ตอนที่ 42
ตอนที่ 42 สังหารศัตรูด้วยมือตนเอง
ตอนที่ 42 สังหารศัตรูด้วยมือตนเอง
เมื่อได้ยินคำพูดของชายชุดดำ เสิ่นเย่หลานก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาด ร่างกายแข็งทื่อ เลือดในกายเย็นเฉียบจนแข็งตัว สมองว่างเปล่า สี่ขาแข้งชาด้วยความตกตะลึง
หมายความว่าอย่างไร รถชนที่ทำให้พ่อของเธอจากไปและแม่ต้องนอนเป็นผัก ทั้งหมดไม่ใช่แค่อุบัติเหตุอย่างนั้นเหรอ? เป็นฝีมือของชายชุดดำและเสิ่นเหยียนฟางทั้งหมดเลยเหรอ?
ทั้งที่ตอนนั้นตำรวจตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติอะไรแท้ๆ!
ก็จริงอยู่ วิธีการในเกมนั้นแปลกประหลาดสารพัด สามารถสร้างอุบัติเหตุสองครั้งได้โดยไร้ร่องรอย
ดวงชะตาที่เปรียบเสมือนลูกรักของสวรรค์ของเสิ่นชีเสวี่ยที่แท้ก็ถูกแย่งชิงไปจากตัวเธอ...
ฮ่าฮ่า... เมื่อหวนนึกถึงโศกนาฏกรรมทั้งหมดที่พบเจอในชาติก่อน เสิ่นเย่หลานรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วร่าง ความแค้นปะทุขึ้นราวกับไฟป่าลุกลามไปทั่วกาย จิตสังหารที่พุ่งพล่านในอกแทบจะทะลุออกมา
สาเหตุที่ชาติก่อนเสิ่นชีเสวี่ยคอยจ้องจะเล่นงานเธออยู่ตลอดก็พบแล้ว ที่แท้เป็นเพราะหัวขโมยที่รู้สึกผิดหลังจากได้พบเจ้าของตัวจริง ของปลอมที่ต้องการกำจัดของจริงเพื่อตัดปัญหา จะได้กลบเกลื่อนความผิดที่ขโมยชื่อเสียงและผลประโยชน์ไป!
ยิ่งแค้น เสิ่นเย่หลานยิ่งเยือกเย็นลง เธอจ้องมองชายชุดคลุมดำอย่างเย็นชา ในใจเต็มไปด้วยจิตสังหารที่หมายจะทำลายล้างทุกสิ่ง
"แล้วต้องทำพิธีบูชายังไง?" เสิ่นเหยียนฟางถามอย่างโลภโมโทสัน
ชายชุดคลุมดำจิบชาพลางหรี่ตาอย่างสุขสบายกล่าวว่า "ตอนนี้แกอย่าเพิ่งคิดเรื่องนั้นเลย จริงสิ เกมที่ให้ลูกสาวแกเล่นน่ะ เธอได้เล่นหรือยัง?"
เสิ่นเหยียนฟางยิ้มประจบอย่างอึดอัด "วันเปิดทดสอบเกมลูกสาวเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยเลยไม่ได้เล่นทันน่ะครับ แต่ช่วงสองวันนี้เธออยู่ในเกมตลอด ได้ยินว่าอัปเลเวลถึง 10 แล้วครับ"
ชายชุดคลุมดำแค่นเสียงดูแคลน "เร่งให้เธออัปเลเวลให้เร็วที่สุด อีกอย่าง เอาไอเทมชิ้นนี้ให้เธอ แล้วบอกให้เธอนำไปให้พวกแฟนหนุ่มของเธอ ของชิ้นนี้จะดูดกลืนดวงชะตาของคนเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ให้เธอ ถึงตอนนั้นปัญหาของแกก็จะได้รับการแก้ไข"
เสิ่นเหยียนฟางรีบเก็บของชิ้นนั้นมาด้วยความหวงแหนสุดชีวิต พร้อมก้มหัวขอบคุณซ้ำๆ "ขอบพระคุณท่านมากครับ ผมจะรีบไปเร่งให้เธออัปเลเวลเดี๋ยวนี้"
เสิ่นเย่หลานจ้องมองคนที่อยู่ในห้องอย่างเย็นชา ในใจกระจ่างแจ้งแล้ว มิน่าเล่าเสิ่นชีเสวี่ยที่เป็นดารามีเวลาว่างเล่นเกมท่ามกลางตารางงานที่ยุ่งเหยิง ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง ที่แท้มีคนคอยส่งข่าวให้ก่อนนี่เอง!
เมื่อมองดูคนที่อยู่ในห้องทำงาน เสิ่นเย่หลานเห็นจิตสังหารอันท่วมท้นในแววตา เธอรู้ว่าตัวเองควรจะอดทนไว้ รอให้เสิ่นเหยียนฟางมอบของชิ้นนั้นให้เสิ่นชีเสวี่ย
รอให้เสิ่นชีเสวี่ยกับพระเอกพวกนั้นกัดกันเอง รอให้พวกเขาต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บล้มตาย...
แต่ว่า...ทำไมเธอต้องรอ?
ที่เธอเกิดใหม่กลับมา ไม่ใช่เพื่อมาเป็นเต่านินจา! ที่เธอพยายามแข็งแกร่งขึ้น ก็ไม่ใช่เพื่อรอให้ศัตรูได้รับผลกรรมด้วยตัวเอง!
เธอไม่เต็มใจจะรอต่อไปอีกแล้ว เมื่อรู้ความจริงเรื่องอุบัติเหตุของพ่อแม่ รู้ว่าศัตรูที่ก่อโศกนาฏกรรมชั่วชีวิตของเธอในชาติก่อนอยู่ที่นี่ทั้งหมด เธอจะทนไปทำไม?
มีเพียงการสังหารศัตรูด้วยมือตนเองเท่านั้น ถึงจะบรรเทาความแค้นอันท่วมท้นในใจเธอได้
แววตาที่ลุกโชนด้วยไฟแค้นของเสิ่นเย่หลานเปี่ยมไปด้วยความเฉียบคมที่เยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม เธอคืนร่างมนุษย์ และยังคงเลือกใช้อิมเมจของเสิ่นเหยียนฟางด้วยความระมัดระวัง
เธอไม่ลังเลเลยที่จะหยิบหน้าไม้กลที่ทำขึ้นเองออกมา แล้วยิงทะลุไหล่ของเสิ่นเหยียนฟาง ดึงเขากระแทกติดกับผนังห้องอย่างแน่นหนา
"เป็นไปได้ยังไง!" ชายชุดคลุมดำมองเสิ่นเย่หลานที่ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าด้วยความตกใจ แล้วถามด้วยความหวาดกลัวว่า "แกเป็นใครกันแน่!" ทั้งที่ความสามารถของผู้เล่นในปัจจุบัน ไม่มีทางใช้ทักษะในโลกความจริงได้เลยนี่นา!
เสิ่นเย่หลานไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย เธอใช้ทักษะรอยแยกมิติวางไว้ใต้เท้าของชายชุดคลุมดำ เพื่อลดความเร็วและสร้างความเสียหาย ตามด้วยการเพิ่มเลือดให้ชายชุดดำเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นผลของพรสวรรค์
หลังจากนั้นจึงใช้ทักษะก้าวกระโดดมิติพุ่งตัวไปด้านหลังชายชุดคลุมดำ มีดสั้นในมือปักลงที่หน้าอกของเขาโดยไม่ลังเล พละกำลังที่สูงถึง 50 บวกกับผลของพรสวรรค์ที่กระตุ้นคริติคอล ทำให้เกิดความเสียหาย -1368 แต้ม พรากชีวิตของชายชุดคลุมดำไปในชั่วพริบตา
ก่อนตายในดวงตาของชายชุดคลุมดำยังคงหลงเหลือความหวาดกลัวที่ไม่อยากจะเชื่อ
ตัวร้ายตายเพราะพูดมาก แต่เสิ่นเย่หลานจะไม่ทำผิดพลาดระดับต่ำเช่นนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น คนของวิหารแห่งขุมนรกที่ซ่อนตัวอยู่ในดาวสีน้ำเงินไม่รู้ว่านานเท่าไร เธอไม่กล้าการันตีว่าคนผู้นี้จะมีไอเทมแปลกประหลาดอะไรอยู่ในมือหรือไม่ หากโจมตีไม่สำเร็จแล้วชายชุดคลุมดำเทเลพอร์ตหนีไป หรือส่งข่าวออกไปได้ นั่นคงจะไม่คุ้มเสีย
การตายในทันทีนั่นแหละคือจุดจบที่เหมาะสมกับชายชุดคลุมดำคนนี้ที่สุด
หลังจากจัดการชายชุดคลุมดำเสร็จ เสิ่นเย่หลานจึงหันกลับมามองเสิ่นเหยียนฟาง
เสิ่นเหยียนฟางมองดูชายลึกลับที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับตนเองทุกประการ และยังสังหารชายชุดดำที่ในสายตาของเขาแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ไปได้ในชั่วพริบตา วิธีการที่ลึกลับดุจเทพเซียนนั่นทำให้เขาสั่นเทาโดยไม่สามารถควบคุมได้
ความหวาดกลัวถึงขีดสุดเกาะกุมหัวใจของเขา แข้งขาอ่อนแรงจนทรุดกองลงกับผนัง แต่กลับถูกลูกธนูที่ปักอยู่ตรงไหล่พันธนาการไว้ ร่างทั้งร่างราวกับหุ่นเชิดที่ถูกดึงเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น ตัวสั่นงันงกมองดูคนที่กำลังเดินเข้ามา
"ทะ...ท่านโปรดไว้ชีวิตผมด้วย ผมทำตามคำสั่งเท่านั้น ผม..."
เสิ่นเย่หลานมองเสิ่นเหยียนฟางที่ใบหน้าไร้สีเลือด เจ็บปวดจนแค่นหัวเราะออกมา ก่อนจะคืนเสียงเดิมแล้วกระซิบว่า "ลุงคะ จำได้ไหมคะว่าฉันเป็นใคร?"
"เธอ...เธอ..." รูม่านตาของเสิ่นเหยียนฟางขยายกว้างด้วยความตื่นตะลึง หลานสาวที่โง่เขลาในสายตาเขาจะมีวิธีการที่น่ากลัวและยากจะคาดเดาเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกแย่ยิ่งกว่ามีคนมาล้างแค้นเสียอีก ในใจของเขาเสิ่นเย่หลานเป็นเพียงขยะที่เขาจะจัดการอย่างไรก็ได้ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่กุมความเป็นความตายของเขาไว้
เสิ่นเหยียนฟางสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดในใจ แต่ยังไม่วายดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
"หลานหลาน ทั้งหมดนี่เป็นความเข้าใจผิดนะ ลุงถูกคนคนนั้นเป่าหูล่ะ! ลุงถูกบังคับนะ!"
เสิ่นเย่หลานแค่นหัวเราะพร้อมกดมีดสั้นลงบนลำคอของเสิ่นเหยียนฟาง ดวงตาที่โค้งเป็นรอยยิ้มกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารอันโหดเหี้ยม "ลุงคะ ลุงคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอคะ?"
"ลุงคะ ลุงกลัวตายที่สุดไม่ใช่เหรอคะ?" เสิ่นเย่หลานค่อยๆ กรีดคอของเสิ่นเหยียนฟางทีละนิด ในดวงตาฉายแววเย็นชาที่แฝงไปด้วยความสะใจ
"เห็นไหมคะ หลานสาวของลุงยังดีกับลุงที่สุดเลยนะ ให้ลุงได้หลุดพ้นจากความกลัวตายเป็นคนแรก ลุงวางใจเถอะค่ะ ลูกสาวของลุง ฉันก็จะรีบส่งเธอไปอยู่เป็นเพื่อนลุงในเร็วๆ นี้ ทั้งครอบครัวสามคนของลุง ไม่มีใครหนีพ้นหรอกค่ะ"
เสิ่นเหยียนฟางเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว อ้าปากค้างราวกับปลาที่ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายบนบก เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากลำคอเป็นฟองอากาศดังอึกๆ
เสิ่นเย่หลานมองแสงในแววตาของเขาที่ค่อยๆ หม่นแสงลง จนกระทั่งรูม่านตาขยายตัวในที่สุด
เมื่อสังหารศัตรูด้วยมือตนเอง เสิ่นเย่หลานยืนอยู่ที่เดิม ไม่มีความปิติยินดี ไม่มีอาการสั่นเทา มีเพียงความรู้สึกว่าก้อนหินที่กดทับใจเธอมาตลอดเวลานี้ ได้พังทลายลงแล้ว
หลังจากเกิดใหม่ ในใจของเธอมีความหวาดกลัวลึกๆ อยู่เสมอ กลัวว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของชาติก่อนได้ กลัวว่าจะยังคงเอาชนะลูกรักของสวรรค์ไม่ได้
เมื่อเสิ่นเหยียนฟางคนที่คอยกดขี่เธอในชาติก่อนสิ้นลมหายใจลงด้วยมือของเธอ เสิ่นเย่หลานก็มั่นใจแล้วว่า เธอได้หลุดพ้นจากชะตากรรมของชาติก่อนโดยสมบูรณ์ และเธอกำลังจะเดินบนเส้นทางที่เป็นของเธอเพียงผู้เดียว
หลังจากทำความสะอาดร่องรอยโดยรอบแล้ว เสิ่นเย่หลานใช้ทักษะเนตรหยั่งรู้ความจริงตรวจสอบอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าทั้งสองคนตายสนิทแล้ว
ด้วยความรอบคอบ เสิ่นเย่หลานเก็บศพของชายชุดคลุมดำเข้าไปในมิติ เธอเกรงว่าชายชุดคลุมดำจะมีเคล็ดวิชาคืนชีพอะไรบางอย่าง
ส่วนเสิ่นเหยียนฟางจากการตรวจสอบด้วยเนตรหยั่งรู้ความจริง เขาเป็นเพียงคนธรรมดาเลเวล 0 จึงไม่น่ากังวล
สำหรับสาเหตุที่ครั้งนี้เสิ่นเย่หลานไม่ได้ชิงไอเทมของเสิ่นเหยียนฟางมา ประการแรกคือเวลาไม่พอ ข้างนอกยังมีคนอยู่อีกมาก เธอจะทำตัวเป็นที่สงสัยไม่ได้
ประการที่สอง สิ่งที่เหลืออยู่บนตัวเสิ่นเหยียนฟางคงเป็นแค่พวกทรัพย์สินอะไรพวกนั้น ซึ่งอีกไม่นานของพวกนั้นก็จะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ค่าในที่สุด
ประการที่สาม เธอเกรงว่าหากหยิบของบางอย่างมาแล้ว จะดึงดูดความสนใจของตำรวจเข้ามา เธอไม่ต้องการเปิดเผยว่าการตายของเสิ่นเหยียนฟางเกี่ยวข้องกับตนเอง
เสิ่นเย่หลานกวาดสายตามองไปทั่วห้องทำงาน โดยสวมรอยเป็นเสิ่นเหยียนฟางเพื่อค้นหาเบาะแสที่เป็นประโยชน์
หลังจากค้นหาดูรอบหนึ่ง ก็พบเพียงสมุดรายชื่อเล่มหนึ่ง ซึ่งระบุเวลาและรหัสลับเอาไว้
เสิ่นเย่หลานยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกหวาดหวั่น เธอรู้สึกโชคดีที่ตัดสินใจสังหารชายชุดคลุมดำทันทีที่ลงมือ โรงงานแห่งนี้ไม่ใช่ฐานที่มั่นเดียวของวิหารแห่งขุมนรก!
. . .
// npc ในเกมจะพูดสไตล์โบราณนะครับ ส่วนตัวเอกเวลาคุยในเกมจะใช้ภาษาโบราณ ส่วนบนโลกจะใช้ภาษาสมัยใหม่นะครับ \\