เบลชนะเหรอ?”

“ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย ต่อยฉันที ซี๊ด—— ไม่ใช่ฝัน!”

“สิบวินาที? ลุงหกสิบยังไม่เร็วขนาดนี้เลย เรนไหวป่ะเนี่ย”

“ปิดเทอมแป๊บเดียว มูน แคมป์เบลเก่งขนาดนี้เลยเหรอ? โด๊ปยามาป่ะเนี่ย”

“ว่าแต่ แบบนี้สรุปใครชนะพนันวะ”

ไม่รู้ใครพูดขึ้นมา ทุกสายตาเลยจับจ้องไปที่หน้าลิง

หน้าลิงกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ดูโพยที่จดไว้ว่าใครลงอะไรบ้าง แล้วพูดว่า:

“ในเมื่อเปิดโต๊ะทายเวลาจบ ก็ไม่เกี่ยวกับใครแพ้ใครชนะ เพราะงั้นคนที่ทายใกล้เคียงสิบวินาทีที่สุดก็ชนะไป”

ดังนั้น ผู้ชนะกินรวบในครั้งนี้ คือเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่คิดว่าเล่นขำๆ ดีกว่าดูเฉยๆ เลยลงเงินหนึ่งเหรียญไปที่เวลาสิบห้าวินาทีที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้สุดๆ

อัตราต่อรองสุดโหดหนึ่งต่อห้าพัน กลายเป็นตำนานของเซนต์แมรีกาไปอีกนานแสนนาน

...

หลังจากมูน ก็เป็นการประลองของเพื่อนคนอื่น

เทียบกับความดุดันแม่นยำของมูนแล้ว การประลองของคนอื่นดูธรรมดาและฉูดฉาดกว่ามาก

ท่าทางสวยหรูแต่ไร้ประโยชน์แบบนั้น ทำเอามูนเกือบจะวิ่งขึ้นไปตะโกนว่า "หยุดเดี๋ยวนี้ อย่าสู้กันอีกเลย แบบนี้ฆ่ากันไม่ตายหรอก"

สิ่งเดียวที่ทำให้มูนตกใจ คือแอเรียล

เธอเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เร็วกว่า ใช้เวลาแค่เจ็ดวินาที

แถมยังรู้สึกเหมือนเธออัดอั้นตันใจ ลงมือแต่ละทีหมายเอาชีวิต ทำเอาอาจารย์เคดข้างๆ ตกใจแทบแย่

“เผลอแป๊บเดียว ฉันเก่งขนาดนี้แล้วเหรอ?”

มูนเท้าคาง มองเพื่อนๆ ที่สู้กันดุเดือดในสนาม สีหน้าดูอาลัยอาวรณ์

ตอนทะลุมิติมาใหม่ๆ ยังอ่อนแอจนทำอะไรไม่ได้เลย

ทำได้แค่เป็นไอ้ขี้ขลาด ยอมรับชะตากรรมที่โหดร้ายอย่างหมดทางสู้

แต่หลังจากผ่านไปเดือนกว่า ต่อสู้และเรียนรู้จากบันทึกในหนังสือดำทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงพัฒนาการที่แท้จริง

เขาไม่ใช่คุณชายขยะคนนั้นอีกต่อไปแล้ว

เขาแข็งแกร่งขึ้นแล้ว

และจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์