ตอนที่ 2
บทที่ 1 ตอนที่ 2 สิ่งที่ต้องทำก่อน
กว่าพ่อลูกตระกูลสวี่จะจัดการซ่อมแซมในส่วนของห้องนอนและห้องครัวจนเสร็จเรียบร้อย ดวงอาทิตย์ก็เกือบลับขอบฟ้าไปแล้ว หลังจากนั้นพวกเขาพากันเก็บอุปกรณ์และเอ่ยลาแยกย้ายกันกลับไป
ห้านาทีต่อมา จางหลี่ผู้เป็นภรรยาของหวังเหว่ยก็ผลักรถเข็นคันเล็กตรงเข้ามายังหน้าบ้าน ด้านในนั้นมีทั้งชุดผ้าห่มและผ้าปูที่นอนผืนหนาพับซ้อนกันมาจนเต็ม
“กินข้าวเย็นมาหรือยัง แล้วข้าวกลางวันที่ปู่เอามาให้รสชาติถูกปากไหมจ๊ะ” จางหลี่พูดพลางมองไปรอบๆ บ้าน
“หนูยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลยค่ะย่าจาง อ๋อ ส่่วนอาหารกลางวันอร่อยมากเลยค่ะ อร่อยจนหนูคิดว่าคราวหน้าจะขอสูตรนี้ไปทำเองบ้าง” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะ
“ได้สิ คราวหน้าก็มาเยี่ยมที่บ้านนะ เดี๋ยวจะสอนให้” จางหลี่ยิ้มรับ
“ได้ค่ะ แล้วขอบคุณสำหรับผ้าห่ม คืนนี้หนูต้องนอนหลับสนิทแน่ๆ เลย” หลินอันหรานคุยกับจางหลี่ พร้อมยกเครื่องนอนทั้งหมดเข้าไปในบ้าน “เข้ามาก่อนสิคะ” เธอพูด
“ปกติคนหนุ่มสาวที่นี่เขาย้ายไปอยู่เมืองใหญ่กันหมด นานทีปีหนจะมีคนกลับมา แล้วนี่คุณแม่สบายดีไหม ทำไมถึงนึกอยากย้ายมาอยู่ที่นี่หล่ะ” จางหลี่พูดพลางเดินเข้ามาในบ้าน
“อ๋อ ส่วนคุณแม่สบายดีค่ะ ตอนนี้ท่านทำงานอยู่ต่างประเทศ หนูส่งข้อความไปหาแล้วท่านยังไม่ตอบเลย” หลินอันหรานพูด “สงสัยฝั่งโน้นจะยังทำงานอยู่หรือเวลาไม่ตรงกันน่ะค่ะ แต่คุณแม่ฝากความคิดถึงมาถึงคนที่นี่ด้วย”
เธอและจางหลี่นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนที่หญิงสาวจะพูดต่อ 
“จริงๆ แล้ว ที่หนูย้ายมาที่นี่ เพราะอยากจะกลับมาสานต่อทำฟาร์มและเปิดร้านอาหารของคุณตาต่อ” หลินอันหรานยิ้มรับพลางตอบคำถามอย่างสุภาพ ก่อนที่ป้าจางจะกวาดสายตาไปเห็นต้นหญ้าหน้าบ้านที่เริ่มขึ้นรก
"ตอนเดินผ่านมาเห็นหน้าบ้านรกมากเลยนี่น้า" จางหลี่พยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าหนูจะหาพวกจอบกับเคียวมาตัดหญ้าหน้าบ้านล่ะก็ ลองไปดูในห้องเก็บของหลังบ้านนะ น่าจะมีเก็บไว้อยู่ แต่ถ้าเปิดดูแล้วมันขึ้นสนิมจนใช้ไม่ได้ ที่บ้านป้ามีให้ยืมนะลูก เรื่องปลูกผักทำสวนพวกนี้มีอะไรไม่เข้าใจก็เดินไปถามป้าได้ตลอดเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงตอนนี้ขอตัวกลับก่อนนะหรานหราน ” เธอพูด
“ขอบคุณนะคะคุณป้า” หลินอันหรานเอ่ยลาด้วยรอยยิ้ม
หลังจากจางหลี่เข็นรถเดินกลับแยกย้ายไปแล้ว หญิงสาวก็หันกลับเข้ามาในบ้าน ท้องของเธอเริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ จึงตรงดิ่งเข้าไปยังห้องครัว
สำหรับอาหารมื้อเย็นมื้อแรกในบ้านหลังนี้ หลินอันหรานตั้งใจว่าจะทำอะไรทานง่ายๆ
โชคดีที่ระหว่างทางเธอได้ซื้อหม้อหุงข้าวและวัตถุดิบของสดติดรถมาด้วยนิดหน่อย พอผ่านไปได้หนึ่งมื้อ 
หลังจากจัดวางข้าวของเข้าที่และลองเปิดเช็กเตาแก๊สในครัวดูก็พบว่ายังคงใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา 
หลินอันหรานจัดการเสียบปลั๊กหม้อหุงข้าวทิ้งไว้ ก่อนจะเริ่มลงมือทำเมนูโปรดอย่างมะเขือเทศผัดไข่
เธอหยิบมะเขือเทศสดที่มีผิวสัมผัสชุ่มฉ่ำมาหั่นเป็นชิ้นเต๋าใหญ่ ก่อนจะซอยต้นหอมเตรียมไว้ แล้วจึงหันไปตอกไข่ไก่สามฟองลงในชาม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเหยาะเล็กน้อยก่อนจะตีจนเข้ากันดี
เมื่อตั้งกระทะใส่น้ำมันจนร้อนจัด เธอก็เทไข่ลงไปทันที เสียงน้ำมันเดือดฉี่ฉ่าดังขึ้นพร้อมกับไข่ที่เริ่มเซตตัวฟูหนานุ่ม ก่อนจะใช้ตะหลิวคนไวๆ ให้แยกเป็นชิ้นๆ แล้วรีบตักขึ้นพักไว้ในขณะที่เนื้อไขยังคงความฉ่ำวาว
กระเทียมสับละเอียดถูกโยนลงไปเจียวในกระทะใบเดิมจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ตามด้วยมะเขือเทศที่หั่นไว้ลงไปผัดด้วยไฟแรง 
หลินอันหรานเหยาะซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว และน้ำมันหอยลงไปคลุกเคล้าก่อนจะเติมน้ำตาลทรายลงไปเพิ่ม ไม่นานนักน้ำซอสสีแดงส้มขลุกขลิกก็ซึมออกมาจากเนื้อมะเขือเทศที่เริ่มนิ่ม
ในขั้นตอนสุดท้าย เธอเทไข่นุ่มฟูกลับลงไป เร่งไฟแรงขึ้นแล้วผัดไปมาคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างรวดเร็วเพื่อให้เนื้อไข่ดูดซับน้ำซอสมะเขือเทศเข้าไว้เต็มคำ ก่อนจะโรยต้นหอมหั่นท่อนตามลงไปเป็นอันดับสุดท้าย
หลินอันหรานจัดแจงตักข้าวสวยร้อนๆ ไอร้อนพร้อมกลิ่นหอมละมุนโชยออกมาทันทีที่ฝาหม้อหุงข้าวถูกเปิดออก ภายในมีข้าวสวยสีขาวนวลหุงสุกพร้อมทาน โดยมีมะเขือเทศผัดไข่สีสันน่าทานมาวางเคียงคู่กันบนโต๊ะไม้
ก่อนที่จะลงมือทาน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหามุมถ่ายรูปสวยๆ เพื่อถ่ายภาพมื้อค่ำจานแรกในบ้านหลังนี้เก็บไว้ 
หลังจากหลินอันหรานทานอาหารเสร็จและล้างทำความสะอาดจานชามเสร็จเรียบร้อย เธอก็กลับมานั่งที่โต๊ะไม้ตัวเดิม พลางเปิดสมุดบันทึกขึ้นมาเพื่อจดรายการสิ่งของจำเป็นที่ต้องซื้อเข้าบ้านในวันถัดไป
เริ่มจากในห้องครัว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการใช้ชีวิตระยะยาวคือตู้เย็นใหม่ รวมถึงพวกชุดจานชามและช้อนส้อมเพิ่มเติม ส่วนห้องนั่งเล่นด้านนอกนั้นยังคงสภาพดีและค่อนข้างโล่ง จึงยังไม่มีของชิ้นไหนที่จำเป็นต้องซื้ออีก 
แต่เมื่อนึกถึงห้องนอนชั้นบน แม้คืนนี้จะมีเครื่องนอนของย่าจาง แต่ในรายการเธอก็ยังคงต้องจดของที่จำเป็นต้องซื้ออย่างชุดผ้าห่มและผ้าปูที่นอนอยู่ดี เพราะต้องเอาชุดเครื่องนอนไปคืนย่าจาง รวมถึงต้องซื้อเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าด้วย 
เมื่อจัดการกับรายการของที่ต้องซื้อเสร็จสิ้น เธอก็ปิดสมุดของตัวเองลง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าของคุณตาขึ้นมาเปิดดู แล้วพลิกเปิดหน้ากระดาษออกดู ด้านในระบุถึงเรื่องเทคนิคการปลูกผักสวนครัวที่คุณตาเขียนเอาไว้อย่างละเอียด
ในขณะนี้เป็นหน้าร้อน หลินอันกรานจึงเปิดสมุดไปที่ตามหาเนื้อหาที่ต้องใช้ในฤดูกาลนี้ จึงพบกับขั้นตอนการเตรียมดินและพรวนดินสำหรับทำให้พืชผักโตเร็ว และพืชที่ให้ผลผลิตดีที่สุดในเวลานี้คงเป็น ผักบุ้งจีน แตงกวา มะเขือเทศ และบวบ เพราะมันปลูกง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่
สายตาของเธอไล่อ่านข้อความถัดไปที่คุณตาเขียนอธิบายคุณลักษณะของผักแต่ละชนิดไว้ด้วยความใส่ใจ
ต้องเริ่มที่ ผักบุ้งจีน เพราะมันโตเร็วที่สุด ใช้เวลาเพียงยี่สิบถึงยี่สิบห้าวันก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว ถัดมาคือ แตงกวา พวกนี้ชอบแดดจัดและชอบน้ำ ทนความร้อนได้ดี แต่อย่าลืมมันคือไม้เลื้อยจำเป็นต้องมีที่ให้มันยึดเกาะ
ส่วน มะเขือเทศ ทนแล้งเก่ง ไม่ต้องประคบประหงมมาก และสุดท้ายคือ บวบ เจ้าพวกนี้ทนทานต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดี 
ติ๊ดๆ 
ในขณะที่เธอศึกษาหาข้อมูลการทำสวนอยู่อย่างสนอกสนใจ จู่ๆ โทรศัพท์มือถือที่อยู่ข้างกายก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือน 
บนหน้าจอมีรายชื่ออยู่สองรายชื่อ
หลินอันหรานเลือกเปิดแชตของคุณแม่ก่อนเป็นอันดับแรก มันเป็นข้อความสั้นๆ เท่านั้น
\[ ล็อกประตูบ้านดีหรือยัง ]
\[ คืนแรกพอจะอยู่ได้ไหม ] 
เธอมองข้อความแล้วอมยิ้ม ก่อนจะตอบกลับ
\[ อยู่ได้สบายมากค่ะแม่ ]
เธอส่งรูปถ่ายมะเขือเทศผัดไข่ให้ดูและเล่าเรื่องราวที่พบมาในวันนี้ให้ฟังจนหมด จนถึงดึกดื่นค่อนคืนก่อนเราจะบอกลาแม่เพื่อเข้านอน
หลังจากนั้นหลินอันหรานเปิดข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน 
\[ คืนแรกในบ้านเป็นไง ถ้ากลัวผีทักมาหาฉันได้ตลอดนะ ฮ่าๆ ] 
ข้อความหยอกล้อข้อความแรกจากสวี่หมิงทำให้หลินอันหรานถึงกับหลุดขำออกมาเบาๆ
\[ ไม่มีผีหรอก มีแต่ฝุ่นนั่นแหละที่น่ากลัวกว่า ] เธอพิมพ์ตอบกลับไปแทบจะทันที
ไม่ถึงหนึ่งนาที สวี่หมิงก็ส่งข้อความตอบกลับมา
\[ งั้นแสดงว่าวันนี้ก็เหนื่อยแล้วล่ะสิ ]
\[พ่อฉันกลับมาถึงบ้านยังชมไม่ขาดปากเลยนะ บอกว่าโตขึ้นเป็นสาวสวยแถมขยันขันแข็งมาก เล่นเอาฉันที่เป็นลูกชายแท้ๆ กลายเป็นคนขี้เกียจไปเลย ] 
หลินอันหรานหัวเราะเมื่อเห็นข้อความก่อนจะเหลือบสายตามองสมุดรายการของใช้จำเป็นที่วางไว้ข้างกาย
\[ ลุงสวี่ชมเกินไปแล้ว ] หญิงสาวพิมพ์ต่อพร้อมส่งสติกเกอร์ยิ้มหวานไปให้
หลังจากนั้นเธอก็ถามในสิ่งที่อยากรู้ทันที
\[ หมิงเกอ แถวนี้พอจะมีร้านหรือแหล่งขายพวกเครื่องใช้ไฟฟ้ากับของใช้ในบ้านบ้างไหม พรุ่งนี้ฉันกะจะไปหาซื้อของเข้าบ้านสักหน่อยน่ะ ]
หลังจากเธอส่งข้อความไปได้ไม่นาน หน้าจอโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความตอบกลับ
\[ มีสิ ในเมืองมีร้านใหญ่อยู่สองสามร้านเลย ช่วงสายๆ พรุ่งนี้ก่อนที่จะไปซ่อมบ้านเพิ่มให้ เดี๋ยวฉันขับรถพาเธอไปเดินดูดีไหม] 
เธอพิมพ์ตอบกลับไปแทบจะทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
\[ ได้สิ งั้นฉันนอนก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน ]
\[ เจอกัน ฝันดีนะ ] สวี่หมิงตอบกลับ
\[ ฝันดีนะ ] 
เมื่อกดส่งข้อความเรียบร้อย เธอก็วางโทรศัพท์มือถือลงก่อนจะขยับลุกขึ้นปิดไฟชั้นล่าง และเดินขึ้นบันไดเพื่อไปนอนพักผ่อนในห้องนอนชั้นบน
เช้าวันรุ่งขึ้น ในขณะที่หลินอันหรานกำลังกวาดพื้น เสียงเครื่องยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบก็ดึงความสนใจของเธอให้หันไปมอง
แทนที่เธอจะเห็นสวี่หมิงมาเพียงลำพังแต่กลับมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วย พร้อมรีบสาวเท้าก้าวเข้ามาหาหลินอันหรานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยทักทายเสียงใส
“หรานหราน เธอกลับมาแล้วจริงๆ ด้วย”
หลินอันหรานจ้องมองใบหน้าด้านข้างที่สะท้อนกับแสงแดดยามเช้าของคนตรงหน้า หัวใจเต้นตึกตักอย่างรุนแรงเมื่อภาพความทรงจำบางอย่างในวัยเด็กที่เธอพยายามลืมเลือนไปนานแสนนานเริ่มผุดย้อนกลับคืนมาทีละน้อย