CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 81

บทที่ 80: คืนแห่งจันทร์คู่ 3

บทที่ 80: คืนแห่งจันทร์คู่ 3

หลังจากที่ไรจินปรายตามองฉันด้วยแววตาประหลาด พวกเราทั้งสามก็ออกเดินทางต่อ ลึกเข้าไปในส่วนมืดของดันเจี้ยนที่เหมือนจะกลืนกินทุกเสียงรอบข้าง

เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เงาร่างเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นขวางทาง — ปีศาจกระจ้อยร่อยในสภาพสกปรกเกินบรรยาย กำมีดเล็กๆ ไว้แน่นราวกับกำลังข่มขู่เรา

“ก็อบลินเหรอ?” ลิลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสัย พลางกวาดสายตาสำรวจร่างเล็กเขียวปนน่าเกลียดตรงหน้า ความอยากรู้อยากเห็นฉายชัดในแววตา แม้แต่ลิเลียนเองก็ยังดูประหลาดใจเล็กน้อยกับการพบพวกมันที่นี่

ปกติแล้ว แม้จะเป็นดันเจี้ยน แต่การปรากฏตัวของปีศาระดับ E อย่างก็อบลินในสถานที่เช่นนี้ถือว่าผิดวิสัย เพราะแค่เพียงแรงกดดันของมานาที่ปกคลุมรอบตัว ก็เพียงพอให้จัดอันดับดันเจี้ยนนี้ตั้งแต่ระดับ B สูงไปจนถึงระดับ A ต่ำได้อย่างง่ายดาย

“กากากากากากาก!!!” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนทั่วโถงหิน ก็อบลินโถมเข้าหาเรา แกว่งดาบสนิมที่แทบจะหลุดออกจากด้ามท่ามกลางแสงสลัว

โชคยังเข้าข้าง เพราะโถงดันเจี้ยนนี้กว้างพอให้เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ทั้งสองฝั่งกำแพงประดับด้วยคบไฟสีน้ำเงินที่ให้แสงวาบวาว ทำให้เรามองเห็นได้ชัดเจนแม้จะอยู่ในความมืด

“ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกตัวจิ๋วพวกนี้หลงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แต่เราต้องกำจัดปีศาจทุกตัวออกจากที่นี่ใช่ไหม?” ลิลี่ถาม พลางเหลือบมามองฉัน มีดคู่ในมือหมุนเล่นอยู่ระหว่างนิ้วอย่างแคล่วคล่อง

“ใช่” ฉันตอบรับสั้นๆ

“โอเค~” น้ำเสียงของเธอผสมผสานระหว่างความมุ่งมั่นและความตื่นเต้น

ทันทีที่ได้รับคำยืนยัน ฝาแฝดก็เคลื่อนไหวราวกับเงา รูปร่างของพวกเธอพร่าเลือนในขณะที่ศีรษะของก็อบลินนับสิบถูกปลิดออกอย่างรวดเร็ว แม้พวกมันจะได้เปรียบในเรื่องจำนวน แต่ก็เป็นเพียงถุงเนื้อที่ไร้ค่าต่อหน้าฝีมือของสองคนนี้

หัวเขียวๆ ถูกส่งลอยขึ้นกลางอากาศ เลือดเหนียวหนืดสีเขียวกระเซ็นเปรอะทั่วผนังถ้ำ ในเวลาเพียงเจ็ดวินาที ฝาแฝดก็เก็บกวาดศัตรูหมดสิ้น อุปสรรคแรกถูกกวาดล้างไปอย่างง่ายดาย

‘ไม่เลวเลย…’ ฉันอดประทับใจในประสิทธิภาพของพวกเธอไม่ได้

การเคลื่อนไหวของทั้งคู่ช่างลื่นไหลและประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกการโจมตีถูกคำนวณอย่างแม่นยำจนแทบไม่มีช่องว่างให้โต้กลับ เห็นได้ชัดว่าฝึกฝนร่วมกันมานานหลายปีจนขัดเกลาฝีมือถึงขีดสุด

‘อย่างน้อยตอนนี้ ฉันก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องความสามารถโดยรวมของพวกเธอ’

ไรจินและฉันแทบไม่ต้องยกมือช่วยเลย ซึ่งก็ออกจะน่าเสียดายอยู่บ้าง เพราะฉันก็อยากลงมือจัดการเจ้าพวกประหลาดด้วยเหมือนกัน

ส่วนก็อบลินบางตัวที่พยายามจะพุ่งเข้ามาใกล้ กลับชะงักราวกับเป็นอัมพาตเพราะแรงกดดันมหาศาลที่ไรจินแผ่ออกมา ทำให้ไม่กล้าเหยียบเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว

ดูเหมือนว่าช่วงแรกของการบุกครั้งนี้ จะเป็นเวทีของฝาแฝดอย่างแท้จริง

ลิลี่เช็ดใบมีดจนสะอาดบนร่างไร้ชีวิตของก็อบลิน ก่อนจะเงยหน้ามองฉันด้วยสีหน้ายโส “ง่ายเหมือนปอกกล้วย ถ้าดันเจี้ยนมีแค่นี้ เราก็คงเสร็จภารกิจในไม่ช้า”

ฉันแทบจะหลุดหัวเราะกับคำพูดนั้น — หากเธอรู้ล่วงหน้าว่าจริงๆ แล้วความยากของที่นี่จะเป็นฝันร้ายเพียงใด…

ในเกม ดันเจี้ยนแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดหินแบบบัดซบ เต็มไปด้วยความยากที่ไต่ขึ้นเรื่อยๆ และบรรดาปีศาจที่เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละชั้นลึก

เราก้าวลึกลงไปอีก บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนาหนักจนสัมผัสได้

ปีศาจที่ซุ่มซ่อนในเงามืดมีตั้งแต่พวกกากๆ อย่างก็อบลิน ไปจนถึงสัตว์ร้ายระดับ B ที่น่าเกรงขามอย่าง “หมาป่าพายุ”

และสิ่งที่ทำให้ที่นี่อันตรายยิ่งกว่า คือความเป็นไปได้ที่พวกมันจะรวมฝูงต่างชนิดเข้าด้วยกัน ทำให้รูปแบบการโจมตีสับสนและรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น

ก็อบลินบางตัวถึงกับเกาะขี่อยู่บนหลังของมิโนทอร์ร่างยักษ์ที่คอยยิงลูกธนูใส่เรา หรือไม่ก็ไซเรนซึ่งปรากฏตัวขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวตามบ่อน้ำและลำธารลึกที่กระจายอยู่ทั่วเส้นทางในดันเจี้ยน

และสิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นตำนานในหมู่ผู้เล่นในเกม ในฐานะ “จุดรวม EXP ที่ดีที่สุด” ก็คือการปรากฏตัวของแมลงสายพันธุ์พิเศษ… [ผู้ล่าแห่งความตาย]

‘มีลางสังหรณ์ว่า พวกเธอสองคนกำลังจะได้เผชิญหน้ากับฝันร้ายที่แท้จริงในชีวิต’

เมื่อเราเดินลึกลงไป การปะทะกับก็อบลินและหมาป่าที่เคยปรากฏเป็นครั้งคราวก็ถี่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งมีฮอบก็อบลินผสมเข้ามาเป็นตัวเสริมเพิ่มแรงกดดัน

โครงสร้างของดันเจี้ยนแบ่งเป็นห้องๆ เหมือนชั้นที่ซ้อนต่อกัน และแต่ละชั้นก็เพิ่มความท้าทายมากขึ้น — ทั้งจำนวนและความแข็งแกร่งของศัตรูที่เราต้องเผชิญหน้า

กำแพงถ้ำเริ่มบีบแคบลง กลิ่นดินอับชื้นผสมกับกลิ่นเน่าเปื่อยของซากสิ่งมีชีวิตคละคลุ้งอยู่ในอากาศจนขมคอ อุณหภูมิลดต่ำลงทุกก้าวเดิน และปีศาจรูปร่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าเดิมก็ซุ่มรอในความมืด ล้อมเราไว้จากทุกทิศทาง

การต่อสู้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่ใช่แค่ปีศาจเท่านั้นที่เราต้องคอยระวัง — กับดักที่ถูกซ่อนเอาไว้ก็กระจายอยู่ทั่วเส้นทาง

โชคดีที่เราหลีกเลี่ยงได้เกือบทั้งหมด จากทั้งความรู้ของฉันที่ได้มาจากเกมและสัญชาตญาณรับอันตรายอันเฉียบคมของฝาแฝด ทำให้กับดักไม่ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ แม้จะทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงเล็กน้อย

แต่ละชั้นใหม่เหมือนจะยิ่งโหดเหี้ยมกว่าเดิม พร้อมปีศาจที่ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้น…

[แพะสคิลล่า ×5] [ระดับ B]

[หมูป่าเพลิง ×7] [ระดับ B]

[ค้างคาวโซนิค ×30] [ระดับ D]

แม้ความยากจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉันก็ยังคงไม่ก้าวลงไปมีส่วนร่วมในการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย

ฝาแฝดยังคงกวาดล้างปีศาจแต่ละระลอกด้วยฝีมือที่เฉียบขาด การประสานงานที่แนบแน่นและความทนทานทางร่างกายถูกทดสอบอย่างต่อเนื่องในทุกการเผชิญหน้า — และจากสีหน้าของพวกเธอ ดูเหมือนจะยิ่งเร้าใจและเติมเชื้อไฟให้การต่อสู้เสียมากกว่า

ฉันรู้ดีว่าการเข้าไปแทรกจะทำให้จังหวะและแรงส่งของพวกเธอสะดุด จึงเลือกที่จะยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ จากแนวหลัง

แล้วในขณะที่กำลังชมฝีมือของพวกเธอ การแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงมุมสายตา—

[หมายเหตุ: ยินดีด้วย!]

[หมายเหตุ: ท่านได้เลเวลอัพ!]

[หมายเหตุ: ท่านได้เลเวลอัพ!]

[หมายเหตุ: ท่านได้เลเวลอัพ!]

[เลเวล: 71] → [เลเวล: 74]

[คะแนนสถานะที่มี: 11 + 12]

‘แม้จะรู้สึกว่าตัวเองแทบไม่มีประโยชน์…’

แต่ฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธการ “นั่งรับค่า EXP ฟรี” เพราะอย่างน้อยก็ได้ส่วนแบ่งประสบการณ์จากปีศาจทุกตัวที่พวกเธอจัดการไปแล้ว — เป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ชัดเจน พวกเธอได้ปลดปล่อยความกระหายการต่อสู้ ส่วนฉันก็กวาดผลตอบแทนโดยแทบไม่ต้องขยับมือ

ด้วยความอยากรู้ ฉันจึงเรียกหน้าสถานะของพวกเธอขึ้นมา เพื่อตรวจสอบว่าระดับพลังที่แท้จริงของฝาแฝดอยู่ในขั้นไหนกันแน่…

[ปาร์ตี้]

[ข้อมูลสถานะ:]

[สโนว์ ลิลี่ ลูเวเลีย]

[เผ่าพันธุ์: มนุษย์]

[เลเวล – 75]

[ความแข็งแกร่ง: D]

[ความว่องไว: A]

[ความทนทาน: C]

[โชค: D]

[พลัง: E]

[ทักษะ:]

[ศิลปะการใช้มีดสั้นขั้นสูง] [ความเชี่ยวชาญ: (95%)]

[ม่านหมอกเดิน] [ความเชี่ยวชาญ: (75%)]

[ก้าวเงียบ] [ความเชี่ยวชาญ: (45%)]

[สัญชาตญาณที่เฉียบคม] [ความเชี่ยวชาญ: (40%)]

[ออร่า] [ความเชี่ยวชาญ: (20%)]

[คริติคอล] [ความเชี่ยวชาญ: (15%)]

[ความสามารถพิเศษ:]

[ตัดถึงตาย]

[คำอธิบาย: การโจมตีด้วยใบมีดทั้งหมดจะได้รับการเพิ่มพลังโจมตี 300%]

[ภาพรวม: กึ่งลมที่เต็มไปด้วยม่านหมอก]

...

[ข้อมูลสถานะ:]

[สโนว์ ลิเลียน ลูเวเลีย]

[เผ่าพันธุ์: มนุษย์]

[เลเวล – 71]

[ความแข็งแกร่ง: D]

[ความว่องไว: B]

[ความทนทาน: E]

[โชค: D]

[พลัง: E]

[ทักษะ:]

[ศิลปะการใช้มีดสั้นขั้นสูง] [ความเชี่ยวชาญ: (75%)]

[ม่านหมอกเดิน] [ความเชี่ยวชาญ: (75%)]

[ก้าวเงียบ] [ความเชี่ยวชาญ: (45%)]

[สัญชาตญาณที่เฉียบคม] [ความเชี่ยวชาญ: (40%)]

[ออร่า] [ความเชี่ยวชาญ: (20%)]

[คริติคอล] [ความเชี่ยวชาญ: (15%)]

[ความสามารถพิเศษ:]

[ตัดถึงตาย]

[คำอธิบาย: การโจมตีด้วยใบมีดทั้งหมดจะได้รับการเพิ่มพลังโจมตี 300%]

[ภาพรวม: อีกกึ่งลมที่เต็มไปด้วยม่านหมอก]

เมื่อเห็นสถานะของฝาแฝดแล้ว ฉันก็อดไม่ได้ที่จะสังเกตว่าทั้งคู่แทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกันในแง่ความสามารถ แม้ค่าพลังของลิลี่จะสูงกว่าเล็กน้อย แต่ในสนามรบจริง ความต่างนั้นแทบไม่อาจแยกแยะได้เลย การเคลื่อนไหวของพวกเธอสอดประสานกันอย่างไร้ที่ติ ราวกับร่ายรำกลางสมรภูมิ แม้แรงกดดันจากฝูงปีศาจจะโหมกระหน่ำเข้ามาไม่หยุดก็ตาม

"เฮ้ คลื่นปีศาจนี่มันจะยาวไปถึงไหนกัน?" ลิลี่เอ่ยอย่างหงุดหงิด ดวงตาเริ่มแสดงความล้าเมื่อจำนวนศัตรูไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

ลิเลียนที่เพิ่งลงจอดข้างเธอหลังจากเฉือนคอมิโนทอร์จนหัวหลุดจากบ่า ก็หอบเล็กน้อย "ฉันก็ไม่รู้... แต่ดูจากทางเดินที่แคบลงเรื่อยๆ ฉันเดาว่าเราน่าจะเข้าใกล้ห้องบอสแล้ว... ใช่ไหม?"

"เชอะ… ทำไมฉันถึงไปยอมรับว่าจ้างโง่ๆ แบบนี้กันนะ" ลิลี่บ่นพึมพำ

"คุณว่าอะไรนะ?" ฉันเลิกคิ้วถาม

"ไม่มีอะไร..." เธอตอบทันควัน

ฉันเข้าใจดีว่าพวกเธอเหนื่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความลำบากนี้เกิดจากการที่พวกเธอเลือกจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูทั้งซ้ายและขวาเองมากกว่า

อยู่ๆ ลิลี่ก็หันมามองฉัน สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "เฮ้ มีเรื่องที่ฉันสังเกตมาพักใหญ่แล้ว แต่ตั้งใจรอให้นายอธิบายตัวเอง... ทำไมนายถึงไม่ช่วยเราล่ะ? หี! ดูน้องสาวฉันสิ เธอเปรอะไปด้วยของเหลวประหลาดกับเลือดเต็มตัวจนแทบจำหน้าไม่ได้แล้ว"

เธอชี้นิ้วใส่ฉันต่อ "แล้วนายล่ะ! ทำไมสะอาดขนาดนั้น? ไม่มีปีศาจตัวไหนเข้ามาขวางเลยเหรอ? แล้วเลือด ฝุ่น หรือเศษซากจากกับดักที่พวกเราทำลายล่ะ? ทำไมถึงไม่โดนนายเลยสักนิด?"

ฉันถอนหายใจอย่างอดทน "การโทษผมจะทำให้เราเสียเวลามากขึ้นนะ… และอีกอย่าง คุณก็โทษผมไม่ได้หรอกถ้าไม่มีปีศาจตัวไหนมาหาผมเอง"

"อะไรนะ? ไม่มีทาง! ฉันมั่นใจว่าฉันทิ้งพวกมันไว้ไม่กี่ตัว นายต้องทำอะไรบางอย่างให้พวกมันหันกลับมาหาเราแน่ๆ"

"งั้นคุณตั้งใจทิ้งพวกมันไว้เหรอ?"

"ฉ-อะไร—ไม่! ฉันไม่ได้ตั้งใจทิ้ง มันก็แค่หลุดสายตาไปเฉยๆ... ช่างเถอะ ไปกันต่อดีกว่า!" เธอส่งเสียงฮึดฮัด เห็นได้ชัดว่าเริ่มหงุดหงิดจริงๆ

ลิเลียนที่เงียบตลอดการโต้เถียงเพียงยกมือเช็ดคราบของเหลวออกจากใบหน้าด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย "เรามาตั้งสมาธิให้ผ่านไปก่อนเถอะ การเถียงกันไม่ช่วยอะไรหรอก"

ลิลี่เหลือบจ้องฉันอีกครั้ง ก่อนหันหน้าหนี "ก็ได้… แต่ฉันจะจับตาดูนายไว้"

เราจึงเดินลึกต่อไปในดันเจี้ยน โดยที่ความตึงเครียดระหว่างกันเริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้นในอากาศ

และฉันรู้ดี… ถ้าไม่เคลียร์เรื่องนี้ให้จบก่อนถึงห้องบอส มันอาจส่งผลร้ายต่อการประสานงานของเราในศึกที่จะมาถึงแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาสำหรับการไขข้อข้องใจหรือถกเถียงกัน

เราจำเป็นต้องมีสมาธิให้มั่นและตื่นตัวเต็มที่

อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงอย่างชัดเจนเมื่อเราเข้าใกล้ห้องสุดท้าย

บรรยากาศหนาแน่นจนแทบกลั่นเป็นของเหลว คล้ายหมอกเย็นที่ไหลซึมเข้ามาทุกช่องว่าง

ความคาดหวังอันหน่วงหนักเกาะกุมผิวหนังจนเกิดความรู้สึกเสียวซ่านลามไปถึงกระดูก ประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกบังคับให้เฉียบคมขึ้นโดยอัตโนมัติ

เสียงน้ำหยดแผ่วเบาก้องกังวานไปตามทางเดินแคบเหยียดยาว ทับซ้อนด้วยเสียงคำรามที่แว่วมาอย่างแผ่วไกล — เสียงของบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืดและไม่คิดจะต้อนรับเราอย่างสันติ

และแล้ว เราก็มาถึงหน้าประตูหินขนาดมหึมา ผิวของมันเต็มไปด้วยรอยแกะสลักสัญลักษณ์โบราณที่เรืองแสงริบหรี่ในความสลัว ราวกับกำลังเต้นระบำเพื่อต้อนรับผู้บุกรุก

นี่คือ… ห้องบอส

ด่านสุดท้ายของการต่อสู้ และบทสรุปของเหมือง EXP ที่เราบุกฝ่าอย่างเร่งรีบ

เราทั้งสามใช้แรงผลักประตูที่หนักราวภูเขา เสียงครวญครางต่ำและยาวดังสะท้อนเมื่อมันค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงกว้างใหญ่ที่ถูกอาบด้วยแสงสีน้ำเงินน่าขนลุก

กลางห้องตั้งตระหง่านคือรูปปั้นขนาดมหึมาของ เทพเจ้าดวงจันทร์ที่ถูกประณาม เบื้องหลังมันมีหลุมขนาดใหญ่ดำสนิทเหมือนบ่อไร้ก้น ลึกจนไม่อาจมองเห็นก้นบ่อได้

“บอสปีศาจอยู่ที่ไหน?” ลิเลียนเอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา แม้จะมีสัญชาตญาณอันตรายเฉียบคม แต่เธอกลับไม่สามารถสัมผัสถึงแรงมานาอันทรงพลังแม้แต่น้อยในห้องนี้

ก่อนที่เราจะเปิดประตู ฉันยังจำได้ชัดถึงแรงปะทุของมานาจำนวนมหาศาลที่ปกคลุมทั่วบริเวณนี้ แต่พอพ้นประตูเข้ามา กลับเหมือนทุกอย่างถูกดูดหายไปในความว่างเปล่า

ถ้าฉันไม่มีความรู้ล่วงหน้าจากเกม ฉันคงตกใจกับความเงียบผิดธรรมชาตินี้พอๆ กับฝาแฝด แต่ถึงแม้จะรู้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความเย็นยะเยือกที่เลื้อยผ่านสันหลังตอนนี้ก็ยังทำให้หัวใจเต้นแรง

ฉันเพิ่มการเคลือบมานาอย่างละเอียดรอบร่างเพื่อเตรียมพร้อมรับสิ่งที่จะโผล่มา

ไรจินเองก็คงสัมผัสได้เช่นกัน เพราะเขาส่งเสียงคำรามต่ำไปทางหลุมสีดำเบื้องหลังรูปปั้น แผงขนสีขาวของมันตั้งชัน ขณะที่สายฟ้าสีทองเต้นไปรอบร่าง ส่องประกายให้ห้องสว่างขึ้นทีละจุด

เสียงก้าวเท้าของเราดังก้องสะท้อนในความเงียบ ก้าวลงบันไดทีละขั้นจนถึงเบื้องหน้ารูปปั้น และในวินาทีนั้น — ห้องทั้งห้องก็สั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

การสั่นอยู่เพียงไม่กี่วินาที แต่ก็เพียงพอให้ทุกกล้ามเนื้อเกร็งตึง สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องในหัว

ทันใดนั้น หลุมด้านหลังรูปปั้นเริ่มเรืองแสงสีดำเข้มราวหมึก เสียงคำรามทุ้มลึกดังมาจากส่วนลึก และยิ่งดังขึ้น… หนักขึ้น… อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

ลิลี่กับลิเลียนเข้าสู่ท่าป้องกันทันทีโดยไม่ต้องนัดหมาย ดวงตาของพวกเธอสอดส่ายไปรอบห้อง พยายามหาต้นตอของสิ่งที่กำลังคลืบคลานขึ้นมา

คิกคิกคิกคิกคิกคิกคิกคิกคิกคิก!!!!!!

เสียงแหลมเสียดแก้วหูดังสะท้อนทั่วห้อง กรีดผ่านสมองราวกับมีเข็มนับพันทิ่มแทง

ก่อนที่สายตาจะปรับรับแสงได้ทัน แสงสีน้ำเงินสลัวจากเพดานก็เผยเงารูปร่างของสิ่งที่อยู่รอบเรา — ดวงตาสีแดงนับร้อยเรืองแสงขึ้นพร้อมกันราวกับดวงไฟแห่งความตาย ทุกคู่จ้องมองตรงมาพร้อมเจตนาฆ่า ล้อมเราไว้ในกำแพงแห่งศัตรูทั้งจากซอกเสาที่ตั้งตระหง่านและเงามืดใต้หลุมดำมหึมา

“น-นั่นมัน…”

เสียงของลิลี่แทบกลืนหายไปในลำคอ ลิเลียนเองก็เบิกตากว้างไม่แพ้กัน ทั้งคู่ยืนนิ่งชั่วขณะราวกับถูกตรึงไว้ด้วยภาพเบื้องหน้า — ศัตรูจำนวนมหาศาลที่บีบพื้นที่รอบตัวเราให้เหลือเพียงวงแคบไร้ทางหนี

ทุกดวงตาสีแดงนั้นเป็นของแมลงปีศาจที่รูปร่างชวนให้กระเพาะหดเกร็ง

และอยู่ตรงหน้าสุดคือร่างยักษ์เท่าสิงโตโตเต็มวัย โครงกระดูกภายนอกสีดำเรียบมันวาวสะท้อนแสงสีน้ำเงินเย็นเยียบอย่างน่าขนลุก

มันมีกงเล็บโค้งแหลมราวตั๊กแตนตำข้าว

ดวงตากลมประกายแข็งกระด้างแบบมด

ขาแมงมุมสี่ขาที่งอพร้อมจะกระโจน

และส่วนท้องที่บิดเกลี้ยวผสมระหว่างเหล็กในผึ้งกับหางแมงป่อง — ทุกส่วนประกอบของมันถูกสร้างมาเพื่อสังหาร

นี่แหละ… สิ่งมีชีวิตที่ทำให้ดันเจี้ยนแห่งนี้กลายเป็นตำนาน จุดรวม EXP ในหมู่ผู้เล่นเกม

[ผู้ล่าแห่งความตาย] [ระดับ A]

ผู้ล่าแห่งความตายเป็นปีศาจแบบรัง แต่ละตัวที่เห็นอยู่ตรงหน้าถือว่าเป็น “ตัวดั้งเดิม” ของมัน

ในเกม มันถูกออกแบบมาเพียงเพื่อหนึ่งเป้าหมาย — มอบความท้าทายระดับสุดท้าย พร้อมรางวัลที่คุ้มค่ากับเลือดและเหงื่อของผู้เล่น

‘ฮ่าฮ่า… เหมือนในเกมไม่มีผิด เพียงแต่มองใกล้ๆ แล้ว มันน่าเกลียดกว่าที่คิดไว้เยอะ’

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์