CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 53

บทที่ 52: เต่านักล่าทมิฬ 2

ขณะที่ไรลีย์ขยับร่างเข้าไปหลังก้อนหินใหญ่ใกล้ๆ เพื่อเตรียมโจมตีอย่างเงียบเชียบ สโนว์กลับอดไม่ได้ที่จะกำชายกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ของตนแน่น ความหงุดหงิดที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในใจ เป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยเผชิญมาก่อนเลยในชีวิต

‘ทำไมเขาถึงทำตัวสบายอกสบายใจได้ขนาดนี้กันนะ?’ เธอสบถในใจอย่างขุ่นเคือง ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่ได้นอนแม้แต่น้อย

‘เขาคงคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงง่ายๆ แน่! …ไม่สิ แย่กว่านั้นอีก—เจ้าหญิงที่ยอมง่ายๆ ด้วยซ้ำ!’

นับตั้งแต่เรื่องวานนั้นเกิดขึ้น ความคิดเรื่องการต้องเผชิญหน้ากับเขาในวันนี้ก็ไม่เคยห่างหายจากหัวของเธอ แต่พอได้พบกันจริงๆ กลับต้องเจอกับท่าทีเฉยเมยราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกทั้งแปลกใจและหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน

แม้จะยอมรับว่ามันดีกว่าที่จะต้องเอ่ยถึงเรื่องนั้นซ้ำต่อหน้าเขา แต่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด กลับทำให้อากาศรอบตัวหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม

เธอไม่สามารถแก้ไขความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นได้ และความคิดนั้นก็กัดกินใจเธอเรื่อยมา สโนว์พยายามจะชักนำบทสนทนาให้เลี้ยวไปยังประเด็นที่รบกวนใจของเธอ แต่ก็อายเกินกว่าจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

ภาพความทรงจำ—ทั้งความกล้าหาญที่เธอเคยแสดงออก และการปฏิเสธอย่างสงบนิ่งของเขา—ผุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัว แต่ละครั้งก็ทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าวด้วยส่วนผสมระหว่างความโกรธและความอับอาย

แม้ตอนนี้จะมาถึงที่นี่แล้ว เธอก็ยังรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง แต่…

‘ไอ้สารเลวนั่นไม่คิดจะสนใจเลยสักนิด!’

ความหงุดหงิดของสโนว์ยิ่งทวีขึ้นทุกวินาทีที่ผ่านไป

“ฝ่าบาท… ตามแผน ผมต้องการให้ท่านรออยู่ที่นี่ และเตรียมร่ายเวท” ไรลีย์เอ่ยเสียงกระซิบข้างหูของเธอ

เพียงแค่จังหวะที่เสียงทุ้มต่ำของเขาเล็ดลอดเข้ามาในโสตประสาท ใบหน้าของสโนว์ก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างฉับพลัน

‘ผู้ชายคนนี้ไม่รู้จักคำว่าขอบเขตเลยหรือยังไงกันนะ?’ เธอสบถในใจ ถึงแม้เธอเองจะไม่ใช่คนที่สามารถพูดได้เต็มปากนัก—เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอเคยทำกับเขา—แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าท่าทีของเขามันช่าง…

เพราะเขาเข้ามาจากด้านหลังอย่างไร้เสียง จับไหล่เธอราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่ แล้วโน้มตัวมากระซิบ จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้ใบหูของเธอรู้สึกจั๊กจี้…

มันทำให้เธอรู้สึกไม่ต่างอะไรจากเหยื่อที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้านักล่าผู้ทรงพลัง ไม่ว่าไรลีย์จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ—ชายผู้นี้ช่างน่ารำคาญเสียเหลือเกิน…โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง

‘หรือว่าฉันจะอ่อนไหวเกินไปกับเรื่องนี้กันนะ…?’

สโนว์พยายามปรามตัวเองให้สงบลง พลางหยิกต้นขาแรงพอให้ความเจ็บแล่นวาบขึ้นมาจนความคิดฟุ้งซ่านค่อยๆ สงบลง ความเจ็บคมชัดนั้นดึงเธอกลับมาสู่ปัจจุบัน เตือนตัวเองว่านี่ไม่ใช่เวลามานั่งครุ่นคิดเรื่องไร้สาระ

พวกเขามีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ—เท่านั้น

สายตาของสโนว์จดจ้องไรลีย์ที่แฝงกายอยู่หลังก้อนหินอย่างแน่วแน่ แม้จะหงุดหงิดเพียงใด แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฝีมือของเขาช่างน่าเคารพเพียงใด

เขาเก่งเรื่องการซ่อนตัวเหมือนกัน…’

เธออดคิดไม่ได้เมื่อเห็นเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันในป่าที่รกชัฏ ราวกับเงามืดที่ไร้เสียงย่างกราย ทุกก้าวของเขาลงบนหินหรือใบไม้ด้วยความแม่นยำสูงสุด แสดงให้เห็นถึงความรู้ลึกซึ้งต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว

ถ้าเป็นอัศวินหรือเพื่อนนักเรียนคนอื่นมาแทน เขาคงปลุกเต่านักล่าทมิฬให้ตื่นขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกแน่

ความมั่นใจและความแม่นยำของไรลีย์คือสิ่งที่เธอต้องยอมรับ และในสถานการณ์การต่อสู้ที่กำลังจะปะทุ มันคือปัจจัยชี้ชะตา

สโนว์กระชับไม้เท้าในมือ เตรียมพร้อมร่ายเวททันทีที่ถึงเวลา—

ปัง!!!

เสียงดังสนั่นฉีกความเงียบ ไรลีย์พุ่งตัวออกไปเหมือนลูกศรที่ถูกชุบด้วยออร่าแห่งพลัง พุ่งตรงเข้าสู่บอสปีศาจ ความเร็วของเขารวดเร็วจนสายตาเปล่าแทบจับภาพไม่ได้ การโจมตีเป็นเพียงเงาพร่าที่พุ่งจู่โจมไปยังเต่านักล่าทมิฬ

แม้จะไม่อาจฟาดฟันได้อย่างสมบูรณ์—เต่านักล่าทมิฬยกขวานขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้าขึ้นมาบล็อกได้ทัน—แต่ไรลีย์ก็สร้างช่องว่างสำคัญที่เธอต้องการ ความเร็วและแรงของเขาบีบให้คู่ต่อสู้ต้องถอยล่น เปิดพื้นที่ให้เธอได้ลงมือ

“ก๊ากกกกกก!!!” เสียงคำรามคลุ้มคลั่งดังลั่น รอยข่วนบนใบหน้าที่ไรลีย์ฝากไว้เริ่มส่งพิษซึมเข้าสู่ผิวสีเทาหยาบกร้าน เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นเลือดปูดนูนอย่างน่าขยะแขยง

สโนว์ฉวยโอกาสในชั่ววินาทีนั้นทันที อาศัยความวุ่นวายที่ไรลีย์สร้างขึ้น รวบรวมพลังเวทในร่างและดึงมานาจากอากาศรอบตัวอย่างรวดเร็ว บรรยากาศโดยรอบสั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันจากพลังงานที่รวมตัวกัน

เขาไปเคลือบดาบด้วยยาพิษตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…? ความสงสัยแวบผ่านใจเธอ แต่ถูกละทิ้งในทันทีเมื่อสมาธิทั้งหมดจดจ่อกับการร่ายเวท—เวลานี้ไม่มีพื้นที่ให้ความลังเลแม้แต่น้อย

“ตอนนี้แหละ!”

เสียงของไรลีย์ดังขึ้นเป็นสัญญาณที่ชัดเจน

ไม้เท้าในมือสโนว์ชี้ตรงไปยังปีศาจตรงหน้า ก่อนที่ริมฝีปากจะเปล่งคำร่าย—

「หอกน้ำแข็ง!」

แสงสีฟ้าสว่างวาบรวมตัวกันอย่างรวดเร็วที่ปลายไม้เท้า สายลมหนาวเหน็บพัดวนรอบตัวเธอ แช่แข็งผืนดินและอากาศใกล้เคียงให้เย็นยะเยือก ราวกับฤดูหนาวได้ย่างกรายเข้าสู่ผืนป่าในพริบตา

พลังเวทกลั่นตัวเป็นหอกน้ำแข็งยาว เปล่งประกายด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าที่เย็นชาด อุณหภูมิรอบกายตกฮวบจนทุกสิ่งถูกย้อมเป็นสีน้ำเงินขาวชั่วขณะ ก่อนที่เวทจะถูกปลดปล่อยออกไปดั่งฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ

หอกพุ่งฉิวผ่านอากาศตรงเข้าสู่เป้าหมายที่ไร้การเคลื่อนไหว ด้วยแรงปะทะอันรุนแรงที่ระเบิดก้องสะเทือนป่า

หากจะเทียบอำนาจทำลาย—เวทไฟอย่าง ระเบิด อาจมีพลังมากพอจะลบเมืองเล็กจากแผนที่ หากผู้ร่ายใส่มานามากพอ แต่ หอกน้ำแข็ง แม้จะต่างธาตุ กลับแสดงพลังและการทำลายล้างในระดับไม่ด้อยไปกว่ากันเลย

ชั่วพริบตาเดียว พื้นดิน ต้นไม้ แม้แต่ชั้นอากาศรอบเต่านักล่าทมิฬก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นผลึกน้ำแข็งโปร่งแสง ความเย็นกัดกร่อนทุกสิ่งที่แตะต้อง

ร่างมหึมาของบอสปีศาจถูกกลืนหายภายในหมอกขาวและเสาน้ำแข็งแหลมคมที่ผุดขึ้นรอบกาย—ทั้งหมดนี้กินเวลาเพียงสามวินาที

แต่สโนว์รู้ดี…นั่นเป็นเพียงเกราะน้ำแข็งชั้นนอกเท่านั้น

มันอาจจะหยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราว แต่ไม่ใช่การกำจัดโดยสิ้นเชิง

‘แค่นี้ยังฆ่ามันไม่ได้งั้นเหรอ…?’

เธอประหลาดใจ เพราะปกติแล้วเวทน้ำแข็งของเธอมักจะกลืนกินทั้งร่างและวิญญาณของเหยื่อจนเย็นแข็งถึงแกนกลาง โดยเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกว่าเช่นนี้—การที่มันยังยืนหยัดได้ ย่อมแปลว่าความต้านทานเวทมนตร์ของมันสูงจนน่าทึ่ง

และแล้ว…เสียง “ปึง…ปึง…” ก็ดังก้องจากภายในเสาน้ำแข็ง รอยร้าวเริ่มผุดขึ้นทั่วพื้นผิว ผลึกสั่นสะเทือนราวกับจะระเบิดออกจากแรงกดดันของออร่ามืดที่ไหลทะลักออกมาอย่างรุนแรง

เปลือกน้ำแข็งรอบตัวสิ่งมีชีวิตเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ เสียงปริแตกดังสะท้อนทั่วบึง ขณะที่เต่านักล่าทมิฬดิ้นรนปลดปล่อยตัวเองออกมา ความหนาวเย็นที่เกาะแน่นเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับจะถูกระเบิดออกจากแรงกดดันภายใน

เป็นที่ชัดเจน—การต่อสู้ครั้งนี้อาจยืดเยื้อนานกว่าที่คาดไว้

สโนว์สูดลมหายใจลึก รวบรวมสมาธิเตรียมร่ายเวทอีกครั้ง แต่ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง วิถีโค้งสีเงินพุ่งฉีกอากาศผ่านหน้าไป ทิ้งแถบแสงสีฟ้าสว่างวาบในแนวตั้ง—

สวบ!!!

ดังสายฟ้าที่ฟาดลงจากฟากฟ้า คมดาบของไรลีย์ฟันผ่าทะลุชั้นน้ำแข็งและร่างของบอสในคราเดียว ศีรษะของเต่านักล่าทมิฬถูกตัดขาดอย่างรวดเร็ว ร่วงกระแทกบึงน้ำแข็งในทันที

บอสไร้โอกาสฟื้นตัว ไร้แม้แต่เสี้ยววินาทีจะระเบิดพลังหรือโต้กลับ การต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดเมื่อครู่นี้ จบสิ้นลงราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

ไรลีย์ยืนท่ามกลางเศษน้ำแข็งที่แตกกระจาย ลมหายใจสม่ำเสมอ ดาบในมือยังเคลือบด้วยยาพิษสีหม่นซึ่งส่องประกายวาววับท่ามกลางแสงเย็นยะเยือก

สโนว์จ้องภาพตรงหน้าอย่างตะลึง—แม่นยำเกินกว่าจะเชื่อว่านี่เป็นเพียงการลงดาบฉับพลัน สีหน้าของไรลีย์ยังคงเรียบเฉย แต่ในดวงตากลับแฝงประกายพึงพอใจจางๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาจากฟากฟ้ากลับมาที่เธอ

“ยอดเยี่ยมมาก ฝ่าบาท!” เสียงทุ้มของเขาดังก้องท่ามกลางความเงียบ ดาบถูกเก็บเข้าฝักอย่างเป็นระเบียบ สายตาจับจ้องมาที่สโนว์ซึ่งยังคงเบิกตากว้างจ้องเขาอยู่

แม้ว่าการโจมตีสุดท้ายนั้นอาจดูเป็นการฉวยโอกาส แต่ในโลกของการล่าปีศาจ—โอกาสเพียงเสี้ยววินาทีคือสิ่งที่ต้องคว้า

ไรลีย์ยืดแขนออก แล้วก้าวเข้ามาใกล้เธอที่ยังยืนนิ่ง “เป็นอะไรไป ฝ่าบาท?” น้ำเสียงของเขามีความกังวลเจืออยู่ชัดเจน

“ไม่มีอะไรค่ะ…” สโนว์ตอบแผ่วเบาแทบเป็นเสียงกระซิบ

“แน่ใจนะ? ท่านบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เขาถามพลางเอื้อมมือจะตรวจดู แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสไหล่ของเธอ มือเขาก็ถูกปัดออกเบาๆ

“ไม่ค่ะ… ฉันสบายดีจริงๆ”

“อ-อ่า… งั้นเราไปจัดการตัวต่อไปกันเลยดีไหม?” เขากล่าวอย่างลังเลพร้อมผายมือเชื้อเชิญให้เดินต่อ

สโนว์เพียงพยักหน้ารับ แล้วก้าวตามหลังเขาไป โดยในอกยังคงปั่นป่วนด้วยอารมณ์หลากหลายที่ยากจะจัดเรียง

แม้เขาจะน่ารำคาญ…น่ารังเกียจ…และชวนให้หงุดหงิดเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงเพียงหนึ่งเดียวได้—

‘เขาเป็นคนที่มีความสามารถมาก…’

....

[หมายเหตุ:]

[ยินดีด้วย! ท่านได้เลเวลอัป!]

[เลเวลอัป ×2]

[เลเวล: 63 → 65]

[ยินดีด้วย! ท่านบรรลุเลเวล 65 แล้ว!]

[ถึงเกณฑ์ระดับกลางแล้ว!]

[ยินดีด้วย! ได้รับคะแนนโบนัสสำหรับการบรรลุระดับสูง!]

[หมายเหตุ: โบนัสระบบจะสิ้นสุดลงหลังจากเลเวล 70]

[คะแนนความสามารถโบนัส: +10]

[คะแนนสถานะที่มี: 43]

[ยินดีด้วย! ทักษะการใช้ดาบขั้นพื้นฐานบรรลุเกณฑ์อันดับแล้ว!]

[ทักษะ: การใช้ดาบขั้นพื้นฐาน (ความเชี่ยวชาญ 100%)] → [ทักษะ: การใช้ดาบขั้นกลาง (ความเชี่ยวชาญ 0%)]

[ยินดีด้วย! ท่านได้เอาชนะบอสระดับ A ตัวแรกได้แล้ว จะได้รับคะแนนความสามารถโบนัส]

[คะแนนความสามารถโบนัส: +10]

[คะแนนสถานะที่มี: 53]

[ยินดีด้วย! ท่านได้รับฉายาใหม่!]

[ฉายา: นักล่า]

[ผลกระทบ: การโจมตีแบบจู่โจมและซุ่มโจมตีจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น (+15%)]

การแจ้งเตือนของระบบผุดขึ้นรัวๆ จนแทบจะเต็มสายตาฉัน ความตื่นเต้นพุ่งพล่านเสียจนขาแทบจะเขย่งจากพื้น ฮ่าๆๆ! ถ้าระบบจะโปรยรางวัลแบบนี้ต่อเนื่องอีกสักพัก ฉันอาจจะมึนเมาจนหัวหมุนเพราะความสุข

ในที่สุด… ฉันก็แตะเลเวล 65 แล้ว!

มันคือหมุดหมายสำคัญ—จุดเปลี่ยนจากนักสู้ธรรมดา สู่พลังที่น่ากลัวบนสนามรบ คะแนนความสามารถโบนัสที่ได้มาก็เพิ่มความยืดหยุ่นให้ฉันปรับแต่งทักษะกับคุณสมบัติได้หลากหลายยิ่งขึ้น

ทักษะการใช้ดาบก็ได้รับการอัปเกรดจากขั้นพื้นฐานสู่ขั้นกลาง นั่นหมายความว่าเทคนิคของฉันจะถูกขัดเกลาให้เฉียบคมขึ้นอย่างก้าวกระโดด ต่อจากนี้การรับมือกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าก็จะง่ายดายขึ้น และด้วยการฝึกฝนต่อเนื่อง ความชำนาญของฉันก็จะยิ่งพัฒนาไปอีก

ยิ่งไปกว่านั้น—ฉันยังได้ฉายาใหม่ “นักล่า” ที่มาพร้อมกับบัฟการซุ่มโจมตี… แค่นี้ก็คุ้มเกินคาดแล้วสำหรับการล่าบอสครั้งนี้

ฉันเหลือบไปมองสโนว์ที่เดินตามหลังมา แล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

‘เธอคงเป็นเหตุผลที่ทำให้รางวัลมันท่วมท้นขนาดนี้’

ด้วยค่าสถานะโชคของเธอ… ไม่แปลกเลยที่ผลลัพธ์จะออกมาดีขนาดนี้

ย้อนกลับไปตอนเผชิญหน้ากับเต่านักล่าทมิฬ—ถ้าเวทน้ำแข็งของสโนว์ไม่ตรึงมันไว้ได้ แม้เพียงชั่วครู่ ฉันก็คงจบเห่ไปแล้วแน่

แม้ช่วงเวลานั้นจะสั้นยิ่งนัก แต่ฉันก็เห็นประกายสีแดงวาบขึ้นในดวงตาของมัน พร้อมออร่าที่ปะทุออกมาอย่างรุนแรง… สัญญาณชัดเจนว่ามันกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัด กลายร่างเป็นปีศาจระดับ A

โชคดีที่เวทน้ำแข็งของสโนว์ยืดหยัดอยู่นานพอจะหยุดยั้งกระบวนการนั้น ทำให้ฉันมีเวลาพอจะฟันคมดาบลงสู่จุดตายได้สำเร็จ

เมื่อเต่านักล่าทมิฬล้มลง เหลือเพียงบอสอีกสองตัวให้ตามล่า—

[หมาป่าพิฆาตพายุ]

[อสรพิษกรดนรก]

ถ้าเราสามารถรักษาประสิทธิภาพการล่าได้ในระดับเดียวกับครั้งนี้ บางทีการทะลุเลเวล 70 อาจไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

ในขณะเดียวกัน ลึกเข้าไปในร่มเงามืดของผืนป่า ดวงตาสีแดงคู่หนึ่งส่องประกายอยู่ในความเงียบงัน จับจ้องผ่านผืนไม้แห้งตาย มองตรงไปยังชายหนุ่มและหญิงสาวที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกสอดส่องจากระยะไกล

เปลวตาของสิ่งมีชีวิตนั้นหรี่ลง แฝงความมุ่งมั่นเย็นเยียบของนักล่า ทุกอณูของความมืดโดยรอบดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นราวกับป่าทั้งผืนกำลังกลั้นหายใจ รอคอยสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

คลิก!

ชายคนหนึ่งที่นั่งคร่อมบนหลังงูยักษ์ คว้าคริสตัลสื่อสารในมือ เกล็ดของสัตว์ร้ายสะท้อนแสงสว่างเย็นเยียบที่ลอดผ่านกิ่งไม้แห้งจากเบื้องบน

ดวงตาของเขาสะท้อนสีเดียวกับตาของงู—แดงฉานอย่างผิดธรรมชาติ ขณะเพ่งมองภาพเบื้องหน้า น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจก็ดังลอดออกมา

“นี่อัลฟ่า 1… พบเป้าหมายแล้ว”

คำพูดคมกริบเสมือนใบมีดกรีดผ่าความเงียบของป่า คริสตัลในมือสั่นพร้อมแสงสลัว ตอบรับการส่งสัญญาณ

เมื่อเจ้าหญิงถูกพบ…ภารกิจที่แท้จริงของพวกเขา ก็เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์