ตอนที่ 90
บทที่ 90 ดูเหมือนว่า ก็ยังพอได้นะ
บทที่ 90 ดูเหมือนว่า ก็ยังพอได้นะ
"ไม่สมเหตุสมผลเลย
ตัวข้าควรจะมีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญวิถีเต๋าสิ?
แต่ทำไมมุกตรวจวิญญาณนั่น ถึงไม่แสดงผลออกมาเล่า?"
หลังจากเดินออกมาได้ระยะหนึ่ง เฉินเส้าจวินหันกลับไปมองทางศาลเจ้าถิงซืออีกครั้ง บนใบหน้ายังคงฉายแววสงสัยออกมาเสี้ยวหนึ่ง
การที่เขาฝึกฝนคัมภีร์ไท่ซ่างชี้นำจนเกิดพลังเวทออกมาได้นั้น คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
ทว่าตามคำบอกเล่าของนักพรตซานซือ ผู้บำเพ็ญวิถีเต๋าจำเป็นต้องมีรากวิญญาณรากปัญญา ถึงจะสามารถฝึกฝนได้
หากไร้ซึ่งรากวิญญาณรากปัญญา ย่อมมิอาจสัมผัสถึงปราณวิญญาณได้ และย่อมฝึกฝนไม่ได้แน่นอน
"เป็นเพราะมุกตรวจวิญญาณนั่นไม่แม่นยำพอ หรือเป็นเพราะคัมภีร์ไท่ซ่างชี้นำที่ข้าฝึกฝน ความจริงแล้วไม่ใช่เคล็ดวิชาวิถีเต๋าอันเที่ยงแท้กันแน่?"
เฉินเส้าจวินคิดในใจ ก่อนจะรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
พลังเวทในร่างกายของเขา ยามโคจรพลัง สามารถร่ายวิชาอาคมได้ทุกวิชา อีกทั้งยังมีความแตกต่างจากปราณแท้วรยุทธ์โดยสิ้นเชิง
หากไม่ใช่เคล็ดวิชาวิถีเต๋าอันเที่ยงแท้ แล้วจะเป็นสิ่งใดได้อีกเล่า?
"หรือเป็นเพราะ คัมภีร์ไท่ซ่างชี้นำนี้ เมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาวิถีเต๋าทั่วไปแล้ว มันจะมีความพิเศษมากกว่ากัน?"
เฉินเส้าจวินขมวดคิ้วมุ่น จากนั้นจึงเลิกคิดมาก สลัดเรื่องราวเหล่านี้ทิ้งไปก้นบึ้งของหัวใจ
เขาไม่อยากจะไปยึดติดกับสิ่งที่ยังยากจะสืบค้นได้ในตอนนี้ จนกลายเป็นการหาเรื่องใส่ตัวให้ปวดหัวเปล่าๆ
...
เมื่อกลับมาถึงบ้านเช่าของตนเอง ในมือของเฉินเส้าจวินกลับมีของเพิ่มมามากมาย
ไม้แปรรูปไม่กี่ชิ้น น้ำหมึกวิญญาณหลายชนิดที่เกิดจากการผสมวัสดุพิเศษอย่างเลือดอสูร ผงกระดูก และหญ้าจินจื่อ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออย่างจอบ มีดขนาดเล็ก และพู่กันขนหมาป่า
เขาตั้งใจจะสร้างหีบไม้ที่เหมือนกันทุกประการสองใบออกมา ตามทักษะวิชาคนซ่อนในหีบในความทรงจำ
แต่ก่อนหน้านั้น เขาถือจอบไปขุดหลุมตื้นๆ ตรงมุมลานบ้านก่อนเป็นอันดับแรก
ลำดับต่อมา พลังจิตของเขาเคลื่อนไหวเล็กน้อย สะบัดมือวูบหนึ่ง ห่อกระดาษเล็กๆ ห่อหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในมือ
มันคือเมล็ดชาดาราวิญญาณที่ได้รับเป็นรางวัลจากคันฉ่องสื่อจิตนั่นเอง
เขาตั้งใจจะปลูกเมล็ดชาดาราวิญญาณนี้ไว้ก่อน
แม้ที่นี่จะไม่นับว่าเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณอันใด ทว่าในช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็ยังหาที่ที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ได้ สู้ปลูกไว้ในลานบ้านแห่งนี้ไปก่อน หากในอนาคตมีที่ที่เหมาะสมกว่า ค่อยย้ายไปก็ยังไม่สาย
เมื่อเปิดห่อกระดาษออก เมล็ดพันธุ์สีแดงเข้มที่ดูใสกระจ่างเม็ดหนึ่งพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา
ต่อให้จะมองด้วยตาเปล่า ก็ยังเห็นถึงความไม่ธรรมดาของมันได้
โดยเฉพาะกลิ่นหอมสดชื่นที่แผ่ออกมาจางๆ รวมถึงพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นภายในเมล็ดพันธุ์ ล้วนทำให้คนต้องนึกทึ่ง
"ช่างมันเถอะ จะปลูกขึ้นหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าแล้วล่ะ"
เฉินเส้าจวินพึมพำคำหนึ่ง ก่อนจะฝังเมล็ดพันธุ์ลงไป แล้วกลบดินให้เรียบร้อย
หลังจากครุ่นคิดดู เฉินเส้าจวินยังไปตักน้ำจากบ่อน้ำข้างๆ มามารดน้ำให้ด้วย
จากนั้น เขาก็ไม่ได้สนใจมันอีก
สายตาเบนไปตกอยู่ที่ไม้แปรรูปเหล่านี้ หยิบมีดและเครื่องมืออื่นๆ ออกมา แล้วเริ่มลงมือทำงานทันที
ไม่นาน หีบสองใบที่มีรูปลักษณ์ภายนอกแทบจะเหมือนกันทุกประการ พลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา
จากนั้น เขาจึงหยิบพู่กันขนหมาป่าออกมา จุ่มน้ำหมึกวิญญาณ เริ่มวาดอักขระยันต์อาคมลงที่ด้านในหีบไม้อย่างระมัดระวัง
เมื่อเทียบกับงานช่างไม้แล้ว ในด้านอักษรภาพและการวาดภาพ เขาจัดว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง เพียงหยิบกระดาษและพู่กันออกมา ก็สามารถเขียนอักษรภาพที่เหล่านักปราชญ์บัณฑิตต่างพากันยกย่องได้ตามใจนึก
ดังนั้น ต่อให้โครงสร้างอักขระยันต์อาคมภายในหีบไม้ของวิชาคนซ่อนในหีบจะสลับซับซ้อนและให้ความรู้สึกที่ยากจะคาดเดาเพียงใด ทว่าเมื่ออยู่ในมือเขา มันก็เป็นเพียงอักษรภาพที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อยเท่านั้นเอง
จุดที่ยากเพียงอย่างเดียว คาดว่าคงเป็นตอนที่วาด เขาจำเป็นต้องส่งพลังจิตเข้าไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในเวลาเดียวกัน
แน่นอนว่า เฉินเส้าจวินมีวิธีการอื่นที่ดีกว่ามาทดแทน
นั่นคือพลังเวทนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ ทุกอย่างจึงกลายเป็นเรื่องง่าย
การส่งพลังเวทที่มั่นคง ประกอบกับความสามารถที่เป็นเลิศทั้งอักษรและภาพวาดของเขา
ทำให้ไม่เกิดความผิดพลาดแม้เพียงนิด อักขระยันต์อาคมในหีบใบแรกก็ถูกเขาวาดจนเสร็จสมบูรณ์
ตามมาด้วยใบที่สอง
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป หีบไม้พิเศษสองใบที่ผ่านการดัดแปลงโดยฝีมือเขาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
"วิชาคนซ่อนในหีบ สิ่งที่สำคัญที่สุด คืออุปกรณ์หีบสองใบนี้
บัดนี้หีบทั้งสองใบถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ข้าควรจะทดสอบผลลัพธ์ดูเสียหน่อย"
เฉินเส้าจวินสายตาวูบไหว ย่อมไม่มีทางเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายด้วยการเข้าไปซ่อนในหีบเพื่อทดสอบด้วยตนเองอยู่แล้ว
ต่อให้หีบสองใบนี้ เขาจะสร้างขึ้นตามวิธีการในความทรงจำอย่างครบถ้วน แต่เขาก็ไม่กล้ารับประกันว่า การทดสอบในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จแน่นอน
ในขณะที่สายตาสอดส่ายไปมา จู่ๆ เขาพลันสังเกตเห็นว่าใต้ชายคาบ้านของเขา มีนกนางแอ่นมาทำรังอยู่สองสามตัว
"ล่วงเกินแล้วนะ"
กล่าวจบ เฉินเส้าจวินทะยานตัวขึ้น ยื่นมือออกไปคว้านกนางแอ่นสองสามตัวนี้มา
นกนางแอ่นเหล่านี้ตื่นตกใจ พากันส่งเสียงจิ๊บๆ พร้อมขยับปีกหมายจะบินหนีอย่างรวดเร็ว
แต่มือของเฉินเส้าจวินเพียงแค่ตวัดไปข้างหน้า จากนั้นนิ้วมือขยับตามจังหวะ นกนางแอ่นทั้งสามตัวก็พากันกระพือปีกอยู่เหนือฝ่ามือเขา ทว่ากลับบินไม่ขึ้นแม้เพียงนิด
วินาทีนี้ เขาได้แสดงความสามารถในการควบคุมพละกำลังที่น่าทึ่งออกมา
"จำต้องให้พวกเจ้าลำบากชั่วคราว"
เฉินเส้าจวินกล่าวคำหนึ่ง พลางอาศัยจังหวะใส่นกนางแอ่นทั้งสามตัวลงในหีบไม้ใบหนึ่ง
ส่วนอีกใบ เขาเอาไปวางไว้ในห้องหนึ่งที่ห่างออกไปสิบเมตร
จากนั้น พลังจิตแผ่ซ่านออกไปจางๆ
ในขณะที่ปลอบประโลมนกนางแอ่นที่กำลังกระวนกระวายเหล่านี้ ก็กระตุ้นอักขระยันต์อาคมภายในหีบไปด้วย
วูบ!
ได้ยินเพียงเสียงสั่นสะเทือนแผ่วเบาดังขึ้นครั้งหนึ่ง
พริบตาต่อมา เขาสัมผัสได้ว่าหีบเบื้องหน้าใบนี้ ว่างเปล่าแล้ว
เมื่อเปิดออกดู เป็นดังคาด
นกนางแอ่นทั้งสามตัว หายวับไปสิ้น
เขารีบเดินเข้าห้องไปเปิดหีบอีกใบหนึ่งดูทันที
นกนางแอ่นทั้งสามตัว ปรากฏอยู่ในนี้จริงๆ
นอกจากท่าทางจะดูเซื่องซึมไปบ้าง แต่นกนางแอ่นทั้งสามตัวกลับสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน
"ดูท่า การทดสอบในครั้งนี้ของข้า น่าจะประสบความสำเร็จสินะ?"
บนใบหน้าของเฉินเส้าจวินปรากฏรอยยิ้มออกมา
เขาปล่อยนกนางแอ่นทั้งสามตัวไปตามลำดับ จากนั้นจึงเก็บหีบทั้งสองใบเข้าสู่แหวนมิติของตนเองทีละใบ
ยังดีที่บัดนี้ของในแหวนมิติของเขามีไม่มากนัก มิเช่นนั้นคงใส่ไม่ลงจริงๆ
"จริงด้วย เกือบลืมไปเลย"
ในตอนที่เก็บหีบไม้ เฉินเส้าจวินเหลือบไปเห็นกระป๋องเหล็กใบเล็กในแหวนมิติเข้าพอดี
ภายในกระป๋องใบนี้ ยังมีหนอนสมองศพอยู่อีกสองตัวเชียวนะ
เปิดกระป๋องเหล็กออก
ลูกไฟที่เตรียมไว้พร้อมแล้วแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นความร้อนพุ่งเข้าใส่ทันที
ซี่ ซี่ ซี่...
หนอนสมองศพมลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที
หนึ่งลมหายใจ สองลมหายใจ สามลมหายใจ...
เฉินเส้าจวินกะพริบตาปริบๆ
"ดังนั้น ข้อสันนิษฐานของข้าผิดรึ?
เหตุผลที่ก่อนหน้านี้ได้รับรางวัลเป็นแสงทองแห่งกุศลสามแต้ม ไม่ใช่เพราะข้าเผาหนอนสมองศพสามตัวนั้นตาย แต่มันเป็นเพียงรางวัลจากการประเมินสมบัติล้วนๆ สินะ?"
เฉินเส้าจวินอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา สัมผัสได้เพียงความเสียดายอย่างยิ่งจริงๆ
หนอนสมองศพนี้แม้จะอันตราย แต่อย่างไรพวกมันก็เป็นหนึ่งในแมลงพิษ อีกทั้งยังหาได้ยาก นับเป็นวัสดุชั้นเลิศในการสังหารวางเพลิงหรือลอบวางยาพิษ... ทว่ากลับถูกเขาเผาทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจเสียได้
ทำการค้าที่ขาดทุนเข้าให้แล้ว สีหน้าของเฉินเส้าจวินจึงดูไม่จืดนัก
จู่ๆ เขาก็เบนสายตามามองกระป๋องเหล็กใบนี้ ด้วยความคิดที่ว่า มีลูกพุทราหรือไม่มีก็ลองฟาดไม้ดูสักทีเผื่อจะได้อะไรบ้าง เขาจึงใช้วิชาเพ่งจิตออกมา พลังจิตแผ่ซ่านปกคลุมไปจางๆ
"หือ? กระป๋องใบนี้ น่าสนใจไม่เบานะ
ถึงกับถูกใช้เป็นกระปุกเก็บเงินมาโดยตลอด
แม้ส่วนใหญ่ที่เก็บไว้จะเป็นเหรียญอีแปะ แต่กลับสืบทอดกันมาไม่เสื่อมคลาย อยู่ในครอบครัวหนึ่งมานานถึงห้าชั่วอายุคน เป็นเวลานับร้อยปี!"
เฉินเส้าจวินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เบื้องหน้าปรากฏภาพเหตุการณ์นานัปการ แน่นอนว่ารวมถึงฉากที่เขาอาศัยกระป๋องเหล็กใบนี้เพื่อปิดผนึกหนอนสมองศพด้วย
ภาพเหตุการณ์เลือนหายไป
คันฉ่องสื่อจิต ตัดสินระดับขั้น
กระปุกเก็บเงิน ระดับสามัญขั้นสูง มีอานุภาพในการรวบรวมทรัพย์สมบัติในระดับหนึ่ง
รางวัล ความเชี่ยวชาญในลูกคิด
"ตอนข้าเรียนคณิตศาสตร์แม้จะไม่เก่งนัก แต่ข้าก็เคยเรียนมหาวิทยาลัยนะ ซ้ำยังเคยเรียนแคลคูลัสมา
ความสามารถนี้ จะมีประโยชน์อันใดกับข้าเล่า?"
เฉินเส้าจวินจนปัญญา
เขารับข้อมูลมา
จากนั้นจึงพบว่า ตนเองประเมินความสามารถนี้ต่ำไปจริงๆ
เขาสัมผัสได้ว่า ในวินาทีนี้ตนเองมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลและตัวเลขต่างๆ เพียงมองด้วยตาเปล่า ก็สามารถวัดความกว้างยาวสูงของสิ่งของต่างๆ ได้ทันที
ขอเพียงมีลูกคิดให้เขาสักอัน เขาถึงกับสามารถคำนวณได้ว่าท้องฟ้าสูงเพียงใด แผ่นดินหนาเท่าใด นกที่บินผ่านท้องฟ้าไปนั้น มีปริมาตรเท่าไหร่...
"ดูเหมือนว่า ก็ยังพอได้นะ"
เฉินเส้าจวินเองก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะได้ใช้งานความสามารถนี้หรือไม่
ทว่าเมื่อรู้อะไรมากขึ้น สติปัญญาย่อมเพิ่มพูนขึ้นตามไปด้วย เขาหวังว่าในอนาคตตนเองจะเป็นปราชญ์มากปัญญาคนหนึ่ง
หลังจากครุ่นคิด เขาก็หยิบสิ่งของอีกชิ้นหนึ่งออกมา
กระดิ่งสะกดวิญญาณ
กระดิ่งสะกดวิญญาณนี้ ได้มาจากนักพรตซานซือ
เพื่อความปลอดภัย เขาตัดสินใจว่าจะต้องนำของชิ้นนี้มาประเมินสมบัติชำระพิฆาตเสียก่อนค่อยว่ากัน
อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นผู้บำเพ็ญสายมารที่เลี้ยงศพหลอมศพ วิธีการย่อมยากจะป้องกัน เขาเกรงจริงๆ ว่าอีกฝ่ายจะเล่นตุกติกอะไรไว้บนเครื่องมืออาคมชิ้นนี้หรือไม่
วิชาเนตรวิญญาณกวาดผ่าน
บนกระดิ่งสะกดวิญญาณ มีปราณหยินพิฆาตปกคลุมอยู่ นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นอายพลังวิญญาณที่ปะปนกันสายหนึ่ง พัวพันอยู่บนกระดิ่งอย่างลึกซึ้ง
นั่นคือกลิ่นอายพลังวิญญาณปราณจิตที่หลงเหลืออยู่ ยามที่นักพรตซานซือใช้งานกระดิ่งสะกดวิญญาณนี้นั่นเอง
เมื่อมีกลิ่นอายสายนี้พัวพันอยู่ คนอื่นหากคิดจะใช้งานเครื่องมืออาคมชิ้นนี้ ย่อมจะรู้สึกติดขัดอย่างเห็นได้ชัด และอานุภาพที่แสดงออกมาก็จะลดทอนลงไป
มีเพียงยามที่ถูกนักพรตซานซือบงการเท่านั้น ถึงจะสามารถแสดงอานุภาพที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้
หากเฉินเส้าจวินต้องการจะใช้กระดิ่งสะกดวิญญาณนี้ตามปกติ เช่นนั้นย่อมต้องลบเลือนกลิ่นอายพลังวิญญาณปราณจิตสายนี้ออกไปให้สิ้นซากเสียก่อน
ไม่ลังเลเลย
วิชาเพ่งจิตถูกใช้ออกมา
พลังจิตแปรเปลี่ยนเป็นโม่หินขนาดใหญ่ เล็งเป้าไปที่กระดิ่งสะกดวิญญาณ แล้วกดทับลงไปทันที
ซี่ ซี่ ซี่...
ปราณพิฆาตถูกสลายจนหมดสิ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับเฉินเส้าจวินแล้ว เรื่องนี้ช่างคล่องแคล่วและง่ายดายยิ่งนัก
แต่ทว่า เมื่อโม่หินพลังจิตของเขาตกลงบนกลิ่นอายพลังวิญญาณปราณจิตสายนั้น
ตึง! ตึง! ตึง!
ราวกับไม่ยินยอมที่จะถูกลบเลือน กลิ่นอายพลังวิญญาณปราณจิตพลันระเบิดออกทันที ถึงกับชักนำให้กระดิ่งสะกดวิญญาณส่งเสียงดังสนั่นออกมาเอง
ราวกับมองว่าเฉินเส้าจวินเป็นศัตรู คลื่นแสงสะกดวิญญาณสายแล้วสายเล่า พลันแผ่ซ่านเข้าหาพลังจิตของเขา
"ของในมือผู้บำเพ็ญวิถีเต๋า ใช่ว่าจะเอามาได้ง่ายๆ จริงๆ ด้วย"
เฉินเส้าจวินลอบถอนหายใจคำหนึ่ง พลังจิตมั่นคง เจตจำนงดุจศิลา หาได้หวั่นไหวต่อคลื่นแสงสะกดวิญญาณเหล่านี้ไม่
โม่หินพลังจิตหมุนวนอย่างต่อเนื่อง บดขยี้กลิ่นอายพลังวิญญาณปราณจิตสายนั้นจนมลายหายไปสิ้นอย่างรวดเร็ว
"การประเมินเครื่องมืออาคมที่มีอานุภาพในการโจมตีแบบนี้ สิ่งที่ยุ่งยากที่สุดก็คือจุดนี้แหละ
หากไม่ระวัง มันจะถูกกระตุ้นขึ้นเอง และแปรเปลี่ยนเป็นการโจมตีใส่ตัวเรา
ยังดีที่อานุภาพของกระดิ่งสะกดวิญญาณนี้ไม่แข็งแกร่งนัก ผลลัพธ์การสะกดวิญญาณจึงไร้ผลกับข้า มิเช่นนั้นคงยุ่งยากไม่น้อยจริงๆ"
เฉินเส้าจวินในขณะที่ทอดถอนใจ คันฉ่องสื่อจิตพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาตามลำดับ