ตอนที่ 24
บทที่ 24 (โลกที่ 2) คุณหนูอันดับหนึ่ง
ขณะเสนาบดีเย่กลับไปถึงตำหนักนั้น ฮูหยินเย่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา “เหตุใดจึงไม่ใช้ตราของข้าไปตามหมอหลวงเล่า?”
ร่างกายของฮูหยินเย่นั้นได้รับการดูแลจากหมอหลวงมาตลอด เสนาบดีเย่จึงมิไว้วางใจหากจะหาหมอทั่วไป
เมื่อได้ยินคำของเสนาบดีเย่ โม่เหินจึงมองเขาแวบหนึ่ง แล้วค่อยๆ หลุบตาลง แววตาดูหมองมัว
เสนาบดีเย่จึงค่อยๆ เข้าใจเหตุผล เพราะด้วยสถานการณ์เช่นนี้ คงยากที่จะมีหมอหลวงผู้ใดยินดีมาช่วยเหลือ
เส้าฮัวอยู่ที่ใด?” เสนาบดีเย่ถามขึ้นทันที
“คุณหนูไปที่ห้องทดลองของนางแล้ว” โม่เหินตอบกลับอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ห้องทดลอง’ แต่สามปีที่ผ่านมา นางก็ชินชากับความคิดแปลกประหลาดของคุณหนูแล้ว
เสนาบดีเย่มิกล่าวสิ่งใดอีก เพียงแต่ส่งคนไปตามหมอที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง แล้วก็ไปจัดการเรื่องของเย่ไหว่จิ่น
ณ เวลานี้ แผ่นดินแยกออกเป็นหลายส่วน ฮ่องเต้ผู้ครองบัลลังก์ใฝ่ฝันจะรวบรวมดินแดนให้เป็นหนึ่งตามรอยบรรพบุรุษ อาวุธปืนไฟนี้คือโอกาสสำคัญของเขา แต่มิคาดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้
เขาโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง สั่งให้ตระกูลเย่ทั้งหมดลงไปยังคุกหลวง
ไม่ต้องพูดถึงว่าตระกูลเย่ค่อยๆ สูญเสียอำนาจไปแล้ว แม้แต่ในยุคที่ตระกูลเย่ยังมีอำนาจกุมเมืองไว้ ฮ่องเต้ก็คงไม่ปล่อยตระกูลเย่ไปง่ายๆ
บรรดาสหายที่แอบมีความสัมพันธ์ลับกับเสนาบดีเย่จึงได้บอกใบ้ให้เขาทราบเรื่องนี้ เสนาบดีเย่เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกลับบ้านไปเพื่อให้เย่เส้าฮัวพาแม่ไปจากเมืองหลวงเพื่อหนีภัย
“ข้ามิไป” เย่เส้าฮัวเปลี่ยนไปสวมเสื้อกั๊กผ้าไหมสีเหลืองอ่อน
นางเจิดจ้าสวยงาม ยากที่ใครจะเปรียบ เหตุเพราะมารดาได้ทิ้งเครื่องแต่งกายบุรุษของนางไปหมดแล้ว ภายในตู้เสื้อผ้าจึงเต็มไปด้วยเครื่องแต่งกายตามแฟชั่นในเมืองหลวง
“ข้ามีเครือข่ายสายสัมพันธ์ในเมืองหลวงนี้อยู่บ้าง เจ้ารีบพามารดาไปเร็วเข้า เรื่องของพี่ชายเจ้าครานี้หวังได้ยาก องค์ชายสามยังไม่ยอมพบข้าด้วยซ้ำ” เสนาบดีเย่กล่าวพร้อมส่ายหน้าช้าๆ
เขาคิดว่าบุตรีที่ฉลาดจะเข้าใจในคำพูดนี้ แต่คาดไม่ถึงว่าเย่เส้าฮัวจะส่ายหน้ากลับมา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ “ท่านพ่อ องค์ชายสามมิใช่คนที่พึ่งพาได้ เขาขึ้นครองบัลลังก์ ตระกูลเย่ของเราก็คงไร้สุข มิสู้เรานำบัลลังก์ไปมอบแก่พระโอรสองค์อื่นดีกว่า?”
“อย่ากล่าววาจาอันกบฏเช่นนี้!” เสนาบดีเย่ตกใจจนรีบมองซ้ายมองขวา โชคดีที่นี่เป็นจวนเย่ จึงมิอาจมีผู้ใดได้ยิน**
“ดังนั้น ท่านพ่อ ข้าจึงขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท” เย่เส้าฮัวเอียงศีรษะ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ แววตาฉายแสงเปล่งประกาย
ผู้คนในตระกูลเย่ล้วนมิอาจเอาชนะเย่เส้าฮัวได้ นางเพียงพูดไม่กี่คำก็พร้อมจะเก็บดวงจันทร์ลงมาให้ตน ครานี้เสนาบดีเย่เพียงลำพัง จะทำสิ่งใดกับนางก็ทำได้ยากยิ่ง
แม้ตระกูลเย่จะเสียอำนาจไปแล้ว แต่การพาเย่เส้าฮัวเข้าเฝ้าฝ่าบาทนั้น เสนาบดีเย่ยังคงสามารถจัดการได้
ฮ่องเต้ทรงมีพระพักตร์ที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก “เย่อ้ายชิง เจ้าตั้งใจจะมอบแผนแผนผังที่ซ่อนไว้นั้นให้หรือไม่?”
“ข้า…” เสนาบดีเย่ยังมิทันกล่าว ก็ถูกเย่เส้าฮัวขัดขึ้น
“ขอทูลฝ่าบาท แผนสร้างปืนไฟในมือพี่ชายข้านั้นแท้จริงแล้วเป็นของปลอม เขานำไปเพียงเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อถวายแด่ฝ่าบาท บัดนี้ ปืนไฟได้รับการปรับปรุงแล้ว อานุภาพยิ่งกว่าเดิมสิบเท่า” แม้บรรยากาศรอบกายฮ่องเต้จะทรงพลังจนยากที่ผู้ใดจะเชิดหน้าขึ้นได้ ทว่าเย่เส้าฮัวที่เคยร่วมโต๊ะกับประธานาธิบดีแห่งแคว้น M ก็หาได้หวาดหวั่นไม่ นางยังคงพูดไปอย่างไม่รีบไม่ร้อน**
“สิบเท่าหรือ?” พลังของปืนไฟที่มีอยู่ก็มากพอจะทำให้ฮ่องเต้ยินดีอยู่แล้ว เพิ่มขึ้นอีกสิบเท่าคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ฮ่องเต้ทรงลุกจากบัลลังก์ก้าวเข้ามาหานาง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเร่งรีบ “รินชาให้เสนาบดีเย่และคุณหนูเย่ ผู้เชี่ยวชาญผู้นั้นอยู่ที่ใด ขณะนี้เขาอยู่ที่ใด ได้นำเขามาด้วยหรือไม่?”**
“แน่นอน ท่านผู้นั้นก็คือ…” เย่เส้าฮัวหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เอียงศีรษะตอบอย่างเย็นชา “คือข้าเอง”
"พรูด!" เมื่อชาในปากของเสนาบดีเย่พ่นออกมา เขาหามีโอกาสรักษามารยาทต่อหน้าฮ่องเต้ไม่ แต่รีบกระพริบตาอย่างแรงเพื่อส่งสัญญาณให้เย่เส้าฮัวเข้าใจ
เขารู้ดีว่าบุตรีฉลาดเฉลียวปานใด นางล้ำเลิศเป็นหนึ่ง แต่นี่คืออาวุธร้ายแรงเช่นนี้! บุตรีของเขามิเคยได้จับต้องแม้แต่ดินปืน เหตุใดถึงสามารถปรับปรุงปืนไฟได้เล่า! หากมิบังอาจลวงฝ่าบาทไป คงจะถูกขังในคุกหลวงก็ยังถือว่าเบา สิ่งที่หวาดกลัวคือการถูกตัดศีรษะในทันที!
เขาส่งสัญญาณด้วยสายตาไปยังเย่เส้าฮัวอย่างสุดกำลังจนดวงตาเกือบชักกระตุก ทว่าเย่เส้าฮัวหามองเขาไม่แม้แต่น้อย
ฮ่องเต้เมื่อได้ฟังคำของเย่เส้าฮัว ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม แต่ในดวงพระเนตรนั้นกลับเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ “เหล่าทหาร นำกล่องแพรของเรามา”
เพียงชั่วครู่ มหาขันทีนำกล่องแพรมา ฮ่องเต้หยิบปืนไฟออกจากกล่อง “ปืนไฟกระบอกนี้ยิงได้ไกลสิบจั้ง มีอานุภาพมหาศาล เจ้าจงปรับปรุงให้ข้าดูทันที หากบังอาจลวงข้า ข้าจะตัดศีรษะของเย่ไหว่จิ่นเดี๋ยวนี้”
“มิใช้ด้ามนี้เพคะ” เย่เส้าฮัวมองปืนไฟในมือของฮ่องเต้เพียงแวบหนึ่ง จากนั้นก็หยิบเอาส่วนประกอบสีดำออกจากกระเป๋า “ปืนในมือฝ่าบาทนั้นต่ำช้านัก ทั้งขนาดและโครงสร้างต่างก็ผิดไปหมด ทำให้ข้าแสดงฝีมือได้ไม่เต็มที่”
นางกล่าวพลางนั่งลงเริ่มประกอบชิ้นส่วนปืน
เทียบกับไป๋เจินเจินแล้ว เย่เส้าฮัวนั้นได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
ส่วนประกอบกระจัดกระจายเพียงแค่นาทีเดียว ก็ถูกนางประกอบขึ้นจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์
“ฝ่าบาท มองออกไปยังต้นไม้หน้าประตูพระตำหนักนั้น ข้าจะยิงผลที่สองของต้นนั้น” เย่เส้าฮัวกล่าวโดยหันหลังไป โดยกล่าวพลางยกปืนขึ้นเล็ง
"ปัง!"
ลูกแพรลูกที่สองของต้นไม้ซึ่งอยู่ห่างออกไปสี่สิบจั้งร่วงลงมาในทันใด
“เห็นหรือไม่” เย่เส้าฮัวหันหน้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา “นี่แหละคืออานุภาพที่แท้จริง ปืนในมือฝ่าบาทนั้นไร้ค่า”
การยิงที่แม่นยำเช่นนี้ ระยะยิงที่ห่างไกลเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้ทรงตะลึง นิ่งอึ้งไปพักใหญ่
เสนาบดีเย่เองก็จ้องมองเย่เส้าฮัวด้วยความตกใจ มุมปากกระตุกไปมา
“ยอดเยี่ยม! เยี่ยมจริงๆ! ตระกูลเย่ล้วนเป็นอันดับหนึ่ง” หลังจากนิ่งเงียบไปนาน ฮ่องเต้ก็ฟื้นจากความตกใจ หาทรงถือโทษโกรธเคืองเย่เส้าฮัวที่กล่าวว่าปืนในมือฝ่าบาทนั้นไร้ค่าไม่ แต่กลับทรงสนพระทัยนางอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นจึงทรงหัวเราะอย่างมีพระทัย “ทหาร จัดเตรียมโต๊ะเสวย ข้าจะเชิญทั้งตระกูลเย่ร่วมโต๊ะนี้ หลี่กงกง เจ้าจงไปยังคุกหลวงแล้วนำตัวเย่ซื่อหลางมาโดยเร็ว”
ในยุคนี้มิเคยถือสาหญิงที่มีความสามารถ หญิงที่รับตำแหน่งในราชสำนักก็ใช่ว่าจะไม่มี
ฮ่องเต้ทรงมองเย่เส้าฮัว ยิ่งทอดพระเนตรยิ่งเพิ่มความชื่นชม “คุณหนูอันดับหนึ่งของเมืองหลวงยังคงเป็นเช่นเดิมจริงๆ เสนาบดีเย่ เจ้ามีบุตรีเลิศล้ำเช่นนี้ ทำไมเก็บซ่อนไว้ถึงสามปี ข้าจะต้องลงโทษเจ้า”
“เป็นเพราะหม่อมฉันอยากออกผจญภัยตามนิยาย อย่าโทษบิดาเลยเพคะ” เย่เส้าฮัวยิ้มเล็กน้อย
เสนาบดีเยี่ยมองบุตรีของตนสนทนากับฮ่องเต้ด้วยอารมณ์เบิกบาน ใจรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน
ณ ขณะนั้น ที่จวนแม่ทัพไป๋
สาวใช้ของไป๋เจินเจินรินชาถ้วยหนึ่งให้กับนาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิ “คุณหนู ตอนนี้ทั้งเมืองกำลังตามหาผู้เชี่ยวชาญที่สร้างแผนแบบปืนไฟนั้นเพื่อดำเนินการปรับปรุงขั้นสุดท้าย หากพวกเขารู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือคุณหนู คงต้องตกใจจนตาย!”
ในจวนไป๋แห่งนี้ มีเพียงสาวใช้คนนี้เท่านั้นที่รู้ถึงสถานะที่แท้จริงของไป๋เจินเจิน จึงรู้สึกชื่นชมไป๋เจินเจินเป็นอย่างยิ่ง
ไป๋เจินเจินเมื่อได้ยินดังนั้น รู้ว่าช่วงเวลาที่เฝ้ารอมาถึงแล้ว นางจึงยิ้มเยาะ “จงส่งคนไปบอกกับองค์ชายสาม ว่าผู้สร้างแผนแบบปืนไฟนั้นต้องการพบเขา”
ไป๋เจินเจิน เจ้าวางใจเถิด ครานี้ข้าจักล้างแค้นแทนเจ้า ให้ตระกูลเย่มิอาจผงาดขึ้นมาได้อีกชั่วนิรันดร์