ตอนที่ 167
บทที่ 166: คุณหนูซอ???
บทที่ 166 : คุณหนูซอ???
เสียงเข็มนาฬิกาดังติ๊ก ๆ ทั้งความเงียบยิ่งทำให้ได้ยินดังก้อง และชัดเจนขึ้น เสียงยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ ราวกับเน้นย้ำว่าเวลายังคงเคลื่อนไปไม่หยุด
ขณะเดียวกัน ลมเย็นจากภายนอกก็ลอดผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ แผ่วเบาแต่เย็นจัด เติมความหนาวให้กับบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้ว
หลังเหตุการณ์ชวนกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ยูอิก็จัดการแต่งตัวให้ซออย่างรวดเร็ว และตอนนี้ฉันก็นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีเธอนั่งฝั่งตรงข้าม
ซอนั่งนิ่ง มือทั้งสองวางอยู่บนขอบจาน คล้ายกับกำลังยึดเหนี่ยวตัวเองไม่ให้หลุดลอยไปกับความอึดอัดตรงหน้า
ดวงตาของเธอไม่ได้มองฉัน... แต่จ้องอยู่กับอาหารที่ยังไม่ได้แตะเลยแม้แต่นิด
แม้จะนั่งอยู่แค่ไม่กี่นาที แต่ความเงียบระหว่างเราก็หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
ความกระวนกระวายและความอายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ไม่มีใครเอ่ยถึง ไม่มีใครรู้จะเริ่มจากตรงไหน
ท้องของฉันร้องเบาๆ เตือนถึงความหิวที่ยังคงค้างอยู่
ถ้าจะลงมือกินทันที... ในขณะที่ซอยังดูไม่ปกติแบบนี้ มันก็ดูจะไร้มารยาทเกินไป
ฉันขอโทษเธอไปแล้ว…อย่างเต็มที่
บอกว่าเป็นความผิดของฉันทั้งหมด ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ
มันเป็นสิ่งที่ควรทำ ในแง่ของจริยธรรมก็ใช่ แต่ดูเหมือนคำพูดของฉันจะไปไม่ถึงเธอสักนิดเดียว
ซอยังไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะสบตา
ท่าทีที่มั่นใจและเด็ดขาดแบบที่ฉันเคยเห็น…หายไปหมด
ตอนนี้เธอเหมือนคนที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
แค่ขยับตัวนิดเดียว ก็เหมือนจะพังลงทั้งคน
ซอไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญด้านการเข้าสังคมอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ฉันยังแอบกลัวว่าเธออาจจะไม่เข้าใจความหมายของเหตุการณ์เมื่อครู่เลยด้วยซ้ำ
แต่พอเห็นเธอเป็นแบบนี้… ฉันก็รู้ทันทีว่า ฉันประเมินเธอต่ำเกินไป
เธอรู้… และรู้ดีเสียด้วย ว่ามันหมายถึงอะไร
นั่นทำให้ความเงียบระหว่างเรา ยิ่งแทรกไม่ออกเข้าไปทุกที
"......"
มันคงจะดีมาก ถ้ายูอิยังอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยก็ช่วยเป็นสะพานเชื่อมบทสนทนา หรือเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องอื่นบ้าง แต่แม่บ้านของฉันเลือกที่จะถอยออกไปอย่างว่องไว ราวกับตั้งใจทิ้งฉันไว้ในสนามอารมณ์ที่ไม่รู้จะเดินยังไงต่อ
สำหรับบางคน เหตุการณ์แบบนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่
อาจจะหัวเราะกลบเกลื่อน แล้วทำเป็นลืม ๆ ไป
แต่สำหรับซอ... มันไม่ใช่แบบนั้นเลย
เด็กสาวที่แทบจะไม่เคยเข้าสังคมมาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเริ่มต้นบทสนทนาแบบนี้ยังไง
และก็ดูเหมือนว่า... เธอเองก็ไม่ได้อยากเริ่มพูดอะไรด้วยเหมือนกัน
แต่ถ้าฉันปล่อยให้มันเงียบแบบนี้ต่อไป เราคงติดแหงกอยู่ในบรรยากาศกระอักกระอ่วนแบบนี้ไปอีกนาน
ฉันมองเธอ… เห็นได้ชัดว่าดวงตาของเธอยังคงก้มต่ำ มือสองข้างกำแน่นอยู่บนตัก เหมือนอยากทำตัวให้เล็กลงจนหายไปจากตรงนี้
แต่นั่นไม่ช่วยอะไรเลย
"ซอ..." ฉันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเบาแต่ตั้งใจให้ผ่านความเงียบนี้ไปให้ได้
"...." เธอไม่ตอบ…แต่ไหล่ข้างหนึ่งกระตุกเบาๆ สัญญาณว่ากำลังฟังอยู่
"ฉันรู้ว่าพูดไปแล้วก็เหมือนซ้ำซาก แต่... ขอโทษจริงๆ นะ เรื่องเมื่อกี้มันเป็นอุบัติเหตุทั้งหมด ฉันสาบานว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก—"
"ม–ไม่เป็นไร... มันเป็นความผิดของฉันตั้งแต่แรกแล้ว... ด–ดังนั้นลืมมันไปเถอะ ต–ตกลงมั้ย?"
เสียงของเธอสั่น…เหมือนจะร้องไห้ แต่ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันจนได้
ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเปราะบาง และฉันมองเห็นชัดเจนว่า…เธอกำลังพยายามอย่างมาก ที่จะไม่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา
แค่เห็นเธอพยายามก้าวผ่านความอึดอัดนี้
ฉันก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“...โอเค” ฉันพยักหน้าเบา ๆ รับคำตอบนั้น
ไม่จำเป็นต้องขุดมาพูดถึงอีก เธอจะได้ไม่รู้สึกผิดมากกว่านี้
ถึงความอึดอัดจะยังไม่คลายหายไปทันที
แต่แค่ซอเริ่มเปิดใจพูดอะไรออกมาบ้าง ฉันก็ถือว่าเดินมาได้อีกก้าว
ฉันรู้ดีว่าถ้ายังเอาแต่จมอยู่กับความเงียบนี้ จะไม่มีใครได้อะไรเลย จึงตัดสินใจเบนบทสนทนาไปยังเรื่องอื่น
"แล้วนี่… ทำไมเธอถึงมาที่นี่เหรอ ซอ?"
ที่นี่คือหอพักชายนะ…
ถึงเธอจะมีสกิลพรางตัวก็เถอะ แต่ถ้าโดนจับได้เข้า แม้แต่ครั้งเดียว ชีวิตสังคมของเธอในสถาบันนี้ก็อาจจบเห่เอาได้ง่ายๆ
พวกนักเรียนที่นี่น่ะ ไวต่อข่าวลือยิ่งกว่าพายุฝนเสียอีก
แค่เธอถูกพบในห้องของฉัน คนก็พร้อมจะสร้างเรื่องให้บานปลายขึ้นมาทันที
แถมโทษของมันก็ไม่ใช่เบาๆ ด้วย
ถึงจะเป็นนักเรียนอันดับหนึ่งของแผนกอัศวิน แต่กฎเรื่องนี้ของโรงเรียนเข้มงวดมากจริง ๆ
"...ฉันแค่อยากเจอเธอ..." เธอตอบเบาๆ แทบจะเป็นเสียงกระซิบ
ให้ตายสิ... ทำไมเธอต้องน่ารักขนาดนี้ด้วย?
"เอ่อ… งั้นเหรอ? ก็ขอบใจนะที่อุตส่าห์คิดถึงฉัน…แต่แบบ… เธอน่าจะเลือกวิธีอื่นได้นี่นา?"
“ฉัน...ถูกลงโทษอยู่...”
‘อา จริงด้วย ฉันเกือบลืมไปแล้ว’
"แล้วก็... ฉันอยากขอโทษเรื่องคราวก่อนด้วย..." เธอพูดต่อ สายตาหลุบต่ำลงขณะขยับมือนิ้วไปมาอย่างประหม่า
"วันนั้น ฉันทำอะไรเกินตัวไปหน่อย... จนทำให้เธอลำบาก ฉันเสียใจมากจริง ๆ"
น้ำเสียงของซอเบา แต่จริงใจเต็มเปี่ยม ขณะเธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน
"ไม่เป็นไร เรื่องวันนั้นมันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ สถานการณ์มันเลวร้ายขึ้นเพราะบังเอิญหลายอย่างซ้อนกัน... ฉันเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน เพราะงั้นอย่าโทษตัวเองเลย"
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป จนควบคุมไม่ทัน โดยเฉพาะตอนที่อารมณ์ของแต่ละคนพุ่งขึ้นสูง
พฤติกรรมของซอในวันนั้น... ก็แค่ความอยากรู้อยากเห็นแบบใสซื่อ เธอกำลังพยายามเข้าใจความรู้สึกที่ตัวเองยังไม่คุ้นเคย
ส่วนปฏิกิริยาของโรส ก็เป็นผลจากความลังเลของฉันเองเช่นกัน
แล้วอลิซ... ก็แค่คนที่โชคร้ายโดนดึงเข้าไปในวงนั้นด้วย
แต่ถ้าจะหาใครสักคนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ ก็คงเป็นเจ้าแมวนั่น... เชสเชอร์
ถ้ามันไม่จุดชนวนอารมณ์ทุกคนแบบนั้น การปะทะกันก็คงไม่บานปลายถึงขนาดนั้น
มันเปลี่ยนสถานการณ์ตึงเครียด ให้กลายเป็นการปะทะแบบเต็มรูปแบบ
"แต่ว่า... ถ้าฉันไม่ขอจูบแบบนั้น บางที..."
"พอเถอะ ฉันบอกแล้วว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ"
ริมฝีปากของซอขยับเหมือนอยากเถียง แต่ก็ไม่มีคำใดหลุดออกมา
สายตาของเธอกลับไปจ้องที่จานอาหารอีกครั้ง มือยังคงกำแน่นอย่างไม่เป็นสุข
ฉันดูออกว่าเธอยังไม่หลุดจากสิ่งที่เกิดขึ้น สมองของเธอกำลังวิ่งวนอยู่ในวังวนคำถาม ซ้ำไปซ้ำมา
เห็นแบบนั้น ฉันทนไม่ไหวอีกแล้ว
ฉันหยิบส้อมขึ้นมาตักไข่ออมเล็ตที่ยูอิเตรียมไว้หนึ่งคำ ลองชิมดู
รสชาติเข้มข้น นุ่มละมุน ละลายอยู่ในปาก
แค่ชั่วครู่... ความอึดอัดในอากาศก็ถูกกลบด้วยรสชาติอร่อยนั้น
"ไรลีย์... เมื่อกี้เธอเห็นไปแค่ไหน?"
แค่ก!
คำที่เพิ่งกลืนลงไปแทบจะพุ่งกลับขึ้นมา
อะไรนะ!?
ฉันนึกว่าเธอไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นอีกแล้วซะอีก!
"ซ–ซอ ฉันนึกว่าเธอไม่—"
"เธอเห็นมันใช่มั้ย?" เธอขัดขึ้น น้ำเสียงเริ่มดังขึ้นเล็กน้อย
เห็นอะไรเนี่ย!?
ฉันเริ่มแตกตื่น สมองพยายามไล่ตามคำพูดของเธอให้ทัน
ซอลุกขึ้นยืน ดันเก้าอี้ถอยไปด้านหลัง แก้มแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด
ดวงตาของเธอมองตรงมาที่ฉัน... แรงจนเหมือนฉันเพิ่งก่ออาชญากรรมร้ายแรงระดับโลก
ซอคนเดิมที่มักจะเงียบขรึม ดูเฉยเมย ไม่มีวี่แววหลงเหลืออยู่เลย
ตอนนี้เธอคือคนละคนโดยสิ้นเชิง
"ม–มันไม่ยุติธรรมเลย..."
"หา?"
"ไรลีย์... ให้ฉันดูของเธอบ้างสิ!"
มือของซอกอดอกแน่น สั่นนิด ๆ ขณะเธอเริ่มเดินเข้ามาใกล้
สีหน้าเต็มไปด้วยความเขินอายปนตั้งใจ เหมือนคนที่ตัดสินใจทำสิ่งที่กลั้นใจมานาน
ทุกย่างก้าว... มานาของเธอก็ยิ่งขยายตัวรอบตัวเธอ
สัมผัสได้เลยว่า สถานการณ์กำลังจะเลยเถิด
"ถอดเสื้อเลย... ให้ฉันเห็นบ้าง!"
น้ำเสียงของเธอทั้งสั่นและจริงจังในเวลาเดียวกัน
"ซอ?" ฉันร้องออกมาด้วยความงงงันสุดขีด
เธอมองฉันไม่วางตา ดวงตาแดงนั้นเต็มไปด้วยความลังเล... และอะไรบางอย่างที่ซ่อนไว้ข้างใน
มีบางอย่างที่ฉันยังจับความไม่ได้ชัดเจน
ซอไม่ได้แค่รู้สึกเขินอายเท่านั้น ในสายตาของเธอมีความท้าทายแฝงอยู่ ราวกับว่าเธอกำลังท้าทายให้ฉันปฏิเสธ หรือผลักเธอออกไป
แต่ทำไม? เธอกำลังหวังจะได้อะไรจากสิ่งนี้กันแน่?
ห้องดูแคบลงไปทันทีที่เธอเดินเข้ามา บรรยากาศเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้พูดออกมา
ฉันรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงในอก ทุกจังหวะดังก้องในหู ขณะที่พลังมานาของเธอคลุมเราทั้งคู่ราวกับผ้าห่มหนาทึบที่ทำให้ขาดอากาศหายใจ
นี่ไม่ใช่แค่คำขอธรรมดา — มันเต็มไปด้วยอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น สิ่งที่เราทั้งคู่ยังไม่เข้าใจดีนัก
“ซอ? เธอจะทำอะไร—”
“ปล่อยให้ฉันดูเถอะ” เธอตัดบทเสียงเบา แก้มแดงเรื่อ แต่สายตาไม่วอกแวก
“เธอเห็นฉันแล้ว... ก็ต้องให้ฉันเห็นบ้างสิ”
ซอไม่อาจหยุดนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ใจเธอร้อนรุ่มและหัวใจเต้นแรงราวกับจะแตกออกจากอก
ความอายที่พุ่งเข้ามาอย่างท่วมท้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในพายุของความรู้สึกที่ไม่เคยประสบมาก่อน
‘เขาเห็นฉัน... ทั้งหมดของฉัน... เขายังเห็น...’
ความคิดนั้นวนเวียนอยู่ในหัวซอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นทุกครั้งที่นึกถึง
ไรลีย์ คือคนที่มีค่ามากสำหรับเธอ เรื่องนี้ซอเริ่มยอมรับได้ แม้ในใจจะยังเต็มไปด้วยความสับสนและความวุ่นวายเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของเขาในชีวิตเธอ
ตอนนี้ ซอเริ่มคิดที่จะก้าวข้ามความสัมพันธ์ที่เคยเป็นเพียงเพื่อนสนิทที่คุ้นเคยมาเนิ่นนาน
เธอแอบหวังลึก ๆ ว่าจะได้อะไรที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่าการเป็นแค่ ‘เพื่อนที่ดีที่สุด’
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เมื่อไรลีย์บังเอิญเห็นเธอในสภาพอันเปราะบางแบบนั้นครั้งแรก เธอไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรมากนัก
มันดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาไปจนกระทั่งเธอสังเกตเห็นว่า ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะมองเห็นทุกอย่างตรงหน้าอย่างปฏิเสธไม่ได้
ความทรงจำถึงสายตาของเขา ที่ทั้งตกใจและจ้องมองอย่างไม่ได้ตั้งใจ ส่งความร้อนแรงพุ่งตรงขึ้นมาที่แก้มของซอใหม่อีกครั้ง
ซอปล่อยใจลอยกลับไปนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่ง ที่ช่วยหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ของเธอกับไรลีย์มาจนถึงตอนนี้ ในเล่มนั้นบอกไว้ว่าการเป็นเพื่อนสนิทที่สุด คือการที่ทั้งสองคนพร้อมจะแชร์ทุกอย่างให้กันและกัน แม้กระทั่งตัวตนที่ซ่อนลึกที่สุด
ตามคำแนะนำในหนังสือ เพื่อนสนิทควรจะสบายใจจนสามารถมองข้ามกำแพงที่เสื้อผ้าและมารยาทสร้างขึ้นได้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดไม่ใช่คนที่เราควรไว้ใจที่สุดในชีวิตกันเหรอ?
แต่ถึงแม้หนังสือพวกนั้นจะสอนเธอแบบนั้น ซอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของเธอถึงตอบสนองอย่างรุนแรงในวินาทีที่สายตาของไรลีย์จ้องมองมา ทำไมใจเธอถึงเต้นแรงด้วยความเขินอายแทนที่จะรู้สึกสบายใจ? ทำไมทุกวินาทีที่เขามองมาถึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและเปราะบางอย่างนี้?
ความรู้สึกแปลกใหม่เหล่านี้ทำให้ซอสับสนอย่างสุดขีด และเริ่มตั้งคำถามกับทุกอย่างที่คิดว่ารู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขา
บางทีความรู้สึกของเธออาจจะมากกว่าคำว่า ‘เพื่อน’
บางทีความกระสับกระส่ายในท้อง และความอบอุ่นที่แผ่กระจายไปที่แก้ม อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความรู้สึกบางอย่างที่เธอยังไม่เข้าใจอย่างเต็มที่
บางทีนี่อาจจะเป็นความรัก ที่ลีน่าเคยพยายามช่วยให้เธอเข้าใจ... แต่ว่าซอก็ยังไม่แน่ใจ
สิ่งเดียวที่รู้แน่ๆ คือ มีบางอย่างที่กัดกร่อนใจเธออยู่ ความรู้สึกนั้นทำให้เธอรำคาญอย่างบอกไม่ถูก
"ฉันรู้ว่าฉันบอกไปแล้ว แต่ฉันขอโทษจริงๆ นะ... สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก—"
"เอ่อ—ไม่เป็นไร... มันก็เป็นความผิดของฉันตั้งแต่แรก... งั้นก็ ละ—ลืมเรื่องนั้นไปเถอะ ได้ไหม?"
ความพยายามของไรลีย์ที่จะปัดเรื่องทั้งหมดออกไปอย่างรวดเร็ว พยายามทำเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นและจะเดินหน้าต่อไป กลับไปโดนจุดอ่อนลึก ๆ ในใจของซอ
ท่าทีเฉยเมยของเขา วิธีที่เขาพยายามทำเป็นไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ กลับยิ่งทำให้ความไม่พอใจในใจซอทวีคูณ
‘ทำไมเขาไม่เขินเลย...?’
ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ในใจของเธอ
ซอรู้ดีว่าการจมอยู่กับเรื่องนี้คงไม่ช่วยอะไร แต่ทุกครั้งที่เธอเหลือบมองไรลีย์ ความไม่พอใจนั้นกลับยิ่งทวีความหนักหน่วงขึ้น
คำพูดของเขา ท่าทีของเขา มันดูธรรมดาเกินไป เย็นชาเกินไป
เหมือนกับสิ่งที่เขาเห็นไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลย เป็นเรื่องที่เขาลืมได้ง่าย ๆ
และซอไม่ชอบอย่างนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
มันไม่ยุติธรรม!
ทำไมเขาถึงไม่สะเทือนใจอะไรเลย ในขณะที่เธอกำลังวนเวียนอยู่กับความรู้สึกมากมาย?
ทำไมเขาถึงมองเธอได้อย่างใจเย็น ทั้งที่หัวใจของเธอกำลังเต้นแรง และความคิดของเธอก็ยุ่งเหยิงไปหมด?
มันไม่ยุติธรรมเลยที่เขาสามารถสงบเสงี่ยมได้ขนาดนั้น ในขณะที่เธอกำลังรู้สึกได้ทุกอย่างที่ตรงกันข้าม
มันไม่ยุติธรรมที่เขาจะลืมเรื่องนี้ได้ง่ายๆ ทั้งที่มันกลับวนเวียนอยู่ในหัวเธอไม่หยุด
‘ไรลีย์แค่พยายามเป็นคนดี...’
แต่...
ยิ่งเธอคิดมากเท่าไหร่ ความหงุดหงิดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
เธออยากให้เขารู้สึกเหมือนกับที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ รู้สึกอาย รู้สึกสับสน รู้สึก... อะไรก็ไม่รู้ที่เธอกำลังเผชิญ
นี่ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ได้ เมื่อมันส่งผลกระทบลึกซึ้งต่อใจเธอขนาดนี้
ซอไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากไรลีย์แน่ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจได้คือ เธอไม่อยากเป็นคนเดียวที่ต้องรู้สึกแบบนี้
หน้าอกของซอเป็นเรื่องที่เธอรู้สึกอ่อนไหวและเป็นส่วนตัวอย่างมากมาตั้งแต่เด็ก
เธอมีรูปร่างที่โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ ตั้งแต่ยังเล็ก ร่างกายที่ดูเหมือนถูกออกแบบโดยเทพธิดาเพื่อดึงดูดใจคนรักในอนาคต
ตลอดชีวิต เธอจึงระวังปกปิดเรือนร่างของตัวเองเป็นอย่างดี ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ หรือชุดคลุมที่บังรูปร่าง เพื่อไม่ให้ใครสนใจมากเกินไป
นี่คือสิ่งที่เธอชินแล้ว เป็นนิสัยที่เกิดจากความขี้อายผสมกับความต้องการหลีกเลี่ยงสายตาไม่พึงประสงค์
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกลับพังทลายลงในชั่วพริบตา
ชายหนุ่มคนหนึ่ง ใครบางคนที่เธอแคร์ลึกซึ้ง ได้เห็นเธอในสภาพที่เปราะบางที่สุดโดยไม่ตั้งใจ
แค่คิดก็ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงปนไปด้วยความอาย ความหงุดหงิด และบางอย่างที่เธอเองก็ยังไม่สามารถอธิบายได้
เธอไม่เคยตั้งใจให้ใครเห็นเธอแบบนี้ โดยเฉพาะไม่ใช่ไรลีย์
แต่ตอนนี้ที่มันเกิดขึ้นแล้ว กลับมีความรู้สึกแปลกๆ ของความเป็นธรรมผุดขึ้นในใจเธอ
“ถอดเสื้อเถอะ... ฉันก็อยากเห็นของนายบ้าง” เธอพูดออกมาเสียงสั่นแต่แน่วแน่
ไรลีย์กะพริบตาอย่างตกใจ “ซอ นี่เธอทำอะไรน่ะ—”
“แค่ปล่อยให้ฉันดูเถอะ... นายเห็นของฉันแล้ว มันก็ต้องยุติธรรมสิ”
ในใจของเธอ มันเป็นเรื่องง่ายๆ ของความเท่าเทียม
ในฐานะเพื่อนสนิท คนที่เห็นเธอในสภาพเปราะบางที่สุด มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอที่จะได้เห็นอีกฝ่ายในแบบนั้นบ้าง
เธอไม่แน่ใจนักว่าทำไมถึงรู้สึกหนักแน่นกับเรื่องนี้ขนาดนี้—บางทีอาจจะเป็นเพื่อบรรเทาความอายของตัวเอง หรือเพื่อเติมเต็มความอยากรู้ที่เพิ่งตื่นขึ้นมา
แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ ไรลีย์ได้เห็นมุมที่ไม่มีใครเห็นของเธอ และตอนนี้เธอก็อยากเห็นมุมที่เป็นส่วนตัวแบบเดียวกันของเขาบ้าง
หน้าอกเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น และซอก็รู้ดีว่าส่วนบนของร่างกายผู้ชายไม่ได้เป็นเรื่องที่ควรอายสักหน่อย
แต่ครึ่งล่างนั้น... เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อก้าวเข้าไปใกล้ขึ้น จ้องตาเขาอย่างไม่ละสายตา
ไม่มีทางถอยหลังแล้ว คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากไปแล้ว และเธอก็ตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริง
"ซอ... เธอกำลังมองที่ไหนอยู่เนี่ย?"
เธอรำลึกถึงเทคนิคลับที่อ่านเจอในหนังสือ... เตรียมพร้อมจะใช้มันกับไรลีย์ เพื่อให้ได้เห็นสีหน้าประหม่าเขาเสียหน่อย