ตอนที่ 29
บทที่ 29 (โลกที่ 2) คุณหนูอันดับหนึ่ง
ฮ่องเต้ยังมิได้ตรัสคำใดในทันที เพียงแต่ใช้ดวงเนตรอันลึกล้ำยากหยั่งถึงเพ่งมองไปยังไป่เจินเจิน บรรยากาศภายในห้องทรงหนังสืออบอวลไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ไป่เจินเจินมิได้ยินคำตอบจากฮ่องเต้ จิตใจพลันเกิดความหวั่นไหว ฮ่องเต้นี้เป็นอะไรกันแน่?
เมื่อได้ยินว่านางครอบครองทรัพย์สมบัติมากมายเช่นนี้ ไยจึงมิได้ประทับใจในตัวนางบ้างเล่า? ไฉนจึงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ?
ตั้งแต่ได้ข้ามมิติมายังโลกนี้ ไป่เจินเจินก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นอกจากเรื่องอาวุธครั้งนั้นแล้ว นางแทบจะมิได้พบปัญหาใดเลย เวลานี้นางเริ่มเข้าใจแล้วว่า "พระบารมีของฮ่องเต้ช่างยากแท้หยั่งถึงจริงๆ"
“เจ้ามั่นใจว่าจะไม่รับไท่จื่อของเราแน่หรือ?” ฮ่องเต้ก้มเนตรลง ยกมือเคาะโต๊ะ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ออกว่าคิดสิ่งใด
“หม่อมฉันปรารถนาเพียงเสรีภาพที่เป็นของตนเองเท่านั้น!” ไป่เจินเจินเอ่ยโดยไม่แสดงอาการถ่อมตน แต่งงานกับไท่จื่อผู้ไร้ความสามารถนั้นหรือ? แล้วนางจะมีเส้นทางใดให้ก้าวเดินเล่า?
แม้นางต้องตายก็จะไม่ยอมรับเด็ดขาด
“ดี เราจะยอมตามเจ้า” ฮ่องเต้มิได้ทำให้นางลำบาก เพราะเดิมทีพระองค์ทรงคิดว่าด้วยพรสวรรค์ของโอรส การมีไป่เจินเจินเป็นคู่สมรสคงเหมาะสมยิ่งนัก
บัดนี้ดูเหมือนว่า พระองค์ทรงคิดผิด ไป่เจินเจินผู้มองการณ์สั้นและคุณธรรมย่ำแย่เช่นนี้ ต่อให้มีเป็นร้อยก็ไม่คู่ควรกับโอรสของพระองค์เลย
องค์ชายสามถือโอกาสรีบกล่าวว่าเขามิสนใจการแต่งงานในเวลานี้
ก่อนหน้านี้เขายังไม่รู้ว่าไป่เจินเจินเป็นเจ้าของหอเฟิงหย่า จึงไม่คิดจะแต่งกับเย่เส้าฮัว บัดนี้เมื่อได้รู้ว่าทรัพย์สินที่อยู่เบื้องหลังของไป่เจินเจินมีมากมายเช่นนี้ ก็ยิ่งไม่อยากแต่งกับเย่เส้าฮัวผู้แสนจะธรรมดายิ่งนัก
“เจ้าแน่ใจหรือ?” ฮ่องเต้ทอดพระเนตรมององค์ชายสามลึกซึ้ง
องค์ชายสามย่อมรู้ดีว่าระหว่างเย่เส้าฮัวผู้แสนธรรมดากับไป่เจินเจินผู้มีฐานะและพลังอำนาจมากมาย ผู้ใดสำคัญกว่ากัน เขาจึงกล่าวตอบในทันทีว่า “พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”
“ดี พวกเจ้าจงออกไปเถิด” ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ ไล่พวกเขาออกไป
เมื่อพวกเขาออกไปแล้ว ฮ่องเต้จึงค่อยๆ ส่ายศีรษะเล็กน้อย
“ไป่เจินเจินกับองค์ชายสาม เจ้าคิดว่าอย่างไร?” ท่านมหาดเล็กแห่งกรมวังยืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะรู้ว่าฮ่องเต้ทรงตรัสถามตน
ท่านมหาดเล็กซึ่งเป็นขันทีผู้ไม่กล้าออกความเห็นมากนัก พิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “คุณหนูไป่ผู้นี้สมเป็นสตรีผู้มีปัญญาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง กระหม่อมมิคาดว่าหออันดับหนึ่งของเมืองหลวงนี้จะเป็นของนาง ช่างหาคนเทียบได้ยากยิ่ง องค์ชายสามก็เช่นกัน ทรงรอบรู้และคาดการณ์ล่วงหน้า”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮ่องเต้ก็แค่นพระสรวลเบาๆ
พระองค์ทรงยกพระหัตถ์หยิบหีบไม้มู่จิ่นขึ้นมา แล้วนำทองคำสองแสนตำลึงออกมา “นี่คือสิ่งที่เย่ไจ้เซียงถวายให้หลังการเข้าเฝ้ายามเช้า บอกว่าให้บุตรชายของเขาได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายที่ชายแดน ไม่ต้องทนทุกข์ยากลำบาก นี่คือ ‘สินบน’ ที่เขาถวายให้เรา”
“ทองคำสองแสนตำลึง? จวนเสนาบดีเย่นี้หามาได้อย่างไร แล้วพระองค์ก็มิได้ตรัสเช้าว่าจะส่งเย่ซื่อหลางไปยังชายแดนไม่ใช่หรือ?” ท่านมหาดเล็กที่พบเห็นเรื่องราวมามากมายถึงกับตกตะลึง “เสนาบดีเย่ขึ้นชื่อว่าซื่อสัตย์มาโดยตลอด ไม่เคยทำเรื่องติดสินบนใดๆ!”
ฮ่องเต้หัวเราะเสียงดัง “เขามิได้ทำ แต่ในจวนของเขามีผู้รู้ที่คำนวณล่วงหน้าได้ถึงร้อยก้าว!”
“สตรีผู้มีปัญญาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงหรือ?” ฮ่องเต้เพ่งมองทองคำสองแสนตำลึง หัวเราะเยาะเย้ยเบาๆ
ท่านมหาดเล็กก้มหน้า ทำทีไม่เห็นเรื่องราวนี้ แต่ก็รู้ตัวดีว่าถึงเวลาที่ต้องเลือกข้างเสียแล้ว
องค์รัชทายาทเสด็จออกศึกด้วยพระองค์เอง ฮ่องเต้ทรงยกเลิกพระราชโองการที่เคยกำหนดให้ตระกูลไป่ติดตาม และเปลี่ยนให้เป็นคนจากตระกูลเย่แทน ซึ่งทำให้คนในตระกูลไป่รู้สึกโล่งอกอยู่ไม่น้อย เพราะพวกเขาเองก็ไม่อยากร่วมเดินทางไปสู่ความตายกับไท่จื่อเช่นกัน
ในวันออกศึกของไท่จื่อ ตรงกับวันที่มีงานประชุมทางวรรณศิลป์ของหอเฟิงหย่าพอดี
ผู้คนทั้งหลายล้วนคิดว่าเมื่อไท่จื่อออกไปในครั้งนี้ คงมิได้กลับมา จึงมีคนมาส่งเสด็จเพียงน้อยนิด ขณะนั้น ไป่เจินเจินยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองของหอเฟิงหย่า สนทนาด้วยความรอบรู้ว่า “องค์ชายสาม เคยได้ยินเรื่องระบอบรวมศูนย์อำนาจหรือไม่?”
“เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“ก็คือ การยกเลิกตำแหน่งเสนาบดีใหญ่ ให้มีเพียงหกกรมเป็นหลัก ยกเลิกเขตปกครอง ตั้งคณะสามกรม…”
ไป่เจินเจินกล่าวอย่างคล่องแคล่ว จนองค์ชายสามและเหล่าบัณฑิตในหอเฟิงหย่าพากันตกตะลึง ด้วยมิอาจคาดคิดว่าแนวคิดที่กล้าหาญและล้ำสมัยเช่นนี้จะออกมาจากปากสตรีเพศ
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของทุกคน ไป่เจินเจินก็เผยแววแห่งความภูมิใจ นี่คือระบอบที่พัฒนาอย่างสมบูรณ์จากสมัยฉินจนถึงสมัยชิงในโลกของนาง ในสมองของนางยังมีระบอบเช่นนี้อีกมากมาย
เพียงพูดแค่แนวคิดเดียวก็ทำให้บัณฑิตทั้งหลายต่างยอมรับในตัวนาง ไป่เจินเจินในฐานะผู้ที่มาจากยุคสมัยใหม่ย่อมรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง มิรู้จะพรรณนาอย่างไร บอกได้เพียงว่าในภายภาคหน้ายังมีเรื่องที่พวกเขาต้องตะลึงอีกมากนัก!
คิดเช่นนี้ นางจึงพูดต่อไปทันที “มนุษย์นั้นย่อมเกิดมาอย่างเท่าเทียม เราจึงควรใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ไม่ควรยอมรับชะตากรรมที่คนอื่นกำหนดให้ เราต้องเข้าใจการต่อต้านเพื่อเสรีภาพของเรา!”
คำพูดนี้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธการแต่งงานของนาง เมื่อบัณฑิตทั้งหลายได้ยินเช่นนั้น ต่างยิ่งนับถือในความมีเกียรติและจิตใจสูงส่งของนาง
เมื่อกล่าวจบ ไป่เจินเจินก็สังเกตเห็นว่าเย่เส้าฮัวผู้ส่งเย่เย่ไจ้เซียงไปชายแดน กำลังยืนอยู่ที่ถนนด้านล่าง จ้องมองขึ้นมาที่นาง
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ ดวงตาของเย่เส้าฮัวดูเป็นประกายพราวแพรวงดงาม ไป่เจินเจินหรี่ตามองเล็กน้อย จากนั้นจึงยิ้มอย่างมีเลศนัยกล่าวว่า “คุณหนูเย่ ข้ามิได้เจาะจงกล่าวถึงท่าน เพียงแต่การยอมรับชะตากรรมนั้นมิใช่หนทางที่ถูกต้อง…”
“ถูกต้องแล้ว คุณหนูรองไป่กล่าวได้อย่างมีเหตุผลยิ่งนัก” เหล่าบัณฑิตทั้งหลายต่างรู้สึกประทับใจในความละวางในลาภยศของไป่เจินเจิน “หากดูจากหมากกระดานนี้ ย่อมบอกถึงคุณธรรมของผู้เล่น หมากกระดานที่แขวนอยู่นี้แสดงให้เห็นว่าคุณหนูรองไป่มีสติปัญญาอันเป็นเลิศ”
“มิทราบว่าคุณหนูรองไป่มีความคิดเห็นเช่นไรต่อหมากกระดานสามชุดที่แก้ไม่ได้นี้?” มีผู้หนึ่งถามถึงหมากกระดานที่แขวนอยู่บนผนัง
“หมากกระดานทั้งสามนี้ ข้าเพียงเล่นตามอารมณ์ สติปัญญาข้ามีจำกัด จึงยังไม่มีหนทางแก้” ไป่เจินเจินแสร้งทำเป็นจนปัญญา
แท้จริงแล้ว หมากกระดานทั้งสามชุดนี้ ชุดหนึ่งเป็นผลงานของหญิงสาวอันดับหนึ่งในยุคสมัยใหม่ เพียงแต่นางผู้นั้นยังมิทันได้กล่าวหนทางแก้ก็จากโลกนี้ไปเสียก่อน
อีกสองชุดนั้นล้วนเป็นหมากกระดานที่เลิศล้ำจนไป่เจินเจินผู้เป็นอันดับหนึ่งในยุคสมัยใหม่ยังต้องยอมรับ เพราะนางแก้ไขมันได้
สองปีหลังจากที่หญิงสาวผู้นั้นเสียชีวิต ครอบครัวของนางจึงได้ยอมเผยแพร่วิธีการแก้ไข
ไป่เจินเจินเองก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในขณะที่ไปชมงานจัดแสดงนั้น จึงไม่ได้เห็นผลลัพธ์สุดท้าย
เมื่อองค์ชายสามได้ยินเช่นนั้น สายตาที่มองไปยังไป่เจินเจินยิ่งร้อนแรงขึ้น
ตอนนี้ผู้คนนอกหอเฟิงหย่ายังไม่รู้ว่าหอแห่งนี้เป็นของไป่เจินเจิน หากรู้เข้าคงต้องพากันคลั่งแน่
【ติ๊ง! ระบบอัปเกรดสำเร็จแล้ว! ร้านค้าระบบเปิดใช้งานสำเร็จ!】**
【โธ่! ท่านเย่ผู้ยิ่งใหญ่ ท่านไม่ดูร้านค้าระบบกลับดูอะไรอยู่?】**
“กระดานหมาก” เย่เส้าฮัวกำลังครุ่นคิด ว่าไป่เจินเจินวางกระดานหมากล้ำเลิศเช่นนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะกระดานสุดท้าย
เมื่อระบบได้ยินจึงมองผ่านดวงตาของเย่เส้าฮัวไปยังหมากกระดานชุดสุดท้าย ไม่วายเบ้ปาก 【นึกว่าท่านดูอะไรอยู่ นี่มิใช่หมากกระดานของท่านเองหรอกหรือ มีอะไรน่าดูเล่า?】