ตอนที่ 42
บทที่ 42 ป่าปีศาจ 2
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา โรสต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย—อารมณ์ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต นั่นคือ... ความโกรธ
เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึก ฉุนขาด อย่างแท้จริง ไม่สิ... ต้องเรียกว่า รำคาญใจ อย่างรุนแรงต่อใครบางคนอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา โรสไม่เคยให้ความสนใจกับผู้คนที่เธอมองว่าอ่อนแอหรือไม่อยู่ในระดับเดียวกัน เธอใช้ชีวิตท่ามกลางความเฉยชาต่อสิ่งรอบตัว แต่ครั้งนี้ ความรำคาญที่กัดกินหัวใจกลับไม่ลดละราวกับจะประกาศตัวว่ามีอยู่จริง
แม้จะเคยเจอกันเพียงครั้งเดียว แถมยังเป็นช่วงเวลาสั้นแค่พริบตา แต่ทำไมเขาถึงไม่ซื่อสัตย์เลยในตอนนั้น?
“นายคือลูคัส…?”
“นายเป็นใคร?”
เมื่อภาพเหตุการณ์ในโรงอาหารผุดขึ้น—วันที่เธอเรียกชื่อคนผิดต่อหน้าผู้คน—โรสก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่นด้วยความอับอายและโทสะ
มานาสีทองที่ล้อมรอบร่างเธอสว่างวาบ ราวกับสะท้อนพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ภายใน จิตใจที่เคยสงบนิ่งของเธอถูกกระชากให้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอเคยชินกับการเป็นผู้คุมสถานการณ์เสมอ ควบคุมทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติ แต่การเผชิญหน้าครั้งนั้นกลับทำให้สมดุลที่เธอภาคภูมิใจพังทลาย เหมือนมีใครโยนก้อนหินลงกลางสระน้ำอันเงียบสงบ
เพียงแค่คิดถึงวินาทีนั้น—การตะโกนเรียกชื่อที่เธอเชื่อว่าเป็นเขา—หัวใจของเธอก็เต้นแรงด้วยทั้งความหงุดหงิดและความอยาก เอาคืน จนแทบอดกลั้นไม่อยู่
ทำไมเขาถึงไม่บอกชื่อจริงของตัวเองกันนะ?
จากการพบกันครั้งแรก เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนซื่อสัตย์และมีน้ำใจ แม้ใบหน้าของเขาจะนิ่งเฉยไร้อารมณ์ แต่โรสสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นลึกๆ ในแววตานั้น มิฉะนั้น เขาคงไม่ช่วยเธอจากพวกอันธพาลโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ในฐานะคนที่มองโลกผ่านดวงตาอันไวต่อความรู้สึก โรสรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้พบ “สีสัน” ใหม่ในโลกขาวดำของตน การปรากฏตัวของเขาจุดประกายความหวัง เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกเหมือนพบใครบางคนที่สามารถมอบความหมายใหม่ให้ชีวิต
แต่เมื่อเธอคิดว่าเจอคนๆ นั้นแล้ว เขากลับทำในสิ่งที่เธอไม่มีวันให้อภัย
ไม่นานนัก โรสก็สืบจนรู้ว่าเขาเป็นใคร และนั่นยิ่งทำให้ความโกรธพุ่งสูงขึ้น
เขาเป็นที่รู้จักอย่างมากในหมู่นักเรียนปีหนึ่ง โดยเฉพาะในแผนกอัศวิน แม้แต่นักเรียนในชั้นของเธอก็พูดถึงเขาในฐานะคู่หูที่น่าจับตามองสำหรับการสอบแบบดูโอ้ที่จะมาถึง
การได้รู้ว่าเขาเป็นที่ยกย่องและได้รับความไว้วางใจจากคนรอบตัว ทำให้ความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังในใจของเธอหนักหน่วงยิ่งขึ้น
ไรลีย์ เฮลล์ — นักดาบซ่อนเร้นแห่งแผนกอัศวิน
แม้จะไม่ได้ครองตำแหน่ง อาจารย์ดาบ อย่างเป็นทางการ แต่ด้วยฝีมือที่เกินกว่ามาตรฐาน นักเรียนส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่าเขาสมควรได้รับตำแหน่งนั้น
ไรลีย์มีฉายามากมาย—*ปรมาจารย์ผู้ซ่อนเร้น*, เพชฌฆาต, เจ้าชายที่สาบสูญ, กฎหมายสีทอง, และ อัศวินรูปงามที่สุด
ทว่าฉายาที่ตรึงใจผู้คนมากที่สุด คือ นักดาบซ่อนเร้น ฉายาที่รวบรวมทั้งความลึกลับและความเก่งกาจไว้ในตัวเขา
เขาแข็งแกร่งกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ…
ไรลีย์คืออันดับสามของนักเรียนอัศวินปีหนึ่งที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ แต่ครึ่งหนึ่งของนักเรียนในแผนกเชื่อว่าเขาอาจอยู่ในอันดับต้นของทั้งสถาบัน
มีเสียงกระซิบว่า… เขาอาจแข็งแกร่งกว่าอันดับหนึ่งของชั้น และบางที… อาจเหนือกว่ารุ่นพี่ที่อยู่เหนือเขาด้วยซ้ำ
ชื่อเสียงของไรลีย์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะฝีมือดาบอันร้ายกาจเท่านั้น แต่ยังมาจากบุคลิกที่สุขุมและลึกลับ ทำให้เขากลายเป็นหัวข้อสนทนาและการคาดเดาที่ไม่เคยสิ้นสุด
สไตล์การต่อสู้ของเขาเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความแม่นยำอันเฉียบคมกับพลังดิบที่รุนแรง และเหนือสิ่งอื่นใด—ความคิดเชิงกลยุทธ์ที่แหลมคมทำให้เขาโดดเด่นเหนือเพื่อนร่วมชั้น การอ่านการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้และโต้กลับด้วยความสง่างามราวกับไม่เปลืองแรง กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ตอกย้ำข่าวลือรอบตัวเขา
ซึ่งในสายตาของโรส… มันก็แค่เรื่องไร้สาระ
ดังนั้น การหาว่าเขาเป็นใครจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก และแม้แต่การสืบเรื่องราวของเขาก็ง่ายดาย เพราะมีข้อมูลทั้งภูมิหลังและกิจวัตรประจำวันที่ถูกติดตามอย่างต่อเนื่องโดย “แหล่งข่าวลับ” ที่ชอบเอาข้อมูลมาปล่อย แม้โรสจะมองว่าร้อยละเก้าสิบของข่าวเหล่านั้นไร้สาระสิ้นดี แต่ก็ยังมีอยู่ สามเรื่องสำคัญ ที่เธอไม่อาจมองข้ามได้
---
ประการแรก — ไรลีย์แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ
แข็งแกร่งเสียจนทั้งชั้นเรียนต่างตั้งคำถามว่าทำไมเขาถึงได้แค่อันดับสาม หลายคนเชื่อว่าเขาควรได้อันดับสอง หรือกระทั่งอันดับหนึ่งเสียด้วยซ้ำ และความคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพื่อนร่วมชั้น—แม้แต่นักเรียนที่ติดอันดับสูงสุดก็ยังเห็นด้วยโดยไม่ลังเล
ฝีมือของเขาปรากฏให้เห็นชัดต่อหน้าผู้ที่มีโอกาสได้ดูเขาลงมือ การยอมรับในความสามารถของเขาจึงเป็นเอกฉันท์ แต่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการกลับดูไม่สะท้อนความจริงแม้แต่น้อย
---
ประการที่สอง — เขามักไปไหนมาไหนกับ “ซอ” อันดับหนึ่งของชั้น
มีข่าวลือไม่จบสิ้นว่าทั้งคู่กำลังคบกันอย่างลับๆ และแม้โรสจะบอกตัวเองว่ามันไร้สาระและไม่ควรใส่ใจ แต่ความเป็นไปได้ที่เล็ดลอดเข้ามาในหัวก็สร้างความรำคาญไม่น้อย มันเหมือนเพิ่มเงื่อนปมให้ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาซับซ้อนขึ้นไปอีก
---
ประการที่สาม — เขาเป็น พวกบ้าการฝึกซ้อม
ไรลีย์ฝึกตั้งแต่รุ่งสางจนตะวันลับขอบฟ้าแทบทุกวัน แทบไม่เคยก้าวออกจากห้องฝึกส่วนตัว เรื่องที่ควรจะเป็นความลับนี้หลุดออกมาสู่สาธารณะได้เพราะสาวใช้ปากไว… และทองไม่กี่เหรียญ
ข่าวนี้ทำให้โรสได้เห็นอีกแง่มุม—ความทุ่มเทอย่างบ้าคลั่งที่แทบไม่หยุดพัก
---
และสุดท้าย… คือเรื่องที่เธอรับได้ยากที่สุด—ไรลีย์ดูเหมือนจะสนิทกับ “เจ้าหญิงสโนว์ไวท์” คู่แข่งตัวฉกาจของเธอ
การที่เขาสนิทกับผู้หญิงคนอื่น โรสไม่เคยใส่ใจนัก เพราะในสายตาของเขา เธอก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าหรืออย่างมากก็คนรู้จักผ่านๆ เท่านั้น
แต่ สโนว์… คือข้อยกเว้น
ตั้งแต่วันแรกของชั้นเรียน สโนว์ก็เป็นหนามยอกอก คอยกวนใจและรบกวนเธอเสมอ เพียงแค่คิดว่าไรลีย์อาจสนิทกับผู้หญิงคนนั้นก็ทำให้ความหงุดหงิดในใจปะทุขึ้นทันที
“สวัสดีค่ะ คุณคือโรส บริลเลียนซ์ใช่ไหม?”
เพียงแค่เห็นครั้งแรก โรสก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างไร
ด้วยดวงตาที่มองลึกเกินกว่าที่คนทั่วไปมองเห็น โรสรู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มสดใสและท่าทีอบอุ่นของสโนว์นั้น… แฝงไว้ด้วยความมืดที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าที่เธอเคยพบมา มันซ่อนอยู่ลึกในรอยยิ้มสีขาวราวหิมะ เป็นเงามืดที่ดูเหมือนจะมีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็นได้
เพราะอย่างนั้น โรสจึงมั่นใจ—หากไรลีย์เข้าใกล้สโนว์มากเกินไป ปัญหาย่อมเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ใช่แค่กับเขา แต่กับเธอด้วย
เธออันตรายเกินไปสำหรับเขา…
อิทธิพลของสโนว์เหมือนหมอกพิษที่ซึมลึกเข้าสู่ชีวิตของผู้คนรอบข้าง กัดกร่อนและทำลายทุกสิ่งที่สัมผัส
---
นั่นคือรายละเอียดที่โรสจดจำได้ชัดเจนเกี่ยวกับไรลีย์
จากข้อมูลที่เธอรวบรวม—เขาเป็นคนลึกลับ แข็งแกร่ง และมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมองจากจำนวนหญิงสาวที่เดินเข้ามาหาเขาอยู่เป็นระยะ
การปรากฏตัวของเขาและฝีมือที่ไม่อาจปฏิเสธได้ดึงดูดผู้คนเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ และผลกระทบที่เขาสร้างไว้ต่อคนรอบตัว… ชัดเจนเกินปฏิเสธ
แต่ที่น่าแปลกคือ—การจะ “เข้าใกล้” เขากลับยากกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้
ตลอดชีวิต โรสได้สิ่งที่ต้องการเพียงแค่เอ่ยปาก โลกเคยง่ายสำหรับเธอเสมอ
แต่ครั้งนี้… เธอเริ่มรู้สึกแล้วว่าทุกอย่างอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
การรับมือกับไรลีย์—ช่างซับซ้อนกว่าที่เธอคิดไว้มากนัก…
หลังจากการพบกันครั้งแรก โรสเคยหวังว่าตนจะสามารถค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปใกล้เขาได้ทีละน้อย
ทว่าตอนนี้เธอก็รู้แล้ว—มันเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าเขามุ่งมั่นอยู่กับการฝึกซ้อมและการพัฒนาตนเองจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สิ่งอื่นใดเข้ามาแทรก
ความทุ่มเทของไรลีย์มั่นคงราวกับภูผา เขาสละเวลาหลายชั่วโมงไปกับการขัดเกลาทักษะ ผลักดันร่างกายและจิตใจจนถึงขีดจำกัด ความมุ่งมั่นที่มุ่งไปในทิศทางเดียวนี้ ทำให้เขาทั้งน่าเกรงขามและยากจะเข้าถึงอย่างเหลือเชื่อ
ในช่วงเวลาที่โรสว่าง เขาก็แทบจะหลอมรวมตัวเองเข้ากับห้องฝึกซ้อมส่วนตัว จนความคืบหน้าในแผนการของเธอแทบไม่ขยับเลย
โรสรู้ดีว่าวิธีการตามปกติที่เคยใช้เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการจะใช้ไม่ได้กับผู้ชายคนนี้—ไรลีย์ไม่ใช่คนที่จะถูกชักจูงหรือดึงสมาธิออกจากเป้าหมายได้ง่ายๆ
เพราะอย่างนั้น เธอจึงเลือกที่จะ “นิ่ง” ไปก่อน รอเวลาอย่างอดทน เฝ้ารอโอกาสที่เหมาะสมเพื่อดึงสายตาของเขามาหาตน การเร่งรีบโดยไร้แผนจะมีแต่ผลลัพธ์ตรงข้าม—ผลักเขาให้ห่างออกไป
เธอจะคอยสังเกตจากระยะไกล จับตาพฤติกรรม จดจำจังหวะชีวิตของเขา และรอวันที่จะสามารถผสานตัวเองเข้าไปในโลกของเขาได้อย่างแนบเนียน
และใช่—มันฟังดูสนุก…
สำหรับโรส ชีวิตที่ดีที่สุด คือชีวิตที่เธอทำให้มัน “สนุกที่สุด”
ความจริงแล้ว เธอมักทำตามที่คนรอบข้างคาดหวัง โดยไม่ใส่ใจจะชื่นชมผลลัพธ์นั้นด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เมื่อเธอตระหนักว่าตัวเอง “สมบูรณ์แบบเกินไป” โลกก็เริ่มจืดชืด ไร้สีสัน
แต่ตอนนี้… ในโลกขาวดำที่เคยมี เธอเห็น “เพียงสีเดียว” ที่โดดเด่นขึ้นมา—และมันอยู่รอบตัวไรลีย์ เธอรู้ทันทีว่าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อมองและเข้าใจสีนี้อย่างชัดเจน
เมื่อเธอไขความลับของสีที่รายล้อมเขาได้ บางที… ความสุขที่แท้จริงอาจกลับมาสู่เธอ
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่โรสรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นอย่างแท้จริง—ไรลีย์คือจุดเปลี่ยนจากชีวิตซ้ำซาก เป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสสิ่งที่แท้จริงและลึกซึ้ง
อารมณ์ที่เขาปลุกขึ้นในใจเธอ ทั้งแปลกใหม่และเร้าใจ และเธอตั้งใจจะสำรวจมันอย่างถึงที่สุด
---
เมื่อวันที่การสอบแบบดูโอมาถึง โรสมีเพียงเป้าหมายเดียวในหัว—ทำให้ทุกอย่างสนุกที่สุด… และแก้แค้นเขาที่กล้าโกหกเธอ
ความคาดหวังซ่านอยู่ในอากาศเมื่อเธอแหวกฝูงนักเรียน ดวงตากวาดมองหาหน้าคุ้นเคย แผนการที่เธอวางไว้อย่างรอบคอบพร้อมจะทำให้เขา “ตั้งตัวไม่ทัน”
“ลูคัส\~? นายเป็นคู่หูของฉันสำหรับการสอบวันนี้ได้ไหม?”
น้ำเสียงหวานปนซุกซนเอ่ยออกมา และในขณะที่คำพูดยังลอยอยู่กลางอากาศ เธอก็หัวเราะในใจกับสีหน้าของเขา—ทั้งตึงเครียดและประหลาดใจ
เดิมทีเธอเคยคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนไร้อารมณ์ แต่ประกายตาในตอนนี้กลับพิสูจน์ว่าเธอคิดผิด
เขาไม่ใช่คนไร้ความรู้สึก… เขาเพียงแค่เก่งเหลือเกินในการซ่อนมันเท่านั้น