ตอนที่ 52
บทที่ 52
“คงมีธุระล่ะสิ ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ให้คนเอาของพวกนี้มาส่ง เห็นท่าจะใช้เงินไปไม่น้อยเลยนะ”
คุณยายเถียนถืออาหารเช้าเข้ามา แล้วชี้ไปที่ของที่วางอยู่บนโต๊ะและพื้น ทำให้เกาฉิงเหอเพิ่งสังเกตเห็น
คนไปแล้วแท้ๆ ยังไม่พูดสักคำด้วยซ้ำ?
เกาฉิงเหอยื่นมือไปดูของกินของใช้พวกนั้น สีหน้าไม่ได้ดูดีใจเท่าไร
ป้าสะใภ้เจิ้งเห็นก็คิดว่าเธออาจยังไม่ตื่นดี ส่วนคุณยายเถียนกลับสังเกตเห็นความผิดปกติทันที
สายตาคนแก่ไม่พลาดแน่ ถ้าเจียงเป่าไห่ไม่ได้คิดอะไรกับหลานสาวของเธอจริงๆ คงไม่ให้คนมาส่งของพวกนี้แน่ แล้วยังมีข่าวลือออกไปอีกด้วย
แต่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนหลานสาวของเธอจะค่อนข้างรุกเอง แถมก็ดูจะยินดีไม่น้อยด้วย
แล้วทำไมตอนนี้ได้คำตอบชัดๆ แล้วกลับดูไม่พอใจล่ะ?
คุณยายเถียนไม่เข้าใจความคิดของคนหนุ่มสาวนัก จึงเก็บของบนโต๊ะลงไป วางอาหารเช้าไว้แทน แล้วชวนป้าสะใภ้เจิ้งให้อยู่กินด้วยกัน
ป้าสะใภ้เจิ้งโบกมือ “ไม่เป็นไรหรอก ฉันแค่มาดูเฉยๆ”
แล้วก็หันไปยักคิ้วให้เกาฉิงเหอ “มีอะไรก็บอกป้านะ อย่าอาย”
ขั้นตอนต่อไปคือกำหนดวันแต่งให้เร็วที่สุด จะได้ไม่ให้เจ้าบ่าวหนีไปได้
แน่นอน ป้าสะใภ้เจิ้งรู้ดีว่าผู้หญิงมักไม่กล้าพูดเรื่องแบบนี้ นี่แหละถึงต้องมีเธอเป็นแม่สื่อไง!
ขอแค่ฝั่งนี้ให้คำตอบ เธอจะรีบกระจายข่าวทันที
“ไม่กินจริงเหรอ?” คุณยายเถียนยังชวนต่อ
ป้าสะใภ้เจิ้งส่ายหน้า ยิ้มร่าแล้วเดินออกไป
พอส่งแขกออกไป คุณยายเถียนก็กลับมาจัดของที่เจียงเป่าไห่ส่งมาใหม่ แล้วพูดกับเกาฉิงเหอที่กำลังกินอยู่ตรงข้ามว่า
“ครั้งหน้าเข้าเมือง ก็เอาของพวกนี้ไปคืนบ้านเขา”
เกาฉิงเหอพูดสั้นๆ “ไม่ต้องคืน เก็บไว้กินเองเถอะ”
คุณยายเถียนนึกในใจ งั้นทำไมทำหน้าไม่พอใจแบบนั้นล่ะ?
“มีอะไรให้กินบ้าง?”
เกาฉิงเหมียวเดินงัวเงียออกจากห้อง เห็นของในบ้านเพิ่มขึ้นเยอะก็ถามด้วยความดีใจว่า
“พี่เจียงส่งมาเหรอ?”
คุณยายเถียนพยักหน้า เห็นหลานสาวคนโตไม่คิดจะคืนของ ก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ
เธอยังมีงานต้องทำ ไม่อยากยุ่งเรื่องของพวกเขามากนัก จึงสั่งให้เกาฉิงเหมียวไปเอาอาหารจากครัวมากิน แล้วตัวเองก็ถือเคียวออกไปเก็บผักหลังบ้าน
ในบ้านเหลือเพียงพี่น้องสองคน
เกาฉิงเหมียวถืออาหารเช้ามานั่งตรงข้ามพี่สาวแล้วถามว่า
“พี่ พี่กับพี่เจียงตกลงคบกันแล้วใช่ไหม?”
เกาฉิงเหอกินอิ่ม วางตะเกียบลง เช็ดปากแล้วตอบเรียบๆ ว่า
“ตอนที่เขามาส่งเรากลับหมู่บ้านครั้งแรก ก็ถือว่าคบกันแล้ว”
ตอนนั้นเธอพูดต่อหน้าโจวเจิ้งหัวเลยว่า เจียงเป่าไห่คือแฟนของเธอ เขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ
เกาฉิงเหมียวคิดตาม “จริงด้วยแฮะ”
“แล้วทำไมพี่ดูไม่ค่อยดีใจเลยล่ะ?”
เกาฉิงเหอยิ้มบางๆ “ไม่ได้ไม่ดีใจ แค่รู้สึกแปลกๆ”
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้แสดงออกว่าชอบเธอสักเท่าไร ตอนขอให้อยู่ค้างยังลังเลไม่เต็มใจ
แต่แค่ข้ามคืน เขากลับตั้งใจไปซื้อของเต็มร้านมาส่งถึงบ้าน
จากที่รู้จักนิสัยของป้าเจ้าของร้าน และจากท่าทีของป้าใหญ่ที่เพิ่งมานี่ ดูแล้วตอนนี้ทั้งหมู่บ้านคงรู้หมดแล้วว่าเธอกับเจียงเป่าไห่กำลังคบกัน
หรือว่า... แค่เพราะเมื่อคืนมีความใกล้ชิดกัน เขาเลยเปลี่ยนใจขึ้นมาทันที?
พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืน มุมปากของเกาฉิงเหอก็ยกขึ้นเล็กน้อย
ปากแข็งนัก แต่ร่างกายนี่ซื่อสัตย์จริงๆ
เกาฉิงเหมียวหัวเราะแหะๆ “พี่ ผมกินส้มกระป๋องได้ไหม?”
เกาฉิงเหอมองน้องด้วยหางตา “อยากกินก็กินสิ ของเขาซื้อมาให้เรากิน เปิดให้พี่กระป๋องหนึ่งด้วย”
“ได้เลย!”
เกาฉิงเหมียวรีบเปิดส้มกระป๋องสองกระป๋อง ส่งให้พี่หนึ่งอัน ตัวเองถืออีกอัน
เนื้อส้มข้างในหวานฉ่ำ นุ่มและชุ่มน้ำ กินแล้วสดชื่นสุดๆ
หลังจากกินเสร็จ ทั้งคู่ก็ช่วยกันเช็กของคงเหลือในบ้าน
ของที่เตรียมไว้ขายเมื่อวานหมดเกลี้ยง เหลือในบ้านก็ไม่มากแล้ว
ช่วงนี้อากาศไม่แน่นอน ฝนเริ่มตกบ่อย ต้องรีบขายของที่เหลือให้หมดก่อนฟ้ามืดลง
ส่วนเรื่องของเจียงเป่าไห่ เกาฉิงเหอคิดว่าช่วงนี้ยังไม่มีเวลายุ่งกับเขา ขอหาเงินก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ยังไงตอนนี้เขาเป็นคนประกาศให้โลกรู้เอง ถ้าเขากล้าเล่นตุกติกกับเธอ เธอไม่มีวันยอมแน่!
“เสี่ยวฟางโทรมาบอกเมื่อคืน ว่าแกไปบ้านเกามาเหรอ?”
ทันทีที่ลูกชายกลับถึงบ้าน แม่เจียงก็วางหมอนที่กำลังเย็บลง ถามทันทีว่าเมื่อวานไปบ้านเกามาเป็นยังไงบ้าง
“คนในบ้านเขาว่าไง? เขาไม่พูดอะไรใช่ไหม? ไปบ้านคนอื่นครั้งแรก เอาของไปฝากหรือเปล่า?”
ยังไม่ทันให้ลูกตอบ เธอก็พูดต่อเองว่า “หรือว่าเราจะรีบกำหนดวันแต่งเลยดีไหม?”
“แกก็อายุมากแล้ว ควรมีครอบครัวได้แล้ว จะได้มีหน้ามีตาไปบอกพ่อแกบนสวรรค์”
แม่ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าคนเป็นเจ้าตัวเสียอีก
เจียงเป่าไห่ขับรถจากหมู่บ้านซ่างเหอจนถึงในเมือง แล้วไปจัดการงานที่เหมืองอีกหน่อย ตอนนี้รู้สึกเพลียสุดๆ
เขาส่ายหน้าเบาๆ “แม่ ขอผมไปนอนก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกัน”
แล้วนึกขึ้นได้อะไรบางอย่าง เดินออกไปเอาถุงของขวัญสองใบจากรถเข้ามาในบ้าน
แม่มองอย่าง งงๆ “อะไรเนี่ย? ฉันถามว่าแกเอาของไปฝากเขาไหม ยังไม่ตอบเลยนะ!”
“เอาไปสิ” เจียงเป่าไห่ยื่นถุงของให้ “นี่ของที่เขาฝากมาให้แม่”
“ห๊ะ? ให้ฉัน?” แม่ทำตาโต ไม่อยากเชื่อ
เจียงเป่าไห่พยักหน้า แม่เขาเลยรู้สึกทั้งตกใจทั้งดีใจ
“ของขวัญให้ฉันเหรอ แถมยังมีตั้งสองชุด ดูก็รู้ว่าไม่ถูกแน่ๆ”
เจียงเป่าไห่รินน้ำร้อนใส่แก้ว “ของหนึ่งชุดให้แม่ อีกชุดให้เสี่ยวอวี้ เมื่อวานเป็นวันสตรีสากล เขาฝากผมเอามาให้ เป็นน้ำใจของเขา แม่ก็รับไว้เถอะ”
พูดแล้วสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นว่าแม่ยังใส่เสื้อผ้าเก่าอยู่ คิ้วขมวดทันที
“แล้วเสื้อผ้าที่ผมซื้อให้ล่ะ? ตัวนี้ขาดแล้ว อย่าใส่อีกเลย บ้านเราก็ไม่ถึงกับไม่มีเงินนะ”
แม่ยิ้มแห้งๆ พลางลูบเสื้อบนตัว “ตัวนี้ใส่สบายดี... แม่แค่ใส่อยู่บ้านเอง”
เธอพูดประโยคหลังเบาๆ เหมือนกลัวลูกไม่พอใจ
แต่เจียงเป่าไห่เห็นสีหน้าแบบนั้นก็รู้ทันทีว่า “แม่เอาไปให้คนอื่นอีกแล้วใช่ไหม?”
แม่ก้มมองถุงของขวัญในมือ เขามองเห็นผ้าพันคอผ้าไหมพับเป็นดอกไม้ ส่องประกายแวววาว ดูหรูหราแพงมาก
เจียงเป่าไห่เห็นแววตาแม่ที่เต็มไปด้วยความดีใจ ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เดินกลับห้อง
แต่แม่กลับยื่นถุงของขวัญคืนให้ “ของพวกนี้มันของคนหนุ่มสาว ฉันแก่แล้ว ไม่เหมาะ แกเอาไปคืนให้สาวบ้านเกาเถอะ ให้เธอใช้เอง”
เจียงเป่าไห่ถึงกับหมดแรงจะโกรธ
เขารับถุงกลับมา วางชุดหนึ่งไว้บนตู้ทีวี อีกชุดโยนลงถังขยะ
“ของของเสี่ยวอวี้ให้เธอไว้ แม่ไม่เอาก็ช่างเถอะ!”
เสียงประตูปังดังลั่น
แม่ยืนนิ่ง หน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกใจ ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
พอรู้สึกตัว รีบวิ่งไปหน้าประตูตะโกน “ของดีๆ แบบนั้นโยนทิ้งได้ยังไง!”
เธอลนลานวิ่งไปคุ้ยถังขยะ เอาถุงของกลับขึ้นมาอย่างหวงแหน
ในห้อง เจียงเป่าไห่ได้ยินเสียงจนแน่ใจว่าแม่หยิบกลับไปแล้ว ก็หลับตานอนต่อ
พอตื่นมาอีกที เดินออกจากห้อง กำลังจะพูดว่า “แม่—”
ยังไม่ทันพูดจบ ก็ได้ยินเสียง “แป๊ะ!” ดังขึ้น
แม่ที่ยืนอยู่หน้ากระจกกำลังแอบลองทาลิปสติกอยู่ รีบเก็บของ แล้วพยายามถอดผ้าพันคอผ้าไหมจากคอ
เธอรีบซ่อนของไว้ข้างหลัง แต่พลาดมือไปชนอ่างล้างหน้าเสียงดัง เจ็บจนต้องสูดหายใจแรง
เจียงเป่าไห่รีบก้าวไปดู แต่พอเห็นรอยลิปสติกที่แม่ยังเช็ดไม่หมด ก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ
ไม่คิดเลยว่า “แผนโยนของลงถังขยะ” ของเกาฉิงเหอ จะใช้ได้ผลกับแม่เขาดีขนาดนี้