ตอนที่ 49
ตอนที่ 49 ราชโองการประกาศิต
ณ ท้องพระโรงแห่งแคว้นเยว่...
การประชุมขุนนางประจำเดือนดำเนินไปอย่างปกติ ขุนนางแต่ละฝ่ายต่างทูลรายงานเรื่องราชกิจในความดูแลของตนเอง บรรยากาศดูเหมือนจะสงบ แต่ลึกลงไปภายใต้ความสงบนั้นคือคลื่นใต้น้ำที่เชี่ยวกรากของการเมือง
เฟิงเฉินหนาน ยืนสงบนิ่งอยู่ในตำแหน่งของมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย เขาดูเหมือนจะตั้งใจฟังรายงานเรื่องการเก็บเกี่ยวพืชผลในฤดูใบไม้ร่วง แต่ในใจของเขากำลังรอคอย "หมากตาสุดท้าย" ที่เขาวางไว้เมื่อคืนก่อน
ภาพการเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวกับองค์จักรพรรดิยังคงชัดเจนในความทรงจำ...
'เฉินหนาน พรหนึ่งข้อที่เราเคยให้เจ้าไว้ เจ้ายังต้องการจะใช้มันในตอนนี้จริงๆ หรือ?'
'พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมมั่นใจแล้ว'
'...เพื่อสตรีเพียงคนเดียว...เจ้าแน่ใจแล้วรึว่าคุ้มค่า?'
'เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแค่สตรีเพียงคนเดียว...แต่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของราชบัลลังก์พ่ะย่ะค่ะ การปล่อยให้ตระกูลซ่งและตระกูลเฉินรวมกำลังกัน จะทำให้ฝ่ายทหารมีอำนาจมากเกินไปจนยากจะควบคุม'
'...เจ้าฉลาดเสมอ เฉินหนาน...เอาเถิด ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว เราก็จะทำตามที่เจ้าขอ'
ความคิดของเขาถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันเมื่อสายตาของเขากวาดไปมองกลุ่มขุนนางฝ่ายตรงข้าม...ซ่งเจี๋ย, ไห่หยวนจาง, และ เฉินจิ้ง กำลังยืนจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยท่าทีที่มั่นใจยิ่งนัก พวกเขาคงคิดว่าแผนการแต่งงานเพื่อสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายทหารนั้นสำเร็จลุล่วงไปแล้ว...เฟิงเฉินหนานยกยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็นภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย
เมื่อการทูลรายงานเรื่องราชกิจทั้งหมดสิ้นสุดลง องค์จักรพรรดิที่ประทับบนบัลลังก์มังกรก็ยกพระหัตถ์ขึ้นเป็นสัญญาณ
หัวหน้าขันทีเฒ่าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะประกาศด้วยเสียงที่แหลมสูงจนดังก้องไปทั่วทั้งท้องพระโรง
"บัดนี้ การประชุมราชกิจได้สิ้นสุดลงแล้ว! แต่ฝ่าบาททรงมีเรื่องน่ายินดี...และมี ราชโองการมงคลสมรส จะประกาศให้ทุกท่านได้ทราบ!"
คำประกาศนั้นทำให้ขุนนางทุกคนประหลาดใจและเริ่มซุบซิบกัน...งานมงคล? ขององค์ชายองค์ใดกัน?
หัวหน้าขันทีคลี่ม้วนราชโองการสีทองอร่ามออก ก่อนจะเริ่มอ่านทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน
"ตามพระราชประสงค์แห่งสวรรค์...องค์จักรพรรดิผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตาทรงเล็งเห็นว่า มหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย เฟิงเฉินหนาน ได้ทำงานรับใช้แผ่นดินมาด้วยความภักดีและเหน็ดเหนื่อย สมควรที่จะมีคู่ครองผู้เพียบพร้อมมาดูแล..."
ถึงตรงนี้ ทุกคนในท้องพระโรงต่างเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ...สตรีผู้โชคดีคนนั้นคือใครกัน!?
"...และทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า คุณหนูสามแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ ซ่งหว่านเอ๋อร์ เป็นกุลสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความสามารถ...จึงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ประทานสมรสพระราชทาน ให้คนทั้งสองได้ครองคู่กันในฐานะสามีภรรยา โดยให้คุณหนูซ่งหว่านเอ๋อร์ขึ้นเป็นฮูหยินเอก แห่งจวนมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย! กำหนดพิธีมงคลจะมีขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า! จบราชโองการ!"
สิ้นเสียงประกาศ...ท้องพระโรงทั้งหลังก็พลันตกอยู่ในความเงียบงัน...ราวกับเวลาได้หยุดหมุน!
ในความเงียบนั้นเอง "กล้อง" แห่งเรื่องราวได้แพนไปทั่ว...จับจ้องปฏิกิริยาของทุกผู้คน...
ณ กลุ่มของซ่งเจี๋ย...ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจของแม่ทัพใหญ่ บัดนี้กลับซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หันไปสบตากับเฉินจิ้งและไห่หยวนจางด้วยความงุนงงสับสน...แผนการของพวกเขา...พังทลายลงในพริบตาเดียว!
ณ กลุ่มขุนนางที่เป็นกลาง...เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้น
"ซ่งหว่านเอ๋อร์รึ? บุตรสาวที่เพิ่งถูกยกเลิกงานแต่งกับตระกูลจางไม่ใช่รึ?"
"สวรรค์! พลิกผันถึงเพียงนี้เชียวรึ! แต่นึกดูแล้ว...ข้าเห็นพวกเขาเดินด้วยกันในคืนเทศกาลโคมประทีป! หรือว่าทั้งสองจะมีใจให้กันมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว!?"
ข่าวลือบทใหม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาในทันที...
ณ กลุ่มเชื้อพระวงศ์...ฮองเฮาเฉินเยว่ฉีขมวดพระขนงเล็กน้อยอย่างไม่พอพระทัย การที่ตระกูลทหารอย่างตระกูลซ่งจะได้เข้ามาเกี่ยวดองกับขุนนางคนสำคัญที่สุดของฝ่าบาทไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อฝ่ายบุ๋นของพระนางเลยแม้แต่น้อย ขณะที่องค์ชายรองเย่เฟิงหยางหรี่พระเนตรลงอย่างครุ่นคิด...นี่คือการเดินหมากทางการเมืองที่น่ากลัวของเฟิงเฉินหนาน
ณ กลุ่มของเฟิงเฉินหนาน...ตัวเขายังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลัก ไม่ได้แสดงความยินดีใดๆ ออกมา แต่พันธมิตรของเขาอย่างเสนาบดีหลี่ว์กวงกลับลอบยิ้มออกมาบางๆ...เป็นการปิดเกมที่งดงามอย่างแท้จริง
องค์จักรพรรดิแย้มพระสรวลอย่างพึงพอใจ ก่อนจะประกาศเลิกประชุม ทิ้งให้ขุนนางทุกฝ่ายต่างรีบออกจากท้องพระโรงเพื่อไปวิเคราะห์ "แผ่นดินไหวทางการเมือง" ครั้งใหญ่นี้ทันที
เฟิงเฉินหนานเดินออกจากท้องพระโรงเป็นคนท้ายๆ เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงและสง่างาม...เป็นดั่งศูนย์กลางของพายุที่เขาเพิ่งจะสร้างมันขึ้นมากับมือ
เสียงตบโต๊ะดังลั่นไปทั่วห้องโถงใหญ่!
ท่านแม่ทัพใหญ่ซ่งเจี๋ย กลับมาถึงจวนด้วยใบหน้าที่ดำคล้ำราวกับท้องฟ้าก่อนพายุจะเข้า ในมือของเขาถือม้วนราชโองการสีทองไว้แน่นราวกับจะบดขยี้มันให้แหลกละเอียด
"เรียกทุกคนมาที่นี่! เดี๋ยวนี้!" เขาคำรามลั่น
ไม่นานนัก สมาชิกทุกคนในครอบครัวก็ถูกเรียกมารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและน่าอึดอัด ทุกคนยืนก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครกล้าสบตากับประมุขของบ้านที่กำลังเกรี้ยวกราด
ซ่งเจี๋ยไม่ได้อธิบายอะไรยืดยาว เขาโยนม้วนราชโองการลงบนโต๊ะกลางห้อง "อ่าน!"
หัวหน้าพ่อบ้านรีบเข้าไปหยิบม้วนราชโองการขึ้นมาคลี่ออกและอ่านด้วยเสียงสั่นเทา...เมื่อเนื้อหาการประทานสมรสระหว่างซ่งหว่านเอ๋อร์และเฟิงเฉินหนานถูกประกาศออกมา...ปฏิกิริยาของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง
อนุรองจ้าวเหมยหลินและอนุสามหลี่รั่วซี เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ! แผนการแต่งงานกับตระกูลเฉินที่พวกนางเห็นด้วยได้พังทลายลง และซ่งหว่านเอ๋อร์กลับได้สามีที่ทรงอำนาจและสูงส่งที่สุดในแคว้นไปครอง! ความไม่พอใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของพวกนาง
ฮูหยินใหญ่หลิวซูเม่ยและซ่งหว่านหนิง กลับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก...โดยเฉพาะหลิวซูเม่ยที่น้ำตาแห่งความยินดีคลอหน่วยขึ้นมาทันที บุตรสาวของนางไม่เพียงแต่รอดพ้นจากตระกูลเฉิน แต่ยังจะได้ออกเรือนไปกับบุรุษที่นับเป็นยอดคนแห่งยุค...มันดีเกินกว่าที่นางจะฝันถึง
และซ่งหว่านเอ๋อร์... นางยังคงยืนนิ่ง...ใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความยินดีหรือยินร้ายใดๆ ออกมา
ความสงบนิ่งผิดปกติของนาง ทำให้ซ่งเจี๋ยหันมาจ้องมองนางเขม็ง
"ซ่งหว่านเอ๋อร์...เจ้าจงตอบข้ามาตามตรง...เจ้ารู้จักกับมหาเสนาบดีเฟิงเป็นการส่วนตัวมาก่อนใช่หรือไม่?"
ทุกคนในห้องหันมามองนางเป็นตาเดียว
ซ่งหว่านเอ๋อร์แสร้งทำเป็นตกใจเล็กน้อย นางสบตาบิดาของนาง ก่อนจะยอบกายลงและตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูสับสนและเจียมเนื้อเจียมตัว
"ท่านพ่อ...ข้า...ข้าเคยมีโอกาสได้สนทนากับท่านมหาเสนาบดีเฟิงเพียงชั่วครู่เจ้าค่ะ...เมื่อเกือบปีก่อนในคืนเทศกาลโคมประทีป"
นางเล่าเรื่องจริงครึ่งหนึ่ง ผสมกับคำโกหกอีกครึ่งหนึ่งอย่างแนบเนียน
"ข้ายอมรับว่า...ประทับใจในสติปัญญาและความสามารถของท่าน...แต่ก็เพียงเท่านั้นเจ้าค่ะ ไม่เคยพบปะหรือติดต่อกันอีกเลย...สำหรับราชโองการนี้...ข้าเองก็ตกใจและทำได้เพียงน้อมรับพระเมตตาของฝ่าบาทเท่านั้น"
การแสดงอันสมบูรณ์แบบของนางทำให้ซ่งเจี๋ยไม่อาจจับผิดได้ เขาจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
"พวกเจ้าทุกคน...ออกไปให้พ้น! ข้าต้องการอยู่คนเดียว!"
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันออกไปแล้ว ซ่งเจี๋ยก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประธานอย่างหมดแรง เขามองราชโองการบนโต๊ะด้วยสายตาที่ซับซ้อน
ในหัวของเขากำลังสับสนวุ่นวาย...เขาพยายามเรียบเรียงและวางแผนใหม่อีกครั้ง...
'เฟิงเฉินหนาน...เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์...เจ้าต้องการอะไรกันแน่?'
เขาครุ่นคิดถึงผลได้ผลเสียของการแต่งงานครั้งนี้...
'การได้เขามาเป็นบุตรเขย...เท่ากับว่าข้าได้ 'มันสมองของฝ่าบาท' มาเป็นพันธมิตร...อำนาจของตระกูลซ่งจะยิ่งใหญ่เทียมฟ้า...นี่คือการที่ เสือได้ติดปีก!'
แต่แล้ว...ความคิดอีกด้านหนึ่งก็ผุดขึ้นมา...
'แต่...เขาก็คือคู่แข่งที่อันตรายที่สุดของข้า...การให้เขาเข้ามาใกล้ชิดถึงในบ้าน...มันไม่ต่างอะไรกับการ ชักศึกเข้าบ้าน...เขาอาจจะมาเพื่อสืบหาความลับและทำลายข้าจากภายใน!'
เสือติดปีก...หรือชักศึกเข้าบ้าน...
แม่ทัพใหญ่ผู้กร้านโลก...กลับไม่สามารถบอกได้เลยว่าหมากตาใหม่ที่ถูกบังคับให้เดินนี้...จะนำพาตระกูลซ่งไปสู่จุดสูงสุด...หรือจุดจบกันแน่
◆ ─── ◆