CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 2

บทที่ 2: พบกับเธอ

ฉันควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนดีนะ?

วินาทีแรกที่ฉันตื่นขึ้นในโลกที่ไม่คุ้นเคย มันให้ความรู้สึกเหมือนฉันทิ้งชีวิตเก่าไว้เบื้องหลังตลอดไป

แต่การเปลี่ยนผ่านนั้นไม่ได้ราบรื่นเลย กลับเหมือนการดิ่งลงสู่ความมืดมิดเสียมากกว่า

ฉันพบว่าตัวเองจมอยู่ใต้น้ำขุ่นมัวของทะเลสาบสีดำสนิท ใกล้คฤหาสน์ของเรา

ขณะที่ฉันพยายามตะเกียกตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำ ความจริงก็กระแทกเข้ามาอย่างจัง—ฉันกำลังจมน้ำ

ความพยายามว่ายขึ้นไร้ผล ร่างกายอ่อนแรง แขนและกล้ามเนื้อไร้เรี่ยวแรงพยุงตัว

มันราวกับว่าฉันติดอยู่ในฝันร้าย ไม่อาจหลุดพ้นจากอ้อมกอดเย็นเยียบที่รัดรอบคอ

วันรุ่งขึ้นนำมาซึ่งความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในความเป็นจริงใหม่ของฉัน เสียงต่างๆ ดังระงมรอบตัวอย่างเร่งรีบและตื่นตระหนก

"โอ้พระเจ้า! เขาฟื้นแล้ว!"

ใครบางคนอุทาน คำพูดของพวกเขาปะปนกับเสียงเรียกหาความช่วยเหลือทางการแพทย์

ความวุ่นวายรอบตัวเป็นเครื่องเตือนใจอย่างเจ็บปวด ว่าฉันได้ห่างไกลจากความคุ้นเคยอบอุ่นของชีวิตเก่าเพียงใด

ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน มีชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ข้างเตียง พูดด้วยภาษาที่ฉันไม่รู้จัก แม้ไม่เข้าใจ แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นในน้ำเสียง

"โอ้! นั่นหลานชายฉันเอง ฮ่าๆๆ!"

ท่าทางของชายคนนั้นเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แววตาเปล่งประกายด้วยความยินดี

แม้คำพูดของเขาจะเป็นภาษาต่างประเทศสำหรับฉัน แต่ฉันกลับเข้าใจมันได้ในระดับที่ลึกซึ้ง—เป็นพรเล็กๆ ท่ามกลางความสับสน

ตอนนั้นฉันอายุหกขวบ

และต้องใช้เวลาถึงสี่ปีเต็ม กว่าจะยอมรับความจริงใหม่ของฉันได้อย่างแท้จริง—การเริ่มต้นใหม่ บนหน้ากระดาษว่างเปล่า

ตลอดสี่ปีนั้น ฉันพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเปิดใจรับผู้คนรอบข้าง ตั้งแต่พ่อแม่ใหม่ของฉัน ไปจนถึงกำแพงอบอุ่นของบ้านหลังนี้

และจากนั้นก็คือ "ตัวฉัน" คนใหม่—ไรลีย์ เฮลล์ ชื่อที่ทั้งเกลียดและยอมรับในเวลาเดียวกัน ชื่อที่ราวกับถูกกำหนดให้ฉันมีตัวตนประหลาดในโลกนี้

แต่จริงๆ แล้ว… ฉันมีทางเลือกอะไรอีก?

ฉันตื่นขึ้นมาในฐานะไรลีย์ โดยไม่มีเหตุผลหรือคำอธิบาย

ก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปใช่ไหม?

ด้วยความรู้เกี่ยวกับอนาคตที่รออยู่—อนาคตที่เต็มไปด้วยทุกข์และความเจ็บปวด—ฉันจึงตัดสินใจที่จะหลีกเลี่ยงมันให้ดีที่สุด

‘กลมกลืนไปกับฉากหลัง ใช้ชีวิตเงียบๆ—นั่นไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยที่สุดเหรอ?’

เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในชานเมืองของอาณาจักรเป็นบ้านของเรา ที่นี่เรียบง่าย ต่างจากพวกขุนนางใกล้เมืองหลวงอันฟุ้งเฟ้อ มุมเล็กๆ แห่งนี้พอใจกับฟาร์มและที่ดินอุดมสมบูรณ์ แม้ประชากรเบาบาง แต่ความอบอุ่นและรอยยิ้มไม่สิ้นสุดก็เติมเต็มอากาศ

มันเป็นสถานที่ที่แทบไม่ถูกเอ่ยถึงในบันทึกของเกมต้นฉบับ—อัญมณีที่ซ่อนตัวจากสปอตไลต์

ในสรวงสวรรค์เงียบสงบแห่งนี้ สัตว์ประหลาดและดันเจี้ยนเป็นเพียงเรื่องเล่า ไม่มีอยู่จริงในชีวิตประจำวันของเรา

ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณการปกป้องของท่านดยุค ลูเธอร์ เฮฟเวนส์—ชื่อที่เปี่ยมด้วยทั้งความเคารพและความหวาดกลัว

ไม่ใช่เพียงอำนาจของเขาที่ทำให้ฉันหยุดชะงัก แต่คือนามสกุลที่ทำให้ฉันรู้สึกหนาวเยือก

“เฮฟเวนส์”—ชื่อที่ฉันรู้ดีว่ามีน้ำหนักเพียงใด เพราะมีเพียงคนเดียวในโลกนี้ที่ใช้นามสกุลนี้เหมือนกัน—ลิยานา เฮฟเวนส์ ลูกสาวคนเดียวของท่านดยุค… นางร้ายและบอสสุดท้ายของโลกนี้

เธอถูกลิขิตให้เป็นผู้พาโลกถึงจุดจบ และที่เลวร้ายกว่านั้น—ถูกกำหนดให้เป็นคู่หมั้นของฉัน… คู่หมั้นที่จะพรากชีวิตฉันไปทันทีที่เธอตกหลุมรักพระเอก

แค่คิดถึงโชคชะตาที่พันกันก็ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจ แต่ฉันเลือกจะฝังมันไว้ใต้หน้ากากของความเฉยชา

ในเกม แทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของไรลีย์กับลิยานา—เขาเป็นเพียงตัวละครประกอบที่ถูกใช้เพื่อเน้นด้านมืดของเธอ

และตอนนี้… ฉันคือคนที่ต้องรับบทนั้น

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่พบผู้หญิงคนนั้น

เมื่อพิจารณาจากฐานะของครอบครัวเรา ความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวข้องกับตระกูลดยุคก็ดูแทบไม่มี

จนกระทั่ง… วันเกิดปีที่สิบของฉันมาถึง—วันที่ทำลายภาพลวงตาทั้งหมด

"ไรลีย์ นี่คือลิยานา"

เสียงนั้นราวกับระฆังแห่งความตาย

ครั้งแรกที่พบเธอ… และเป็นสิ่งเดียวที่ฉันเสียใจมาจนวันนี้

ฮ่าๆๆ...ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลย

ฉันมัวแต่เอาเวลาไปวางแผนรับมืออนาคต จนลืมที่จะใช้ชีวิตในปัจจุบัน หรือแม้แต่เรียนรู้อดีต

ใครจะคิดว่าท่านดยุคกับพ่อของฉันเคยเป็นเพื่อนร่วมรบกันมาก่อน?

"ยินดีที่ได้รู้จักนะ ไรลีย์"

"อ-อืม…"

"โฮ่ๆๆ พวกเธอสองคนดูเข้ากันดีนี่นา ไรลีย์ ว่าไง อยากจะแสดงความรักให้สาวน้อยคนนี้บ้างไหม?"

เสียงล้อเลียนของคุณปู่ทำให้ฉันหงุดหงิด คำพูดของเขายิ่งบิดเบือนบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้ว

ความคิดที่จะถูกล้อข้างผู้หญิงคนนี้ก็แย่พออยู่แล้ว แต่วิธีที่เขาพูดทำให้ฉันขนลุก

"หุบปากเถอะ ตาแก่!!!"

"ฮ่าๆๆๆๆ!"

"ผมขอโทษนะครับ คุณผู้หญิง คุณปู่ของผมแค่ชอบแกล้งผมเท่านั้น"

ฉันเอ่ยขอโทษพร้อมโค้งคำนับ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความกลัวและกังวล แต่ก็ยังพยายามรักษาหน้าไว้

ท้ายที่สุด ผู้หญิงตรงหน้าฉันตอนนี้ก็ยังบริสุทธิ์อยู่… ใช่ไหม?

เธอเพียงพยักหน้า สายตาแน่วแน่ขณะพิจารณาฉันอย่างตั้งใจ

"เธอไม่กลัวฉันเหรอ?"

เสียงเธอเต็มไปด้วยความสงสัยราวกับกำลังอ่านความคิดฉันอยู่

"ทำไมฉันต้องกลัวด้วยล่ะ?"

ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย ปิดบังความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกข้างใน—ความกลัวที่มีเหตุผลมากมายเกินจะนับ

เธอหัวเราะเบาๆ… เสียงนั้นไพเราะราวเสียงดนตรี แต่กลับทำให้ฉันรู้สึกขนลุก

เมื่อมองย้อนกลับไป วันนั้นคงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เส้นทางของฉันกับลิยานาเกี่ยวพันกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ฉันจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แต่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลิยานาก็มาเยี่ยมเมืองของเราบ่อยขึ้น—โดยเฉพาะเพื่อใช้เวลากับฉัน

แรกๆ การมาเยี่ยมของเธอดูเหมือนเป็นเรื่องบริสุทธิ์—เด็กสองคนเล่นด้วยกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันก็เริ่มตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์

การปรากฏตัวของเธอเหมือนเมฆดำที่ปกคลุมชีวิตฉัน เป็นเครื่องเตือนใจถึงชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในแต่ละวัน ฉันรู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับลงบนบ่า จนแทบหายใจไม่ออก

นั่นคือจุดที่ฉันตระหนักอย่างถ่องแท้—ฉันซวยแล้วจริงๆ

ก่อนรู้ตัว สามปีก็ผ่านไป และเรากลายเป็นเพื่อนสนิทกันที่สุด

อยู่กับเธอ ฉันได้เห็นอีกด้านที่แตกต่างจากเวอร์ชันในเกม—ด้านที่อยู่เหนือพิกเซลบนจอ

หัวใจฉันเริ่มอ่อนลง และความคิดบ้าๆ ก็ผุดขึ้น—บางทีฉันอาจจะเปลี่ยนเธอได้

ท้ายที่สุด ลิยานาในโลกความจริงดูไม่เหมือนตัวละครในเกมเลย ต้องมีเหตุผลที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนั้นใช่ไหม?

แม้อายุเพียงสิบสาม แต่ฉันมีประสบการณ์จากชีวิตก่อนถึงสิบเก้าปี ฉันจึงไม่อาจสลัดความคิดโง่เขลานั้นทิ้งได้—ความคิดที่ว่าฉันอาจช่วยเธอให้พ้นจากความมืด

จนกระทั่งวันหนึ่ง—วันที่ฟ้าครึ้มและฝนโปรยลงมาอย่างหนัก—ความจริงก็ฟาดใส่ฉันเหมือนสายฟ้า

กลางสายฝน ฉันเห็นภาพที่ทำลายภาพลวงตาทั้งหมด—ภาพที่เผยธาตุแท้ของเด็กสาวที่ฉันเริ่มห่วงใย

เธอกำลังกินเพื่อนคนหนึ่งของฉัน… เด็กผู้หญิงบริสุทธิ์วัยเดียวกัน

เสียงใบไม้แห้งดังกรอบใต้ฝ่าเท้าฉัน ทำให้เธอหันมามอง

"อ้าว ไรลีย์ เธอก็อยู่นี่ด้วยเหรอ… เห็นอะไรไหม?"

เสียงของเธอดังแผ่วกลางความเงียบสงัด ดึงฉันกลับสู่ปัจจุบัน

"ไม่…"

เสียงฉันแทบเป็นเพียงกระซิบ

"งั้นเหรอ? ไปกันเถอะ"

"...อืม"

วิธีที่เธาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ท้องฉันปั่นป่วนด้วยความรังเกียจ

และจากสายตาที่มองมา… ฉันก็รู้—เธอรู้ว่าฉันเห็นทุกอย่าง

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์