ตอนที่ 35
ตอนที่ 35 กล้ารับไหม?
ตอนที่ 35 กล้ารับไหม?
เมื่อก้าวเข้าสู่ประตูศูนย์วิจัย พนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นว่าเป็นเสิ่นเย่หลานก็ทักทายอย่างกระตือรือร้น “แม่หนูเสิ่นนี่เอง ไม่เจอกันนานเลยนะ ได้ยินอาจารย์โจวพูดว่าเธอลาพักไป นี่กลับมาแล้วแสดงว่าธุระยุ่งๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?”
เสิ่นเย่หลานชะงักไป เดิมทีเธอทำเรื่องลาออกจากการเป็นนักศึกษาปริญญาโท และไม่ได้คิดจะกลับมาอีก แต่นี่ดูเหมือนอาจารย์จะกดปฏิเสธคำร้องลาออกของเธอแถมยังเก็บสถานภาพนักศึกษาไว้ให้
เสิ่นเย่หลานรู้สึกตื้นตันใจ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิด เธอคงต้องทำให้อาจารย์ผิดหวังเสียแล้ว
ในเมื่อเกมเปิดให้บริการแล้ว เธอจำเป็นต้องขลุกอยู่กับเกมทั้งวันทั้งคืน คงไม่มีทางเรียนต่อให้จบได้แน่
เธอจึงทำได้เพียงตอบเลี่ยงๆ อย่างกระอักกระอ่วนว่า “ใช่ค่ะ อาจารย์ยังอยู่ในห้องวิจัยใช่ไหมคะ? หนูจะเข้าไปหาอาจารย์ค่ะ”
หลังจากบอกลาพนักงานรักษาความปลอดภัย เสิ่นเย่หลานก็มาถึงหน้าห้องวิจัย ยืนอยู่หน้าประตูพลางสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่กลับไม่กล้าก้าวเข้าไปสักที
“ไอ้เจ้าเด็กนี่ จะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นอีกนานไหม?”
ทันใดนั้น เสียงตวาดแผดลั่นดังมาจากในห้องวิจัย ประตูห้องถูกเปิดออก รุ่นน้องเดินมาที่หน้าประตูแล้วทำหน้าทำตาล้อเลียนเสิ่นเย่หลานโดยไร้เสียงว่า ‘รุ่นพี่ เข้ามาเร็ว อาจารย์รอพี่มาสองวันแล้ว ถ้าพี่ไม่มา อาจารย์คงไปตามถึงบ้านพี่แน่’
เสิ่นเย่หลานเกาหัวอย่างกระดากอาย ก่อนจะมุดตัวเข้าไปในห้องวิจัยแล้วหดหัวพูดเสียงเบาว่า “อาจารย์ค่ะ”
“โฮ่ ยังจำฉันได้ด้วยเหรอ? นึกว่าคนงานยุ่งอย่างเธอจะลืมที่นัดกันไว้ซะแล้ว” ตาแก่ร่างผอมแห้งเอ่ยประชดประชัน
เสิ่นเย่หลานหัวเราะแห้งๆ “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงคะอาจารย์” เกมเพิ่งเปิดบริการแถมเธอยังต้องวิ่งวุ่นทำภารกิจตลอดเวลาจนหาเวลาปลีกตัวไม่ได้ กว่าจะลากสังขารมาถึงวันสุดท้ายได้ก็แทบตาย
โจวเสวี่ยหลินเหลือบมองเธอแล้วแค่นเสียง “ตามฉันมา”
เสิ่นเย่หลานเดินตามหลังโจวเสวี่ยหลินไป ก่อนจะเข้าห้องทำงาน เธอแอบยัดกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มือรุ่นน้องพลางพูดไร้เสียงว่า “ช่วยหาให้หน่อยนะ”
จากนั้นเธอก็เข้าห้องทำงานไป
“ปิดประตูซะ” โจวเสวี่ยหลินนั่งลงที่โต๊ะทำงาน คิ้วขมวดมุ่น ใบหน้าที่ผอมแห้งดำกร้านของเขาดูเคร่งเครียดกว่าเดิมหลายเท่า
“ได้ข่าวว่าเธอโอนบริษัทให้รัฐไปแล้ว? ก็ดีเหมือนกัน ด้านวิศวกรรมเครื่องกลน่ะเธอมีพรสวรรค์สูง แต่เรื่องบริหารบริษัทน่ะไม่ใช่จุดแข็งของเธอแน่”
โจวเสวี่ยหลินมองเธอแล้วถอนหายใจ “แล้วต่อไปวางแผนจะทำยังไง? ถ้ายังไม่มีงานทำ ที่นี่ฉันเพิ่งเปิดโครงการใหม่ เธอรับช่วงต่อจากพวกนี้ไปเลยแล้วกัน จะได้ช่วยฉันเบาภาระลงหน่อย”
เสิ่นเย่หลานรู้ดีว่าอาจารย์กำลังช่วยเธอ แต่เธอคงต้องทำให้อาจารย์ผิดหวัง “อาจารย์คะ ไม่เป็นไรค่ะ ช่วงนี้หนูได้งานใหม่แล้ว”
เธอไม่กล้าบอกอาจารย์ว่าตอนนี้เธอขลุกอยู่กับเกมทั้งวันทั้งคืน สำหรับคนรุ่นอาจารย์แล้ว เกมมักถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ทำให้คนเสียคน
แต่เธอก็ยังบอกความจริงเรื่องเกมกับอาจารย์ไม่ได้ เพราะในฐานะนักวิชาการและคนที่เติบโตมาในยุคนั้น หากอาจารย์รู้ความจริงเรื่องเกมเข้า ก็คงต้องรายงานรัฐบาลแน่ๆ
ถ้าเบื้องบนรู้เรื่องนี้เข้า ต้องส่งคนมาตรวจสอบเธอแน่ ตอนนี้เธอไม่ต้องการถูกทางการจับจ้อง เพราะจะทำให้การทำอะไรหลายๆ อย่างถูกจำกัด ซึ่งขัดกับเส้นทางการเติบโตแบบเงียบๆ ของเธอในตอนนี้ รอให้เธอแข็งแกร่งกว่านี้อีกสักหน่อย มีทุนทรัพย์พอจะต่อรองกับรัฐบาลได้ค่อยคิดว่าจะบอกเรื่องนี้อย่างไร
รอยย่นบนใบหน้าของโจวเสวี่ยหลินลึกขึ้นอีก เขาถอนหายใจ “ฉันมันแก่แล้ว ไม่เข้าใจความคิดของพวกเด็กๆ แต่ด้วยพรสวรรค์ของเธอ การทิ้งเส้นทางวิศวกรรมเครื่องกลไป มันน่าเสียดายจริงๆ”
“แม่ของเธออยู่ที่บ้านพักอาจารย์ แม้ที่นั่นจะเงียบสงบ แต่อาการของแม่เธอไม่เหมาะจะอยู่นานนัก เธอยังไงก็รีบหาทางจัดแจงให้แม่เร็วๆ เถอะ”
“เดี๋ยวหนูจะไปรับแม่ค่ะ แล้วจะแวะไปหาอาจารย์หญิงด้วย นานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน” เสิ่นเย่หลานลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะกัดฟันถาม “จริงๆ แล้วที่มาวันนี้ หนูมีเรื่องอยากจะรบกวนอาจารย์หน่อยค่ะ”
เสิ่นเย่หลานรู้สึกพูดไม่ออก อาจารย์ช่วยเธอไว้มากขนาดนี้แล้ว เธอยังจะมาใช้บารมีของอาจารย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์อีก
“อาจารย์คะ ได้ยินว่าเมื่อช่วงก่อนโครงการวิจัยสุนัขกลไกอัจฉริยะของรัฐอยู่ในการดูแลของอาจารย์ คือ...พอจะให้แบบแปลนโครงสร้างง่ายๆ ของมันแก่หนูได้ไหมคะ? ไม่ต้องเป็นส่วนที่เป็นความลับก็ได้ ขอแค่ส่วนที่เปิดเผยได้ก็พอค่ะ”
โจวเสวี่ยหลินปรายตามองเธอ “ฉันนึกว่าเธอจะทิ้งเส้นทางวิศวกรรมเครื่องกลไปเสียอีก”
เสิ่นเย่หลานหัวเราะแห้งๆ เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าแบบนี้เรียกว่าทิ้งหรือเปล่า เพราะเธอเตรียมจะเรียนวิศวกรรมในเกม ซึ่งก็มีความเกี่ยวข้องกันอยู่
โจวเสวี่ยหลินมองดูศิษย์รักที่ตนภาคภูมิใจพลางถอนหายใจในใจ แม้ปกติเขาจะคอยดุด่าเสิ่นเย่หลานอยู่บ่อยครั้ง แต่พรสวรรค์และความเข้าใจของเด็กคนนี้คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาศิษย์ทุกคนของเขา การที่เธอเลือกลาออกเป็นเรื่องที่เขารู้สึกเสียดายที่สุด หากเธอได้ศึกษาลึกซึ้งในด้านนี้ต่อไป สักวันต้องสร้างความก้าวหน้าใหม่ๆ ให้กับวงการวิศวกรรมเครื่องกลของประเทศได้แน่
เมื่อเห็นว่าลูกศิษย์คนนี้อยากจะพยายามในด้านนี้ โจวเสวี่ยหลินจึงเงียบไปครู่หนึ่ง
เสิ่นเย่หลานเริ่มลนลาน รีบพูดว่า “ถ้าลำบากใจก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
บนเน็ตก็มีแบบแปลนให้สร้างเยอะแยะ แม้จะไม่ได้แม่นยำครบถ้วนเท่าสถาบันวิจัย แต่ก็พอใช้ได้
“ก็ไม่ได้ลำบากอะไร” โจวเสวี่ยหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวอย่างระมัดระวัง “ฉันมีโควตาสำหรับโครงการวิจัยอิสระอยู่หนึ่งที่ ตราบใดที่ได้รับความเห็นชอบจากฉัน ก็สามารถเรียกใช้ทรัพยากรทั้งหมดในสถาบันวิจัยได้ ขอแค่ปีหน้าเธอต้องทำผลงานวิจัยที่น่าพอใจมาให้ฉันได้ก็พอ”
“เธอกล้ารับไหม?” โจวเสวี่ยหลินเงยหน้าขึ้น จ้องมองเสิ่นเย่หลานด้วยสายตาคมกริบ
หัวใจของเสิ่นเย่หลานสั่นไหว อิสระขนาดนี้ ไม่จำกัดทิศทางการวิจัย เรียกใช้ทรัพยากรได้ตามใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าในฐานะอาจารย์ โจวเสวี่ยหลินต้องแบกรับความรับผิดชอบมหาศาลขนาดไหน
ดังนั้นจะรับไหม? หากตอบตกลง นั่นหมายถึงแบบแปลนวิศวกรรมเกือบทั้งหมดของประเทศจะอยู่ในกำมือเธอ ไม่ต้องพูดถึงห้องทดลองระดับมืออาชีพ ประโยชน์มหาศาลนั้นไม่ต้องอธิบายเลย
ส่วนผลงานวิจัยในอีก 1 ปีข้างหน้า เสิ่นเย่หลานไม่กังวล จากการคำนวณของเธอ เมื่อมีเครื่องแปลภาษา ผู้เล่นระดับท็อปบางคนน่าจะมีค่าร่างกายถึง 50 แล้ว ข่าวเรื่องเกมรุกรานโลกความจริงคงปิดไม่มิดอีกต่อไป
ตอนนั้นเธอก็สามารถนำผลิตภัณฑ์ทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับเกมมาเป็นผลงานวิจัยได้อย่างสมเหตุสมผล
เพียงแต่ว่าจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ทางวิศวกรรมที่ใช้ในเกมได้จริงหรือไม่นั้น ทั้งหมดก็ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของเธอ
ถ้าเป็นไปได้ นี่ถือเป็นโอกาสทองที่ไม่มีอะไรเสียหายเลยแม้แต่น้อย
“อาจารย์คะ ขอเวลาหนูสักพักนะคะ มะรืนนี้หนูจะให้คำตอบค่ะ”
โจวเสวี่ยหลินพยักหน้า “ได้ งั้นก็ไปหาอาจารย์หญิงเถอะ”
หลังจากบอกลาอาจารย์โจว เสิ่นเย่หลานก็ออกจากห้องทำงาน เห็นรุ่นน้องถือของรออยู่แล้ว
“รุ่นพี่คะ ทำไมจู่ๆ ถึงอยากได้ของพวกนี้ล่ะ? สนใจของเล่นพรรค์นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
เสิ่นเย่หลานพลิกดูแบบแปลนในมือแล้วยิ้ม “งานที่ทำอยู่จำเป็นต้องใช้น่ะ”
รุ่นน้องฉลาดพอที่จะไม่เซ้าซี้ต่อ ทำเพียงอ้อนว่า “รุ่นพี่จะกลับมาเมื่อไหร่คะ? ไม่รู้เลยว่าพอไม่มีพี่ บางคำสั่งของอาจารย์พวกเราทำไม่ได้เลย รีบกลับมาช่วยนำพวกเราหน่อยเถอะค่ะ”
เสิ่นเย่หลานยิ้ม “น่าจะเร็วๆ นี้แหละค่ะ แต่ถ้ากลับมาพี่คงยุ่งน่าดู พวกเธอต้องเริ่มหัดพึ่งพาตัวเองกันบ้างนะ”
รุ่นน้องถอนหายใจพลางทึ้งผมที่เหลืออยู่น้อยนิดบนหัวด้วยความท้อแท้ “อาจารย์มักจะเอามาตรฐานของพี่มาบังคับพวกเรา ไม่ดูเลยว่าพวกเราไม่ได้มีพรสวรรค์เหมือนรุ่นพี่”
ก่อนมาที่นี่เขาตั้งใจมาตามชื่อเสียงของศาสตราจารย์โจวเสวี่ยหลิน แต่พอมาถึงและถามว่านับถือใครที่สุด ก็ไม่มีใครเกินรุ่นพี่เสิ่นเย่หลานอีกแล้ว
ไม่รู้ว่าสมองของนางประกอบขึ้นมายังไง วิชาเดียวกัน นางดูรอบเดียวก็เข้าใจ เจอปัญหาในการวิจัยทีไร นางก็สามารถหาวิธีแก้ไขได้ทันที
เสิ่นเย่หลานตบไหล่รุ่นน้องอย่างให้กำลังใจพลางเตือนเป็นนัยๆ “ถ้าเครียดจากงานวิจัย ลองไปเล่นเกมใหม่ที่ชื่อดินแดนเทพราตรีนิรันดร์ดูสิ วิศวกรรมในเกมค่อนข้างคล้ายกับสาขาของเรานะ ลองไปดูได้”
. . .