CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 79

บทที่ 78: คืนแห่งจันทร์คู่

“พี่คิดว่าเราจะได้เห็นดาวตกคืนนี้ไหม?”

ลิเลียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแฝงความตื่นเต้น ดวงตากลมโตของเธอเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่เฝ้ารอปาฏิหาริย์จากท้องฟ้ายามราตรี

“อาจจะนะ… ท้องฟ้าคืนนี้ค่อนข้างแจ่มใส ใครจะไปรู้”

ลิลี่ตอบพลางแกว่งปลายเท้าเบา ๆ เหนือขอบที่นั่งชั่วคราว ซึ่งพวกเธอใช้เป็นมุมพักพิงหลังจากเสร็จสิ้นการล่า

ยามนี้ ทั้งคู่กำลังผ่อนคลายอยู่ข้างน้ำพุกลางจัตุรัสเมือง ในย่านการค้าคึกคัก หลังจากที่ภารกิจล่าคราวนี้จบลงอย่างง่ายดายกว่าที่คาดไว้ ทำให้มีเวลาว่างเหลือเฟือได้ดื่มด่ำกับชีวิตกลางคืนของโรงเรียน

“วันนี้นักเรียนเยอะจริง ๆ เลยนะ พี่สาว”

ลิเลียนพึมพำขณะมองกลุ่มนักเรียนที่จับกลุ่มหัวเราะ ดื่ม และหยอกล้อกัน ท่ามกลางบรรยากาศราวงานเทศกาล

“ส่วนใหญ่ก็พวกรุ่นพี่ที่กำลังจะจบกันแล้วล่ะ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ”

ลิลี่ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

“อย่างนั้นเหรอ…”

ลิเลียนเอียงคอเล็กน้อย สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย พลางมองนักเรียนที่ดื่มกันอย่างเพลิดเพลิน—ไม่ว่ามองมุมไหน ก็เหมือนพวกเขากำลังใช้สิทธิพิเศษที่มีอย่างฟุ่มเฟือยเกินควร

“โอ้ ใช่เลย พี่สาว… ไหน ๆ เราก็มีงบเหลือเยอะแล้ว ทำไมพรุ่งนี้เราไม่ไปซื้อชุดใหม่กันล่ะ?”

เสียงของเธอเจือความตื่นเต้น พร้อมรอยยิ้มที่ยากจะปิดบัง

“เธออยากเอาเงินเราไปใช้กับของไร้สาระแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”

น้ำเสียงของลิลี่แฝงความรำคาญอย่างชัดเจน

“โอ้ ได้โปรดเถอะ! ฉันรู้นะว่าพี่ก็อยากได้เหมือนกัน เราน่ะเอาแต่ซื้ออาวุธกับเครื่องมือสังหารตลอดเวลา… บ้างครั้งเราก็ควรซื้ออะไรให้ตัวเองบ้างสิ! เผลอ ๆ อาจจะเจอผู้ชายรวย ๆ ที่ไหนสักคนก็ได้นะ ฮิฮิฮิ~”

“อย่ามา ‘ฮิฮิฮิ~’ กับฉันนะ ผู้ชายมีประโยชน์อะไรในชีวิตเรากัน? อีกอย่าง เรื่องเสื้อผ้าน่ะค่อยว่าทีหลังก็ได้… เธอรู้ใช่ไหมว่าเรากำลังจะหมดเสบียงสำหรับยาพิษทำให้เป็นอัมพาตของเธอแล้ว? เราต้องเก็บเงินไว้ใช้ตรงนั้นก่อน”

“เอ๋~ ก็แค่หาลูกค้าเพิ่มอีกหน่อยเอง เงินพวกนั้นหาได้ในพริบตา! แล้วอย่าลืมสิว่าชุดใหม่ก็สำคัญกับผู้หญิงในวัยของเรานะ! พี่ก็เคยพูดเองไม่ใช่เหรอ ว่าอยากเดทกับผู้ชายสูงศักดิ์ หล่อเหลาในสักวันหนึ่ง… แล้วจะทำแบบนั้นได้ยังไงถ้าใส่ชุดเดิมซ้ำไปซ้ำมา?”

ลิลี่ถอนหายใจยาว มองน้องสาวด้วยคิ้วที่ยกขึ้นเล็กน้อย—ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ลิเลียนเริ่มสนใจเรื่องเพศตรงข้าม?

พวกเธอเติบโตมาด้วยกันตลอด ลิลี่รู้จักน้องสาวดีกว่าที่อีกฝ่ายรู้จักตัวเองเสียอีก… แต่ครั้งนี้ การได้ฟังลิเลียนพูดถึงชุดและผู้ชายทำให้หัวใจเธอถูกกัดเซาะด้วยความกังวล

แน่นอนว่าเธอรู้ดี—อายุเท่านี้ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดา และแม้แต่ตัวเธอเองก็เคยเผลอคิดถึงมันบ้าง… ทว่ามันก็เป็นเพียงภาพฝันที่อยู่ในนิยาย “จะเป็นอย่างไรถ้า” เท่านั้น

ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความรัก… ไม่ใช่สิ่งที่รอคอยคนอย่างพวกเธอ ซึ่งดำดิ่งอยู่ในเงามืดของโลกนี้ การหาผู้ชายไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่สำหรับพวกเธอ… การหลีกเลี่ยงความคิดเช่นนั้นน่าจะปลอดภัยที่สุด

“ลิเลียน… เธอรู้ใช่ไหมว่าเราไม่มีสิทธิ์มีความสัมพันธ์แบบนั้น?”

น้ำเสียงของลิลี่เข้มขึ้น ความตระหนักรู้ต่อ “ผู้ชาย” เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การลงลึกไปกว่านั้น… เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง

ลิเลียนมองพี่สาวด้วยแววตาที่ผสมระหว่างความสับสนกับท้าทาย

“ทำไมล่ะ… พี่สาว?”

“เราเป็นนักฆ่า… เธอก็รู้ว่าราคาของการเล่นบทบาทแบบนั้นในโลกนี้มันคืออะไร”

แม้สีหน้าของเธอจะบอกว่ามีคำโต้แย้งอยู่เต็มหัว แต่สุดท้าย ลิเลียนก็เพียงส่ายหน้า และยกแก้วเลมอนเนดสีน้ำเงินขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแทน

ท้ายที่สุด—พี่สาวของเธอก็พูดถูกทุกอย่าง

เพียงแต่การยอมรับในตอนนี้… ก็เท่ากับหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันได้เท่านั้นเอง

ลิเลียนเหลือบมองพี่สาวอีกครั้ง หลังจากที่ใจของเธอเริ่มสงบลง

“…งั้นเราซื้อชุด อย่างน้อยก็สักชุดได้ไหม?” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตากลมโตแฝงความอ้อนวอนจนแทบปฏิเสธไม่ลง

ลิลี่ถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก

“ก็ได้… แต่ต้องแน่ใจว่าจะไม่ใช้เงินเกินงบนะ?”

“ฮิฮิ~ พี่สาวดีที่สุดเลย!”

“ห-หยุดกอดฉันแน่นขนาดนั้นสิ! เครื่องดื่มฉันจะหกแล้ว!”

“ฮิฮิ ไม่มีทางหรอก!”

ลิเลียนกอดแน่นขึ้นอีก พลางหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นสีหน้าเก้อเขินของพี่สาว—ภาพที่ไม่ว่าดูสักกี่ครั้งก็ยังน่าขบขันเสมอ ยิ่งเมื่อเธอพยายามทำตัวดีหรือพูดอะไรตรงไปตรงมา ปฏิกิริยาของลิลี่ก็มักจะคุ้มค่าแก่การแกล้งเสมอ

“เอาล่ะ ๆ เธอชนะแล้ว” ลิลี่เอ่ย พยายามทำเสียงหงุดหงิดแต่ก็ปิดรอยยิ้มไม่มิด มือค่อย ๆ ดันน้องสาวออกอย่างระวังไม่ให้เครื่องดื่มหก “แต่ห้ามทำให้เป็นนิสัยนะ”

ลิเลียนยิ้มกว้าง “สัญญา! ฉันจะหาชุดที่สมบูรณ์แบบ แถมราคาไม่แพง พี่จะได้เห็นเอง!”

“หึย~ ฉันก็หวังให้ความฝันของเธอเป็นจริงนะ… พี่สาว” เธอถอนหายใจด้วยท่าทีเหมือนครุ่นคิด

“ความฝันอะไร?” ลิลี่เลิกคิ้วถาม

“ก็ความฝันของพี่ไง ที่อยากแต่งงานกับขุนนางสูงศักดิ์ หล่อเหลา”

“โอเค อย่างแรกเลย นั่นไม่ใช่ความฝันของฉัน เธอคงจำผิดเอาคำพูดของเธอมายัดให้ฉัน และอย่างที่สอง เรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นได้หรอก ไม่มีขุนนางสูงศักดิ์หล่อเห-”

“ลิลี่ และลิเลียน… ใช่พวกเธอรึเปล่า?”

เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นขัดบทสนทนา ทั้งคู่ค่อย ๆ หันกลับไป สีหน้าเปลี่ยนจากหยอกล้อเป็นเคร่งระวังในทันที

ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอคือชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง แววตาของเขาจริงจังและลึกซึ้ง

“…ไรลีย์?”

ฝาแฝดเอ่ยชื่อพร้อมกันทันทีที่จำได้ว่าเขาเป็นใคร ไรลีย์—บุคคลที่โด่งดังในโรงเรียน มักถูกพบเดินเคียงข้างซอ กเยอุล ผู้มีชื่อเสียง และเมื่อไม่นานมานี้ยังมีข่าวเชื่อมโยงกับโรส บริลเลียนซ์อีกด้วย

ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักกันดีท่ามกลางนักเรียน เพราะความสัมพันธ์อันลึกลับกับเจ้าหญิงสโนว์ รวมถึงนักเรียนหญิงระดับแนวหน้าอีกหลายคน

“ดูเหมือนผมจะไม่ต้องแนะนำตัวแล้วสินะ” ไรลีย์ยิ้มบาง ๆ

“คุณต้องการอะไร?” ลิลี่ถามเสียงคม ท่าทางของเขาอาจดูผ่อนคลาย แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่แฝงอยู่

ในฐานะเพื่อนร่วมชั้น เธอรู้ดีว่าไรลีย์เป็นหนึ่งในนักเรียนที่ทั้งพิเศษและยากจะคาดเดา ที่สำคัญ เขามีสายสัมพันธ์กับบุคคลทรงอิทธิพลมากมาย ลิลี่เคยคิดเสมอว่าเส้นทางของพวกเขาไม่มีวันบรรจบกัน… แต่บัดนี้ เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้า และดูเหมือนมีบางอย่างต้องการจากพวกเธอ

“อย่าระแวงนักเลย ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย” ไรลีย์เหลือบมองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าบทสนทนานี้จะไม่ถูกใครได้ยิน

“ผมมีข้อเสนอให้—ข้อเสนอที่ผมมั่นใจว่าพวกคุณจะสนใจมาก”

ลิลี่กับลิเลียนสบตากัน สื่อสารความระมัดระวังอย่างเงียบงัน

แต่ความอยากรู้อยากเห็นของลิเลียน… ก็ชนะเธอในที่สุด

“ข้อเสนอแบบไหน?” ลิลี่ถาม น้ำเสียงแฝงความระมัดระวังอย่างเห็นได้ชัด

“มีดสั้นคาราก้า… อยากรู้ที่ตั้งของมันไหม?”

ไรลีย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

ทว่าปฏิกิริยาที่ตอบกลับมาจากคู่สนทนาตรงหน้าไม่ได้อ่อนโยนแม้แต่น้อย—ในพริบตา ดวงตาของพวกเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงชาดดั่งโลหิตสด ร่างกายขยับอย่างรวดเร็วราวกับภาพพร่าเลือน

ใบมีดสั้นสีดำปรากฏขึ้นในมือ จ่อห่างหัวใจ ลำคอ และขมับของเขาเพียงไม่กี่นิ้ว

“นายเป็นใคร?” ลิลี่ถามเสียงเย็นจัด ออร่าที่แผ่จากคมมีดนั้นข่มขู่ราวกับพร้อมตัดคอเขาได้ทุกเมื่อ

“คุณมีข้อมูลเกี่ยวกับมรดกของอาจารย์ได้อย่างไร?” ลิเลียนเสริม น้ำเสียงแฝงแรงคุกคามไม่แพ้กัน

“พูดมา… ก่อนที่เราจะตัดหัวนาย”

แม้ภัยคุกคามจะกดดันถึงขั้นชี้คมดาบสู่ชีวิต รอยยิ้มอ่อนโยนก็ยังไม่เลือนหายจากริมฝีปากของไรลีย์ ดวงตาสีฟ้าคมลึกไล่มองนักฆ่าฝาแฝดด้วยแววสนใจ

…เอาล่ะ ฉันก็พอเดาได้ว่าจะเป็นแบบนี้ แต่ให้ตายสิ—น่ากลัวเป็นบ้า!

ฉันรู้ว่าที่พูดออกไปเมื่อครู่มันคือเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับพวกเธอ แต่ถึงขั้นขู่ฆ่าแบบนี้… มันก็หุนหันเกินไปหน่อยหรือเปล่า!?

ทว่าพอเห็นแววตาจริงจังของพวกเธอ ฉันก็รู้ทันทีว่าพวกเธอไม่ได้ล้อเล่น ไม่ว่าฉันจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นหรือแข็งแกร่งแค่ไหน… ถ้าเป็นเรื่องของอาจารย์ พวกเธอก็พร้อมจะฆ่าและตายเพื่อปกป้องได้อย่างไม่ลังเล

ฉันวางแผนมาหลายวิธีเพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเธอ และทำให้มั่นใจว่าพวกเธอจะเข้าร่วมภารกิจเสริมนี้กับฉัน แต่โธ่เอ๊ย… ตอนนี้พวกเธอให้ “ความสนใจ” ฉันเกินกว่าที่ตั้งใจไว้เสียอีก—แรงกระหายเลือดหนาแน่นปกคลุมในอากาศ กระตุ้นประสาทสัมผัสฉันให้ตื่นตัวถึงขีดสุด

ในเกม เคยมีบรรยายว่าพวกเธอมี “การปรากฏตัวของนักฆ่าผู้ช่ำชอง” ที่เพียงแรงอาฆาตก็ทำให้เสือหยุดนิ่งเพราะความกลัวตาย… และบอกเลยว่ามัน ไม่ได้พูดเกินจริงแม้แต่น้อย

เพียงแค่สบตา ความกดดันและภัยคุกคามที่พวกเธอปล่อยออกมา ก็เพียงพอให้การเคลื่อนไหวผิดเพียงเสี้ยววินาที… หรือคำพูดผิดเพียงหนึ่งประโยค ทำให้หัวของฉันปลิวได้จริง ๆ

ฉันสูดลมหายใจลึก รักษาภายนอกให้ดูสงบแม้ภายในจะเต็มไปด้วยความปั่นป่วน

สิ่งหนึ่งที่ฉันเรียนรู้จากเส้นทางพิเศษใน DLC ของพวกเธอก็คือ—อย่าคิดเล่นกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์เด็ดขาด ถ้าจะเอ่ยคำว่า “คาราก้า” ต่อหน้าพวกเธอ คุณต้องจริงจังเต็มร้อย เพราะสำหรับพวกเธอ อาจารย์คือทุกสิ่ง

โชคดีที่สกิล หน่วงเวลา ทำงานอัตโนมัติ… เพราะฉันไม่อาจเดาได้เลยว่าหัวฉันจะยังอยู่ติดบ่าไปถึงเมื่อไหร่ในสถานการณ์แบบนี้

ฉันผ่อนลมหายใจ กวาดตามองฝาแฝดตรงหน้าอีกครั้ง

“ไรลีย์ เฮลล์… นั่นคือชื่อของผม ผมเชื่อว่าพวกคุณ—”

“รู้เรื่องนั้นแล้วใช่ไหม?”

“เฮ้… แกอยากตายหรือไง?” ลิลี่คำรามใส่ ราวสัตว์ร้ายที่กำลังตั้งท่าจะขย้ำ

ความดุดันในน้ำเสียงชัดเจน—เธอคิดว่าฉันกำลังยั่วเล่น แต่ที่จริงแล้ว… ฉันพูดอย่างจริงจังที่สุด

“พูดมา—คุณเป็นใครกันแน่? ใครพาคุณมาที่นี่? ทำไมคุณถึงรู้เรื่องมรดกของอาจารย์เรา? และทำไมต้องมาหาเรา?”

เสียงของลิเลียนดังขึ้นจากด้านหลัง เต็มไปด้วยคมเขี้ยวของอันตรายที่พร้อมจะกัดฉันให้ขาดเป็นชิ้น ๆ หากฉันพลาดเพียงก้าวเดียว

…ถอนหายใจเฮือก แม้จะเป็นนักฆ่ามืออาชีพ แต่พวกเธอก็ยังหุนหันพลันแล่นไปตามอารมณ์เกินไปหน่อยไม่ใช่หรือไง?

พวกเธอถามว่าฉันเป็นใคร ใครนำฉันมาที่นี่—แต่คำตอบที่แท้จริงคือ ไม่มีใครนอกจากตัวฉันเอง และแน่นอนว่าฉันไม่อาจบอกพวกเธอได้ว่าฉันรู้ทั้งหมดนี้เพราะเคย “เล่นเกม”

ท้ายที่สุด…

“มันสำคัญจริง ๆ เหรอ?” ฉันเอ่ยออกไป

“อะไรนะ?”

“ลิลี่… ลิเลียน… นักฆ่าสองคนสุดท้ายจากกิลด์ ม่านโลหิต ที่เลื่องชื่อ—ผมคิดว่าคนในระดับพวกคุณคงเข้าใจธรรมเนียมของนักฆ่าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ความลับและความเป็นส่วนตัว… มันไม่ใช่กฎพื้นฐานข้อแรก ๆ หรือไง?”

“ห๊ะ?”

“ผมยังไม่ได้พูดตรง ๆ เหรอ… ผมมาที่นี่เพื่อว่าจ้างพวกคุณ ช่วยผม แล้วผมจะบอกที่ตั้งของมรดกอาจารย์ของพวกคุณให้รู้”

“อีกครั้งนะ… ทำไมเราต้อง—”

“เพราะถ้าไม่… พวกคุณจะตายตรงนี้” ฉันพูด พลางเร่งมานาให้ปกคลุมร่างกาย

“นั่น… คำขู่เหรอ?”

“ไม่…”

แต่ถ้าพวกเธอเลือกเดินไปในเส้นทางนั้น และพยายามจะฆ่าฉัน—มันก็อาจจะกลายเป็นเช่นนั้น

แม้ตอนนี้ฉันจะถูกประกบประชิดอยู่ในสภาพเสียเปรียบชัดเจน แต่ไม่ได้รู้สึกเลยว่าตัวเองจะแพ้ ด้วย หน่วงเวลา ที่ติดตัว และกลเม็ดอีกสองสามอย่างที่มี… ฉันรู้ว่าฉันเอาชนะได้

ดวงตาของลิลี่เบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของมานา—การยอมรับเงียบ ๆ ว่าฉันมีพลังที่ไม่น่ามองข้าม

ลิเลียนกลับจับมีดสั้นแน่นกว่าเดิม ดวงตาหรี่ลงอย่างระแวดระวัง ประเมินทุกการเคลื่อนไหว

ความตึงเครียดกดทับอยู่ในอากาศ หนักหน่วงจนหายใจลำบาก—แต่ละวินาทีที่ผ่านไปราวกับยืดขยายเป็นชั่วโมง ขณะที่เรายืนประจันหน้ากันโดยไม่มีใครยอมใคร

“ทำไมเราต้องเชื่อคุณ?” ลิเลียนเอ่ยในที่สุด น้ำเสียงมั่นคง แต่แฝงความระมัดระวังอยู่ลึก ๆ

“เพราะผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหกพวกคุณ” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ “แต่กลับกันพวกคุณต่างหากที่เป็นฝ่ายได้ ฟังนะ—ผมเข้าใจดีว่าพวกคุณระแวง มรดกของอาจารย์สำคัญเกินกว่าจะฝากความไว้ใจกับคนแปลกหน้าได้ง่าย ๆ แต่ลองคิดดู… ถ้าผมยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อมาหาพวกคุณพร้อมข้อมูลนี้ มันไม่สะท้อนถึงความจริงใจของผมเลยอย่างนั้นเหรอ?”

ฉันค่อย ๆ ล้วงถุงใส่เจมออกมาจากกระเป๋า ยื่นไปทางลิลี่อย่างระมัดระวังและนิ่งที่สุด—ตั้งใจไม่ให้ท่าทีใด ๆ ดูเหมือนการยั่วยุอีก

“หนึ่งแสนเจม… และอีกหนึ่งแสนถ้าพวกคุณทำภารกิจสำเร็จ สนใจหรือยัง?”

ลิลี่จ้องถุงนั้นด้วยแววตาที่ผสมกันระหว่างความอยากรู้อยากเห็นกับความระแวดระวัง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักในใจ

เพียงเสี้ยววินาที เธอเหลือบมองน้องสาว—การสื่อสารเงียบงันระหว่างพวกเธอผ่านสายตาเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนที่บรรยากาศตึงเครียดจะคลายลงเล็กน้อย ลิลี่ลดมีดสั้นลง แม้ท่าทางระวังก็ยังคงอยู่

“ก็ได้… แต่คุณต้องอธิบายให้เราฟัง ว่าทำไมคุณถึงรู้เรื่องอาจารย์ของเรา” น้ำเสียงเธอหนักแน่นและชัดเจนว่าไม่เปิดให้ปฏิเสธ

“แน่นอน…” ฉันตอบรับ แม้ในใจจะไม่แน่ใจนักว่าควรเปิดเผยได้มากแค่ไหน

“คุณต้องการให้เราทำอะไร?” ลิเลียนเอ่ยบ้าง เสียงเธอสงบ แต่มีความสงสัยแฝงอยู่ในทุกคำ

“ผมแค่ต้องการให้พวกคุณช่วยผม… กับดันเจี้ยนเล็ก ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นคืนนี้เท่านั้น”

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์