คีย์บอร์ดพัง · เกมบุกโลก: เริ่มต้นด้วยอาชีพนักบวช แล้วจะให้ฉันสู้ยังไง?

ตอนที่ 34

ตอนที่ 34 ปลุกปั่นความเกลียดชังในเว็บบอร์ด

ตอนที่ 34 ปลุกปั่นความเกลียดชังในเว็บบอร์ด

ช่างตีเหล็กไม่ตอบกลับ แต่กลับกล่าวเสียงต่ำ “เจ้าลองสร้างหน้าไม้กลออกมาให้ข้าดูหน่อย”

เสิ่นเย่หลานรวบรวมสมาธิระลึกความจำ หน้าไม้กลเป็นหนึ่งในอาวุธระดับสีเขียวที่ค่อนข้างยากในแบบแปลนเล่มนั้น ผลลัพธ์ของมันคือเพิ่มอัตราคริติคอล 20% หลังจากโจมตีโดนเป้าหมาย นับว่าเป็นอาวุธระยะไกลที่ผู้เล่นมือใหม่ชื่นชอบมาก

ในโลกของราตรีนิรันดร์ อาวุธ ไอเทม และเครื่องประดับต่างๆ ที่ถูกสร้างโดยช่างฝีมือ จะถูกแบ่งระดับตามคุณภาพและประสิทธิภาพออกเป็น: ระดับเหล็กธรรมดา (สีเทา), ระดับทองแดง (สีขาว), ระดับเงิน (สีเขียว), ระดับทอง (สีฟ้า), ระดับมิธริล (สีม่วง), ระดับอดาแมนไทน์ (สีทอง), ระดับตำนาน (สีแดง) และระดับเทพ (สีรุ้ง)

ของสีเทาช่างตีเหล็กทั่วไปก็สร้างได้ แต่การจะสร้างของสีขาวและสีเขียวนั้น ต้องเป็นช่างฝีมือระดับต้นขึ้นไปเท่านั้น

และเมื่อระดับของไอเทมสูงขึ้น ความยากในการหาอุปกรณ์ก็สูงขึ้นตาม รวมถึงความต้องการฝีมือของช่างก็สูงขึ้นด้วย

มงกุฎหนามที่เธอได้มาคือระดับมิธริล (สีม่วง) ที่หายากยิ่ง ลูกแก้วเวทมนตร์ยิ่งเป็นระดับอดาแมนไทน์ (สีทอง) ที่พบได้ยาก ส่วนกระเป๋ามิติสารพัดนึกที่อาจารย์ให้นั้น มันคือของระดับตำนาน (สีแดง) ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชาติก่อน! ส่วนของระดับเทพนั้น เธอเคยเห็นเพียงชั่วแวบเดียวตอนอยู่กับเทพแห่งโชคชะตา ยังไม่รู้เลยว่านาฬิกาพกเรือนนั้นมีพลังอะไรกันแน่

เสิ่นเย่หลานยังไม่มีเวลาไปสอบวัดระดับที่ทั่งเหล็กแห่งการสรรค์สร้างของสมาพันธ์วิศวกร จึงยังไม่ได้ถือว่าเป็นช่างฝีมือระดับต้น แต่เธอได้ครอบครองความรู้ด้านวิศวกรรมระดับต้นที่จำเป็นต่อการสอบแล้ว ในทางทฤษฎีจึงสามารถสร้างอาวุธระดับสีเขียวได้

ความรู้ทฤษฎีมีพร้อม ส่วนการลงมือทำสำหรับเสิ่นเย่หลานไม่ใช่เรื่องยากอะไร

เพราะเธอเองก็เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมเครื่องกล ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ที่เป็นถึงราชบัณฑิตยสถาน เห็นได้ชัดว่าเธอมีพรสวรรค์ด้านวิศวกรรมเครื่องกลมากเพียงใด

ตอนอยู่มหาวิทยาลัย เธอไม่เคยพลาดที่จะไปทดลองงานบนเครื่องจักรด้วยตัวเอง

เพียงแต่การจะสร้างอาวุธขึ้นมาให้สมบูรณ์ ด้วยความสามารถของเธอในตอนนี้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งค่อนวัน

ไอ้แก่เสิ่นเหยียนฟางนั่นไม่สำคัญ แต่ยังมีอาจารย์ในโลกความจริงที่กำลังรอเธออยู่นี่สิ!

เสิ่นเย่หลานไม่มีทางเลือก จึงกล่าวว่า “ลุงคะ หนูมีธุระด่วน พรุ่งนี้ค่อยมาสร้างอาวุธได้ไหมคะ?”

เดิมทีเสิ่นเย่หลานคิดว่าภารกิจนี้คงแห้วแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าช่างตีเหล็กเพียงตอบว่า “ตามใจ” แล้วกลับเข้าไปนั่งในลานบ้าน เงียบเชียบตีเหล็กในมือต่อ

ระบบแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาพร้อมกัน

[กระตุ้นภารกิจลับ คำขอของช่างตีเหล็ก: สร้างหน้าไม้กลที่ทำให้ช่างตีเหล็กพอใจภายใน 3 วัน รางวัล: ไม่ทราบแน่ชัด]

เสิ่นเย่หลานตาเป็นประกาย รีบกดรับภารกิจทันที

นี่มันโชคหล่นทับชัดๆ! ชาติก่อนเธอพยายามจะซื้อของจากร้านวิศวกรรมจนหน้าแทบด้าน แต่ช่างตีเหล็กคนนี้กลับไม่เคยให้สีหน้าดีๆ กับเธอเลย ส่วนภารกิจน่ะเหรอ ไม่ต้องพูดถึง ไม่เคยเห็นเงา!

ไม่นึกเลยว่าชาตินี้เพิ่งเจอหน้ากันสองครั้ง ก็ได้รับภารกิจลับจากช่างตีเหล็กเสียแล้ว ถือเป็นโชคดีในโชคร้ายจริงๆ!

ดูท่าแล้วความทุกข์ที่เธอเจอในชาติก่อน คงเพื่อปูทางมาสู่ความหวานชื่นในชาตินี้แน่ๆ!

ตอนนี้ดูท่าช่างตีเหล็กคนนี้คงไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอกแน่ ช่างตีเหล็กธรรมดาที่ไหนจะมีแบบแปลนวิศวกรรมล้ำค่าพวกนี้เก็บไว้? ของพวกนั้นไม่ใช่ของราคาถูกที่หาได้ตามท้องตลาดเสียหน่อย!

เธอเดาว่าช่างตีเหล็กคนนี้น่าจะเป็นถึงช่างฝีมือระดับกลางเป็นอย่างน้อย! เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ไปอยู่ที่สมาพันธ์วิศวกร กลับมาซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้แทน

ในดินแดนราตรีนิรันดร์ ช่างฝีมือถือเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะอาวุธ อุปกรณ์ และไอเทมต่างๆ ล้วนมาจากมือของพวกเขา ชาติก่อนช่างฝีมือระดับต้นเพียงคนเดียวก็ถูกหลายกิลด์แย่งตัวกันให้วุ่น ไม่ต้องพูดถึงช่างฝีมือระดับกลางที่สร้างของสีม่วงได้ คนพวกนี้มักจะเป็นกำลังหลักของกิลด์ระดับท็อปเท่านั้น

การสอบเลื่อนระดับช่างฝีมือยากมาก ไม่เพียงต้องมีความรู้ด้านวิศวกรรมระดับกลาง แต่ยังต้องสร้างอาวุธตามระดับที่กำหนดได้ในการสอบด้วย โดยทั่วไปแล้วในช่างฝีมือระดับต้นหมื่นคนจะเจอระดับกลางสักคนเดียว ส่วนระดับสูงนั้นถือเป็นสมบัติล้ำค่าระดับหมีแพนด้า ทั้งดินแดนราตรีนิรันดร์รวมกันยังไม่ถึงหมื่นคนเลยด้วยซ้ำ และครึ่งหนึ่งในนั้นยังเป็นช่างฝีมือเผ่าคนแคระอีก

หากช่างตีเหล็กคนนี้เป็นช่างฝีมือระดับกลางจริงๆ เธอคงต้องคิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้หน้าไม้กลชิ้นนี้สมบูรณ์แบบที่สุด

สมองของเสิ่นเย่หลานแล่นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่กระทบกับการเคลื่อนไหว เธอเก็บเครื่องมือทั้งหมดลงกระเป๋า บอกลาช่างตีเหล็กแล้วเร้นกายเข้าสู่ความมืดจากไป

เมื่อหาที่ลับตาคนได้แล้ว เธอก็ล็อกเอาต์ออกจากเกม

ทันทีที่ล็อกเอาต์ออกจากแคปซูลเล่นเกม เสียงแจ้งเตือนก็ดังระงม

ก่อนเข้าเกม เสิ่นเย่หลานได้ปิดข้อความทั้งหมด ยกเว้นเบอร์ที่ตั้งค่าไว้ แม้แต่ข้อความจากบอร์ดสนทนาของเกมเธอก็ปิดไว้

ตอนนี้เมื่อออกจากเกม ข้อความในแคปซูลก็เด้งขึ้นมา เมื่อกวาดสายตามองผ่านๆ พบว่ามีข้อความจากบอร์ดสนทนาของเกมส่งมาเป็นร้อย

แต่เสิ่นเย่หลานไม่มีเวลามาอ่าน เธอรีบกำหมัดเพื่อสัมผัสพลังงานในร่าง

พลังงานเวทมนตร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ทว่าคุ้นเคยไหลเวียนไปทั่วร่าง เธอเงยหน้ามองไปที่ไกลๆ แล้วลองใช้ทักษะก้าวกระโดดมิติ วินาทีถัดมาภาพตรงหน้าก็วูบไป เพียงชั่วพริบตาเธอก็เคลื่อนที่จากจุดเดิมไปยืนอยู่อีกฝั่งของห้อง

ทักษะสามารถใช้ในโลกความเป็นจริงได้จริงๆ!

เธอได้ยืนยันข้อสันนิษฐานที่น่าตื่นเต้นและกังวลใจไปพร้อมกันแล้ว

เสิ่นเย่หลานสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอต้องรีบหาที่พักที่ปลอดภัยในโลกความเป็นจริง เพราะโลกใบนี้คงกำลังจะเกิดความโกลาหลในไม่ช้า

เมื่อก้มมองที่ข้อมือ กระเป๋ามิติสารพัดนึกรูปใบไม้สีเขียวใบเล็กก็ยังคงอยู่ที่นั่น!

เธอทดลองหยิบไอเทมในกระเป๋าออกมา [หน้ากากเมอร์ลินที่ชำรุด]ก็ปรากฏขึ้นในมือเธอจริงๆ

ความประหลาดใจอันมหาศาลถาโถมใส่เสิ่นเย่หลาน เธอสวมหน้ากากลงบนใบหน้า แล้วสั่งการในใจ รูปลักษณ์ของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นยามในเกมคนนั้น เธออ้าปากเอ่ยคำว่า ‘อา’ เสียงผู้ชายแปลกๆ ก็ดังขึ้นในห้อง

แม้แต่เสียงยังคัดลอกมาได้ด้วย!

เสิ่นเย่หลานตื่นเต้นไม่หยุด แต่ไม่มีเวลามาทดลองอะไรอีกแล้ว เธอเรียกแท็กซี่แล้วมุ่งหน้าไปยังศูนย์วิจัยทันที

ระหว่างทางเธอถึงได้มีเวลาหยิบมือถือมาโหลดบอร์ดสนทนาของเกม

กรอก ID เกมเพื่อล็อกอิน ข้อมูลบัญชีของ[สร้างพ่อไปฟาดแก]ก็พรั่งพรูออกมาจนแอปค้างไปชั่วครู่

ผ่านไปไม่กี่นาที เสิ่นเย่หลานก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เป็นเพราะไอ้หมอนั่น ซ่งเหวินซิวนี่เอง

เธอเกือบลืมคนนี้ไปแล้ว แต่เมื่อพิจารณาว่าคนผู้นี้ส่งไอเทมระดับเทพอย่าง[มงกุฎหนาม]มาให้ เสิ่นเย่หลานจึงเจียดเวลาอันน้อยนิดกดเข้าไปดูข้อความส่วนตัวของเขา

[ขอโทษด้วยนะ พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะแย่งมอนสเตอร์หรอก แค่อยากจะช่วยเท่านั้น ถ้าพวกเราทำเธอรำคาญจนเธอฆ่าเราตาย ก็นับว่าหายกันนะ]

เสิ่นเย่หลานแค่นเสียงหัวเราะ หายกันงั้นเหรอ? ความแค้นในชาติก่อนเธอยังไม่ได้สะสางเลย!

ชาติก่อนซ่งเหวินซิวคอยตามติดเสิ่นชีเสวี่ยเบื้องหน้าทำตัวเป็นคนใจดีอ่อนโยน แต่เบื้องหลังกลับคอยขัดขาเธออยู่ตลอด

ทุกครั้งที่รวมกลุ่มตีมอนสเตอร์ ซ่งเหวินซิวรับหน้าที่เป็นผู้นำจัดทีมจัดการการต่อสู้ ส่วนเธอที่เป็นนักบวชซึ่งควรจะได้รับความคุ้มครองจากเพื่อนร่วมทีม กลับมักจะถูกมอนสเตอร์โจมตีโดยไร้สาเหตุ หากเธอไม่ไวพอ คงตายไปไม่รู้กี่รอบแล้ว

จบการต่อสู้แต่ละที เธอก็เอาแต่เอาตัวไม่รอด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเติมเลือดให้เพื่อนร่วมทีมเลย จนทำให้เพื่อนร่วมทีมต่างบ่นอุบไม่มีใครอยากร่วมทีมกับเธอ ทุกครั้งแบบนี้ซ่งเหวินซิวจะแสร้งทำเป็นคนดีเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย เสิ่นชีเสวี่ยก็จะช่วยพูดให้ทุกคนไว้หน้าเธอและให้พาลูกพี่ลูกน้องคนนี้ไปด้วย

แค่คิดว่าชาติก่อนเธอเคยรู้สึกขอบคุณพวกนั้น เสิ่นเย่หลานก็อยากจะย้อนเวลากลับไปควักสมองหมูของตัวเองออกมาล้างแล้วยัดกลับเข้าไปใหม่

ในฐานะผู้นำทีม จัดการการประสานงานไม่ได้จนปล่อยให้นักบวชตกอยู่ในอันตรายก็คือความผิดพลาดของผู้นำแล้ว ไม่ขอโทษยังไม่พอ ยังหันมาโทษว่าเธอที่เป็นนักบวชยืนตำแหน่งผิดอีก!

คนเจ้าเล่ห์อย่างซ่งเหวินซิว ถ้าหาตัวเธอต้องไม่มีเรื่องดีแน่ เมื่อนึกถึงมงกุฎหนามในกระเป๋า เสิ่นเย่หลานก็ยิ้มเยาะ คงมาทวงไอเทมสินะ

เป็นอย่างที่คิดจริงๆ...

[ไอเทมเกมของฉันดรอปไป เธอช่วยคืนให้หน่อยได้ไหม?]

[พวกเราก็ผู้เล่นด้วยกัน จะพูดอะไรมากไปทำไม 50,000 เอาไอเทมคืนมาให้ฉัน]

[100,000... 100,000 ก็ได้! ยังไงนี่ก็เป็นแค่เกมเปิดใหม่ ไอเทมชิ้นเดียวแสนหนึ่งถือว่าแพงมากแล้วนะ]

เมื่อเห็นเสิ่นเย่หลานไม่ตอบข้อความ ในที่สุดซ่งเหวินซิวก็เผยธาตุแท้ออกมา

[พวกเราก็ผู้เล่นด้วยกัน อย่าทำตัวใจดำนักเลย เธอคืนไอเทมให้ฉัน เรื่องนี้จบกันไป ไม่งั้นถ้าฉันสืบเจอที่อยู่จริงของเธอ เรื่องคงไม่จบง่ายๆ แน่]

[อย่าหาว่าไม่เตือนนะ! ได้ยินไหม! คืนไอเทมมาให้ฉัน!]

...

[สร้างพ่อไปฟาดแกใช่ไหม? แน่จริงก็อย่ามุดหัวอยู่แต่ในเกมสิ เรื่องนี้ยังไม่จบ!]

ดูท่าจะทนความเงียบไม่ไหวซินะ ดูสิ ซ่งเหวินซิวถูกความเงียบเล่นงานจนคลั่งไปแล้ว

เสิ่นเย่หลานหัวเราะเยาะ ตลกสิ้นดี ไอเทมที่เธออุตส่าห์เติมเลือดจนได้มา เขากลับหน้าด้านมาทวงคืนน่ะรึ?

ผู้เล่นคนอื่นตายแล้วของตกก็ถือว่าซวยไปเอง แล้วทำไมพอกับซ่งเหวินซิวถึงมาทวงคืนล่ะ?

ตลกสิ้นดี

ไม่ต้องพูดถึงว่าซ่งเหวินซิวเป็นศัตรูของเธอ ต่อให้เป็นผู้เล่นธรรมดา เสิ่นเย่หลานก็ไม่มีทางตอบรับคำขอที่ไร้มารยาทแบบนี้หรอก

ที่ยังไม่ลบทักษะทิ้งให้ก็ถือว่าใจดีมากแล้ว

ส่วนจะพยายามแกะรอยหาข้อมูลจริงของเธอ? เขาคิดว่าเกมนี้เป็นแค่เรื่องเล่นๆ หรือไง? ในโลกความเป็นจริง ถ้าผู้เล่นไม่เปิดเผย ID ด้วยตัวเอง ไม่มีทางที่จะแฮกเครือข่ายหาข้อมูลจริงของผู้เล่นได้หรอก

นอกจาก... ใช้ทักษะพรสวรรค์ตามหา

แต่ตอนนี้เกมเปิดมาได้แค่ 3 วัน เสิ่นเย่หลานกล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า นอกจากเธอที่เป็นข้อยกเว้นแล้ว ไม่มีใครมีค่าร่างกายถึง 50 แน่นอน แม้แต่ลูกรักสวรรค์อย่างนางเอกเสิ่นชีเสวี่ยก็เถอะ!

ดังนั้น ปล่อยให้ซ่งเหวินซิวโกรธเป็นบ้าเป็นหลังไปเถอะ

หลังจากปิดข้อความส่วนตัวไป ก็พบว่าในบอร์ดสนทนามีคนแท็กชื่อเธอเยอะมาก

เสิ่นเย่หลานกดเข้าไปดูด้วยความสงสัย หน้าจอเปลี่ยนไปที่ลิงก์หนึ่ง

[ภารกิจช่วยท่านปราชญ์นี่ เป็นความผิดพลาดของทีมงานเกม หรือเป็นแผนการชั่วร้ายของสร้างพ่อไปฟาดแก?]

[หัวข้อตามนี้ เควสนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นมือใหม่จะทำสำเร็จได้แน่! (ภาพประกอบ: กลุ่มชายชุดดำเลเวล 120 ยืนอยู่กลางภาพ ท่ามกลางผู้เล่นเลเวลไม่ถึง 10 ที่ดูไร้ทางสู้)]

[นี่คือเลเวลที่บอสในหมู่บ้านมือใหม่ควรมีในวันที่สามของการเปิดเกมงั้นเหรอ? ผู้เล่นจะเอาอะไรไปสู้? มันโจมตีธรรมดาทีเดียวพวกเราก็ตายยกทีมแล้ว นี่มันต่างอะไรกับการส่งไปตาย? ไม่สิ เกมนี้มันส่งพวกเราไปตายชัดๆ!]

[รู้ไหมว่าฉันตายในถ้ำนั่นไปกี่ครั้ง?]

[34 ครั้ง!]

[34 ครั้งเชียวนะ! แค่อยากเห็นหน้าท่านปราชญ์ทำไมมันยากขนาดนี้! เข้าไปก็ตาย ดาเมจมอนสเตอร์นั่นยาวกว่าเลขบัตรประชาชนฉันอีก ท่าไม้ตายสุดท้ายยังกวาดล้างผู้เล่นที่ยังไม่ได้เข้าถ้ำด้วยซ้ำ นี่คือมอนสเตอร์ที่มือใหม่จะรับมือได้งั้นเหรอ?]

[ดังนั้นเจ้าของกระทู้ขอตั้งข้อสงสัยอย่างจริงจังว่า นี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของทีมงานเกม ฝากถึงดินแดนเทพราตรีนิรันดร์จะทำยังไงก็ช่วยชดเชยให้ผู้เล่นบ้างเถอะนะ?]

[ไม่ก็เรื่องนี้เป็นแผนการของสร้างพ่อไปฟาดแกตั้งแต่อยู่ในมุ้ง! ถ้าสมมติฐานนี้จริง จะบอกว่ายัยนี่มันใจดำจริงๆ จากการสถิติที่ไม่เป็นทางการ จำนวนผู้เล่นที่ตายในสมรภูมินี้มีอย่างน้อย 3,000 คน ซึ่งรวมถึงเหยื่อผู้โชคร้ายอย่างฉันที่ตายไปหลายสิบครั้งด้วย]

[@สร้างพ่อไปฟาดแก ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ก็ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบหน่อยนะ? อย่างน้อยให้พวกเรารู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไง สุดท้ายท่านปราชญ์รอดไหม?]

[โต้กลับ: เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้ ฝากถึงทีมงานเกมและคุณสร้างพ่อไปฟาดแก ตอนนี้การตะลุมบอนจบลงแล้ว ก็ควรบอกพวกเราได้แล้วว่ามันเป็นเควสอะไร? และ @สร้างพ่อไปฟาดแก เธอไปกระตุ้นเควสนี้มาได้ยังไง? เห็นแก่พวกเราที่บุกตะลุยแม้ไม่มีผลงานก็มีความพยายามนะ ช่วยเฉลยให้รู้หน่อยเถอะ NPC เกมนี้คุยภาษาคนไม่รู้เรื่องจริงๆ]

[อย่าส่งเพื่อนไปตาย: ฉันว่าต้องเป็นความผิดของทีมงานแน่ๆ ไม่งั้นแค่ผู้เล่นหญิงคนหนึ่ง จะสร้างความฮือฮาได้ขนาดนี้เชียวหรือ ฉันเดาว่ายัยสร้างพ่อไปฟาดแกนั่นตายอยู่ในถ้ำแล้วล่ะ]

[ทนไม่ไหวก็ลุย: อย่าดูแคลนผู้เล่นหญิงนะ ดูจากชื่อก็น่าจะรู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา ฉันขอเดาแบบไม่รับผิดชอบว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับเธอแน่]

[ฝีมือห่วยแต่บ้าจี้: เอาเป็นว่าอย่าให้ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นก็แล้วกัน เจอเมื่อไหร่ฉันจะซัดให้!]

[ผู้เลี้ยงมอนสเตอร์: เห็นรูปลักษณ์เด็กน้อยน่ารักขนาดนั้น ทำไมถึงใจดำได้ขนาดนี้? ยืนมองพวกเราไปตายเฉยเลย ฉันอยู่ในเหตุการณ์ตลอด กล้ายืนยันเลยว่าตอนแรกสร้างพ่อไปฟาดแกบอกว่ามอนสเตอร์เลเวลค่อนข้างสูง นี่เรียกค่อนข้างสูงเหรอ? มันสูงทะลุเพดานชัดๆ! เลเวล 8 ไปสู้เลเวล 150 กล้าพูดคำโกหกพรรค์นั้นออกมาได้ยังไง!]

ครู่หนึ่งในบอร์ดสนทนาก็เถียงกันวุ่นวาย ระหว่างความผิดของเกมกับแผนการของ[สร้างพ่อไปฟาดแก]

เดิมทีเกมก็กระแสดีอยู่แล้ว เมื่อบวกกับรูปถ่ายระดับเทพของเซราฟิสเข้าไป ชื่อเสียงของ[สร้างพ่อไปฟาดแก]ก็แพร่กระจายไปราวกับเชื้อโรคในเกม

เสิ่นเย่หลานมองดูบอร์ดสนทนาที่ปาเข้าไปหลายร้อยหน้าในเวลาไม่นาน ก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย รับไม่ได้เหรอ? เดี๋ยวเถอะ ถ้าได้รู้ความจริงจะโกรธจนกระอักเลือดตายไหมล่ะ?

เสิ่นเย่หลานทำเรื่องชั่วๆ ด้วยการโพสต์รูปภาพเกมที่ตัวเองได้รับเป็นศิษย์ลงในช่องแสดงความคิดเห็น พิมพ์ข้อความกำกับว่า “ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง การที่ฉันสามารถเป็นศิษย์ของท่านปราชญ์ได้ ขาดความช่วยเหลือจากพวกคุณไปไม่ได้จริงๆ”

อะไรเรียกว่าการฆ่าคนให้ตายทั้งเป็น? ก็นี่ไงล่ะ!

[ทนไม่ได้ก็ลุย: ฉันขอแช่งแก! สร้างพ่อไปฟาดแก แกมันไม่ใช่คน อย่าให้ฉันเจอตัวนะ!]

[ด่าฟ้าด่าดิน: ฉันเป็นคนสุภาพ ไม่เคยด่าคน แต่ครั้งนี้ข้อยกเว้น แกไอ้หมา... แกมัน...]

ดาวพุ่งกระจายเต็มหน้าจอ ดูท่าคงไม่มีใครเว้นบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของเธอไว้แน่

ชั่วพริบตา ข้อความส่วนตัวในระบบหลังบ้านของเสิ่นเย่หลานก็ระเบิดขึ้น

เธอรีบปิดข้อความส่วนตัวด้วยความไวแสง มองหน้าจอมือถือที่กลับมาสงบสุข พร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

ใช่ ต้องแบบนี้ ยิ่งโกรธแค้นเธอเท่าไหร่ ยิ่งอยากเห็นหน้าแล้วซัดเธอก็ยิ่งดี ฉายาของเธอจะได้แสดงผลยังไงล่ะ! ไม่อย่างนั้นถ้าผู้เล่นเห็นหน้าเธอแล้วทำหน้าเป็นมิตรแบบนั้น พลังตัวป่วนของเธอจะไปแสดงผลได้ยังไง?

ยิ่งไปกว่านั้น... เสิ่นเย่หลานแววตาหม่นลง คำเตือนของเธอทำให้ตอนนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ควรจะรู้แล้วว่า สามารถรับ NPC เป็นอาจารย์ได้

รอให้เครื่องแปลภาษาถูกปล่อยเข้าเกมเมื่อไหร่ หวังว่าจะมีผู้เล่นหัวใสฉวยโอกาสตอนที่คนพื้นเมืองยังไม่มีวิธีคัดกรองตัวตนผู้เล่น รีบเรียนรู้ทักษะและความรู้ของราตรีนิรันดร์ให้มากที่สุด

กลุ่มผู้เล่นยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ เธอในเกมก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่อาจส่งผลให้ผู้เล่นเติบโตเร็ว จนค่าสถานะร่างกายถึง 50 แล้วไปก่อความวุ่นวายในโลกความเป็นจริงน่ะหรือ

เสิ่นเย่หลานบอกเลยว่า อะไรที่มันต้องเกิดมันก็ต้องเกิด เธอแค่เร่งเวลาให้มันเร็วขึ้นเท่านั้นเอง

อีกอย่าง ตราบใดที่เธอเดินนำหน้าผู้เล่นคนอื่นๆ อยู่ไกลโข เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้เล่นแล้ว จะมีใครหน้าไหนในโลกความเป็นจริงมาคุกคามเธอได้ล่ะ?

เงยหน้าขึ้นมอง แท็กซี่ก็มาถึงที่หมายพอดี

เธอมองไปยังศูนย์วิจัยที่ดูเคร่งขรึมตรงหน้า เสิ่นเย่หลานสูดหายใจเข้าลึกๆ ถึงเวลาเดินหน้าแผนการสร้างความแข็งแกร่งขั้นต่อไปของเธอแล้ว

. . .

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์