ตอนที่ 57
บทที่ 57
ช่วงนี้บ้านตระกูลโจวมีเรื่องเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่คนแก่ยันเด็ก ทุกคนล้วนมีชื่อเสียงโด่งดัง กลายเป็นครอบครัวคนดังที่หาได้ยากของกองผลิตเซี่ยเหอวาน
หลิวจินฮวา เองก็ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านในกองผลิต เรื่องพวกนั้นเธอจะไม่สนใจก็ได้ แต่ตอนที่ยื่นเงินสองหยวนให้โจวซือเถียน หัวใจของเธอเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
ถ้ารู้แต่แรกว่า...
แล้วเธอจะไปรู้แต่แรกได้ยังไง ใครจะคิดว่าซือเถียนจะคิดวิธีแบบนี้ออกมาได้
ถึงจะรู้ว่าเป็นน้ำที่ตักมาจากข้างส้วม แต่ในใจทุกคนก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่ดี เพราะของพวกนั้นเอาไว้ใช้เป็นปุ๋ย ถึงแม้ซือเถียนจะแค่ใช้กระบวยตักมูลตักน้ำสกปรกออกมาก็ตาม
ยังไงก็ตาม เมื่อมีภาพจำติดอยู่ในใจแล้ว ทุกครั้งที่มองสะใภ้รองกับหลานชายตัวน้อย หลิวจินฮวา ก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอยังคอยเร่งให้ลูกชายรองต้มน้ำร้อนเพิ่ม เพื่อให้แม่ลูกคู่นั้นอาบน้ำล้างตัวอีกหลายๆ รอบ
ชิวจวีเซียงเบะปาก ถึงจะไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาที่กลอกขึ้นฟ้าก็บอกความรู้สึกของเธอได้ชัดเจนแล้ว
ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครในบ้านคาดคิดเลยว่าเหลียวชุนหง คนที่ดูซื่อๆ เงียบๆ จะสามารถก่อเรื่องใหญ่โตได้ขนาดนี้
“ยังไงก็เป็นลูกสาวตัวเองแท้ๆ จะมีแม่แท้ๆ ที่นอนดิ้นโวยวายไม่ให้ลูกไปเรียนได้ยังไง สะใภ้รองใจร้ายเกินไปจริงๆ”
โจวซืออวี่พาโจวซือฉิงนั่งอยู่มุมห้องโดยไม่พูดอะไร
หลิวจินฮวา ถลึงตาใส่ชิวจวีเซียง
“พอได้แล้ว กินเสร็จก็รีบเก็บชาม จะพูดเรื่องไร้สาระพวกนั้นไปทำไม”
ตั้งแต่บ้านนี้มีซือเถียน ทุกคนก็เหมือนจะเริ่มเหลิงกันหมด หลิวจินฮวา รู้สึกว่าพวกเขากำลังท้าทายอำนาจความเป็นใหญ่ในบ้านของนาง
สายตาของนางกวาดมองคนในบ้านไปรอบหนึ่ง ก่อนจะหยุดลงที่โจวซือฉิง
ริมฝีปากขยับเล็กน้อย เดิมทีอยากจะพูดว่า ในเมื่อแม่ของเธอไม่ให้เรียน งั้นก็ไม่ต้องไปเรียน
แต่คำพูดมาถึงปากแล้วก็ถูกกลืนกลับลงไป
เธอไม่อยากเป็นคนร้ายอีกแล้ว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก คนในบ้านนี้คงได้ปีนขึ้นหัวเธอกันหมดแน่
“เรื่องที่ซือฉิงจะไปเรียนนี่ ไม่อย่างนั้นรอไปก่อนอีกหน่อยดีไหม?”
โจวซืออวี่เงยหน้าขึ้นมอง
“ย่า ซือฉิงอายุก็ไม่น้อยแล้ว ถ้ารอต่อไปอีก เธอจะตามบทเรียนไม่ทันนะ”
โจวไหลสุ่ยไม่พูดอะไรมาโดยตลอด ได้แต่สูบยาเส้นดังปั๊กๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ในเมื่ออยากเรียน ก็ไปเรียนเถอะ”
เมื่อเขาพูดออกมาแล้ว หลิวจินฮวา จึงไม่คัดค้านอีก แต่ก็ยังเสริมขึ้นมาอีกประโยค
“ค่าเรียนออกกันเองนะ”
เธอรู้ว่าสองพี่น้องคู่นี้มีเงินอยู่ในมือ และเงินนั้นก็มาจากการช่วยงานซือเถียน วันนั้นตอนที่เหลียวชุนหงยึดเงินของซืออวี่ไป เธอก็ได้ยินทั้งหมด
พอคิดถึงชีวิตสุขสบายที่โจวซือเถียนกำลังใช้ชีวิตอยู่ หลิวจินฮวา ก็รู้สึกอึดอัดใจ เงินตั้งหลายร้อยหยวน ไม่รู้ว่าจะพอให้เด็กคนนั้นใช้ได้นานแค่ไหน อีกทั้งยังไม่รู้ว่าไปเอาคูปองมาจากไหน ถึงได้ซื้อแต่ของดีๆ
ช่างเป็นตัวผลาญเงินจริงๆ ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็คงไม่พอให้เธอใช้
“ย่า ด่าหนูอยู่เหรอ?”
หลิวจินฮวา ตกใจจนถอยหลังหลายก้าว มองโจวซือเถียนที่โผล่มาอย่างกะทันหันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“กะ...แก...แกมาตั้งแต่เมื่อไร?”
“มาสักพักแล้วค่ะ หนูมีเรื่องหนึ่งจะประกาศอย่างเป็นทางการกับทุกคน”
โจวซือเถียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่อเรื่องที่สองพี่น้องโจวซืออวี่ช่วยเธอซักผ้าแล้วได้เงินถูกเปิดเผยไปแล้ว งั้นก็พูดกันตรงๆ ไปเลย
แต่สิ่งที่เธอพูดไม่ใช่เรื่องการจ้างงาน เพราะยุคนี้ไม่ได้สนับสนุนการจ้างงานส่วนตัว หากไม่ระวังอาจถูกตีตราได้
โจวซือเถียนบอกว่า เธอรู้สึกขอบคุณพี่น้องในบ้านที่ช่วยซักผ้าให้ จึงให้เงินพวกเธอไปซื้อขนมกิน ส่วนพวกเธอจะจัดการกันยังไงลับหลัง ทั้งสามคนรู้กันเองก็พอ ไม่มีใครเอาเรื่องแบบนี้มาพูดต่อหน้าคนอื่นหรอก
ก่อนหน้านี้โจวซืออวี่ก็ไม่ได้พูดอยู่แล้ว ตอนนี้หลังจากถูกพ่อแม่ทำร้ายจิตใจมาแบบนั้น ต่อไปเธอก็คงเก็บเงินในมือไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม
แม้จะไม่ได้ซ้อมกันไว้ก่อน แต่โจวซืออวี่ก็เข้าใจทันที
“ใช่แล้ว นั่นเป็นเงินที่ซือเถียนให้ฉันกับซือฉิงเอาไปซื้อขนมกิน”
เป็นเพราะเธอเองเสียดายเงิน ไม่ยอมไปสหกรณ์ซื้อขนม และเต็มใจเก็บเงินเอาไว้เอง เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคนอื่นด้วย นั่นเป็นเงินของเธอเอง
“ซือเถียน ทำแบบนี้มันเหมือนพวกเจ้าของที่ดินกับเศรษฐีสมัยเก่าเลยนะ ถ้ามีคนไปรายงานว่าเธอจ้างคนทำงานให้ ระวังจะซวยเอาได้”
โจวไหลสุ่ยไม่เห็นด้วยอย่างมาก
เขายังคงรู้สึกว่าวิธีนี้ไม่เหมาะสม
เขาคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัว จึงควรคำนึงถึงชื่อเสียงของบ้าน
แต่ปัญหาคือคนที่เขาเผชิญหน้าด้วยคือโจวซือเถียน ผู้หญิงที่ไม่เคยเล่นตามบทเลยสักนิด
“อะไรคือหนูเหมือนเจ้าของที่ดินกับเศรษฐีสมัยเก่า? ถ้าจะพูดกันจริงๆ พวกคุณต่างหากที่เหมือนเจ้าของที่ดิน พี่น้องลูกพี่ลูกน้องช่วยหนูซักผ้า หนูให้เงินพวกเธอไปซื้อขนมกินไม่ได้หรือไง? ส่วนพวกคุณน่ะ ใช้หลานสาว ลูกสาว แล้วก็หลานสาวของตัวเองเหมือนทาสมากกว่า เมื่อก่อนยังให้พวกเด็กผู้หญิงเป็นเหมือนสาวใช้ในบ้าน คอยรับใช้หลานชายสุดที่รักของพวกคุณอีก พวกคุณต่างจากเจ้าของที่ดินพวกนั้นตรงไหน? หนูว่าน่าจะจับพวกคุณทั้งหมดส่งไปค่ายแรงงานเพื่อปรับทัศนคติเสียเลย”
ทุกคนถูกโจวซือเถียนสวนกลับจนพูดไม่ออก
ทั้งที่รู้ว่าเด็กคนนี้ปากคมกริบ แต่ก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้เดินเข้าไปหาเรื่องจนโดนด่าไม่ได้
เรื่องนี้ต่อให้มีคนไปรายงานก็ตัดสินยากอยู่ดี เพราะทุกคนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน และโจวซือเถียนก็ยืนยันหนักแน่นว่าเธอแค่ให้เงินไปซื้อขนม ส่วนพวกเธอจะซื้อจริงหรือไม่ นั่นไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรับผิดชอบ
เมื่อคิดว่าซือเถียนใจกว้างถึงขนาดนี้ คนอื่นๆ ในบ้านก็เริ่มหวั่นไหวขึ้นมาทันที
ชิวจวีเซียงยกนิ้วนับอย่างจริงจัง ซักผ้าหนึ่งครั้งได้เงินสามเฟินไว้ซื้อขนม แต่ซือเถียนเปลี่ยนเสื้อผ้าค่อนข้างบ่อย เท่ากับว่าต้องซักแทบทุกวัน
พอคำนวณคร่าวๆ ได้ว่าช่วงนี้โจวซืออวี่ได้เงินจากโจวซือเถียนไปเท่าไร ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที
ชั่วขณะนั้น เธอลืมเรื่องบาดหมางทั้งหมด รีบขยับเข้ามาใกล้พร้อมยิ้มประจบ
“ซือเถียน แค่ซักผ้าเอง อาสะใภ้สามก็ซักเป็นนะ ไม่อย่างนั้นต่อไปเสื้อผ้าของเธอ ให้อาสะใภ้สามช่วยซักดีไหม?”
โจวซืออวี่ไม่คิดเลยว่าอาสะใภ้สามจะหน้าหนาขนาดนี้ ถึงกับมาแย่งงานต่อหน้าต่อตาเธอ
หลิวจินฮวา เองก็เพิ่งรู้ว่าช่วยซือเถียนซักผ้ายังได้เงินอีก
ไม่ว่าจะเรียกว่าค่าตอบแทนหรือคำขอบคุณก็ตาม แต่พอคิดถึงเงินที่ซือเถียนหลอกเอาไปจากเธอ หลิวจินฮวา ก็รู้สึกว่าอย่างน้อยควรเอาคืนมาบ้าง
“เอ่อ... ย่าก็ซักผ้าเป็นนะ ย่าช่วยเธอซัก แล้วเธอก็ให้เงินขอบย่าสักหน่อยสิ”
เหลียวชุนหงขยับปากเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
ในอ้อมแขนของเธอมีโจวเว่ยเป่ยอยู่ ถึงแม้จะอาบน้ำล้างตัวอย่างดีแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าบนตัวลูกชายมีกลิ่นเหม็นติดอยู่
“ย่า อาสะใภ้สาม พวกคุณอย่าล้อหนูเล่นเลย ตั้งแต่บ้านเรามีพวกเด็กผู้หญิงอย่างพวกหนู พวกคุณเคยซักผ้ากันเองกี่ครั้งกันเชียว หนูไม่เอาหรอก หนูกลัวว่าพวกคุณจะซักไม่สะอาด”
โจวซือเถียนไม่เปิดโอกาสให้พวกเธอแม้แต่น้อย ระบุชื่อชัดเจนว่าจะเอาสองพี่น้องคู่นั้น
พอประกาศเรื่องนี้เสร็จ โจวซือเถียนก็กลับไปทันที
เพิ่งจะปิดประตู โจวซืออวี่ก็พาโจวซือฉิงวิ่งตามออกมา
“ซือเถียน ขอบคุณนะ”
“ขอบคุณตอนนี้ยังเร็วไป ถ้าพวกเธอทำความสะอาดไม่สะอาด ในบ้านก็มีคนอยากทำแทนอยู่แล้ว”
“พวกเราจะทำให้ดีแน่นอน” โจวซืออวี่จับมือโจวซือฉิงแล้วพยักหน้าแรงๆ
เธอรู้สึกขอบคุณซือเถียนจริงๆ คำขอบคุณพูดออกไปมันดูแห้งแล้งเกินไป ทุกครั้งเธอจึงตั้งใจช่วยทำความสะอาดห้อง เสื้อผ้าก็ซักให้สะอาดเรียบร้อย
“พวกเธอสองคนก็ไม่ต้องกลัวนะ พ่อแม่พวกเธอยังไงก็ต้องมีของที่รัก ถ้าพวกเขาตีพวกเธอ พวกเธอก็ตีลูกชายสุดที่รักของพวกเขา พวกเธอสองคนยังสู้คนเดียวไม่ได้อีกเหรอ”
โจวซืออวี่ฟังแล้ว รู้สึกเหมือนมีอะไรเปิดออกในหัวทันที
เธอนึกถึงตอนกลางวัน ซือเถียนแค่เอาทัพพีตักมูลราดน้ำใส่ตัวโจวเว่ยเป่ยเพียงครั้งเดียว แม่ก็เป็นกังวลจนแทบแย่
เธอไม่สามารถเฝ้าโจวเว่ยเป่ยได้ตลอดเวลา ถ้าหลังจากนี้แม่ยังทำแบบนั้นอีก เธอกับซือฉิงก็จะรุมตีลูกชายสุดที่รักของแม่
“ซือเถียน ขอบคุณนะ ฉันเข้าใจแล้ว”
เห็นว่าเธอคิดได้แล้ว โจวซือเถียนก็ไม่พูดอะไรต่อ ปิดประตูลงกลอน แล้วหายเข้าไปในมิติทันที
คำพูดเพียงประโยคเดียวของเธอ ทำให้โจวซืออวี่ตาสว่างทันที ขอแค่เหลียวชุนหงยังขัดขวางไม่ให้โจวซือฉิงไปโรงเรียน สองพี่น้องก็จะหาโอกาสจับโจวเว่ยเป่ย ลูกชายสุดที่รัก มารุมตีอยู่เรื่อยๆ
ตอนที่พ่อแม่จะลงมือทำร้ายลูกสาว โจวซืออวี่ยิ่งเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “ตีสิ ถ้ามีปัญญาก็ตีฉันให้ตายไปเลย ขอแค่ฉันยังไม่ตาย เธอตีฉันหนึ่งครั้ง ฉันจะเอาคืนลูกชายเธอสองเท่า”
โจวซือฉิงก็ร่วมวงทันที “ใช่ เธอตีพวกเรา พวกเราก็ตีลูกชายเธอ”
“กลับหัวกลับหางหมดแล้ว จริงๆ เลย พวกแกสองคนมันลูกอกตัญญู พวกฉันเป็นพ่อแม่แท้ๆ ของพวกแกนะ!”
โจวซืออวี่หัวเราะเยาะ “ก็พ่อแม่ไง พวกเราเป็นลูกสาวของพวกคุณ ไม่ใช่ทาส”
“ผู้หญิงในกอง ใครๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น” เหลียวชุนหงพูดอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้วแม่จะไปเปรียบกับคนอื่นทำไม ถ้าจะเปรียบ ทำไมไม่ดูครอบครัวที่ยอมให้ลูกสาวไปเรียนบ้างล่ะ จะเปรียบก็เปรียบกับครอบครัวดีๆ สิ”
“ดูสิ เธอไปเรียนรู้อะไรจากซือเถียนมาบ้าง”
“ฉันว่ามันดีมาก”
เหลียวชุนหงโกรธจนหน้าแดง จากที่คัดค้านอย่างหนัก พอโจวเว่ยเป่ยถูกสองพี่น้องจับรุมตีจนร้องไห้ไปหลายครั้ง ก็ยอมสงบลงทันที
โจวซืออวี่พาโจวซือฉิงไปสมัครเรียน กลายเป็นนักเรียนประถมอย่างเป็นทางการ
โจวซือเถียนหาเวลาว่างดูระบบเบื้องหลัง ช่วงหลายวันมานี้ค่าความรู้สึกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สมาชิกตระกูลโจวแต่ละคนล้วนมีส่วนช่วยไม่น้อย
บางครั้งที่คอมมูนก็ยังเจออาเล็ก ฝ่ายนั้นพยายามเข้าหาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ พอเห็นโจวซือเถียน ก็กลอกตาใส่เธอทันที
หลังเลิกเรียน โจวซือเถียนปั่นจักรยานกลับบ้าน อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งโซเซออกมาจากบ้าน แล้วล้มลงตรงหน้าเธอ
เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน โชคดีที่เธอเบรกทัน ไม่อย่างนั้นคงชนเข้าไปแล้ว
ขณะที่โจวซือเถียนเพิ่งจะถอนหายใจโล่งอก ท่อนไม้ก็ถูกขว้างออกมาจากในลานบ้าน กระแทกเข้าที่จักรยานของเธอโดยตรง
มองดูรอยบุ๋มเล็กๆ ที่เกิดขึ้น โจวซือเถียนหลับตาลง
แม้จะปั่นมาสักพักแล้ว แต่เธอก็ยังทะนุถนอมจักรยานคันนี้มาก โจวซือฉิงรู้สึกขอบคุณที่เธอช่วยเหลือ แค่มีคราบโคลนกระเด็นใส่ ก็จะช่วยเช็ดให้สะอาดจนเหมือนใหม่
ของที่ตัวเองทำเสียกับของที่คนอื่นทำเสีย ความรู้สึกมันต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผู้ชายคนหนึ่งด่าทอพลางเดินออกมาจากบ้าน จับผมของผู้หญิงคนนั้นแล้วลากเธอกลับเข้าไปในลาน
ในลาน แม่สามีของผู้หญิงคนนั้นก็ยืนด่าอยู่ด้วย ด่าว่าเป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ ทำให้ตระกูลขาดคนสืบสกุล
ผู้หญิงคนนั้นแขนขาอ่อนแรง นอนอยู่บนพื้น ใบหน้ามีรอยฟกช้ำเขียวม่วง สีหน้าเฉยชา ปล่อยให้ผู้ชายลากเธอเข้าไปในบ้าน
คนรอบข้างมีแต่ถอนหายใจ แต่ไม่มีใครสักคนที่เข้าไปห้าม
ยังมีคนพูดอีกว่า “เหอฮวา ไม่ใช่แค่ไม่มีลูกชาย แม้แต่ลูกก็ยังไม่มี จะโทษหลิวเหล่าซานตีเธอก็ไม่ได้ ถ้าเป็นลูกสะใภ้บ้านฉัน ฉันคงให้ลูกชายหย่าไปนานแล้ว”
โจวซือเถียนสูดหายใจลึกอีกครั้ง
【เปิดภารกิจย่อย: กรุณาหยุดพฤติกรรมใช้ความรุนแรงในครอบครัวของหลิวเหล่าซาน และบอกทุกคนว่าการกระทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง】
โจวซือเถียนไม่พูดอะไร เพียงแค่หาที่จอดจักรยานให้เรียบร้อย แล้วเดินตรงไปหาหลิวเหล่าซาน
อีกฝ่ายดื่มเหล้ามา แค่เข้าใกล้ก็ได้กลิ่นเหล้าชัดเจน
โจวซือเถียนยืนขวางทาง “ปล่อยเธอ!”
หลิวเหล่าซานหรี่ตามองโจวซือเถียน ไม่ได้เห็นเธออยู่ในสายตา ด่าด้วยคำหยาบคาย พร้อมยื่นมือจะผลักเธอ
แต่ยังไม่ทันโดน ก็ถูกโจวซือเถียนจับข้อมือไว้
หลิวเหล่าซานตัวใหญ่สูง แต่ก็ยังไม่เห็นโจวซือเถียนอยู่ในสายตา พอเห็นว่าเธอยังขวางไม่เลิก ก็ปล่อยมือที่จับผมสวี่เหอฮวา แล้วเงื้อมือจะตบหน้าโจวซือเถียน “แกเป็นตัวอะไร กล้ามายุ่งเรื่องของฉัน”
แม้โจวซือเถียนจะเป็นคนดังในกอง แต่เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับหลิวเหล่าซานเลย
กล้าขวางเขา เขาก็กล้าตีเธอ