Littlecat · (นิยาย) เกิดใหม่เป็นวายร้ายผมทองและต้องเอาตัวรอดในนิยายยูริ!

ตอนที่ 84

บทที่ 8 หมีชมพู

บทที่ 8 หมีชมพู

หลังจากวิ่งตอนเช้า มูนกลับมาที่หอพัก

เวลานี้ เขตหอพักทั้งเขตถึงจะเหมือนเพิ่งตื่น มีเสียงจอแจของผู้คนดังขึ้นเรื่อยๆ

มูนกลับเข้าห้อง อาบน้ำเย็น

น้ำเย็นกระตุ้นผิวหนัง ชะล้างคราบเหงื่อ และปลุกความสดชื่นไปด้วย

อาบน้ำเสร็จ มูนมองตัวเองในกระจกที่ดูสดใส ลูบคางชมตัวเอง:

“อืม สมบูรณ์แบบ”

“ยังคงหล่อเท่แบบแบดบอยเหมือนเดิม”

ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนได้ยากในเวลาสั้นๆ แต่มูนคิดว่า ความแตกต่างของบุคลิกและจิตใจ จะทำให้คนอื่นมองเขาเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย

เขาต้องรีบเปลี่ยนภาพลักษณ์ในสายตาคนอื่นให้เร็วที่สุด ไม่งั้นใครเห็นก็ทำหน้าตกใจเหมือนเห็นคนโดนเทพชั่วร้ายสิง มันน่ารำคาญจะตายชัก

...

หอประชุม

พิธีปฐมนิเทศกำลังจะเริ่มขึ้น

มูนมาถึงก่อนเวลาไม่กี่นาที เดินตามป้ายบอกทางมายังที่นั่งของชั้นปีสอง

คนมากันเกือบครึ่งแล้ว

มูนหาที่นั่งที่ค่อนข้างว่างนั่งลง

ในนิยายต้นฉบับ มูน แคมป์เบลด้วยฐานะและนิสัย นอกจากพวก "ลูกสมุน" ไม่กี่คนนั้นแล้ว ในสถาบันแทบจะไม่มีเพื่อนที่สนิทด้วยเลย

ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีใครทักทายเขา

แต่มูนกลับรู้สึกได้ว่ามีสายตามากมายจับจ้องมาที่ตัวเขา สายตาที่อยากรู้อยากเห็นเหล่านั้นเหมือนกำลังดูแพนด้ายักษ์หายาก

“แปลกๆ แฮะ?”

มูนมองไปรอบๆ

นักเรียนหลายคนเห็นเขาหันมา ก็รีบละสายตาหนี แต่มูนก็ยังรู้สึกว่าสายตามากมายที่เกาะติดตัวเขา เหมือนตังเมที่สลัดยังไงก็ไม่หลุด

“ถึงฉันจะเป็นคนดังในสถาบันก็จริง แต่ก็ไม่น่าจะดึงดูดความสนใจขนาดนี้มั้ง”

“หรือว่า... คำขอโทษเมื่อวานของฉันจะได้ผล?”

มูนทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือ ร้องอ๋อทันที

ดูเหมือนวีรกรรมการขอโทษแอเรียลของเขาจะแพร่สะพัดไปแล้วสินะ

“ถ้าอย่างนั้น... ที่พวกเขาจ้องฉันตลอด ก็คงเพราะสงสัยว่าฉันกลับตัวกลับใจจริงหรือเปล่าสินะ?”

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็ต้องโชว์ของสักหน่อยแล้ว”

“นี่เป็นโอกาสดีที่จะปรับปรุงภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาคนอื่น จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้”

มูนแอบดีใจ รีบยืดหลังตรง เผยรอยยิ้มที่คิดว่าสมบูรณ์แบบที่สุดที่มุมปาก

บวกกับใบหน้าหล่อเหลาที่สวรรค์ประทานให้ ค่าเสน่ห์ก็พุ่งทะลุปรอททันที สาวน้อยปีหนึ่งหลายคนสังเกตเห็นทางนี้แล้ว ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆ ด้วยความหลงใหล

แต่ในโซนอื่น...

“แย่แล้ว มูน แคมป์เบลมองมาแล้ว รีบหลบสายตาเร็ว...”

“เอ๊ะ? เขายิ้ม เขายิ้มให้ฉัน แย่แล้ว เขาคงไม่ได้ปิ๊งฉันหรอกนะ”

“ไม่เอาไม่เอา ฉันไม่อยากโดนเขาคบซ้อนสิบสามคนหรอกนะ เดี๋ยวโดนเรือรบชั้นเดรดนอตยิงจม!”

เสียงกระซิบกระซาบทำนองนี้ แพร่สะพัดไปทั่วในหมู่สาวๆ

น่าเสียดายที่อยู่ไกลเกินไป มูนเลยไม่ได้ยิน

แต่ในที่ที่ใกล้สาวๆ พวกนั้นกว่า...

“บ้าเอ๊ย ยัยป้าพวกนี้ ว่าใครเป็นเรือรบชั้นเดรดนอตยะ!”

แอเรียลที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้แยกเขี้ยวเล็บ แทบอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกปากพวกผู้หญิงขี้เม้าท์พวกนี้ให้เป็นชิ้นๆ

“อย่าเลยน่า แอเรียล ใจเย็นๆ ที่นี่หอประชุมนะ ลงมือที่นี่เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่หรอก”

ลีอากอดเอวบางของแอเรียลไว้ พยายามห้ามสุดชีวิต:

“อีกอย่างถึงเธอจะนมแบนไปหน่อย แข็งไปหน่อย พลังต่อสู้สูงไปหน่อย แต่เรือรบชั้นเดรดนอตก็ไม่ได้หมายถึงเธอเสมอไปนี่นา!”

“ลีอา”

“หือ? มีอะไร?”

“ตกลงเธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่ ยัยบ้า!”

“ว้าย ไม่เอานะ แอเรียล อย่าจี้เอว พิธีเริ่มแล้ว ฮ่าๆ พิธีเริ่มแล้วนะ~”

วิ้ง——

เสียงหวีดหวิวของเครื่องขยายเสียงเวทมนตร์ ขัดจังหวะการหยอกล้อของหญิงสาว

บนเวทีขนาดใหญ่ของหอประชุม หมีสีชมพูตบเครื่องขยายเสียงเวทมนตร์ในมือเบาๆ แล้วพูดลองไมค์:

“ฮัลโหลๆ—— ได้ยินไหม? ได้ยินไหม? ดีมาก ดูเหมือนจะได้ยินนะ”

“หือ?”

มูนเงยหน้าขึ้นมองหมีสีชมพูหน้าตลกที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศหอประชุมบนเวที

“จ้างมาสร้างสีสันเปิดงานเหรอ?”

ในงานปฐมนิเทศแบบนี้ ยังอุตส่าห์จ้างคนใส่ชุดมาสคอตมาสร้างสีสัน ดูเหมือนผู้บริหารสถาบันจะไม่ได้หัวโบราณอย่างที่คิดแฮะ

“เอาล่ะ... ขอให้นักเรียนทุกคนกลับไปนั่งที่ของตัวเอง แล้วนั่งเงียบๆ หน่อยได้ไหมเอ่ย?”

หมีสีชมพูส่งเสียงเอื่อยเฉื่อยเหมือนชายวัยกลางคนตกงาน แต่เมื่อเสียงของเขาแพร่กระจายไปทั่วหอประชุม ราวกับมีกฎที่มองไม่เห็นทำงาน นักเรียนทุกคนกลับไปนั่งที่เรียบร้อยพร้อมกัน หอประชุมขนาดใหญ่ที่จุคนได้นับพัน เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มตกในพริบตา

“อืม ดูเหมือนนักเรียนทุกคนจะเป็นเด็กดีกันจังนะ”

หมีสีชมพูพยักหน้าอย่างพอใจ

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็จะไม่ทำให้พวกเธอเสียเวลา ขอแนะนำตัวสั้นๆ เลยแล้วกัน”

“ฉันชื่อหมีชมพู”

“เป็นอธิการบดีคนใหม่ของพวกเธอ”

อ้อๆ อธิการบดีสินะ?

เจ้าหมีชมพูนี่รับบทได้ตลกดีแฮะ เกือบทำให้ฉันขำ...

เดี๋ยวนะ เขาบอกว่าเขาเป็นใครนะ?

มูนเบิกตากว้าง มองไปที่เวทีด้วยความตกใจ

อธิการบดี?

เจ้าหมีชมพูหน้าตลกนี่ บอกว่าตัวเองเป็นอธิการบดี?

ไม่ใช่มั้ง!

ในนิยายต้นฉบับ อธิการบดีของสถาบันเซนต์แมรีกา ไม่ใช่สาวใหญ่ทรงโต หุ่นดี ใส่ชุดสูทคอลึกโชว์ลูกไม้ชุดชั้นในนิดๆ กับถุงน่องสายเดี่ยวสีดำ ใส่รองเท้าส้นสูงสิบนิ้วเดินตรวจตราในสถาบันหรอกเหรอ?

เนื่องจากในนิยายต้นฉบับบรรยายไว้ซะติดเรท... เอ้ย บรรยายไว้น่าดึงดูดใจมาก มูนเลยคาดหวังไว้สูงมาก

เพราะเจ้าของร่างเดิมหลับตอนปฐมนิเทศครั้งที่แล้ว เลยไม่รู้ว่าอธิการบดีหน้าตายังไง

แต่ไหงนอกจากสาวใหญ่จะหายไปแล้ว ยังเปลี่ยนเป็นหมีชมพูหน้าตลกที่ไม่น่าค้นหาเอาซะเลยล่ะเนี่ย?

เปิดกล่องมานอกจากของไม่ตรงปกแล้ว สายพันธุ์ยังไม่ใช่เลยนะเฮ้ย!

ฉันอยากได้ตุ๊กตายางสาวสวยขนาดเท่าตัวจริง แต่ดันส่งตุ๊กตาหมีขนปุยมาให้เนี่ยนะ?

ตุ๊กตาหมีขนปุยมันก็น่ารักดีหรอก แต่มันตอบสนองความกาม... เอ้ย ความคาดหวังของฉันไม่ได้เลยนะ!

ส่วนนักเรียนด้านล่าง ในที่สุดก็ได้สติ ส่งเสียงฮือฮาจนหลังคาหอประชุมแทบเปิดเปิง

ดูเหมือนพวกเขาเองก็รับไม่ได้ที่สาวใหญ่จู่ๆ ก็กลายเป็นตุ๊กตาหมี

“อะแฮ่ม”

หมีชมพูกระแอมเบาๆ

เสียงไม่ดัง แต่กลบเสียงจอแจทั้งหอประชุมได้ในพริบตา

“ฉันรู้ว่าพวกเธอไม่พอใจมาก แน่นอน จากสาวใหญ่สวยสะพรั่ง เปลี่ยนเป็นหมีชมพูน่ารักอย่างฉัน มันก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวจริงๆ แหละ

แต่ฉันก็จนปัญญาเหมือนกัน อธิการบดีแฮทธาเวย์ของพวกเธอ ถูกเบื้องบนสั่งย้ายชั่วคราวด้วยเหตุผลบางอย่าง เพื่อไปทำงานอื่น ดังนั้นตำแหน่งอธิการบดีนี้ เลยต้องให้ฉันมารักษาการแทน

ฉันรู้ว่ามีนักเรียนหลายคนไม่พอใจเรื่องนี้มาก แต่ทว่า—”

ปากของหมีชมพูจู่ๆ ก็อ้ากว้าง แล้วจากความมืดที่มองไม่เห็นอะไรเลย จู่ๆ ก็มีแขนล่ำสันขนดกยื่นออกมา

แขนค่อยๆ เหยียดตรง แล้วชูนิ้วกลางให้ทุกคน...

“ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นอธิการบดีบ้าบอนี่หรอกโว้ย น่ารำคาญจะตายชัก!”

หมีชมพูตะโกนด้วยเสียงต่ำ

“มีปัญหาอะไรก็ไปฟ้องเบื้องบนสิวะ! ฉันก็แค่ลูกจ้างที่โดนจับมาทำงานแทนอย่างเสียไม่ได้! ฉันกำลังนอนอาบแดดมองขาอ่อนสาวๆ บนชายหาดอยู่ดีๆ ก็โดนลากมาเป็นอธิการบดีบ้าบอนี่ แถมยังโดนเบื้องบนเตือนห้ามแตะต้องนักเรียนหญิงเด็ดขาด คิดว่าฉันเต็มใจเรอะ?”

“ไม่โว้ย! ฉันไม่เต็มใจโว้ย! อธิการบดีที่แตะต้องนักเรียนหญิงน่ารักๆ ไม่ได้ มันไม่มีความหมายอะไรเลย!”

“...”

พร้อมกับเสียงตะโกนของหมีชมพู หอประชุมทั้งหอประชุมก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง

แม้แต่มูนเอง ก็อ้าปากกว้างโดยไม่รู้ตัว แทบจะยัดไข่ห่านเข้าไปได้

ขอถอนคำพูด หมีชมพูตัวนี้ ไม่น่ารักเลยสักนิด

“ชิ! เป็นแค่เด็กเหลือขอที่น่าเบื่อจริงๆ สินะ?”

ดูเหมือนจะระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว หมีชมพูก็หดมือกลับไป พูดด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อยไร้เรี่ยวแรงเหมือนเดิม:

“เอาล่ะ พูดแค่นี้แหละ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดมาก แค่มาทักทายพวกเธอเฉยๆ

งั้น...เอ่อ งั้นก็ขอให้นักเรียนทุกคนมีความสุขกับการสอบปลายภาคนะ

อืม แค่นี้แหละ”

พูดจบ หมีชมพูก็โยนเครื่องขยายเสียงเวทมนตร์ทิ้ง แล้วเดินส่ายอาดๆ ด้วยท่าทางยียวนกวนประสาทจากไป

ตอนเดินยังดูหงุดหงิด เตะแก้วชาใส่เก๋ากี้ที่วางอยู่ข้างๆ จนกระเด็น

อาจารย์วัยกลางคนข้างๆ ได้แต่โกรธแต่ไม่กล้าพูด

...

“อ๊าย~ ถึงตาเธอขึ้นเวทีแล้วนะ หนูเซลีเซีย~”

หลังเวที หมีชมพูเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน ดัดเสียงประจบเซลีเซีย

“ตื่นเต้นไหม? พักอีกหน่อยไหม? ให้ไอ้พวกนักเรียนขยะรออีกหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกนะ”

“เสด็จพ่อส่งคุณมาดูแลสถาบันชั่วคราวได้ยังไง?”

เซลีเซียมองหมีชมพู แววตาเย็นชาฉายแววไม่เข้าใจเล็กน้อย

“พวกท่านไม่กลัวคุณก่อเรื่องวุ่นวายจริงๆ เหรอ?”

“เรื่องวุ่นวาย? ฉันเนี่ยนะจะก่อเรื่องวุ่นวาย?”

หมีชมพูทำหน้าไร้เดียงสาเหมือนไม่รู้เรื่อง “ฉันเป็นคนรักสงบจะตาย”

“...” สายตาของเซลีเซียค่อยๆ เย็นชาลง

“โอเคๆ ฉันสาบานว่าจะไม่ก่อเรื่อง หนูเซลีเซียวางใจได้เลย!”

หมีชมพูยกมือยอมแพ้ “อ๊าย~ อย่ามองฉันด้วยสายตาเหมือนมองขยะแบบนั้นสิ ฉันจะเงี่...เอ้ย! ฉันจะเสียใจเอานะ~”

“...แล้วสรุปว่าไง?”

ไม่สนใจเนื้อหาพิลึกพิลั่นที่หลุดออกมาจากปากหมีชมพู เซลีเซียถามต่อ:

“เรื่องที่ทำให้อธิการบดีแฮทธาเวย์ยอมทิ้งสถาบันที่เธอรักไปชั่วคราวได้ ตกลงมันเกิดเรื่องใหญ่โตอะไรขึ้นกันแน่?”

“ฮ่าๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก”

หมีชมพูบิด "เอวบาง" ที่ล่ำสันไปมา พูดอย่างเขินอาย:

“บางทีเธออาจจะแอบหนีไปหาชู้รักก็ได้ใครจะไปรู้”

“พันธสัญญาแห่งความเงียบงัน?”

แววตาของเซลีเซียไหววูบ

“งั้นฉันก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น”

สิ่งที่ทำให้ยอดฝีมือระดับหมีชมพูต้องปิดปากเงียบ ไม่สามารถเปิดเผยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้แม้แต่น้อย ก็มีแต่พันธสัญญาแห่งความเงียบงันที่สาบานในนามเทพเจ้าเท่านั้น

ประกอบกับทิศทางการวิจัยของอธิการบดีแฮทธาเวย์ ก็เดาได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น

“เทพชั่วร้ายสินะ?”

เซลีเซียพึมพำเบาๆ แล้วก็ไม่เสียเวลากับหมีชมพูอีก หันหลังเดินขึ้นเวทีไป

ต่อไปเป็นเวลาที่เธอในฐานะประธานนักเรียนต้องกล่าวสุนทรพจน์

“แหมๆ สมกับเป็นหนูเซลีเซีย หลอกยากจริงๆ”

มองแผ่นหลังของเซลีเซียที่เดินจากไป หมีชมพูก็ยื่นมือออกมาจาก "ปาก" อีกครั้ง เกาหัวอย่างจนใจ

“อ๊ะ! จริงสิ”

เกาไปเกามา หมีชมพูเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ใบหน้าหมีตลกๆ ตอนนี้กลับดูเคร่งเครียดขึ้นมา

“ฉันเกือบลืมเป้าหมายของฉันไปเลย!”

“ต้องรีบไปห้องทำงานอธิการบดีแฮทธาเวย์ ก่อนที่พวกอาจารย์หัวโบราณจะรู้ตัว!”

หมีชมพูมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคน ก็พูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงจริงจัง:

“ห้องทำงานสาวใหญ่ อาจจะมีของดีน่าตื่นเต้นทิ้งไว้ก็ได้”

...

“อ๊ะ? เซลีเซีย”

ยังคงตกใจกับการที่โดนหมีชมพูชูนิ้วกลางใส่ ดังนั้นเมื่อร่างสูงสง่าและงดงามเดินเข้ามาในสายตา มูนก็รู้สึกเหมือนวิญญาณได้รับการชำระล้างทันที

“เธอไม่เปลี่ยนไปเลยนะ”

มูนเท้าคาง พิจารณาร่างบนเวทีอย่างละเอียด

ผมยาวสลวยประบ่า ราวกับทางช้างเผือกทอดลงมา ขนตาละเอียดกระพริบไหว ราวกับมีแสงเงาตัดสลับกัน

เธอยังคงสวยจนแทบหยุดหายใจ ยืนอยู่ตรงนั้น ราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขาที่ไหวเอน

“รู้สึกว่า... เรื่องก่อนหน้านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเธอเลยแฮะ”

ช่างเย็นชาเหลือเกิน

ช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน

ต่อให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ก็ไม่อาจทิ้งรอยมลทินไว้บนกลีบดอกไม้ที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของเธอได้แม้แต่น้อย

กลับมีแต่จะทำให้ตัวต้นเหตุอย่างเขา รู้สึกละอายใจ

แต่ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ?

มองร่างนั้น มูนคิดในใจเงียบๆ

รักษาจิตวิญญาณอันสูงส่งของตัวเองไว้ตลอดกาล นี่แหละคือเซลีเซีย

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์