คีย์บอร์ดพัง · เกมบุกโลก: เริ่มต้นด้วยอาชีพนักบวช แล้วจะให้ฉันสู้ยังไง?

ตอนที่ 41

ตอนที่ 41 ความลับของเสิ่นเหยียนฟาง

ตอนที่ 41 ความลับของเสิ่นเหยียนฟาง

หลังออกจากร้านช่างตีเหล็ก เสิ่นเย่หลานก็รีบออฟไลน์ออกไปทันที เธอไม่รู้สึกปลอดภัยเลยหากไม่ได้อยู่ในแคปซูลเล่นเกม การที่ต้องออนไลน์ครั้งนี้ก็เป็นเพราะติดธุระกับช่างตีเหล็กไว้ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยอมล็อกอินเข้ามาทำภารกิจแน่

ถึงแม้ภารกิจจะยังไม่สำเร็จ แต่การได้หินความทรงจำมาก็ทำให้เธอดีใจมากแล้ว

เธอใช้เวลาอยู่ในเกมไปครึ่งวัน ซึ่งในโลกความเป็นจริงเพิ่งผ่านไปแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ยังเหลือเวลาอีกมากก่อนจะถึงค่ำคืน

เสิ่นเย่หลานเร้นกายอยู่ในเงามืดใต้ผ้าใบ ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว เธอนำหินความทรงจำออกมาเริ่มศึกษา

ระหว่างนั้นหากหิว ก็หยิบขนมปังรสชาติจืดชืดจากกระเป๋ามิติออกมาเคี้ยวประทังชีวิต

กระทั่งราตรีกาลมาเยือน เสิ่นเย่หลานที่ค่าร่างกายได้รับการอัปเกรดแล้วจึงได้ยินความเคลื่อนไหวจากทางปล่องลิฟต์

เธอรีบเก็บหินความทรงจำอย่างระแวดระวัง แล้วหลอมรวมร่างเข้ากับเงามืด

“เร็วเข้า กล้องวงจรปิดครอบคลุมได้แค่ครึ่งชั่วโมง พวกแกมีเวลาครึ่งชั่วโมงในการขนของออกไป”

เสียงของเสิ่นเหยียนฟางดังขึ้นในความมืด

เสิ่นเหยียนฟางรู้สึกว่าช่วงนี้เขาโชคร้ายเหลือเกิน เริ่มจากเสิ่นเย่หลานที่เขาเคยควบคุมได้อยู่หมัดกลับมีทีท่าว่าจะหลุดมือ แถมยังจะขายบริษัทให้รัฐบาล จนทำให้เขาถูกเบื้องบนตรวจสอบ

แล้วยังมีฝันร้ายเมื่อคืนนี้ พอนึกย้อนกลับไป เสิ่นเหยียนฟางก็รู้สึกปวดไปทั้งตัว

ถ้าไม่ใช่เพราะตื่นมาตอนเช้าแล้วไม่พบความผิดปกติใดๆ เขาคงคิดว่านั่นไม่ใช่แค่ฝันไปเสียแล้ว!

ความเจ็บปวดรุนแรงที่มาพร้อมกับความกลัวที่ไม่อาจนิยามได้นั้นชัดเจนจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะจดจำมัน

เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ถาโถมเข้ามาทำให้เสิ่นเหยียนฟางสงสัยว่าพิธีกรรมที่เขาทำไปมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า

เสิ่นเหยียนฟางคิดในใจว่า บางทีเขาควรจะไปหาท่านผู้นั้นสักหน่อย ปกติชีวิตเขาราบรื่นมาตลอด จู่ๆ ก็ดวงตกเหมือนมีทรายเข้าตา ทำอะไรก็ไม่ราบรื่น

ถือโอกาสเอาหินดิบพวกนี้ไปส่งด้วยเลยดีกว่า ขืนเก็บไว้ที่นี่แล้วโดนทางการพบเข้าก็จบกัน

เมื่อตัดสินใจได้ เสิ่นเหยียนฟางก็เร่งลูกน้องให้รีบขนหินขึ้นรถ

หินยักษ์ 18 ก้อน ถูกบรรทุกใส่รถบรรทุกขนาดใหญ่ 5 คัน

ท่ามกลางราตรีกาลที่มืดมิด รถขนส่งออกจากอาคารบริษัทในยามวิกาลมุ่งหน้าสู่เขตชานเมือง

ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า เหนือหัวของพวกเขา มีโดรนลำหนึ่งกำลังบันทึกภาพทุกอย่างไว้อย่างเงียบเชียบ

ขบวนรถเคลื่อนไปเรื่อยๆ ออกจากทางหลวงจังหวัด เข้าสู่ถนนชนบทที่คดเคี้ยวและคับแคบ สุดท้ายก็เลี้ยวเข้าไปในป่าลึกอันห่างไกล

ระหว่างทางขบวนรถหยุดพักและเปลี่ยนคนขับเป็นอีกชุดหนึ่ง

เสิ่นเย่หลานซ่อนตัวอยู่ในผ้าใบ ติดตามขบวนรถมาเกือบ 4-5 ชั่วโมง

เมื่อขบวนรถหยุดอีกครั้ง พวกเขาก็มาถึงเขตภูเขาที่ห่างไกลจากตัวเมือง

ที่นี่ป่าทึบไร้ผู้คน

เสิ่นเย่หลานยิ่งรู้สึกสงสัย เสิ่นเหยียนฟางมีความลับอะไรกันแน่ ถึงต้องลงทุนลงแรงเดินทางมายังสถานที่ห่างไกลขนาดนี้?

ในใจของเสิ่นเย่หลานเริ่มมีลางสังหรณ์ว่า ครั้งนี้เธอคงจะได้แตะต้องความลับที่ซ่อนเร้นที่สุดของเสิ่นเหยียนฟางเข้าให้แล้ว

ท้ายที่สุดขบวนรถก็หยุดลงหน้าโรงงานร้างแห่งหนึ่ง

ประตูโรงงานขึ้นสนิมเกรอะกรัง สภาพดูเหมือนทิ้งร้างมานานไม่มีใครเหลียวแล

เสิ่นเหยียนฟางลงจากรถมองซ้ายมองขวา เมื่อไม่พบคนอื่นก็ก้มตัวมุดเข้าโรงงานทางประตูข้าง

เสิ่นเย่หลานวาร์ปออกมาจากรถ พบฝูงมดในพงหญ้า จึงคัดลอกรูปลักษณ์ของมดบินตัวหนึ่ง แล้วเก็บโดรนเข้ากระเป๋ามิติ พลางบินตามเสิ่นเหยียนฟางเข้าสู่โรงงาน

เธอควบคุมร่างของมดบินไปเกาะบนหัวของเสิ่นเหยียนฟางอย่างเงียบเชียบ ซ่อนตัวอยู่ในเส้นผมของเขาโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

เสิ่นเหยียนฟางเดินมาถึงปล่องลิฟต์ที่ดูเหมือนร้างมานาน เขาใช้นิ้วชี้แตะลงบนราวเหล็กข้างๆ เพื่อสแกนลายนิ้วมือ

ทันใดนั้น ปล่องลิฟต์ก็ส่งเสียงคำราม ลิฟต์เลื่อนขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน ประตูเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่ภายในที่สะอาดสะอ้าน

เมื่อเข้าลิฟต์และเลื่อนลงไปในที่สุด พื้นดินก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย ลิฟต์มาถึงจุดหมาย

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เสิ่นเย่หลานก็เบิกตากว้าง

ภายใต้การทำงานของเนตรหยั่งรู้ความจริง โครงสร้างภายในของโรงงานเผยออกมาจนหมดสิ้น

ภายนอกเป็นพื้นที่ใต้ดินขนาดมหึมา แสงไฟสว่างไสวส่องกระทบผนังสีขาวบริสุทธิ์ พื้นดินสะอาดสะอ้าน

พื้นที่ทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นหลายโซน จัดวางอุปกรณ์ทดลองที่แตกต่างกันออกไป

ไม่ไกลนักในแถวของตู้แก้วใส มีสัตว์ประหลาดที่มีหน้าตาน่าสะพรึงกลัวถูกขังอยู่

ภายใต้เนตรหยั่งรู้ความจริง เหนือหัวของสัตว์ประหลาดเหล่านั้นปรากฏตัวอักษรขึ้นว่า [หมาป่ามารกลายพันธุ์, เลเวล: 3]

อะไรนะ!

คลื่นความตกใจถาโถมเข้าใส่เสิ่นเย่หลาน หมาป่ามารเป็นมอนสเตอร์มือใหม่ที่พบได้ทั่วไปในดินแดนราตรีนิรันดร์ เลเวลไม่สูงแต่มีความเร็วเหลือเชื่อ และใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำง่ายๆ ได้

แต่ต่อให้เป็นมอนสเตอร์ที่ธรรมดาแค่ไหน มันก็คือมอนสเตอร์ในเกมนะ!

ทำไมถึงมาปรากฏตัวในโลกความเป็นจริงได้?

ตอนนี้เกมเพิ่งจะเปิดบริการอย่างเป็นทางการได้ไม่นานเองนะ!

เสิ่นเย่หลานเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม เธอสังเกตผู้คนที่อยู่รอบๆ ด้วยความระมัดระวัง เธอห่วงว่าในเมื่อมีมอนสเตอร์จากดินแดนราตรีนิรันดร์อยู่ที่นี่ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีผู้เล่นระดับสูงคนอื่นแฝงตัวอยู่ด้วย

โชคดีที่พอกวาดสายตามอง ทั้งหมดกลับเป็นเพียงคนธรรมดาที่มีเลเวล 0 เท่านั้น

ผู้คนที่เดินไปมาขวักไขว่มีสีหน้าที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก

เสิ่นเหยียนฟางเดินเลี่ยงตู้แก้วเหล่านั้นด้วยความหวาดกลัว มุ่งตรงไปยังห้องทำงานห้องสุดท้ายด้านในสุด

เขาส่งเสียงเคาะประตูอย่างนอบน้อม พอได้ยินเสียงตอบรับจากข้างในถึงกล้าผลักประตูเข้าไป

ในที่สุดเสิ่นเย่หลานก็ได้เห็นเป้าหมายของเสิ่นเหยียนฟางในคืนนี้

ชายในชุดคลุมสีดำที่แต่งกายคุ้นตาเป็นพิเศษ [มนุษย์, เลเวล 24] บนหลังของเขา มีลวดลายที่ดูคุ้นตาอยู่ลายหนึ่ง ซึ่งดูคล้ายกับลายที่เห็นในถ้ำที่หมู่บ้านอวิ๋นเสียมาก

ที่แท้ก็เป็นสาวกลัทธิชั่ว! วิหารแห่งขุมนรกบุกเข้ามาในโลกใบนี้ตั้งนานแล้ว!

สายตาของเสิ่นเย่หลานคมกริบ เธอระวังตัวยิ่งขึ้นเงียบๆ จดจำลวดลายนั้นไว้ เตรียมจะกลับไปถามอาจารย์ว่ามันคือลวดลายอะไร

โชคดีที่ชายชุดดำคนนั้นไม่มีเนตรหยั่งรู้ความจริงจึงมองไม่เห็นเสิ่นเย่หลาน เขามองเสิ่นเหยียนฟางด้วยความหงุดหงิดแล้วถามว่า “แกมาทำไม? ไม่ได้บอกหรือไงว่าถ้าไม่มีธุระอะไรก็อย่ามา?”

เสิ่นเหยียนฟางก้มตัวลงอย่างนอบน้อม พลางกล่าวขอโทษ “ท่านครับ หินดิบชุดนั้นเกิดอุบัติเหตุขึ้นน่ะครับ”

“อะไรนะ!” สีหน้าของชายชุดดำเปลี่ยนไปทันที เขาตวัดควันดำจากมือจนกลายเป็นงูสีดำพุ่งเข้ามารัดคอเสิ่นเหยียนฟางแน่น “ข้ากำชับแกไว้อย่างไร? ให้เฝ้าหินชุดนั้นให้ดีเพื่อรอโอกาส ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว แต่แกกลับทำพลาดงั้นรึ?”

สีหน้าของเสิ่นเหยียนฟางฉายแววหวาดกลัว รีบกล่าวว่า “ท่านครับ หินดิบยังดีอยู่ครับ อยู่ข้างนอกโรงงานนี่เอง!”

ชายชุดดำจึงยอมถอนทักษะแล้วแค่นเสียง “งั้นแกมาทำไม?”

เสิ่นเหยียนฟางรีบก้มตัวโค้งคำนับ “ผมรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงไม่ค่อยดี เลยอยากจะมาถามท่านว่าพิธีกรรมก่อนหน้านี้มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าครับ?”

“เป็นไปไม่ได้” ชายชุดดำตอบโดยไม่ต้องคิด “นอกจากจะมีคนพบว่าโชคชะตาของพวกเธอทั้งสองผิดปกติ และยินยอมทุ่มเทมหาศาลเพื่อช่วยเธอ ไม่อย่างนั้นการถ่ายโอนโชคชะตาย่อมไม่มีทางย้อนกลับได้ ส่วนคนที่สามารถช่วยเธอได้นั้น... หึ คนคนนั้นไม่มีทางมีตัวตนอยู่จริงบนโลกนี้ และสำหรับอีกโลกหนึ่ง ก็ไม่มีทางที่เธอจะเข้าถึงได้ในตอนนี้”

เสิ่นเหยียนฟางรีบตอบรับซ้ำๆ แล้วถามอย่างระมัดระวัง “จริงด้วยครับ! ผมเชื่อมั่นในความสามารถของท่าน แต่รบกวนท่านทำพิธีกรรมเหมือนคราวก่อนอีกครั้งได้ไหมครับ ช่วงนี้ผมรู้สึกดวงไม่ดีเลยจริงๆ”

แววตาของชายชุดดำฉายแววเหยียดหยามพลางหัวเราะ “เสิ่นเหยียนฟาง แกนี่โลภไม่เบาเลยนะ สังหารน้องชายกับน้องสะใภ้เพื่อชิงโชคชะตาหลานสาวมาแล้ว ยังจะรู้สึกไม่พออีกเหรอ?”

“โชคชะตาของคนคนนั้นถูกถ่ายโอนไปให้ลูกสาวแกหมดแล้ว ไม่มีโชคชะตาเหลือให้ถ่ายโอนอีก แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นมีโชคชะตาที่ไม่ธรรมดา หากนำไปบูชายัญให้กับท่านผู้เป็นใหญ่ของข้าในอีกโลกหนึ่ง บางทีพวกแกอาจจะได้รับผลประโยชน์ที่คาดไม่ถึงเลยก็ได้”

. . .

// ช่วงแรกยังไม่ลงตัวนะครับ ตอนต่อๆไปจะเกลาคำไปเรื่อยครับ หรืออยากเสนออะไรก็คอมเม้นบอกได้นะครับ \\

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์