ตอนที่ 51
บทที่ 51
“เสี่ยวเป่า?”
เสียงเรียกอย่างเป็นห่วงของคุณยายเถียนดังขึ้นมาจากนอกห้อง
แท้จริงแล้ว หลานสาวคนโตที่นอนอยู่ข้างๆ ลุกไปเข้าห้องน้ำตั้งนานแล้วยังไม่กลับมา คุณยายเลยกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงเรียกออกมาเสียงหนึ่ง
ส่วนเจ้าของชื่อ “เสี่ยวเป่า” ที่คุณยายเรียกอยู่นั้น ตอนนี้กำลังถูกใครบางคนโอบรัดแน่นอยู่ในอ้อมแขน ไม่กล้าขยับหรือส่งเสียงแม้แต่น้อย
กลิ่นอายของชายหนุ่มผู้ใหญ่แผ่ปกคลุมอยู่รอบตัวเธอ เสียงหัวใจเต้น “ตึกตัก ตึกตัก” หนักแน่นราวกับจังหวะกลอง ดังก้องอยู่ข้างหู
เกาฉิงเหอถึงกับแยกไม่ออกว่า เสียงหัวใจที่ได้ยินนั้น เป็นของเธอเองหรือของคนตรงหน้า
ทันใดนั้น รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ใกล้เข้ามา เกาฉิงเหอสะดุ้ง ใจเต้นระส่ำ รีบก้มหน้าลงหลบ
แต่ริมฝีปากอุ่นกลับแตะลงบนหน้าผากเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ผ่านเส้นผมบางๆ ยังรู้สึกได้ชัดถึงผิวเนียนละเอียดของเธอ
กลิ่นหอมจางๆ ของกล้วยไม้เหมือนยาพิษที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปทั่วร่าง
เจียงเป่าไห่หายใจถี่ขึ้น — แบบนี้มันไม่ใช่การหลบเลี่ยง แต่กลับเหมือนเชิญชวนในที!
มืออีกข้างที่วางอยู่บนศีรษะของเธอค่อยๆ ลูบลงมาที่แก้ม แรงสัมผัสอ่อนโยนแต่แน่วแน่ ไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ ค่อยๆ ยกใบหน้าที่เธอพยายามก้มซ่อนขึ้นมา
แต่ไม่คาดคิด พอใบหน้าโผล่พ้นออกมา กลับเห็นเธอทำหน้าขำจนแก้มแดง
เจียงเป่าไห่ชะงักไป หายใจติดขัด
“เธอหัวเราะอะไร?” เสียงทุ้มแหบพร่า ฟังดูคล้ายกระซิบ ไม่มีแม้แต่อารมณ์ดุดันอยู่ในนั้น
เกาฉิงเหอหัวเราะ ดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์ ยื่นมือออกมาค่อยๆ จับมือใหญ่ที่วางอยู่บนหน้าเธอ แล้วดึงออกอย่างเบามือ มือเรียวของเธอดูบอบบางแต่กลับสามารถดึงมือของเขาออกมาได้อย่างง่ายดาย
ฝ่ามือของเขาร้อนเหมือนมีเปลวไฟ ส่วนริมฝีปากของเธอกลับเย็นนุ่ม เมื่อสัมผัสกันจึงยิ่งตัดกันอย่างชัดเจน
เธอยกฝ่ามือของเขาขึ้นแนบริมฝีปาก แล้วแตะจูบเบาๆ ลงไป
หัวใจของเจียงเป่าไห่เหมือนถูกบีบแน่น หายใจสะดุด เส้นเลือดที่ลำคอปูดขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
เกาฉิงเหอฉวยจังหวะที่เขายังตกตะลึง สะบัดแขนที่โอบรัดตัวเธอออก แล้วไถลออกจากอ้อมแขนเขาอย่างปลาไหล
อ้อมแขนที่เคยมีความอุ่นแนบแน่นกลับว่างเปล่า เจียงเป่าไห่เพิ่งได้สติจากความรู้สึกสั่นสะเทือนนั้น รีบลุกขึ้นจะคว้าเธอไว้
แต่เพียงแค่ปลายนิ้วของเธอจิ้มเข้าไปที่อกเปลือยใต้เสื้อเชิ้ตของเขา ก็ผลักให้เขาถอยกลับไปได้อย่างง่ายดาย
“ชู่~”
เธอยกนิ้วแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้เขาอย่าส่งเสียง
จากนั้นรีบคว้าเสื้อไหมพรมที่เพิ่งถอดเมื่อครู่มาสวม แล้วเดินย่องๆ ไปที่ประตู แอบแนบหูฟัง
พอแน่ใจว่าไม่มีเสียงจากข้างนอกแล้ว จึงค่อยๆ เปิดประตูออก แล้วแวบหายไปอย่างรวดเร็ว
เจียงเป่าไห่เอนตัวพิงเตียง เงยหน้ามองฝ่ามือที่เธอเพิ่งจูบ แล้วหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
คำพูดที่เคยบอกว่าจะ “เอาคืนให้สาสม ให้เธออยู่อย่างไม่มีความสุข” ตอนนี้กลับดูเป็นเรื่องตลกสิ้นดี
ก็แค่จูบเดียวกลางฝ่ามือเท่านั้นเอง
แต่ร่างกายเขากลับไม่ฟังคำสั่ง หันไปเข้าข้างศัตรูทันที ราวกับอยากจะพุ่งเข้าไปกลืนกินเธอทั้งคน
เจียงเป่าไห่หัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะนั้นจะค่อยๆ จางหายไป
สุดท้ายเขาทอดตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง ปล่อยให้ตัวเองจมลงไปในผ้าห่มที่ยังอบอวลด้วยกลิ่นของเธอ
สักพัก เสียงสบถต่ำลอดออกมาจากความเงียบ
“เกาฉิงเหอ... ฉันจะทำยังไงกับเธอดีเนี่ย!”
ทั้งที่ได้เกิดใหม่แล้วแท้ๆ ทำไมเธอไม่ไปตามหาคนรักเก่าของเธอ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ดีๆ นั้น แต่กลับต้องมายุ่งกับฉันอีก
ถ้าเธอยังทำแบบนี้ต่อไป ฉันจะไม่ปล่อยมืออีกแล้วนะ!
ความคิดมืดๆ ผุดขึ้นมาในหัวเจียงเป่าไห่ แต่เขาก็รีบกดมันลงไปอย่างแรง
เพราะคนที่อยู่ในใจของเกาฉิงเหอไม่เคยเป็นเขา เธอแค่สนใจใน “เงิน” ของเขาเท่านั้น
ฝืนบังคับให้รักกันก็ไม่มีความสุข แล้วจะต้องกลับไปทรมานกันเหมือนชาติที่แล้วอีกทำไม?
แต่ถ้าไม่ลองชิมดูก่อน... จะรู้ได้ยังไงว่าผลไม้นั้นหวานหรือขม?
หยดน้ำจากชายคาไหลลงมา เสียงลมพัดใบไม้ให้สั่นไหว น้ำหยดกระเซ็นเป็นจังหวะ
เสียงธรรมชาตินั้นเหมือนเสียงกล่อมชั้นดี เกาฉิงเหอกลับถึงห้องคุณยายแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนหลับทันที
ไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ในห้องของเธอเองกำลังพลิกตัวไปมา ทั้งคืนไม่ได้นอนเลยสักนิด
แต่แปลกที่พอรุ่งเช้า แม้จะไม่ได้นอนทั้งคืน เจียงเป่าไห่กลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด
เขาตื่นแต่เช้า จัดเตียงเรียบร้อย หยิบกระเป๋าเอกสารแล้วออกจากบ้านทันที
เดินไปตามความทรงจำจนถึงร้านขายของชำที่ปากหมู่บ้าน แล้วซื้อของที่ดีที่สุดทั้งหมดในร้าน
ป้าร้านชำตกใจแต่ก็ดีใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาแปลกตา จึงถามว่าเป็นญาติบ้านไหน
“บ้านเกา ผมเป็นแฟนของเกาฉิงเหอ”
ป้าร้านชำอุทานเสียงหลง “หา? แฟนใครนะ?” คิดว่าตัวเองฟังผิด
เจียงเป่าไห่หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา “ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?”
ป้าร้านชำได้สติ รีบหยิบเครื่องคิดเลขมากดตัวเลขทีละรายการ แอบมองเขาไปด้วย คำนวณอยู่ตั้งสองรอบกว่าจะได้ผลรวม
“ครึ่งลังปลากระป๋อง บุหรี่สองแพ็ก เหล้าหกขวด นมผงสองกระป๋อง รวมแล้วทั้งหมด 268 หยวน”
นั่นเท่ากับเงินเดือนของคนทั่วไปเกือบสองเดือน!
แต่เจียงเป่าไห่กลับทำหน้าราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย ควักเงิน 300 หยวนวางลงบนเคาน์เตอร์
ท่าทีไม่แม้แต่จะกระพริบตาตอนจ่ายเงิน บวกกับชุดสูทหรูและโทรศัพท์เครื่องโตในมือ เห็นได้ชัดว่าเป็นคนมีฐานะ
“เงินที่เหลือไม่ต้องทอนนะ ช่วยหาคนมาส่งของให้ที่บ้านเกาที”
พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไป
ป้าร้านชำมองตามอย่างสงสัย เดินตามออกไปสองสามก้าว ก็เห็นเขาเดินไปถึงปากหมู่บ้าน หยุดอยู่ข้างรถเก๋งสีแดงที่จอดไว้ตรงสะพานหินเมื่อคืน
เขาเปิดประตูรถแล้วขับออกไป
ป้าร้านชำตาโต “รถคันนั้นเป็นของเขาเหรอ! แบบนี้ไม่ใช่แค่รวยธรรมดา ต้องเป็นเจ้าของกิจการใหญ่แน่ๆ!”
จิตใจอยากรู้อยากเห็นของเธอลุกโชนขึ้นทันที
รีบกลับเข้าไปในบ้าน ตะโกนเรียกสามีกับลูกชายให้ลุกมาช่วยกันขนของที่เจียงเป่าไห่ซื้อไปส่งบ้านเกา
“เห็นไหม เขาจ่ายทีเดียวสามร้อยหยวนโดยไม่กระพริบตา ยังบอกไม่ต้องทอนอีก แบบนี้ไม่ใช่เศรษฐีได้ยังไง!”
“อ้อ รถเก๋งที่จอดตรงทางเมื่อวานก็ของเขาเหมือนกันนะ!”
ป้าร้านชำพูดจบ เหล่าพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ที่ได้ยินถึงกับตาโตเป็นประกายเต็มไปด้วยความอิจฉา
“ลูกสาวคนโตบ้านเกานี่ไปหาผู้ชายดีๆ มาจากไหนเนี่ย ฉันยังอยากให้ลูกสาวญาติฉันได้แบบนั้นบ้างเลย!”
ป้าร้านชำส่ายมือ “ลืมไปเถอะ คนแบบเขาน่ะ ไม่ใช่แค่รวย หน้าตายังหล่ออีกด้วย สูงโปร่ง ใส่สูทดูดี เหมือนนักแสดงที่เล่นเป็นจักรพรรดิในเรื่อง จักรพรรดิองค์สุดท้าย เลย!”
“เวอร์ชั่นหนังหรือเวอร์ชั่นละคร?”
“ทั้งหนังทั้งละครก็เหมือนหมดนั่นแหละ!”
คนในหมู่บ้านที่เคยดูหนังเรื่องนั้นอาจมีไม่กี่คน แต่ละครโทรทัศน์มีแทบทุกบ้าน
ทุกคนเลยจินตนาการภาพออกทันที พากันอุทาน “งั้นยืนคู่กับลูกสาวบ้านเกานี่ไม่เสียราศีเลยสิ!”
“นั่นสิ!” ป้าร้านชำพูดอย่างภูมิใจ
คนที่ไม่รู้เรื่องคงคิดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนลูกสาวเธอเองด้วยซ้ำ
ส่วนเกาฉิงเหอ ตอนนี้กำลังหลับสนิทในฝัน
ไม่รู้เลยว่าเพียงเช้าวันเดียว ข่าวลือเรื่องที่เธอมีแฟนรวยล้นฟ้า ได้กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว
“แม่เหออยู่ไหม?”
พี่สะใภ้เจิ้งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
ในฐานะคนที่เคยเป็นแม่สื่อระหว่างคนสองคนนี้ พอรู้ว่าหัวหน้าเจียงมาเยี่ยมถึงบ้านเมื่อคืน แถมยังค้างคืน เธอก็ตกใจสุดๆ
ได้ยินข่าวจากป้าร้านชำว่าทุกอย่างดูจะเข้าทาง เลยรีบวิ่งมาดูให้แน่ใจด้วยตัวเอง
พอเข้ามาในบ้าน เห็นโต๊ะกับพื้นเต็มไปด้วยของฝาก ทั้งบุหรี่ เหล้า ปลากระป๋อง นมผง
พี่สะใภ้เจิ้งถึงกับปรบมือเสียงดัง “ดีจริงๆ!”
เกาฉิงเหอที่เพิ่งตื่นเดินออกมาจากห้องคุณยาย ขยี้ตาอย่าง งัวเงีย
พี่สะใภ้เจิ้งจับแขนเธอด้วยความดีใจ “ป้ารู้อยู่แล้ว ว่าพวกเธอสองคนต้องลงเอยกันแน่ๆ!”
เกาฉิงเหอขมวดคิ้วอย่างงุน งง — ลงเอยอะไรกัน?
เธอกวาดตามองไปรอบๆ อย่างง่วง งุน แล้วสงสัยขึ้นมาทันที — แล้วเจียงเป่าไห่หายไปไหน?